Share

บทที่ 2 “เจ้าจอม”

last update Tanggal publikasi: 2024-10-31 12:00:18

'เจ้าจอม' จิรพัฒน์ รัตติกาลจันทร์อัปสร เด็กหนุ่มอายุยี่สิบสามปีดีกรีนักเรียนนอก แต่เรียนไม่จบสถานะปัจจุบันบ้าดารานายแบบที่มีชื่อว่า 'เดินดิน' ขั้นสุด

ตัวของเจ้าจอมนั้น ถูกเรียกตัวกลับมาจากออสเตรีย โดยลุงบังเกิดเกล้าผู้เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่ครั้นยังวัยเยาว์ เนื่องจากลุงของเขาจับได้ว่าหลานตัวแสบนั้นถูกรีไทร์ไปได้หลายปีแล้ว เมื่อไม่ได้เรียนแทนที่มันจะกลับบ้านมาช่วยงาน หากแต่ไอ้หลานรักของตนเองก็เอาแต่ทำตัวสำมะเลเทเมาไปวันเว้นวัน เดือดร้อนผู้เป็นลุง จำต้องรีบเรียกตัวชายหนุ่มกลับเมืองไทยภายในสัปดาห์นั้นเป็นการด่วน

มือเรียวยาวเต็มไปด้วยเส้นเลือดสวยของจิรพัฒน์ เลื่อนไถฟีดคลิปจากแอปพลิเคชันต๊อก ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก คลิปที่ขึ้นฟีดหาใช่คลิปใครอื่น นอกจาก 'เดินดิน' นายแบบหน้าหวาน ผู้ได้รับฉายาว่า "ลูกชายคนสวยแห่งชาติ" ก็เพราะเจ้าตัวนั้นน่ารักน่าทะนุถนอมจนแอบเหมือนลูกชายของใครหลาย ๆ คน

เมื่อไถฟีดไปได้ไม่นาน อีเมลแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องงามของตน จิรพัฒน์หรี่ตาเหลือบมองมันเป็นเวลาเพียงไม่กี่อึดใจนัก นิ้วมือเรียวยาวกดลงช่องข้อความเพื่อกดเปิดอ่านสิ่งที่เด้งขึ้นมา มันคือข้อความแสดงความยินดีจากบริษัทน้ำดื่ม ซึ่งจอมไปเหมามาเกือบห้าหมื่นกว่าขวด ความคิดเพียงแค่หวังว่าจะได้เป็นหนึ่งในรายชื่อผู้โชคดี ผู้ที่จะได้ใกล้ชิดกับ 'เดินดิน' ดั่งเดินสวรรค์ พรีเซนเตอร์ของน้ำดื่มยี่ห้อนี้

และจิรพัฒน์คือผู้โชคดีหนึ่งในยี่สิบคนจริง ๆ เขาจะได้เข้าไปพูดคุยกับดั่งเดินสวรรค์ เมื่อได้อ่านข้อความทั้งหมดจบ จิรพัฒน์ก็โยนโทรศัพท์เครื่องสวยลงบนเตียงแล้วกระโดดไปมารอบห้อง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ถึงเวลาจะต้องไปช่วยงานของคุณลุงผู้เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวแล้ว

เจ้าจอมสวมรองเท้าแตะเดินออกจากบ้านหรูทรงยุโรปซึ่งตั้งอยู่กลางทุ่งนากว้าง ชายหนุ่มเริ่มเดินลัดเลาะไปตามทุ่งนา

ทางเดินทอดยาวเป็นเส้นเดียวไปสู่จุดหมาย รอบตัวเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวน้ำหอม พวกมันขึ้นเด่นหราบดบังแสงแดดสิ้น จิรพัฒน์เดินเพียงไม่นานนักเขาก็พบกับบ้านสวนเรือนไทยหลังเก่าขนาดใหญ่

