Beranda / รักโบราณ / การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง / บทที่ 1 อดีตนักโทษการเมือง

Share

บทที่ 1 อดีตนักโทษการเมือง

Penulis: moonlight -mini
last update Tanggal publikasi: 2025-11-15 20:12:07

บทที่ 1  อดีตนักโทษการเมือง

กลิ่นหอมของบุปผาดอกไม้ฤดูร้อนทั่ววังหลัง ขันทีเดินเรียงรายอยู่สองฝั่ง เสียงฝีเท้าคนก้าวย่ำบนทางหินหยกเขียวเป็นจังหวะเรียบเสมอ

“ทูลไท่หวงไท่โฮว่… นางผู้นั้นมาถึงหน้าประตูวังหลังแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีน้อยโค้งตัวต่ำ เสียงสั่นเล็กน้อยอย่างไม่อาจกลั้นได้

พระเนตรคู่งามของสตรีวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ไม้จันทน์หันมองอย่างเยือกเย็น

“ผู้ใด”

“อดีตฮองเฮา… เจิ้งซูเฟยพ่ะย่ะค่ะ”

เพล้ง!

ถ้วยชากระเบื้องเคลือบลายมังกรในมือไท่หวงไท่โฮว่หล่นกระทบพื้นแตกกระจาย เงียบงันไปทั้งตำหนัก เสียงพิณที่ขับกล่อมเงียบหายทันที

กลิ่นบุปผาฤดูร้อนอบอวลอยู่ในอากาศราวหมอกบาง แต่กลับไม่อาจกลบกลิ่นคาวเย็นเยียบของอำนาจในตำหนักได้ เสียงลมลอดช่องหน้าต่างไม้แกะสลักพัดต้องสายแพรที่แขวนอยู่เหนือบัลลังก์จนไหวระริก ขับให้ร่มเงาในห้องกว้างพลิ้วไหวราวเงาวิญญาณ

บนพื้นหินหยกที่ขัดจนสะท้อนเงา ขันทีทั้งสองแถวคุกเข่าลงต่ำอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจดังเกินจำเป็น

พระเนตรของไท่หวงไท่โฮ่วทอดลงต่ำไปยังเศษถ้วยชาที่แตกละเอียด เศษชาน้ำอำพันไหลซึมตามร่องหินหยก ราวเลือดที่ค่อย ๆ แผ่ขยายไปโดยไร้ผู้กล้าหยุดยั้ง

เงาสีดำจากผมที่ถักเป็นมวยสูงของพระองค์ทอดยาวบนพนักบัลลังก์ไม้จันทน์ กลิ่นหอมจากเนื้อไม้ผสมปนเปกับกลิ่นคาวอำมหิตของอดีต ความทรงจำเก่า ๆ ที่พระองค์พยายามกลบฝังกลับผุดขึ้นมาดั่งปีศาจ

“นางยังกล้ากลับมา…” เสียงของไท่หวงไท่โฮว่แผ่วเบา แต่แฝงพิษสงจนแม้แต่ขันทีชราใกล้เกษียณยังต้องหลุบตา

ณ หน้าประตูใหญ่ของตำหนักฉินอัน

หญิงในชุดผ้ากระสอบหม่นคล้ายแม่ชีที่ผ่านลมฝนมานับปี ยืนสงบราวไม่รู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมากมาย ริมฝีปากนางแย้มยิ้มจาง ทว่าดวงตานั้นกลับแหลมคมดุจคมดาบ

“มารดาของฮ่องเต้… ต้องขออนุญาตเข้าวังด้วยหรือ”

เสียงของนางไม่ดังนัก ทว่าแว่วไปถึงคนที่ยืนอยู่เบื้องบนกำแพง

ทหารองครักษ์อึ้งงันไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบก้มหน้า

“ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันมิอาจตัดสินใจ ต้องรอคำสั่งจากไท่หวงไท่โฮว่…”

“เช่นนั้นข้าจะรอ” หึ ต้องรอไท่หวงไท่โฮว่ตัดสินใจ แผ่นดินนี้มิใช่ของฮ่องเต้หรอกหรือ

