INICIAR SESIÓNเธอถูกแม่เลี้ยงกับคนรักรวมหัวกันทรยศจนถึงแก่ความตายกลับทะลุมิติมาอยู่ในร่างของนางร้ายชะตาอาภัพที่ควรเป็นนางเอกมากกว่าจะตายอย่างอนาถ
Ver másบ้านที่เต็มไปด้วยความสงบสุขจบลง เมื่อแม่เลี้ยงของชิดตะวันได้พาโจรเข้ามาปล้นในบ้านของเธอ
‘ฟังไม่ผิดแม่เลี้ยงของเธอวางแผนปล้นบ้าน’
และคนที่เข้ามาปล้นไม่ใช่ใครอื่นไกล
เนื่องจากเธอได้รับมรดกทุกบาททุกสตางค์จากพ่อที่เพิ่งตายด้วยโรคหัวใจ และเธอยังสงสัยการตายที่รวดเร็วจนเกินไปของพ่อจนนำยาที่คาดว่าจะมีปัญหาไปให้คนรักอย่างหมอก้องตรวจหาสารผิดปกติ
ใครจะไปคาด! คนที่เธอไว้ใจอย่างหมอก้องจะหักหลังเธอไม่พอ ยังเล่นชู้กับแม่เลี้ยงของเธอตอนที่พ่อของเธอยังไม่ตาย เท่านี้การได้รับรู้เรื่องราวคาว ๆ ของแฟนหนุ่มหมอที่โลภอยากได้เงินไปสร้างโรงพยาบาล กับแม่เลี้ยงตัวร้ายที่ทำตัวแสนดี แต่ที่จริงทั้งคู่ไม่ต่างจากมิจฉาชีพ
แต่ขณะที่กำลังต่อสู้กับคนร้าย ‘อย่างแฟนของเธอ’ เขากลับชักปืนมายิงเธอที่ท้องอย่างเลือดเย็น
‘จบสิ้นแล้วเหรอ?!’ เธอถามตัวเองขณะยังเหลือสติอันน้อยนิดในบ้านมูลค่ากว่าสามร้อยล้านที่เป็นสมบัติของตัวเอง
โดนหักหลังจากคนรัก ทั้งแม่เลี้ยงที่เคยแสนดีกลับร้ายเกินจินตนาการได้ และเธอต้องตายอย่างอนาถ
‘เกิดใหม่ ขอเธออย่าได้มีคนรักเช่นหมอก้องอีกเลย’
ใครจะคาดคำอธิษฐานของชิดตะวันจะเป็นจริง พรุ่งนี้ในชาตินี้ไม่มีอีกแล้ว แต่ชาติหน้าของชิดตะวันรวดเร็วเพียงแค่กะพริบตา เมื่อเธอทะลุมิติมาในร่างของตัวประกอบอย่าง ‘ฟู่อินเหยา’ ตัวประกอบในนิยายจีนที่เธออ่านจบแล้วแต่ไม่เห็นด้วยกับนักเขียน ที่ตัวประกอบอย่างฟู่อินเหยาจะมีจุดจบที่น่าอนาถเช่นนี้
นางท้องกับพระเอกของเรื่อง ที่น่าจะมอบบทตัวร้ายอย่าง ‘เหลียงจื่อเพ่ย’ แต่กลับถูกขังจนแท้งลูกและตายไปไร้คนเหลียวแลจนเนื้อหนังแห้งติดกระดูก
แต่พระเอกกลับสมรักกับ ‘ฟู่หลิงหยวน’ น้องสาวต่างมารดาของนางที่กำเนิดจากอนุในจวน และรับบทเป็นนางเอก
ไอ้บัดซบเวรตะไลเอ้ย!
ตัวประกอบอย่างนางไม่มีสิทธิ์เลือกหรือไง
เมื่อการเอาชนะนางเอกในนิยายคือหายนะของตัวประกอบ สตรีอย่างฟู่อินเหยา ก็จะเลิกเขลาตั้งแต่บัดนี้ เพื่อให้ได้อยู่กับมารดาที่งดงามราวนางเซียนอย่างสงบ โดยไร้บิดาหูเบาทั้งโง่เขลาอย่าง ฟู่ลีหยวน
เดิมพันครั้งนี้นางจะเปลี่ยนใจมารดาแสนดี เป็นสตรีตัวร้ายกาจจนตระกูลฟู่ต้องจดจำขึ้นใจไปจนตายเชียวล่ะ!
..........................................................................................................................................................................................................................