ทางเข้าเรือนไทย มีดอกไม้นานาชนิดกำลังพลิ้วไหวตามสายลมเบา มันร่วงโรยลงมาตกอยู่ตามพื้นดินลูกรังอันเป็นทางเส้นตรงสายยาวบังคับให้ผู้ใดที่มาเยือนต่างต้องเดินตามเส้นทางนี้เพื่อเข้าไปในตัวเรือนไทยโบราณหลังงามนั้น

เรือนไทยสมัยโบราณที่มีมายาวนาน ครั้นตั้งแต่ยุคสมัยรัชกาลที่ห้า บัดนี้ตัวไม้แปรเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งเรือน เนื่องจากอายุการใช้งานที่ผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว

คราก่อนที่จะเหยียบย่างถึงตัวเรือนก็พลันได้เชยชมดอกลีลาวดีสวนดอกลีลาวดีด้านซ้ายมือกำลังส่งกลิ่นหอมกลีบดอกสีขาวร่วงโรยตามข้างทางมุ่งตรงสู่ตัวเรือนหลังงาม ร่างสูงของจิรพัฒน์เดินแกว่งเท้าผิวปากเข้ามาในอาณาเขตของเรือนไทยหลังนี้อย่างอารมณ์ดี

ป้ายไม้สักทองถูกเขียนด้วยอักขระไทยสมัยรัชกาลที่ห้าว่า 'ตำหนักสายหมอก'

ใช่แล้ว!...ที่นี่คืออาณาเขตของสิ่งลี้ลับ เป็นแหล่งรวมตัวของผู้มีวิชาอาคม ความพิศวงซึ่งชีวิตนี้อาจไม่เคยพบเจอ พวกมันล้วนรวมตัวกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้

จิรพัฒน์เหลือบตามองรถหรูสองคันที่จอดอยู่หน้าตัวเรือน รถยนต์ลัมโบร์กินีตัวท็อปสีเหลืองอ่อน กับนิสสันจีทีอาร์สามสิบห้ารุ่นลิมิเตดอิดิชั่นสีขาวสวยกำลังจอดนิ่งสนิทอยู่ ไร้ซึ่งวี่แววเจ้าของรถยนต์ทั้งสองคัน ชายหนุ่มที่ไม่ได้กลับเมือฝไทยมานานถึงขั้นต้องรู้สึกแปลกใจ

"รถของลุงเหรอวะ?" เจ้าจอมครุ่นคิดกับตัวเอง

ร่างสูงหยุดยืนมองรถหรูได้ไม่นานเท่าไหร่นัก ขาคู่ยาวก็เดินมาหยุดอยู่หน้าเรือนไม้ขนาดใหญ่ หวังจะขึ้นตัวเรือนไทยหลังงามด้วยจุดหมายคือไปหาผู้เป็นลุงของตัวเอง

แต่ทว่าเมื่อเท้าของเจ้าจอมเหยียบลงบนพื้นบันไดไม้สีดำ เสียงเอี๊ยดอ๊าดก็ดังขึ้น จิรพัฒน์จึงใช้เท้าของตนกระแทกบันไดขั้นถัดไปเบา ๆ เพื่อดูว่ามันจะสามารถรองรับน้ำหนักของเขาได้หรือไม่

"พี่จอมจะพังเรือนของลุงนินรึไง?" เสียงเอ่ยถามปนขำดังขึ้น บนศีรษะของจิรพัฒน์

เจ้าจอมตอนนี้ยืนอยู่บันไดขั้นแรกของตัวเรือน เงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นตอของเสียงดังกล่าว แล้วเขาก็ได้พบว่าผู้มาใหม่ หาใช่ใครที่ไหน รุ่นน้องคนสนิทอย่าง 'เจ้าแดง' กำลังยืนกอดอกมองจิรพัฒน์ในขณะที่อีกฝ่ายพยายามกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่ จนหน้าของมันบิดเบี้ยวไปตามอารมณ์

"ตลกมากเหรอไอ้แดง!!" เจ้าจอมชักสีหน้าใส่อีกคน

"ไม่ตลกแล้วก็ได้ รับขึ้นมาเถอะลุงรออยู่นะ"