นางนั่งลงตรงนั้นเอง บนขั้นบันไดหินเย็นเฉียบที่ใครต่อใครต่างกลัวจะทำให้ชุดสกปรก ท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามสาย

นิ่งเสียจนกระทั่งเหล่าขุนนางที่เดินผ่านไปมา ต่างต้องหันมองด้วยความงุนงงปนตกใจ

ขุนนางที่เดินผ่านระเบียงหินอ่อนซึ่งทอดสู่ตำหนักกลาง ต่างหยุดชะงักกลางก้าว ราวเท้าถูกตรึงไว้กับพื้น สายตาทุกคู่เผลอหันตามร่างอรชรที่นั่งอยู่บนบันไดสกปรกอย่างเชื่องช้าก่อนจะผ่านไป

เสียงกระซิบกระซาบแผ่ว ๆ ดังขึ้นเป็นระลอก แต่ทุกถ้อยคำล้วนเปื้อนด้วยความประหลาดใจและไม่อาจเชื่อสายตา

ใบหน้าที่ครั้งหนึ่งงามสง่าดุจจันทราเหนือวัง กลับเต็มไปด้วยร่องรอยความหม่นหมองและอ่อนล้า แม้แววตาจะเย็นชาสงบนิ่ง แต่กลับซ่อนเปลวไฟลุกโชนในส่วนลึก เรือนผมดำขลับที่เคยประดับด้วยรัตนชาติบัดนี้เพียงมวยเรียบง่าย รัดด้วยปิ่นไม้ธรรมดา

อาภรณ์ที่สวมเป็นเพียงผ้าป่านสีซีดตัดกับผิวขาวที่ดูซีดเซียวลงจากวันวาน

“มิใช่ว่า… นางถูกฮ่องเต้พระองค์ก่อนส่งไปบวชชีบนยอดเขาเทียนจี่แล้วหรอกหรือ…”เสียงของขุนนางผู้หนึ่งหลุดลอดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้อยู่ใกล้เบิกตากว้าง รีบเหลียวซ้ายขวาแล้วขยับถอยร่นราวกลัวจะถูกดึงเข้าไปในวังวน

แต่สตรีตรงหน้ามิได้ชายตามองผู้ใดแม้แต่น้อย นางนั่งนิ่งราวกลับรอคอยบางสิ่ง ทว่าแฝงแรงกดดันที่ทำให้ทางเดินทอดยาวสู่ประตูวังหลังเงียบงันลงราวกับไร้ผู้คน

ในตำหนักเฉียนจิ้ง

ฮ่องเต้หนุ่มเพิ่งเสร็จสิ้นจากการว่าราชการ พระพักตร์ยังคงเฉียบขาดสมเป็นกษัตริย์หนุ่มผู้ได้รับการยกย่องว่าเฉลียวฉลาดและเด็ดขาดที่สุดในรอบหลายสิบปี

“ฝ่าบาท…”

ขันทีใหญ่เดินเข้ามากระซิบเสียงต่ำ

“ผู้ใด”

“เจิ้งซูเฟย… อยู่หน้าตำหนักฉินอัน”

มือที่กำลังลงนามในพระราชโองการชะงักเล็กน้อย ดวงเนตรดำสนิทเงยขึ้น

“พระมารดาของเราหรือ”

เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาภายในวังหลวงอย่างเชื่องช้า สายตานางทอดมองทุกตารางนิ้วของสถานที่ซึ่งเคยเป็นบ้าน

ณ บัดนี้…นางกลับมา

ไม่ใช่เพื่อขอความเมตตา แต่เพื่อทวงความยุติธรรมที่เคยถูกปล้นไปจากนาง และจาก…บุตรของนางเอง

ถึงเวลาแล้วที่นางจะกลับมาทวงคืนทุกสิ่งที่สมควรเป็นของตน ในเมื่อบุตรชายได้เป็นฮ่องเต้ มารดาของฮ่องเต้อย่างนางก็สมควรจะได้ตำแหน่งไทเฮา

