Share

บทที่ 2 มารดา

Penulis: moonlight -mini
last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-15 20:12:25

บทที่ 2 มารดา

ห้องทรงพระอักษรเงียบสงัด ราวกับแม้เสียงลมหายใจก็เป็นสิ่งต้องห้าม

ชายหนุ่มในชุดมังกรสีดำทองนั่งหลังตรงบนบัลลังก์ประจำราชสำนัก ดวงเนตรเรียบนิ่งของเขาแน่วนิ่งมองประตูไม้จันทน์บานใหญ่เบื้องหน้า

“เปิด”

เสียงรับสั่งเพียงหนึ่งคำ ประตูบานนั้นจึงเปิดออกอย่างช้า ๆ เผยร่างของสตรีในชุดผ้าหยาบผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงธรณี

เขามองนาง… นิ่งนาน

ไม่มีถ้อยคำ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีแม้แววไหวใด ๆ บนใบหน้า

เจิ้งซูเฟยก้าวเข้าสู่ห้องทรงอักษร ช้าและสง่า แม้จะไร้เครื่องทรงหรูหรา

นางมองเขา… ด้วยดวงตาเปี่ยมด้วยบางสิ่งที่ยากจะอธิบาย

“เจ้าสูงขึ้นมาก” เสียงของนางแผ่วเบา “…คล้ายบิดาเจ้ายิ่งนัก เมื่ออยู่ในวัยเดียวกัน”

ฮ่องเต้ไม่ตอบ ไม่แม้แต่ขยับเปลือกตาเขายังจำถ้อยคำนั้นได้ จำกลิ่นหอมจากอกอุ่น ๆ ที่เคยซบในวัยเยาว์ แต่วันนี้ เขาไม่อาจแสดงความอ่อนแอได้

“ท่านมาด้วยฐานะใด” พระองค์ถามเสียงเรียบ

“ฐานะมารดาของเจ้า” นางตอบทันที

พระองค์หัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างไม่อาจกลั้น

“มารดา มารดาที่ทิ้งโอรสไว้ในวังกับคำใส่ร้ายว่าปองพระชนม์ฮ่องเต้”

“ข้าถูกใส่ร้าย” เสียงของนางยังคงมั่นคง ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย “แต่เจ้าคงรู้ดีอยู่แล้ว… มิใช่หรือ”

ฮ่องเต้เงียบไป ในดวงตาคมคู่นั้นมีบางสิ่งไหววูบ… ความลังเล หรือความเจ็บปวด

“ตอนข้าแปดขวบ… ข้าเฝ้ารอให้ท่านกลับมาอธิบาย เสด็จพ่อตรัสกับข้าว่าให้อภัยท่านแล้ว” เขากล่าวเสียงต่ำ “แต่ท่านก็ไม่กลับมา ข้ารอ… รอจนข้าต้องลุกขึ้นเอง ต้องแข็งแกร่ง ต้องสาบานต่อหน้าวิญญาณเสด็จพ่อว่าจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้ใดทำให้ข้า ‘ไร้แม่’ ได้อีก…”

เจิ้งซูเฟยยืนนิ่ง ดวงตาคู่งามฉายแววปวดร้าว

“ข้าไม่เคยทิ้งเจ้า…”

เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยเป็นครั้งแรก “แต่ข้าถูกลากออกจากตำหนักต่อหน้าต่อตาเจ้า ข้าไม่มีแม้โอกาสจะได้เอ่ยคำลา ตอนนั่นเสด็จพ่อของเจ้าไม่อาจทำสิ่งใดเพื่อช่วยเหลือข้าได้ ทำได้เพียงขอลมหายใจของข้าไว้ ขังข้าไว้ที่อารามบนเขา”

“แต่ท่านก็อยู่เฉยถึงสิบห้าปี”

เสียงของเขาแหลมคมขึ้น

“ไม่มีจดหมาย ไม่มีเงา ไม่มีแม้กระทั่งข่าวคราว คนเป็นแม่คนใดปล่อยลูกให้เติบโตในวังที่เต็มไปด้วยพิษภัย โดยไม่แม้แต่หันกลับมามอง”

เพียะ!