"เออ!!!" เขากระแทกเสียงใส่คนน้อง

จิรพัฒน์สะบัดหน้าแล้วรีบเดินกระแทกเท้าขึ้นตัวเรือนไทยหลังใหญ่ไป จากเสียงที่ดังเอี๊ยดอ๊าดในช่วงแรก มันแปรเปลี่ยนไปเป็นเสียงดัง ตึง ตึง ตึง ตามแรงกระแทกของฝ่าเท้าคนร่างบาง

ผู้ที่นั่งอยู่กลางโถงภายในตัวเรือนสี่คนถึงกับต้องรับหันกลับมามองเสียงครึกโครมที่เกิดขึ้น

"ไอ้จอม! พลานเงินกูไม่พอ เสือกจะมาพังเรือนกูอีก"

'ลุงนิน' เจ้าของตำหนักสายหมอก ผู้ปกครองและครอบครัวเพียงคนเดียวของจิรพัฒน์ ชายวัยกลางคนกำลังเอ่ยทักทายหลานของตัวเอง

"เหอะ!" จิรพัฒน์ไม่ได้ตอบอะไรกลับ เพียงแค่กระแทกเสียงในลำคอกลับไปเท่านั้น

คนหนุ่มเดินมาที่เก้าอี้ไม้มุมอับของห้องโถงแล้วนั่งด้วยท่าประจำตัว ท่านั่งชันเข่าหนึ่งข้างบนเก้าอี้พร้อมกับมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา แน่นอนว่ามันเป็นภาพซึ่งไร้สิ้นมารยาทของความเป็นผู้รากมากดีสุด ๆ

ห้องโถงที่เต็มไปด้วยเทวรูปแปลกประหลาด ไร้ซึ่งองค์พระพุทธรูป ลูกแก้วหลากสีปรากฏอยู่หน้าโต๊ะทำนาย ไพ่ยิปซีกระจัดกระจายอยู่เต็มทางเดิน จอมสะบัดหัวเบา ๆ คนหนุ่มหันไปเอ็ด เจ้าแดงรุ่นน้องของตนที่ไม่ยอมเก็บเรือนให้เรียบร้อย

ชายเจ้าของร่างสูงราวร้อยแปดสิบสองเซนติเมตร ใบหน้าคมผิวขาวจัด กำลังตบไหล่ของชายผิวสองสีผู้มีส่วนสูงใกล้เคียงกันที่นั่งอยู่ข้างตนอย่างเบามือ ทั้งคู่มีใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยจะเน้นไปทางหล่อเหลาเสียมากกว่าน่ารักอีกกระมั้ง

จิรพัฒน์กำลังเพ่งทุกสิ่งมองเพื่อประเมินสถานการณ์

ส่วนอีกคนซึ่งนั่งอยู่ไม่ห่างเป็นชายที่รูปร่างประมาณเขา อีกฝ่ายน่าจะสูงกว่า และชายคนนั้นมีใบหน้าที่หวานแต่ทว่าบางครั้งก็ออกแนวหล่อคมเนื่องจากเขามี Foxeye เป็นของตัวเอง แต่มันก็เป็นเฉพาะเวลาเจ้าตัวไม่ยิ้มล่ะน่ะ

ถ้าเทียบกันแล้วคนสุดท้ายดูท่าทางจะดูดีที่สุดในกลุ่ม สำหรับในความคิดของจิรพัฒน์ที่กำลังนั่งมองอยู่ตอนนี้

ทั้งสามพูดคุยอยู่กับคุณลุงของเจ้าจอมด้วยใบหน้าจริงจัง จนคนร่างบางไม่กล้าเข้าไปขัดระหว่างที่พวกเขาสนทนากัน จิรพัฒน์สามารถจับใจความได้ว่าชายคนแรกที่ตบบ่าเพื่อนคือ 'พันวา' เป็นเพื่อนสนิทของคนซึ่งโดนตบบ่า เนื่องจากอีกคนกำลังอยู่ในสภาวะไม่ปกติเมื่อรู้ว่าตนเองกำลังโดนของ

