مشاركة

บทที่ 2 มารดา

مؤلف: moonlight -mini
last update تاريخ النشر: 2025-11-15 20:12:25

บทที่ 2 มารดา

ห้องทรงพระอักษรเงียบสงัด ราวกับแม้เสียงลมหายใจก็เป็นสิ่งต้องห้าม

ชายหนุ่มในชุดมังกรสีดำทองนั่งหลังตรงบนบัลลังก์ประจำราชสำนัก ดวงเนตรเรียบนิ่งของเขาแน่วนิ่งมองประตูไม้จันทน์บานใหญ่เบื้องหน้า

“เปิด”

เสียงรับสั่งเพียงหนึ่งคำ ประตูบานนั้นจึงเปิดออกอย่างช้า ๆ เผยร่างของสตรีในชุดผ้าหยาบผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงธรณี

เขามองนาง… นิ่งนาน

ไม่มีถ้อยคำ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีแม้แววไหวใด ๆ บนใบหน้า

เจิ้งซูเฟยก้าวเข้าสู่ห้องทรงอักษร ช้าและสง่า แม้จะไร้เครื่องทรงหรูหรา

นางมองเขา… ด้วยดวงตาเปี่ยมด้วยบางสิ่งที่ยากจะอธิบาย

“เจ้าสูงขึ้นมาก” เสียงของนางแผ่วเบา “…คล้ายบิดาเจ้ายิ่งนัก เมื่ออยู่ในวัยเดียวกัน”

ฮ่องเต้ไม่ตอบ ไม่แม้แต่ขยับเปลือกตาเขายังจำถ้อยคำนั้นได้ จำกลิ่นหอมจากอกอุ่น ๆ ที่เคยซบในวัยเยาว์ แต่วันนี้ เขาไม่อาจแสดงความอ่อนแอได้

“ท่านมาด้วยฐานะใด” พระองค์ถามเสียงเรียบ

“ฐานะมารดาของเจ้า” นางตอบทันที

พระองค์หัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างไม่อาจกลั้น

“มารดา มารดาที่ทิ้งโอรสไว้ในวังกับคำใส่ร้ายว่าปองพระชนม์ฮ่องเต้”

“ข้าถูกใส่ร้าย” เสียงของนางยังคงมั่นคง ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย “แต่เจ้าคงรู้ดีอยู่แล้ว… มิใช่หรือ”

ฮ่องเต้เงียบไป ในดวงตาคมคู่นั้นมีบางสิ่งไหววูบ… ความลังเล หรือความเจ็บปวด

“ตอนข้าแปดขวบ… ข้าเฝ้ารอให้ท่านกลับมาอธิบาย เสด็จพ่อตรัสกับข้าว่าให้อภัยท่านแล้ว” เขากล่าวเสียงต่ำ “แต่ท่านก็ไม่กลับมา ข้ารอ… รอจนข้าต้องลุกขึ้นเอง ต้องแข็งแกร่ง ต้องสาบานต่อหน้าวิญญาณเสด็จพ่อว่าจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้ใดทำให้ข้า ‘ไร้แม่’ ได้อีก…”

เจิ้งซูเฟยยืนนิ่ง ดวงตาคู่งามฉายแววปวดร้าว

“ข้าไม่เคยทิ้งเจ้า…”

เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยเป็นครั้งแรก “แต่ข้าถูกลากออกจากตำหนักต่อหน้าต่อตาเจ้า ข้าไม่มีแม้โอกาสจะได้เอ่ยคำลา ตอนนั่นเสด็จพ่อของเจ้าไม่อาจทำสิ่งใดเพื่อช่วยเหลือข้าได้ ทำได้เพียงขอลมหายใจของข้าไว้ ขังข้าไว้ที่อารามบนเขา”

“แต่ท่านก็อยู่เฉยถึงสิบห้าปี”

เสียงของเขาแหลมคมขึ้น

“ไม่มีจดหมาย ไม่มีเงา ไม่มีแม้กระทั่งข่าวคราว คนเป็นแม่คนใดปล่อยลูกให้เติบโตในวังที่เต็มไปด้วยพิษภัย โดยไม่แม้แต่หันกลับมามอง”

เพียะ!