ชิดตะวัน ไฮโซสาวผู้เกิดมาบนกองเงินกองทอง มีรถหรูให้ขับ ได้เรียนจบสูง มีตำแหน่งสูงสุดบริษัท CTT รออยู่มีคนเคารพและเป็นที่นับหน้าถือตา แต่ด้านความรักและครอบครัวของเธอพังทลายสิ้นดี
เมื่อคุณพ่อที่แสนดีของเธอสิ้นชีวิตในเวลาอันสั้นเสียเธอใจหาย กับความคลางแคลงใจเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตที่น่าผิดปกติ ทั้งที่คุณหมอด้านโรคหัวใจได้เคยบอกว่าโรคของคุณพ่อเป็นเพียงเริ่มต้น ไม่มีอันตรายถึงชีวิต เพียงแค่กินยาตามเวลากับออกกำลังกายสม่ำเสมอ สุขภาพก็จะดีขึ้นตามลำดับ
คนอย่างคุณพ่อของชิดตะวันที่หันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง เพื่ออยู่รอวันที่ลูกสาวประสบความสำเร็จ กลับเสียชีวิตหลังรักษาตัวได้เพียงหกเดือน
ใช่หกเดือนที่แม่เลี้ยงของเธอดูแลจัดยาให้กินตามเวลา ทั้งปรุงอาหารสุขภาพให้กินตลอดทุกมื้อ นั่นจึงเป็นที่มาในความสงสัยทั้งหมดของเธอ
แต่ในวันที่เธอเลือกไว้ใจคนรักที่คบกันมาได้สี่ปี ตั้งแต่เขายังเรียนไม่จบแพทย์ จนบัดนี้จบเป็นคุณหมอไฟแรงและเก่งกาจคนหนึ่ง นั่นคือจุดพลิกผันในชีวิตของชิดตะวัน
จู่ ๆ เขาก็เครียดลงเมื่อเธอเอายาของคุณพ่อมาให้เขาตรวจหาสารผิดปกติ
เขาทั้งชักสีหน้าและคล้ายไม่พอใจเธอ ความโกรธจัดในแววตาของเขา ทำให้เธอคิดเอาเองว่าหากยานี้ผิดปกติจริง เขาจะทวงความยุติธรรมให้เธอ และเธอขอให้เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
‘คุณอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับแม่เลี้ยงของฉันนะคะ’
แฟนหนุ่มของเธอพยักหน้า สีหน้าเขาดูไม่ค่อยดีทั้งขยับเข้ามากระซิบข้างใบหูของเธอ
“คุณกลับไปรอที่บ้านไม่ต้องเป็นห่วง ที่เหลือผมจัดการเอง”
‘ใช่เขาจัดการเองทุกอย่าง...กระทั่งฆ่าเธออย่างเลือดเย็น’
ในคืนที่เธออยู่ที่บ้านลำพัง คนที่สวมชุดดำทั้งตัวทั้งปิดหน้าปิดตาทั้งหมดกระโจนเข้าหาเธอในห้องรับแขก ขณะที่เธออ่านหนังสืออยู่ในนั้น
“อื้อ...” เธอดิ้นรนสุดชีวิต ต้องการให้หลุดจากการเกาะกุมตัวของเธอ แต่เมื่อจมูกของเธอได้สูดเอากลิ่นของผู้ชายคนนี้ กลับทำเธอประหลาดใจ
“หมอก้อง” เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว จนอีกฝ่ายที่จับเธอไว้เอามือไขว้หลังจับกระชับพร้อมกับส่งเสียงเยาะหยันในลำคอ
“เก่งดีนี่” เขาดึงผ้าปิดหน้าสีดำลง มองเธอในความมืด แต่แสงไฟจากสนามหน้าบ้านส่องมาทำให้เธอเห็นดวงตาโหดเหี้ยมของเขา มันเป็นดวงตาที่เธอเหมือนไม่รู้จักเขามาก่อน
เครื่องปรับอากาศในห้องรับแขกนั้นเย็นฉ่ำ แต่ทำให้เธอมีเหงื่อผุดตามกรอบหน้ากับการกระทำของแฟนหนุ่ม แต่ทว่าที่ประหลาดมหัศจรรย์กว่าที่คาดก็คือไฟในห้องรับแขกสว่างขึ้น พร้อมกับผู้หญิงที่เธอเคยไว้ใจ แต่บัดนี้กำลังสงสัยบางอย่าง ยืนยิ้มเยือกเย็นอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเงินสดถุงใหญ่ในเซฟ กับทองคำอีกหลายกล่อง
“มันรู้แล้วก็ปิดปากมันซะ เสียเวลา”
น้ำเสียงสั่งอย่างเลือดเย็นของแม่เลี้ยงที่เคยแสนดี ทำให้เธอตกตะลึง
‘พวกเขาร่วมมือกันมาปล้นบ้านเธอ!’