เสียงฝ่ามือของเจิ้งซูเฟยฟาดลงกับอกตนเอง

“เพราะหากข้ากลับมาเร็วกว่านี้ เจ้าจะไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้น!” นิ้วเรียวชี้ไปยังบัลลังก์มังกร “ตอนนั้นข้าไม่มีสิทธิ์กลับมา… ไม่มีแม้แต่ชื่อ! เพียงแค่ก้าวลงเขาก็อาจสิ้นลมหายใจตรงนั้น หากเสด็จพ่อของเจ้าบอกว่าให้อภัยข้าจริง เหตุใดไม่ส่งคนไปรับข้า ก็ไม่เพราะเขาหรอกหรือที่ขังข้าไว้บนนั้น สั่งทหารองครักษ์คุมเข้มไม่ให้มีผู้ใดก้าวขึ้นไปบนนั้นแม้แต่คนเดียว”

ริมฝีปากโค้งเป็นรอยยิ้มขมก็ดีเหมือนกัน… อย่างน้อยมันก็ทำให้มารดาผู้เป็นที่รักยิ่งของเขาไม่ได้ส่งนักฆ่ามาจัดการนางได้ง่าย ๆ ต้องขอบคุณเขาสินะ หากเขาไม่ตาย บุตรชายของนางคงไม่มีโอกาสได้ขึ้นนั่งตรงนี้… และต้องขอบคุณเขาอีก ที่ยังทำตามสัญญาเพียงข้อเดียวส่งมอบบัลลังก์ให้บุตรชายของนาง อย่างน้อย ๆ ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เขารับปากนางแล้วทำได้

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าในบันทึกของราชสำนัก เขียนไว้ว่า ‘ฮองเฮาถึงแก่กรรม’ ตั้งแต่คืนที่ข้าถูกปลด!”

น้ำเสียงของนางปะปนทั้งโกรธและเจ็บจนบาดหัวใจ

“ข้าคือคนตายสำหรับแผ่นดินนี้มานานแล้ว แต่ในใจข้า… เจ้าไม่เคยตายเลยแม้แต่วันเดียว”

ฮ่องเต้นิ่งไปนานมาก ดวงตาของเขาร้อนผ่าว แต่ไม่ยอมกะพริบ ไม่ยอมหลั่งหยดน้ำตาแม้แต่หยดเดียว

“ท่าน… ยังคิดให้ข้าเรียกท่านว่า แม่ อยู่หรือไม่”

เจิ้งซูเฟยมองบุตรชายผู้สูงศักดิ์ แววตานางอ่อนลง รอยยิ้มบาง ๆ แตะที่มุมปาก แม้น้ำตาคลอเต็มเบ้า

“เจ้าเรียกหรือไม่ เรียกอย่างไรก็ได้…หรือจะไม่เรียกอะไรเลย แต่ข้ายังเป็นแม่เจ้าเสมอ”

บุตรผู้ถูกพรากจากมารดา มารดาผู้ถูกประณามว่าเป็นกบฏทั้งสองกลับมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้งในสถานะที่ไม่อาจเรียกกลับเป็นเหมือนเดิมได้ง่าย ๆ

หากแต่นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงความจริงที่ฝังลึก… และการคืนศักดิ์ศรีที่ถูกช่วงชิงไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาว

    บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาวในห้วงเวลาที่ความมืดค่อย ๆ เลือนหายหลายคนเกิดคำถามว่าทุกอย่างที่ดำเนินมาหลายต่อหลายวันเหตุใดจึงจบลงง่าย ๆ เพียงไม่กี่วัน ทุกอย่างกลับจบแล้วสามารถคุมตัวของอดีตไท่หวงไท่โฮว่ได้แต่นั่นไม่ได้แปลกอะไรเลย ฮ่องเต้ไม่ได้เพิ่งวางหมากไว้ตามจุดต่าง ๆ พระองค์จัดการเรื่องนี้พร้อมกับบิดาและมารดามานานหลายปีแล้ว แต่เพิ่งมาลงมือจริงจัง แม้ยามที่ยังไม่แน่ใจก็ไม่ได้ปล่อยให้เหล่าขุนนาง มิว่าจะฝั่งไหนหลุดรอดพ้นสายตา ไม่ใช่ติดตามเพื่อบังคับ แต่เพื่อจับตาว่าคนเหล่านั้นที่เป็นหูเป็นตาของเขาไม่ได้ทำผิดอันใด และเมื่อวางหมากเอาไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาก็แค่กินทีเดียว พลิกกลับทั้งกระดาน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ต้องขอบคุณข้อมูลสุดท้ายที่ทำให้ปิดจบทุกอย่างได้อย่างแนบเนียน พระนางไม่น่าเร่งร้อนรีบเตรียมกองกำลังเลย เพราะการทำเช่นนั้น มันร้ายแรงยิ่งกว่าสิ่งใด ขนาดข้อหาเกี่ยวพันการสิ้นพระชนของอดีตฮ่องเต้ แม้จะมีหลักฐาน แต่หลายคนก็ยังไม่เชื่อ แต่เพียงแต่ส่องสุ่มกำลังเท่านั้น ทุกคนเบนเข็มไปที่นาง และต่างชี้ว่าพระนางกระทำผิดอย่างชัดเจน คนที่ระวังตัวมาหลายสิบปี กลับต้องมาพลาดเพราะเรื่องง่าย ๆ แต่นั่นก็

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรม

    บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรมเสียงกระซิบคุยกันเบา ๆ คลายความเงียบลง ฮ่องเต้ทรงตั้งพระพักตร์อย่างหนักแน่น ทรงยืนอยู่เบื้องหน้าขุนนางและไท่หวงไท่โฮว่สายพระเนตรฉายแววความเด็ดขาดและความโศกเศร้าจนทุกคนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าพระองค์จะตรัสอะไร แต่เมื่อพระองค์เกริ่มเริ่มทุกคนก็รู้ว่าสิ่งที่ไท่หวงไท่โฮว่บ่ายเบี่ยงมาก่อนหน้านี้ไม่สามารถหลีกหนีได้อีกแล้ว ฮ่องเต้ถือราชโองการที่ตนเองออกไว้ในมือ ก่อนจะเอ่ยด้วยงพระสุรเสียงหนักแน่น“บัดนี้ความจริงปรากฏชัดผู้ที่เคยยืนอยู่เบื้องหลังความทุกข์ยากของราชวงศ์ผู้ที่ขับไล่เจิ้งซูเฟยออกจากวังและผู้ที่วางยาพิษฮ่องเต้พระองค์ก่อน… ก็คือไท่หวงไท่โฮว่แห่งราชวงศ์นี้”คำสรุปนี้มิใช่ไม่เคยกล่า แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ราชโองการนี้ถูกกล่าต่อหน้า ไท่หวงไท่โฮ่ว และที่เป็นเช่นนั้นได้ ก็เพราะเหล่าขุนนางที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับฮ่องเต้ ถูกจัดการเสียจนสิ้นระหว่างที่ไท่หวงไท่โฮ่วกำลังคิดจะเล่นแง่กับฮ่องเต้ และเจิ้นซูเฟยในพระราชวัง ตั้งแต่ได้ยินเรื่องราชโองการ การแสร้งยอมของฮ่องเต้ทำให้ไท่หวงไท่โฮ่วไม่ได้มีเวลาจะไปใส่ใจกับนอกพระราชวัง แต่กลับต้องเสียแรงเสียเวลากับทางนี้จนลืมท