เมื่อมิมีผู้ใดไปเชิญนางลงมาจากอาราม นางก็เดินทางมาเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาว

    บทที่ 51 รอยแผลและแสงดาวในห้วงเวลาที่ความมืดค่อย ๆ เลือนหายหลายคนเกิดคำถามว่าทุกอย่างที่ดำเนินมาหลายต่อหลายวันเหตุใดจึงจบลงง่าย ๆ เพียงไม่กี่วัน ทุกอย่างกลับจบแล้วสามารถคุมตัวของอดีตไท่หวงไท่โฮว่ได้แต่นั่นไม่ได้แปลกอะไรเลย ฮ่องเต้ไม่ได้เพิ่งวางหมากไว้ตามจุดต่าง ๆ พระองค์จัดการเรื่องนี้พร้อมกับบิดาและมารดามานานหลายปีแล้ว แต่เพิ่งมาลงมือจริงจัง แม้ยามที่ยังไม่แน่ใจก็ไม่ได้ปล่อยให้เหล่าขุนนาง มิว่าจะฝั่งไหนหลุดรอดพ้นสายตา ไม่ใช่ติดตามเพื่อบังคับ แต่เพื่อจับตาว่าคนเหล่านั้นที่เป็นหูเป็นตาของเขาไม่ได้ทำผิดอันใด และเมื่อวางหมากเอาไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาก็แค่กินทีเดียว พลิกกลับทั้งกระดาน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ต้องขอบคุณข้อมูลสุดท้ายที่ทำให้ปิดจบทุกอย่างได้อย่างแนบเนียน พระนางไม่น่าเร่งร้อนรีบเตรียมกองกำลังเลย เพราะการทำเช่นนั้น มันร้ายแรงยิ่งกว่าสิ่งใด ขนาดข้อหาเกี่ยวพันการสิ้นพระชนของอดีตฮ่องเต้ แม้จะมีหลักฐาน แต่หลายคนก็ยังไม่เชื่อ แต่เพียงแต่ส่องสุ่มกำลังเท่านั้น ทุกคนเบนเข็มไปที่นาง และต่างชี้ว่าพระนางกระทำผิดอย่างชัดเจน คนที่ระวังตัวมาหลายสิบปี กลับต้องมาพลาดเพราะเรื่องง่าย ๆ แต่นั่นก็

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรม

    บทที่ 50 บัลลังก์แห่งความยุติธรรมเสียงกระซิบคุยกันเบา ๆ คลายความเงียบลง ฮ่องเต้ทรงตั้งพระพักตร์อย่างหนักแน่น ทรงยืนอยู่เบื้องหน้าขุนนางและไท่หวงไท่โฮว่สายพระเนตรฉายแววความเด็ดขาดและความโศกเศร้าจนทุกคนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าพระองค์จะตรัสอะไร แต่เมื่อพระองค์เกริ่มเริ่มทุกคนก็รู้ว่าสิ่งที่ไท่หวงไท่โฮว่บ่ายเบี่ยงมาก่อนหน้านี้ไม่สามารถหลีกหนีได้อีกแล้ว ฮ่องเต้ถือราชโองการที่ตนเองออกไว้ในมือ ก่อนจะเอ่ยด้วยงพระสุรเสียงหนักแน่น“บัดนี้ความจริงปรากฏชัดผู้ที่เคยยืนอยู่เบื้องหลังความทุกข์ยากของราชวงศ์ผู้ที่ขับไล่เจิ้งซูเฟยออกจากวังและผู้ที่วางยาพิษฮ่องเต้พระองค์ก่อน… ก็คือไท่หวงไท่โฮว่แห่งราชวงศ์นี้”คำสรุปนี้มิใช่ไม่เคยกล่า แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ราชโองการนี้ถูกกล่าต่อหน้า ไท่หวงไท่โฮ่ว และที่เป็นเช่นนั้นได้ ก็เพราะเหล่าขุนนางที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับฮ่องเต้ ถูกจัดการเสียจนสิ้นระหว่างที่ไท่หวงไท่โฮ่วกำลังคิดจะเล่นแง่กับฮ่องเต้ และเจิ้นซูเฟยในพระราชวัง ตั้งแต่ได้ยินเรื่องราชโองการ การแสร้งยอมของฮ่องเต้ทำให้ไท่หวงไท่โฮ่วไม่ได้มีเวลาจะไปใส่ใจกับนอกพระราชวัง แต่กลับต้องเสียแรงเสียเวลากับทางนี้จนลืมท