“ก็ดีผมก็ขี้เกียจแสดงว่าชอบเธอแล้วเหมือนกัน”
‘แสดง!’
เสียงจากคนรักที่โต้ตอบกับแม่เลี้ยงทำให้เธอขอบตาร้อนผ่าว ที่ผ่านมาเหมือนตัวเองโดนหลอกมาตลอดเลยงั้นเหรอ
“นะ...นี่...หมายความว่ายังไงกัน”
จากรอยยิ้มของทั้งคู่ ที่ส่งสายตาหวานเชื่อมให้แก่กันนั่นทำให้เธอที่โง่ยิ่งกว่าควายตัวใดบนโลกนี้ถึงกับกระจ่างใจ
“ที่ผ่านมาคุณกับแม่เลี้ยงฉัน...” แม้คำที่จะเอ่ยออกมาเธอยังทำไม่ได้ มันตีบตันไปทั้งอก กับการที่ได้รู้ความสัมพันธ์ที่แสนซับซ้อนของเธอ แฟนหนุ่มและผู้หญิงตรงหน้า
“ใช่แล้วล่ะ ฉันกับหมอก้องเป็นผัวเมียกัน และเข้ามาเพื่อหลอกพ่อแกกับแกไงล่ะ เสียดายที่มันฉลาดยกทรัพย์สมบัติเป็นชื่อแกทั้งหมด หากแบ่งให้ฉันบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะให้แกใช้ผัวของฉันไปเรื่อย ๆ ก่อนก็ได้”
ความจริงจากปากแม่เลี้ยงตีแสกหน้าชิดตะวันอย่างจัง เธอส่ายหน้าไปมาราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงเรื่องตลกที่ใช้อำกันเล่น
แต่มันไม่ใช่!
ร่างที่เกือบจะไร้เรี่ยวแรง ใช้แรงที่เหลืออยู่ผลักไอ้ผู้ชายหน้าตัวเมียคนนั้นออกจากการเกาะกุมเธอ แล้วเธอก็ใช้ฟันกัดแขนมันจนต้องสะบัดออก จากนั้นเธอจึงมีการต่อสู้ยื้อแย่งปืนในมือของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมันจะกระเด็นไปไกล...
ปั่ก!
เธอใช้หัวโขกกับจมูกของคนชั่ว แล้วใช้สันมือฟันไปที่ลูกกระเดือกจนหมอก้องที่เคยจับแต่มีดผ่าตัดถึงกับเซ...
เธอรีบลุกขึ้นจากโซฟา แล้ววิ่งหนีออกไป แต่ทว่า...
ปัง!
เสียงปืนที่เล็งมาที่เธอแม่นยำทั้งรุนแรงในนัดแรก ก่อนจะมีนัดที่เหลือตามมาอีกสองนัด เข้าจุดสำคัญเสียจนเธอกระอักเลือดออกมา
จบแล้ว...ชีวิตชิดตะวันไม่มีพรุ่งนี้อีกแล้ว
‘จบสิ้นแล้วเหรอ?!’ เธอถามตัวเองขณะยังเหลือสติอันน้อยนิดในบ้านมูลค่ากว่าสามร้อยล้านที่เป็นสมบัติของตัวเอง
เสียงที่หัวเราะราวกับคนเสียสติของทั้งคู่ทำให้เธอส่ายหน้าไปมา พร้อมกับรู้สึกปลงในชีวิต
พ่อเธอต้องอายุสั้นเพราะผู้หญิงคนนี้ เธอต้องตายเพราะผู้ชายคนที่เธอไว้ใจ ความโลภของคนไม่เข้าใครออกใคร แม้เธอจะทำดีกับทุกคนแต่ใช่ทุกคนจะดีกลับเธอกลับ
ชาติหน้ามีจริง...อย่าได้พบพานคนเลวอีก!