เสียงฝ่ามือของเจิ้งซูเฟยฟาดลงกับอกตนเอง

“เพราะหากข้ากลับมาเร็วกว่านี้ เจ้าจะไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้น!” นิ้วเรียวชี้ไปยังบัลลังก์มังกร “ตอนนั้นข้าไม่มีสิทธิ์กลับมา… ไม่มีแม้แต่ชื่อ! เพียงแค่ก้าวลงเขาก็อาจสิ้นลมหายใจตรงนั้น หากเสด็จพ่อของเจ้าบอกว่าให้อภัยข้าจริง เหตุใดไม่ส่งคนไปรับข้า ก็ไม่เพราะเขาหรอกหรือที่ขังข้าไว้บนนั้น สั่งทหารองครักษ์คุมเข้มไม่ให้มีผู้ใดก้าวขึ้นไปบนนั้นแม้แต่คนเดียว”

ริมฝีปากโค้งเป็นรอยยิ้มขมก็ดีเหมือนกัน… อย่างน้อยมันก็ทำให้มารดาผู้เป็นที่รักยิ่งของเขาไม่ได้ส่งนักฆ่ามาจัดการนางได้ง่าย ๆ ต้องขอบคุณเขาสินะ หากเขาไม่ตาย บุตรชายของนางคงไม่มีโอกาสได้ขึ้นนั่งตรงนี้… และต้องขอบคุณเขาอีก ที่ยังทำตามสัญญาเพียงข้อเดียวส่งมอบบัลลังก์ให้บุตรชายของนาง อย่างน้อย ๆ ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เขารับปากนางแล้วทำได้

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าในบันทึกของราชสำนัก เขียนไว้ว่า ‘ฮองเฮาถึงแก่กรรม’ ตั้งแต่คืนที่ข้าถูกปลด!”

น้ำเสียงของนางปะปนทั้งโกรธและเจ็บจนบาดหัวใจ

“ข้าคือคนตายสำหรับแผ่นดินนี้มานานแล้ว แต่ในใจข้า… เจ้าไม่เคยตายเลยแม้แต่วันเดียว”

ฮ่องเต้นิ่งไปนานมาก ดวงตาของเขาร้อนผ่าว แต่ไม่ยอมกะพริบ ไม่ยอมหลั่งหยดน้ำตาแม้แต่หยดเดียว

“ท่าน… ยังคิดให้ข้าเรียกท่านว่า แม่ อยู่หรือไม่”

เจิ้งซูเฟยมองบุตรชายผู้สูงศักดิ์ แววตานางอ่อนลง รอยยิ้มบาง ๆ แตะที่มุมปาก แม้น้ำตาคลอเต็มเบ้า

“เจ้าเรียกหรือไม่ เรียกอย่างไรก็ได้…หรือจะไม่เรียกอะไรเลย แต่ข้ายังเป็นแม่เจ้าเสมอ”

บุตรผู้ถูกพรากจากมารดา มารดาผู้ถูกประณามว่าเป็นกบฏทั้งสองกลับมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้งในสถานะที่ไม่อาจเรียกกลับเป็นเหมือนเดิมได้ง่าย ๆ

หากแต่นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงความจริงที่ฝังลึก… และการคืนศักดิ์ศรีที่ถูกช่วงชิงไป

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาว

    บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาวในห้วงเวลาที่ความมืดค่อย ๆ เลือนหายหลายคนเกิดคำถามว่าทุกอย่างที่ดำเนินมาหลายต่อหลายวันเหตุใดจึงจบลงง่าย ๆ เพียงไม่กี่วัน ทุกอย่างกลับจบแล้วสามารถคุมตัวของอดีตไท่หวงไท่โฮว่ได้แต่นั่นไม่ได้แปลกอะไรเลย ฮ่องเต้ไม่ได้เพิ่งวางหมากไว้ตามจุดต่าง ๆ พระองค์จัดการเรื่องนี้พร้อมกับบิดาและมารดามานานหลายปีแล้ว แต่เพิ่งมาลงมือจริงจัง แม้ยามที่ยังไม่แน่ใจก็ไม่ได้ปล่อยให้เหล่าขุนนาง มิว่าจะฝั่งไหนหลุดรอดพ้นสายตา ไม่ใช่ติดตามเพื่อบังคับ แต่เพื่อจับตาว่าคนเหล่านั้นที่เป็นหูเป็นตาของเขาไม่ได้ทำผิดอันใด และเมื่อวางหมากเอาไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาก็แค่กินทีเดียว พลิกกลับทั้งกระดาน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ต้องขอบคุณข้อมูลสุดท้ายที่ทำให้ปิดจบทุกอย่างได้อย่างแนบเนียน พระนางไม่น่าเร่งร้อนรีบเตรียมกองกำลังเลย เพราะการทำเช่นนั้น มันร้ายแรงยิ่งกว่าสิ่งใด ขนาดข้อหาเกี่ยวพันการสิ้นพระชนของอดีตฮ่องเต้ แม้จะมีหลักฐาน แต่หลายคนก็ยังไม่เชื่อ แต่เพียงแต่ส่องสุ่มกำลังเท่านั้น ทุกคนเบนเข็มไปที่นาง และต่างชี้ว่าพระนางกระทำผิดอย่างชัดเจน คนที่ระวังตัวมาหลายสิบปี กลับต้องมาพลาดเพราะเรื่องง่าย ๆ แต่นั่นก็