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 49 แผนลับในเงามืด

    บทที่ 49 แผนลับในเงามืดฮ่องเต้และเจิ้งซูเฟยนั่งล้อมรอบโต๊ะเล็ก ๆ บนโต๊ะนั่นมี แผนผังราชสำนักและรายงานข่าวกรองวางอยู่เบื้องหน้าแสงเทียนส่องประกายบนพระพักตร์ของทั้งสองพวกขุนนางวงนอกพวกเขาสามารถจัดการได้อยู่หมัดแล้ว และก็โดนจับไปด้วยสาเหตุต่าง ๆ กันหลายคนแล้ว แต่ขุนนางใกล้ชิดและเหล่าอำนาจเก่าทั้งหลาย ไม่ใช่คนประเภทจัดการได้ง่าย ๆ คนเหล่านี้แม้มีความผิด แต่ก็ทำตัวเฉกเช่นเดียวกันกับที่ไท่หวงไท่โฮ่วทำคือแสร้างทำเป็นไม่รู้หรือไม่ยอมรับ แผนการใหม่จึงต้องบุกไปถึงแหล่ง แม้ว่านั่นจะอันตราย แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ในเมื่อไม่ยอมรับความผิดก็จับให้ได้คาหนังคาเขา เพราะหากไม่ตัดแข่งขาของไท่หวงไท่โฮว่ก็ไมมีวันที่จะพานางลงมาจากอำนาจที่นางถืออยู่ได้ เพราะบุญคุณต่างตอบแทน สิ่งที่นางทำให้เหล่าขุนนางพวกนั้น มีค่ามิใช่น้อย และพวกเขาก็ตอบแทนด้วยการภักดี และคอยช่วยเหลือดูแลนาง แต่เมื่อโค่นองครักษ์ ลำพัง สตรีในราชวังที่ไร้พิษสงก็คงจัดการได้ไม่ยากฮ่องเต้วางพระหัตถ์บนแผนผัง“เราต้องเปิดโปงกลุ่มขุนนางที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลังไท่หวงไท่โฮว่ให้ได้ไม่เช่นนั้น แผ่นดินจะถูกบ่อนทำลายจากภายใน”เจิ้งซูเฟยจ้องมองอ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรง

    บทที่ 48 ดาบคำพูดในท้องพระโรงเสียงซุบซิบในท้องพระโรงเงียบลง เมื่อการปะทะเมื่อครู่สิ้นสุดทุกสายตาจับจ้องไปที่เจิ้งซูเฟยและไท่หวงไท่โฮว่ ที่เดินจากไปบรรยากาศเต็มไปด้วยแรงกดดันและความคาดหวัง กับคนทั้งสอง ไม่ว่าจะจากฝั่งไหน ก็ล้วนอยากให้คนของตนชนะคนจากอีกฝ่าย เจิ้งซูเฟยเอ่ยน้ำเสียงแหลมและดังพอให้คนที่เพิ่งเดินออกไปได้ยิน“หากความจริงถูกปิดบัง จะมีใครเหลือที่ยืนอยู่ในแผ่นดินนี้อีกเล่า ข้าจะไม่ยอมให้ความยุติธรรมถูกกลบฝังด้วยเงื้อมมือของอำนาจ!” เจิ้งซูเฟยพูดแม้จะรู้ว่าคำนั้นคงไม่อาจจะถึงคนที่เพิ่งเดินออกไปแล้ว เพราะก่อนหน้าพระนางก็นิ่งเฉย แต่คำพูดเหล่านั้นมันกลับติดอยู่ในใจของเหล่าขุนนาง ไท่หวงไท่โฮว่ที่เดินยังไม่พ้นโถงกลับได้ยินทุกคน พระนาง หันกลับมาตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่แฝงด้วยแรงอาฆาต“เจ้าคิดว่าการกลับมาของเจ้า จะทำให้ราชวงศ์สงบสุขได้จริงหรือ หรือเป็นเพียงการบ่อนทำลายความมั่นคงที่เราสร้างมาเป็นเวลานาน ความยุติธรรม และความจริงที่เจ้าเรียกหา ทำเพื่อชาวประชาจริงหรือ หรือเพียงแค่อยากแสดงบทคนดีเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้ได้ล้างมลทินที่เจ้าเป็นคนก่อเอง ”“ข้าเป็นคนก่อหรื