เพียงเปลือกตาปิดสนิทแสงวาบจากฟากฟ้าจนแสบตาพัดพาชิดตะวันหมุนเป็นเกลียวราวกับพายุงวงช้าง ไปยังที่ห่างไกลแสนไกล
“คุณหนู...ฟื้นสิเจ้าคะนายหญิงกำลังโดนลงหวาย” เสียงเด็กคนหนึ่งดังอยู่ใกล้ ๆ ทำให้ชิดตะวันที่รู้สึกเจ็บปวดร่างกายจากการโดนยิงถึงกับลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างยากลำบาก
เด็กที่ไหนมาเรียกคุณหนูแถวนี้นะ
“คุณหนูเจ้าคะ...รีบตื่นไปช่วยนายหญิงเร็วเข้า หากไม่มีคุณหนูนายหญิงต้องตายคาหวายแน่เจ้าค่ะ”
น้ำเสียงเครือด้วยแรงสะอื้นกับน้ำตาที่รดที่มือของชิดตะวันทำให้เธอเริ่มขยับตัว แต่ทว่าความรู้สึกต่าง ๆ เหมือนไม่ใช่ตัวเองในวัยยี่สิบกว่าปีเลยสักนิด ราวกับเด็กตัวเล็กที่มือป้อม ๆ จนเมื่อสลัดส่ายศีรษะให้ดีนั่นถึงทำให้ชิดตะวันเบิกตากว้าง จึงลุกขึ้นเร็ว ๆ เพื่อสำรวจร่างกาย แต่ทว่าศีรษะที่มีเลือดชุ่มอยู่นั้นทำให้ชิดตะวันถึงกับต้องทรุดลงกับที่นอนอีกครั้ง
โอ๊ย!!!
เสียงครวญครางที่เปล่งออกมาไม่เหมือนเสียงของตัวเอง กับความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามา เป็นเรื่องราวในนิยายเรื่องนี้ แล้วความทรงจำของฟู่อินเหยาวิ่งวุ่นวนในหัวจนตีรวนกันไปหมด กว่าหนึ่งเค่อถึงจะเริ่มได้สติ
ข้าคือ ฟู่อินเหยา!
เวรกรรมอันใดอีก ข้าเพิ่งถูกยิงตายอยู่ที่บ้าน เหตุไฉนกลายมาสิงร่างตัวร้ายที่มีมารดาเป็นตัวประกอบที่ชะตากรรมแสนอนาถในนิยายที่กำลังอ่านได้เล่า
“คะ...คุณหนูฟื้นแล้ว”
“ปี้ถัง!”
ปี้ถังเป็นเด็กน้อยวัยห้าหนาวที่ท่านแม่ของนาง หรือนายหญิงไป๋เฟิ่นโยว่รับเลี้ยงดูเอาไว้เนื่องจากมารดาเป็นสาวใช้ที่เสียชีวิตไป นางมาร้องไห้สะอึกสะอื้นตรงนี้ทำไมกัน แต่เมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็ก วิญญาณชิดตะวันในร่างของฟู่อินเหยาในวัยเด็กไม่แพ้กันรู้สึกสงสารระคนเอ็นดู
“คุณหนูไปช่วยนายหญิงก่อน นายหญิงผู้เฒ่าฟู่ให้คนลงหวายนายหญิงใหญ่อยู่เจ้าค่ะ”
‘ลงหวาย!’ นี่นางฟังผิดไปหรือไม่ แม่นางเป็นถึงฮูหยินใหญ่ดูแลเรือนสกุลฟู่ เหตุใดท่านย่าถึงกับลงหวายด้วยเล่า
เพ้อเจ้อแน่ ๆ
“วาจาเจ้าไร้แก่นสาร เพ้อเจ้อสิ่งใดออกมา” ฟู่อินเหยาไม่อยากจะเชื่อถือเด็กน้อยนี้นัก แต่ทว่าน้ำตาที่ปริ่มขอบตาของนางนั้นทำให้ฟู่อินเหยาเริ่มคิดได้
“จริงเจ้าค่ะ เพราะคุณหนูได้รับบาดเจ็บนายหญิงใหญ่ถึงกับสอบสวนทั้งจวน จนทำให้คุณชายเหลียงจื่อเฟย ลูกท่านเสนาบดีที่ยอมรับผิดว่าทำร้ายร่างกายคุณหนู ในงานเลี้ยงน้ำชาของตระกูล
เมื่อนายหญิงผู้เฒ่าทราบเรื่องว่านายหญิงใหญ่ทำให้ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเรียกไปลงโทษตามกฎตระกูล”
ฟังมาถึงตรงนี้ฟู่อินเหยาก็รับรู้ว่า ท่านย่าของนางดูเหมือนจะไม่ชมชอบมารดาของนางที่มาจากตระกูลไป๋สินะ แต่ถ้าท่านแม่กำลังโดนลงหวาย...เช่นนั้น
เนื้อเรื่องในนิยายกำลังไหลเข้าหัวของฟู่อินเหยา เมื่อรับรู้ว่านี่คือชนวนเริ่มต้นให้นางเป็นตัวร้าย เพราะมารดาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตระกูลสามี และสุดท้ายถูกละเลยจนตรอมใจตาย
ไม่ได้การ! ข้าต้องไปช่วยท่านแม่
“เร็ว...ข้าจะไปช่วยท่านแม่!”