ส่วนคนที่ถูกตบบ่านั้นมีชื่อว่า 'เสือป่า' รายนี้โดนของมาเนื่องจากทำธุรกิจเปิดผับเปิดบาร์น่าจะไปขัดขาคู่แข่งเข้า และคนสุดท้าย คนที่มีใบหน้าถูกจริตเจ้าจอมยิ่งนัก ฟังไปฟังมาแล้วดูท่าจะเป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวที่ลุงนินรับเข้ามาเมื่อไม่นานนี้ ทายาทหมื่นล้านแห่งตระกูล 'รมยกรรวิศ' ที่มีนามว่า 'ราชา' แน่นอนว่าทั้งสามเป็นเพื่อนกัน

"แดง!" เสียงแหบพร่าทรงอำนาจของลุงนินเรียกแดงซึ่งตอนนี้กำลังนั่งอยู่ด้านข้างของเจ้าจอม

"ครับอาจารย์?"

"พาคุณเสือป่าและคุณพันว่าไปรอที่เรือนเล็ก เราจะถอนของ"

"ส่วนราชามึงอยู่คุยกับกูก่อน" ราชรณวรพยักหน้ารับเบา ๆ เมื่อได้ยินคำสั่งจากลุงนิน

เนื่องจากแดงพาพันวาพร้อมกับเสือป่าเดินออกไปแล้ว ภายในห้องโถงจึงเหลือเพียงจิรพัฒน์ผู้เป็นหลานและราชรณวรศิษย์เพียงคนเดียวของตำหนักสายหมอกรวมไปถึงลุงนินเจ้าของตำหนักเรือนไม้โบราณซึ่งมีอายุยาวนานนับหลายร้อยปีแห่งนี้

เรือนไทยหลังใหญ่ที่หน้าต่างไม้ถูกเปิดออกแทบจะทุกบาน บัดนี้ราวกับมีลมพิสดารพัดวนมายันตัวเรือนสวย หน้าต่างทุกบานถูกปิดลงด้วยกระแสลมจากธรรมชาติ

ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง!

จิรพัฒน์ที่เจอเหตุการณ์นี้มาตั้งแต่เยาว์วัย หยิบบุหรี่มวนเล็กขึ้นมาจุดสูบเบา ๆ สายตาเหลือบมองรอบห้องโถงเช่นเดียวกับราชา ดูแล้วหนุ่มหล่อคนนี้คงจะเจนสนามในเรื่องเร้นลับพอตัว

ควันบุหรี่สีขาวพวยพุ่งออกมาจากปากสวยของเจ้าจอม ราชา ราชรณวรหันมาสบตาคนซึ่งอยู่ด้านหลังของตน ตาโฉบเฉี่ยวของเขาก็พลันกระตุกวูบ และเมื่อจิรพัฒน์มองไปยังใบหน้าผู้เป็นลุงก็พบเพียงว่ารายนั้นนั่งยิ้มหวานตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

ดอกลีลาวดีเริ่มร่วงโรยลงมาโดนศีรษะของจอมดอกแล้วดอกเล่า เพียงแต่ดอกใดที่กระทบกับร่างกายของชายหนุ่มจากที่ส่งกลิ่นหอม มันก็พลันส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล ชวนอาเจียนได้ ณ เวลานั้น

ทว่าความแปลกประหลาดอันเกิดขึ้นในตัวเรือนไทยหลังงามนี้ก็คือมันไม่มีดอกลีลาวดี! และบนศีรษะจิรพัฒน์ตอนนี้นอกจากหลังคาของตัวเรือนสวย มันจะหามีดอกลีลาวดีมาจากที่ใดกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ฟันกรามของจิรพัฒน์ขบกันแน่น เขาพยายามหักห้ามอารมณ์ฉุนเฉียวของตนอย่างสุดความสามารถ