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 49 แผนลับในเงามืด

    บทที่ 49 แผนลับในเงามืดฮ่องเต้และเจิ้งซูเฟยนั่งล้อมรอบโต๊ะเล็ก ๆ บนโต๊ะนั่นมี แผนผังราชสำนักและรายงานข่าวกรองวางอยู่เบื้องหน้าแสงเทียนส่องประกายบนพระพักตร์ของทั้งสองพวกขุนนางวงนอกพวกเขาสามารถจัดการได้อยู่หมัดแล้ว และก็โดนจับไปด้วยสาเหตุต่าง ๆ กันหลายคนแล้ว แต่ขุนนางใกล้ชิดและเหล่าอำนาจเก่าทั้งหลาย ไม่ใช่คนประเภทจัดการได้ง่าย ๆ คนเหล่านี้แม้มีความผิด แต่ก็ทำตัวเฉกเช่นเดียวกันกับที่ไท่หวงไท่โฮ่วทำคือแสร้างทำเป็นไม่รู้หรือไม่ยอมรับ แผนการใหม่จึงต้องบุกไปถึงแหล่ง แม้ว่านั่นจะอันตราย แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในเมื่อไม่ยอมรับความผิดก็จับให้ได้คาหนังคาเขา เพราะหากไม่ตัดแข่งขาของไท่หวงไท่โฮว่ก็ไมมีวันที่จะพานางลงมาจากอำนาจที่นางถืออยู่ได้ เพราะบุญคุณต่างตอบแทน สิ่งที่นางทำให้เหล่าขุนนางพวกนั้น มีค่ามิใช่น้อย และพวกเขาก็ตอบแทนด้วยการภักดี และคอยช่วยเหลือดูแลนาง แต่เมื่อโค่นองครักษ์ ลำพัง สตรีในราชวังที่ไร้พิษสงก็คงจัดการได้ไม่ยากฮ่องเต้วางพระหัตถ์บนแผนผัง“เราต้องเปิดโปงกลุ่มขุนนางที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลังไท่หวงไท่โฮว่ให้ได้ไม่เช่นนั้น แผ่นดินจะถูกบ่อนทำลายจากภายใน”เจิ้งซูเฟยจ้องมองอ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรง

    บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรงเสียงซุบซิบในท้องพระโรงเงียบลง เมื่อการปะทะเมื่อครู่สิ้นสุดทุกสายตาจับจ้องไปที่เจิ้งซูเฟยและไท่หวงไท่โฮว่ ที่เดินจากไปบรรยากาศเต็มไปด้วยแรงกดดันและความคาดหวัง กับคนทั้งสอง ไม่ว่าจะจากฝั่งไหน ก็ล้วนอยากให้คนของตนชนะคนจากอีกฝ่าย เจิ้งซูเฟยเอ่ยน้ำเสียงแหลมและดังพอให้คนที่เพิ่งเดินออกไปได้ยิน“หากความจริงถูกปิดบัง จะมีใครเหลือที่ยืนอยู่ในแผ่นดินนี้อีกเล่า ข้าจะไม่ยอมให้ความยุติธรรมถูกกลบฝังด้วยเงื้อมมือของอำนาจ!” เจิ้งซูเฟยพูดแม้จะรู้ว่าคำนั้นคงไม่อาจจะถึงคนที่เพิ่งเดินออกไปแล้ว เพราะก่อนหน้าพระนางก็นิ่งเฉย แต่คำพูดเหล่านั้นมันกลับติดอยู่ในใจของเหล่าขุนนาง ไท่หวงไท่โฮว่ที่เดินยังไม่พ้นโถงกลับได้ยินทุกคน พระนาง หันกลับมาตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่แฝงด้วยแรงอาฆาต“เจ้าคิดว่าการกลับมาของเจ้า จะทำให้ราชวงศ์สงบสุขได้จริงหรือ หรือเป็นเพียงการบ่อนทำลายความมั่นคงที่เราสร้างมาเป็นเวลานาน ความยุติธรรม และความจริงที่เจ้าเรียกหา ทำเพื่อชาวประชาจริงหรือ หรือเพียงแค่อยากแสดงบทคนดีเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้ได้ล้างมลทินที่เจ้าเป็นคนก่อเอง ”“ข้าเป็นคนก่อหรื