“พี่เขย...หยุดเดี๋ยวนี้นะ นั่นมันของสะสมของข้า”อินจื้อกลับจากชายแดนหอบหีบของสะสมมามากมาย แต่เมื่อเขากำลังจะเข้าไปชื่นชมหยกสีชมพูที่ตนเองประมูลมาได้ พี่เขยตัวแสบกลับขโมยมันออกมาเสียนี่ “อินจื้ออะไรกันโวยวายแต่เช้า” อินเหยานั่งตรวจบัญชีอยู่ในห้อง เพราะหอเริงรมย์ของอินจื้อทำรายได้อย่างงาม จนต้องนำบัญชีมาคิดแบ่งให้น้องชายผู้เก่งกาจการค้า จึงทำให้ได้ยินเสียงตีกันระหว่างสามีกับน้องชายคนเล็ก “ก็พี่เขยน่ะสิ ขโมยหยกสีชมพูของข้าไป ข้าตั้งใจจะทำปิ่นให้กับหลานสาวของข้านะ” อินจื้อที่โดนกลั่นแกล้งบ่อยครั้ง และทุกครั้งก็มักจะฟ้องพี่สาวเสมือนเช่นตอนเด็ก ทำให้อินเหยาส่ายหน้า ทั้งมองไปยังสามีที่ชอบแหย่รังแตน รู้ทั้งรู้ว่าของในห้องสมบัติเจ้าน้องชายตัวแสบนั้นหวงแหนเพียงใด “ท่านพี่คืนอินจื้อไป” อินเหยาสั่งเสียงเฉียบ ทำให้คนที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ลอยหน้าลอยตาราวกับคนว่างงาน ไร้สิ่งใดทำ เพราะรับตำแหน่งอ๋องกินเมืองอย่างสุขสบาย ชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งน้องชายเป็นงานอดิเรก “อาเหยา เจ้านี่รีดไถข้าไปเท่าไหร่ แค่ข้าอยากได้หยกมาทำเครื่องประดับให้เจ้าเขาทำงก” “จื้อไม่ใช่คนงก
หลังจากงานอภิเษกของหลิงหยวนกับองค์ชายรอง อินหยาต้องเดินทางไปยังแคว้นฉินโดยพาลูกชายของนางอันหลานไปเยี่ยมเสด็จปู่และเสด็จย่า รวมทั้งเดินทางเป็นเพื่อนองค์หญิงสามในการจัดงานอภิเษกสมรสระหว่างองค์ชายรองหรือว่าที่องค์รัชทายาทคนใหม่ของแคว้นฉิน แม้องค์หญิงสามจะพูดว่าไม่ตื่นเต้น แต่ทว่านางเข้าใจความรู้สึกในช่วงใกล้แต่งงานดีที่สุด “องค์หญิงสาม ท่านนอนแล้วหรือ” อินเหยาเดินออกมาจากกระโจมพักของตัวเองและสามี ยามนี้อันหลานของนางหลับไปแล้ว เนื่องจากเดินทางตลอดทั้งวันทำให้เขาอ่อนเพลีย นางจึงเดินมาดูองค์หญิงสามเสียหน่อย “ยังหรอก เจ้าเข้ามาเถอะ” ซานลู่รู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อย ที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน บ้านที่นางเล่นซนแต่กลับไม่เคยมีใครดุด่านางจริงจัง นอกเสียจากเสด็จแม่ บ้านที่นางดื้ออย่างไรก็ได้ แต่ไปแคว้นฉินคราวนี้ นางไปในฐานะว่าที่ชายาองค์ชายรอง ไม่รู้ว่าที่นั่นจะต้อนรับนางหรือไม่ ในใจยังกังวลไม่น้อย “เจ้ากลัวหรือไม่” อินเหยานั่งด้านข้างจับมือสหายของตนเพื่อให้กำลังใจ “บอกไม่กลัวข้าคงโกหก วางใจเถอะข้าน่ะต้องอยู่ให้ได้” ซานลู่บอกสหายอย่างเข้มแข็ง ทั้งที่ใจอ่อนยวบ ไม่รู้