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์

    บทที่ 47 ใต้เงาของราชบัลลังก์ฮ่องเต้ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์ การพบเจอกับไท่หวงไท่โฮ่ว ทำให้เขาคิดอะไรได้บางอย่า งแต่มันไม่ใช่การอ่อนข้อหรือยอมแพ้ เขาแค่ไม่เข้าใจ จนถึงตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่เข้าใจว่าตนเองผิดอะไร แสงเทียนสาดส่องเงาอันนุ่มนวลบนพระพักตร์ ที่หมองเพราะความรู้สึกที่สับสน เสียงฝีเท้าของเจิ้งซูเฟยดังขึ้นอย่างเบา ๆ อีกฝ่ายขยับมายืนใกล้กับชายที่ครุ่นคิด ก่อนเจิ้งซูเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงความหมาย“ฝ่าบาท… แผนการทุกอย่างแม้จะซับซ้อนเพียงใด ก็ไม่อาจปิดบังความจริงในใจของเราได้ หากพระองค์ยังไม่พร้อม ”ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรอย่างลึกซึ้ง“เจิ้งซูเฟย… ความจริงบางอย่างอาจหนักหน่วงเกินกว่าจะรับไว้ได้โดยง่าย แต่เมื่ออยู่ตรงนี้ข้าต้องรับเอาไว้ให้ได้ทุกอย่าง ไม่ต้องห่วง เราไม่ได้เป็นอะไร ทุกอย่างยังเหมือนเดิม”เจิ้งซูเฟยก้าวเข้ามาใกล้“ข้าเข้าใจ… แต่ถ้าไม่เริ่มต้นวันนี้ เราจะไม่มีวันก้าวผ่านเงามืดนั้นได้เลย”“ข้าไม่ได้อยากรอ เพียงอยากให้เวลาขยับเร็วขึ้นอีกนิด เพราะสุดท้ายแล้ว ข้าเองก็อยากเห็นผลของมันพอ ๆ กับที่อยากจะรู้ว่ามันจะจบเมื่อใด” ไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่กับขุนนางคนสนิ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืด

    บทที่ 46 เงื่อนงำในเงามืดไท่หวงไท่โฮว่ทรงนั่งอยู่ในห้องส่วนพระองค์พระพักตร์เรียบเฉยแต่สา พระเนตรแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ พระนางทรงส่งสัญญาณให้ขันทีและขุนนางที่ไว้ใจเข้าพบแม้รู้ว่านางกำลังถูกต้อนจนจนมุมแล้ว แต่คนเช่นนางไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ และนางจะไม่แพ้ ตรามใดที่ยังหายใจ นางจะไม่ยอมให้ใครเป็นคนกำหนดสิ่งที่นางคาดและคิดเอาไว้แล้ว ไท่หวงไท่โฮว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา และในแววตาก็แอบ ตัดพ้อ“แม้ฮ่องเต้จะไม่อยู่ฝ่ายพวกเรา แต่หมากการะดานนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เจิ้งซูเฟยคิดว่าตนจะชนะ แต่ข้าจะใช้ทุกวิถีทาง เพื่อให้บัลลังก์ยังคงเป็นของข้าและผู้ที่ข้าเลือก” นางไม่เคยแต่งงานเพื่อความรัก และก็ไม่เคยมีชีวิตอยู่เพื่อความรัก ทุกสิ่งอย่างที่นางทำถูกกำหนดความคำที่นางบัญญัติขึ้นเพื่อความพอใจของนางเอง ทุกอย่างจะต้องเหมาะสมในสายตานาง และตอนนี้ฝ่าบาทที่เชื่อฟังแต่สตรีผู้นั้นก็ไม่เหมาะสมกับบัลลังก์เลยแม้แต่น้อยขันทีคนสนิทรับคำสั่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความระแวดระวังเจิ้งซูเฟยนั่งกับขุนนางใกล้ชิดพวกเขากำลังวางแผนรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากฝ่ายไท่หวงไท่โฮว่เจิ้งซูเฟยมองไปยังเอกสารในมือ“ข้าจ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 9 กลอนหนึ่งบท เปลี่ยนใจหนึ่งดวง

    บทที่ 9 กลอนหนึ่งบท เปลี่ยนใจหนึ่งดวงลมค่ำพัดกรูเบา ๆ ผ่านระแนงหน้าต่างของตำหนักเฉียนหลง แม้ในยามนี้เมืองหลวงจะหลับใหลแล้วแต่ภายในห้องทรงพระอักษรกลับยังมีแสงเทียนที่มิยอมดับฮ่องเต้นั่งพิงโต๊ะ หัตถ์ข้างหนึ่งถือกระดาษบางเบาที่ขุนนางคนสนิทเพิ่งนำมาทูล อีกข้างหนึ่งวางอยู่เหนืออักษรประโยคสุดท้าย …คล้

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 8 กล่องไม้กลิ่นความหลัง

    บทที่ 8 กล่องไม้กลิ่นความหลังกลางวันแสงแดดสาดทอลงบนลานหินหน้าตำหนักเฉินหลงขันทีผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างเงียบงัน พร้อมกล่องไม้เล็ก ๆ ที่ปิดผนึกไว้แน่นหนากล่าวเพียงสั้น ๆ ก่อนก้มศีรษะลึก“กระหม่อมพบกล่องนี้ในห้องเก็บของด้านหลังวังตะวันออก เป็นคำสั่งให้ทำลายของตกค้างตั้งแต่รัชกาลก่อนพ่ะย่ะค่ะ…แต่กระ

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง    บทที่ 7 สะดุดเพื่อโต้กลับ

    บทที่ 7 สะดุดเพื่อโต้กลับน้ำตาของไท่หวงไท่โฮว่อาจทำให้ผู้คนใจอ่อน แต่น้ำตาที่ตกลงบนเลือดของอดีตสตรีในวัง ย่อมไม่ชะล้างบาปได้พระตำหนักเย็นซึ่งเจิ้งซูเฟยพำนัก ถูกลือว่าเริ่มมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ การลอบพบขุนนาง การส่งคนไปยังจวนตระกูลเก่าความเคลื่อนไหวของฝ่ายซูเฟยสะกิดเสี้ยนออกมา เจิ้งซูเฟยรู้ดีว่

  • การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง   บทที่ 6 น้ำตาแม่

    บทที่ 6 น้ำตาแม่ไท่หวงไท่โฮว่นั่งนิ่งงัน ท่ามกลางแสงตะวันเช้าสีอ่อนที่ลอดผ่านบานหน้าต่าง ซึ่งเปิดออกเพียงเล็กน้อยเพื่อรับลมอ่อน ๆ กลิ่นดอกเหมยแผ่วปลายลม แต่กลับไม่อาจกลบกลิ่นความตึงเครียดที่ลอยคลุ้งอยู่ในตำหนักได้เสียงฝีเท้าขันทีค่อย ๆ ก้าวเข้ามา ก่อนจะหมอบลงกับพื้น หยุดอยู่ในระยะที่ไม่กล้าแม้แต่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status