"ดอกลีลาวดีอีกแล้ว..." ราชาพึมพำ

ราชาไม่ถูกกับดอกลีลาวดีมาก ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ เพียงแค่เห็นแล้วชายหนุ่มรู้สึกไม่ดีเสียมากกว่ารู้สึกยินดีที่จะเชยชมหรือดอมดมกลิ่นหอมของมัน

เจ้าจอมเงยหน้ามองด้านบนศีรษะของตน ในขณะที่ริมฝีปากสวยยังคงคาบบุหรี่ เมื่อสายตาโฟกัสถูกจุดบุหรี่นอกมวนเล็กก็ถูกจับออกมาจากปาก เขาออกแรงขยี้มันเข้ากับที่เขี่ยบุหรี่แก้วซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างตัวเอง

"ยืนค้ำหัวกูเลยนะ" เสียงนุ่มทุ้มเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากจิรพัฒน์

ร่างสูงของหญิงสาวผมยาว สภาพคอเอียงซ้ายทำมุมเกือบเก้าสิบองศา เผยให้เห็นช่วงกระดูกที่โผล่ออกมาจากรอยขาดอันเกิดอยู่บริเวณที่คอถูกพับนั้น คล้ายว่าโดนบันศีรษะมาแต่ไม่สะบันดี

ชุดไทยสมัยโบราณเก่าซีด มาพร้อมกับรอยเฆี่ยนตามตัวบ่งบอกได้เป็นอย่างชัดแจ้งว่าอีกฝ่ายพบเจออะไรมา มันกำลังอ้าปากพะงาบพึมพำสองสามทีอยู่บนหัวของจิรพัฒน์ ในทุกครั้งที่เจ้าหล่อนพยายามเปล่งเสียงก็จะมีดอกลีลาวดีร่วงโรยลงมาจากปาก แต่ทว่าเมื่อดอกไม้ดังกล่าวสัมผัสโดนตัวจอมมันกลับเน่าส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณแทนเสียนี่

มือเรียวบางของเจ้าจอมคว้ากริชไม้โบราณ ซึ่งวางอยู่บนพานสีทองสวย ข้าง ๆ กับที่เขี่ยบุหรี่ออกมา เขาใช้มันกรีดลงนิ้วยาวของตนเองเล็กน้อย สิ่งศักดิ์สิทธิ์สายดำมันชอบกินเลือดกินเนื้อเจ้าของอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่ากริชสวยเปื้อนเลือดตัวเองเรียบร้อย จิรพัฒน์พลันตวัดมันไปลงไปยังพื้นไม้สีดำเงาของตัวเรือนไทยอย่างหงุดหงิด

ทันทีที่กริชขนาดเล็กเสียบลงบนพื้นไม้อายุหลายร้อยปี เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นบนศีรษะเจ้าจอมแทนการอ้าประพะงาบ ๆ ในขณะที่วิญญาณของหญิงสาวผู้มาพร้อมดอกลีลาวดีพลันหายไปด้วย

กริชถูกดึงออกมาจากพื้นแล้วโยนลงที่พานทองเช่นเดิม ไม่นานนักจิรพัฒน์ก็ต้องหยิบบุหรี่อีกมวนขึ้นมาสูบ

"ไอ้จอม ของมันช่วยชีวิตมึง มึงยังไม่รู้จักทะนุถนอมมัน”

“ระวังเถอะวะ! สักวันมันจะกลืนกินมึงทั้งเป็น" ลุงนินเอ่ยเตือนหลานรัก

"ถ้ามันกล้าก็ให้มันทำ จอมจะจับมันถ่วงน้ำสักสามสี่ชาติ ลุงนินว่าดีไหม?"