งานปักปิ่นของลูกสาวคนที่สามของตระกูลฟู่จัดยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน และครั้งนี้ดูเหมือนเหล่าพี่เขยของหลิงหยวนต่างเอาใจนางถึงขนาดหาของขวัญอันแสนงดงามมาให้นางจนเต็มเรือน “พี่สามท่านชอบหรือไม่” อินจื้อหาของขวัญล้ำค่าจากชายแดนที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง เป็นผ้าทอจากเส้นไหมทองคำที่สิบปีจะเกิดสักครั้ง และนั่นย่อมนำมาตัดชุดที่งดงามได้แน่นอน “ย่อมชอบ ขอบใจเจ้ามากที่ยังคงนึกถึงพี่สาม” ส่วนคนอื่น ๆ ก็ให้ปิ่นล้ำค่า ไข่มุกหายากเครื่องประดับสวยงาม แต่มีชิ้นหนึ่งที่นางคงจะละเลยไม่ได้ก็คือของขวัญจากว่าที่สามี ที่เป็นเชือกถักที่เขาทำด้วยตัวเองพร้อมกับกระซิบบอกนาง “เชือกถักนี้ถือเป็นของที่ใช้ถือในวันแต่งงาน นั่นหมายถึงว่าข้าพร้อมรักใคร่กลมเกลียวกับเจ้าแล้ว” ใบหน้าของหลิงหยวนแดงก่ำทันทีที่ฟังจบ พลันในหัวคิดถึงเพียงแต่วันนั้นที่นางได้แตะสวรรค์ชั้นเซียนเป็นครั้งแรกด้วยปากของเขา ใช่ด้วยปาก เขาก็ยังคงอยากเก็บส่วนที่สำคัญที่สุดเอาไว้ในคืนเข้าหอสินะ เมื่อนั่งอมยิ้มอยู่ในห้องลำพังได้เพียงชั่วครู่ เสียงคนเดินเข้ามาด้านในจนทำให้นางหยุดคิดและไปดูว่าด้านนอกมีอะไรก
สองปีผ่านไป น้องชายคนเล็กของอินเหยาเป็นพ่อค้าที่น่าจับตามอง แม้ว่าเขาอายุเพียง 12 หนาว แต่ทว่าด้วยรูปร่างสูงใหญ่จนโตเป็นหนุ่มแล้ว จึงทำให้เขาดูน่าเกรงขาม เป็นคุณชายที่ทำการค้าได้เก่งกาจ และไม่มีใครกล้าเอาเปรียบด้วยความละเอียดรอบคอบ ตอนนี้ทั้งอินเหยาและปี้ถังต่างเป็นแม่คนแล้ว ปี้ถังมีลูกสาวหนึ่งคน ส่วนอินเหยามีลูกชายหนึ่งคน และใบหน้าคลับคล้ายกับอินจื้อเป็นพิเศษ โดยเฉพาะดวงตาเจ้าเล่ห์ “อันหลาน เจ้าจะเหมือนท่านน้าเล็กเจ้าไม่ได้นะ” ฉินอันจวินที่รับตำแหน่งอ๋องแล้วมาหยอกล้อกับบุตรชายอันหลาน เป็นนามที่เสด็จแม่ของเขาตั้งให้ และลุ่มหลงหลานชายคนแรกนี้ที่สุด “ท่านพี่ท่านก็เอาแต่ต่อว่า ยิ่งว่าก็ยิ่งเหมือนเห็นหรือไม่ น้าชายของเขาฉลาดปราดเปรื่อง เหมือนน้าจื้อย่อมเป็นเรื่องมงคล” ฉินอันจวินไร้คำจะกล่าว อีกไม่นานก็ต้องพบเจ้าอ้วนตัวแสบแล้วสินะ “อาจื้อของเจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่กัน ข้าจะได้พาลูกชายไปที่อื่น” “ก็อีกวันน่าจะถึง” อินเหยาตอบสามี เพราะว่าถึงงานปักปิ่นของหลิงหยวนแล้ว เหล่าบุรุษตระกูลฟู่ที่ออกไปอยู่ชายแดนต้องกลับมาร่วมงาน “เห