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์

    บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์ฮ่องเต้ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์ การพบเจอกับไท่หวงไท่โฮ่ว ทำให้เขาคิดอะไรได้บางอย่า งแต่มันไม่ใช่การอ่อนข้อหรือยอมแพ้ เขาแค่ไม่เข้าใจ จนถึงตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่เข้าใจว่าตนเองผิดอะไร แสงเทียนสาดส่องเงาอันนุ่มนวลบนพระพักตร์ ที่หมองเพราะความรู้สึกที่สับสน เสียงฝีเท้าของเจิ้งซูเฟยดังขึ้นอย่างเบา ๆ อีกฝ่ายขยับมายืนใกล้กับชายที่ครุ่นคิด ก่อนเจิ้งซูเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงความหมาย“ฝ่าบาท… แผนการทุกอย่างแม้จะซับซ้อนเพียงใด ก็ไม่อาจปิดบังความจริงในใจของเราได้ หากพระองค์ยังไม่พร้อม ”ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรอย่างลึกซึ้ง“เจิ้งซูเฟย… ความจริงบางอย่างอาจหนักหน่วงเกินกว่าจะรับไว้ได้โดยง่าย แต่เมื่ออยู่ตรงนี้ข้าต้องรับเอาไว้ให้ได้ทุกอย่าง ไม่ต้องห่วง เราไม่ได้เป็นอะไร ทุกอย่างยังเหมือนเดิม”เจิ้งซูเฟยก้าวเข้ามาใกล้“ข้าเข้าใจ… แต่ถ้าไม่เริ่มต้นวันนี้ เราจะไม่มีวันก้าวผ่านเงามืดนั้นได้เลย”“ข้าไม่ได้อยากรอ เพียงอยากให้เวลาขยับเร็วขึ้นอีกนิด เพราะสุดท้ายแล้ว ข้าเองก็อยากเห็นผลของมันพอ ๆ กับที่อยากจะรู้ว่ามันจะจบเมื่อใด” ไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่กับขุนนางคนสนิ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืด

    บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืดไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์พระพักตร์เรียบเฉยแต่สา พระเนตรแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ พระนางทรงส่งสัญญาณให้ขันทีและขุนนางที่ไว้ใจเข้าพบแม้รู้ว่านางกำลังถูกต้อนจนจนมุมแล้ว แต่คนเช่นนางไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ และนางจะไม่แพ้ ตรามใดที่ยังหายใจ นางจะไม่ยอมให้ใครเป็นคนกำหนดสิ่งที่นางคาดและคิดเอาไว้แล้ว ไท่หวงไท่โฮว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา และในแววตาก็แอบ ตัดพ้อ“แม้ฮ่องเต้จะไม่อยู่ฝ่ายพวกเรา แต่หมากการะดานนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เจิ้งซูเฟยคิดว่าตนจะชนะ แต่ข้าจะใช้ทุกวิถีทาง เพื่อให้บัลลังก์ยังคงเป็นของข้าและผู้ที่ข้าเลือก” นางไม่เคยแต่งงานเพื่อความรัก และก็ไม่เคยมีชีวิตอยู่เพื่อความรัก ทุกสิ่งอย่างที่นางทำถูกกำหนดความคำที่นางบัญญัติขึ้นเพื่อความพอใจของนางเอง ทุกอย่างจะต้องเหมาะสมในสายตานาง และตอนนี้ฝ่าบาทที่เชื่อฟังแต่สตรีผู้นั้นก็ไม่เหมาะสมกับบัลลังก์เลยแม้แต่น้อยขันทีคนสนิทรับคำสั่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความระแวดระวังเจิ้งซูเฟยนั่งกับขุนนางใกล้ชิดพวกเขากำลังวางแผนรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากฝ่ายไท่หวงไท่โฮว่เจิ้งซูเฟยมองไปยังเอกสารในมือ“ข้าจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status