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรม

    บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรมเสียงกระซิบคุยกันเบา ๆ คลายความเงียบลง ฮ่องเต้ทรงตั้งพระพักตร์อย่างหนักแน่น ทรงยืนอยู่เบื้องหน้าขุนนางและไท่หวงไท่โฮว่สายพระเนตรฉายแววความเด็ดขาดและความโศกเศร้าจนทุกคนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าพระองค์จะตรัสอะไร แต่เมื่อพระองค์เกริ่มเริ่มทุกคนก็รู้ว่าสิ่งที่ไท่หวงไท่โฮว่บ่ายเบี่ยงมาก่อนหน้านี้ไม่สามารถหลีกหนีได้อีกแล้ว ฮ่องเต้ถือราชโองการที่ตนเองออกไว้ในมือ ก่อนจะเอ่ยด้วยงพระสุรเสียงหนักแน่น“บัดนี้ความจริงปรากฏชัดผู้ที่เคยยืนอยู่เบื้องหลังความทุกข์ยากของราชวงศ์ผู้ที่ขับไล่เจิ้งซูเฟยออกจากวังและผู้ที่วางยาพิษฮ่องเต้พระองค์ก่อน… ก็คือไท่หวงไท่โฮว่แห่งราชวงศ์นี้”คำสรุปนี้มิใช่ไม่เคยกล่า แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ราชโองการนี้ถูกกล่าต่อหน้า ไท่หวงไท่โฮ่ว และที่เป็นเช่นนั้นได้ ก็เพราะเหล่าขุนนางที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับฮ่องเต้ ถูกจัดการเสียจนสิ้นระหว่างที่ไท่หวงไท่โฮ่วกำลังคิดจะเล่นแง่กับฮ่องเต้ และเจิ้นซูเฟยในพระราชวัง ตั้งแต่ได้ยินเรื่องราชโองการ การแสร้งยอมของฮ่องเต้ทำให้ไท่หวงไท่โฮ่วไม่ได้มีเวลาจะไปใส่ใจกับนอกพระราชวัง แต่กลับต้องเสียแรงเสียเวลากับทางนี้จนลืมท

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 49 แผนลับในเงามืด

    บทที่ 49 แผนลับในเงามืดฮ่องเต้และเจิ้งซูเฟยนั่งล้อมรอบโต๊ะเล็ก ๆ บนโต๊ะนั่นมี แผนผังราชสำนักและรายงานข่าวกรองวางอยู่เบื้องหน้าแสงเทียนส่องประกายบนพระพักตร์ของทั้งสองพวกขุนนางวงนอกพวกเขาสามารถจัดการได้อยู่หมัดแล้ว และก็โดนจับไปด้วยสาเหตุต่าง ๆ กันหลายคนแล้ว แต่ขุนนางใกล้ชิดและเหล่าอำนาจเก่าทั้งหลาย ไม่ใช่คนประเภทจัดการได้ง่าย ๆ คนเหล่านี้แม้มีความผิด แต่ก็ทำตัวเฉกเช่นเดียวกันกับที่ไท่หวงไท่โฮ่วทำคือแสร้างทำเป็นไม่รู้หรือไม่ยอมรับ แผนการใหม่จึงต้องบุกไปถึงแหล่ง แม้ว่านั่นจะอันตราย แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในเมื่อไม่ยอมรับความผิดก็จับให้ได้คาหนังคาเขา เพราะหากไม่ตัดแข่งขาของไท่หวงไท่โฮว่ก็ไมมีวันที่จะพานางลงมาจากอำนาจที่นางถืออยู่ได้ เพราะบุญคุณต่างตอบแทน สิ่งที่นางทำให้เหล่าขุนนางพวกนั้น มีค่ามิใช่น้อย และพวกเขาก็ตอบแทนด้วยการภักดี และคอยช่วยเหลือดูแลนาง แต่เมื่อโค่นองครักษ์ ลำพัง สตรีในราชวังที่ไร้พิษสงก็คงจัดการได้ไม่ยากฮ่องเต้วางพระหัตถ์บนแผนผัง“เราต้องเปิดโปงกลุ่มขุนนางที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลังไท่หวงไท่โฮว่ให้ได้ไม่เช่นนั้น แผ่นดินจะถูกบ่อนทำลายจากภายใน”เจิ้งซูเฟยจ้องมองอ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรง

    บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรงเสียงซุบซิบในท้องพระโรงเงียบลง เมื่อการปะทะเมื่อครู่สิ้นสุดทุกสายตาจับจ้องไปที่เจิ้งซูเฟยและไท่หวงไท่โฮว่ ที่เดินจากไปบรรยากาศเต็มไปด้วยแรงกดดันและความคาดหวัง กับคนทั้งสอง ไม่ว่าจะจากฝั่งไหน ก็ล้วนอยากให้คนของตนชนะคนจากอีกฝ่าย เจิ้งซูเฟยเอ่ยน้ำเสียงแหลมและดังพอให้คนที่เพิ่งเดินออกไปได้ยิน“หากความจริงถูกปิดบัง จะมีใครเหลือที่ยืนอยู่ในแผ่นดินนี้อีกเล่า ข้าจะไม่ยอมให้ความยุติธรรมถูกกลบฝังด้วยเงื้อมมือของอำนาจ!” เจิ้งซูเฟยพูดแม้จะรู้ว่าคำนั้นคงไม่อาจจะถึงคนที่เพิ่งเดินออกไปแล้ว เพราะก่อนหน้าพระนางก็นิ่งเฉย แต่คำพูดเหล่านั้นมันกลับติดอยู่ในใจของเหล่าขุนนาง ไท่หวงไท่โฮว่ที่เดินยังไม่พ้นโถงกลับได้ยินทุกคน พระนาง หันกลับมาตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่แฝงด้วยแรงอาฆาต“เจ้าคิดว่าการกลับมาของเจ้า จะทำให้ราชวงศ์สงบสุขได้จริงหรือ หรือเป็นเพียงการบ่อนทำลายความมั่นคงที่เราสร้างมาเป็นเวลานาน ความยุติธรรม และความจริงที่เจ้าเรียกหา ทำเพื่อชาวประชาจริงหรือ หรือเพียงแค่อยากแสดงบทคนดีเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้ได้ล้างมลทินที่เจ้าเป็นคนก่อเอง ”“ข้าเป็นคนก่อหรื

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์

    บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์ฮ่องเต้ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์ การพบเจอกับไท่หวงไท่โฮ่ว ทำให้เขาคิดอะไรได้บางอย่า งแต่มันไม่ใช่การอ่อนข้อหรือยอมแพ้ เขาแค่ไม่เข้าใจ จนถึงตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่เข้าใจว่าตนเองผิดอะไร แสงเทียนสาดส่องเงาอันนุ่มนวลบนพระพักตร์ ที่หมองเพราะความรู้สึกที่สับสน เสียงฝีเท้าของเจิ้งซูเฟยดังขึ้นอย่างเบา ๆ อีกฝ่ายขยับมายืนใกล้กับชายที่ครุ่นคิด ก่อนเจิ้งซูเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงความหมาย“ฝ่าบาท… แผนการทุกอย่างแม้จะซับซ้อนเพียงใด ก็ไม่อาจปิดบังความจริงในใจของเราได้ หากพระองค์ยังไม่พร้อม ”ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรอย่างลึกซึ้ง“เจิ้งซูเฟย… ความจริงบางอย่างอาจหนักหน่วงเกินกว่าจะรับไว้ได้โดยง่าย แต่เมื่ออยู่ตรงนี้ข้าต้องรับเอาไว้ให้ได้ทุกอย่าง ไม่ต้องห่วง เราไม่ได้เป็นอะไร ทุกอย่างยังเหมือนเดิม”เจิ้งซูเฟยก้าวเข้ามาใกล้“ข้าเข้าใจ… แต่ถ้าไม่เริ่มต้นวันนี้ เราจะไม่มีวันก้าวผ่านเงามืดนั้นได้เลย”“ข้าไม่ได้อยากรอ เพียงอยากให้เวลาขยับเร็วขึ้นอีกนิด เพราะสุดท้ายแล้ว ข้าเองก็อยากเห็นผลของมันพอ ๆ กับที่อยากจะรู้ว่ามันจะจบเมื่อใด” ไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่กับขุนนางคนสนิ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืด

    บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืดไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์พระพักตร์เรียบเฉยแต่สา พระเนตรแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ พระนางทรงส่งสัญญาณให้ขันทีและขุนนางที่ไว้ใจเข้าพบแม้รู้ว่านางกำลังถูกต้อนจนจนมุมแล้ว แต่คนเช่นนางไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ และนางจะไม่แพ้ ตรามใดที่ยังหายใจ นางจะไม่ยอมให้ใครเป็นคนกำหนดสิ่งที่นางคาดและคิดเอาไว้แล้ว ไท่หวงไท่โฮว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา และในแววตาก็แอบ ตัดพ้อ“แม้ฮ่องเต้จะไม่อยู่ฝ่ายพวกเรา แต่หมากการะดานนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เจิ้งซูเฟยคิดว่าตนจะชนะ แต่ข้าจะใช้ทุกวิถีทาง เพื่อให้บัลลังก์ยังคงเป็นของข้าและผู้ที่ข้าเลือก” นางไม่เคยแต่งงานเพื่อความรัก และก็ไม่เคยมีชีวิตอยู่เพื่อความรัก ทุกสิ่งอย่างที่นางทำถูกกำหนดความคำที่นางบัญญัติขึ้นเพื่อความพอใจของนางเอง ทุกอย่างจะต้องเหมาะสมในสายตานาง และตอนนี้ฝ่าบาทที่เชื่อฟังแต่สตรีผู้นั้นก็ไม่เหมาะสมกับบัลลังก์เลยแม้แต่น้อยขันทีคนสนิทรับคำสั่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความระแวดระวังเจิ้งซูเฟยนั่งกับขุนนางใกล้ชิดพวกเขากำลังวางแผนรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากฝ่ายไท่หวงไท่โฮว่เจิ้งซูเฟยมองไปยังเอกสารในมือ“ข้าจ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 9 กลอนหนึ่งบท เปลี่ยนใจหนึ่งดวง

    บทที่ 9 กลอนหนึ่งบท เปลี่ยนใจหนึ่งดวงลมค่ำพัดกรูเบา ๆ ผ่านระแนงหน้าต่างของตำหนักเฉียนหลง แม้ในยามนี้เมืองหลวงจะหลับใหลแล้วแต่ภายในห้องทรงพระอักษรกลับยังมีแสงเทียนที่มิยอมดับฮ่องเต้นั่งพิงโต๊ะ หัตถ์ข้างหนึ่งถือกระดาษบางเบาที่ขุนนางคนสนิทเพิ่งนำมาทูล อีกข้างหนึ่งวางอยู่เหนืออักษรประโยคสุดท้าย …คล้

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 8 กล่องไม้กลิ่นความหลัง

    บทที่ 8 กล่องไม้กลิ่นความหลังกลางวันแสงแดดสาดทอลงบนลานหินหน้าตำหนักเฉินหลงขันทีผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างเงียบงัน พร้อมกล่องไม้เล็ก ๆ ที่ปิดผนึกไว้แน่นหนากล่าวเพียงสั้น ๆ ก่อนก้มศีรษะลึก“กระหม่อมพบกล่องนี้ในห้องเก็บของด้านหลังวังตะวันออก เป็นคำสั่งให้ทำลายของตกค้างตั้งแต่รัชกาลก่อนพ่ะย่ะค่ะ…แต่กระ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 11 เสียงจากเงามืดในอดีต

    บทที่ 11 เสียงจากเงามืดในอดีตตำหนักชั้นนอกซึ่งเคยใช้เป็นที่พักของขันทีเกษียณ อากาศอบอ้าวปนกลิ่นยาและไม้เก่า ฮ่องเต้เสด็จเงียบ ๆ ท่ามกลางแสงยามสายอ่อน ๆ เพียงองค์เดียว มิได้ให้ราชองค์รักษ์ติดตามมาแม้แต่คนเดียว“เขายังมีชีวิตหรือ ”พระสุรเสียงนั้นแม้เบา แต่เปี่ยมด้วยแรงกดดันขุนนางคนสนิทก้มหน้ารับคำ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 10 กลอนเดิมที่ขยับไปนิดเดียว

    บทที่ 10 กลอนเดิมที่ขยับไปนิดเดียวรุ่งเช้าในตำหนักใหญ่ แสงแดดอ่อนส่องผ่านม่านแพรบาง ลูบไล้ผิวพระพักตร์ที่ยังไม่ทรงลืมเนตรฮ่องเต้พลิกพระวรกายขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนสายพระเนตรจะทอดลงยังข้างเตียงจุดเดิมที่ทรงวางกลอนนั้นไว้เมื่อคืนกระดาษแผ่นบางยังอยู่ไม่มีรอยขาด ไม่มีรอยเปื้อนแต่…มันขยับไปเล็กน้อย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status