น้ำเสียงกวนประสาทพร้อมกับควันบุหรี่ที่พวยพุ่งออกมาจากปาก สร้างความเอือมระอาให้ลุงนินเป็นอย่างมาก แม้แต่ราชาผู้มาใหม่ยังรู้สึกไม่ชอบใจกับท่าทางของอีกฝ่ายอยู่พอสมควร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • การสวมร่างของหมอผีปากแซ่บ    บทที่ 46 “END”

    ตอนที่ 46“Saturn”ดั่งดาวที่อยู่เคียงเดือน ดั่งดวงอาทิตย์ที่อยู่เคียงคู่โลก ดังอากาศที่ลอยอยู่ตามท้องนภา ดังเวลาที่ไม่มีวันหยุดเดิน.ความรักของเมืองเหนือที่มอบให้จิรพัฒน์ไม่ได้แปรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย.กลับกันแล้ว...ความรักของเจ้าจอมที่มอบให้สุวภัทน์ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้เวลาจะเวียนไหว้หมุนวนไปหลายร้อยภพก็ตามแต่.ดอกกุหลาบถูกจัดเรียงใส่แจกันสวยด้วยมือเรียวของอดีตหมอผีหนุ่มอย่างจิรพัฒน์ ในขณะที่ราชานั่งมองน้องคนสนิททำกิจกรรมดังกล่าวด้วยความเอ็นดูบัดนี้เจ้าของรัตติกาลจันทร์อัปสรเปลี่ยนมือเป็นราชรณวรแล้ว ส่วนลุงนินนั้นปลีกวิเวกเน้นทางธรรม เข้าป่าฝ่าดงละทางโลก ตำหนักสายหมอกจึงมีเพียงราชรณวรและจิรพัฒน์ที่คอยดูแล และมีดั่งเดินสวรรค์แวะเวียนมาหาบ้างเป็นครั้งคราว เช่นเดียวกับเมืองเหนือและคนอื่น ๆณ สุสานอี้ฟางศพของสุวนีย์แม่เลี้ยงของเดินดินถูกฝังไว้ที่สุสานแห่งใหญ่ของประเทศ ด้วยความเคารพอันน้อยนิดที่เดินดินมีให้อีกฝ่ายซึ่งครั้งหนึ่งเคยเลี้ยงดูปูเสื่อดั่งเดินสวรรค์มาอย่างดีดอกลิลลี่สีขาวถูกวางลงหน้าสุสานเป็นการทำความเคารพบุพการีไม่แท้ด้วยความนอบน้อมแม้ว่าอีกฝ่ายจะประพฤติปฏิบัติตนไม่ด

  • การสวมร่างของหมอผีปากแซ่บ    บทที่ 45 “เรียกพี่เหนือสิครับคนดี”

    ตอนที่ 45“เรียกพี่เหนือสิครับคนดี”ภายในห้องนอนของจิรพัฒน์ ดอกกุหลาบช่องามถูกวางไว้ข้างเตียง มือซึ่งขึ้นเส้นเลือดนิดหน่อยของจิรพัฒน์ จับช่อดอกไม้เบา ๆ ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ หากแต่เมื่อได้รับมักรู้สึกพิเศษเสมอเตียงยุบลงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าสุวภัทน์เดินมาหา เจ้าจอมจึงละสายตาจากช่อดอกไม้และหันมาหาคนพี่แทน"สวยไหมคะ?"คะขา? คะขา? คะขา?"สวยครับ""พี่คิดไว้แล้วว่าจอมต้องชอบดอกไม้..."ดอกไม้ที่ว่ามันแปลว่าดอกไม้จริง ๆ ใช่ไหม?มือหนาค่อย ๆ เลื่อนเข้าไปสัมผัสใบหน้าของจิรพัฒน์ราวกับต้องการสำรวจความเพอร์เฟกต์ของใบหน้าคมซ่อนหวานตรงหน้าปลายนิ้วไล่เกลี่ยริมฝีปากของเจ้าจอมไปมาคล้ายกับต้องการสัมผัสมันอยู่อย่างนั้น เมืองเหนือขบกรามแน่นกับภาพตรงหน้าที่เห็นเมื่อเจ้าจอมใช้ปากของตนรับเอาก้านนิ้วของเขาเข้าไปลิ้มรส ลิ้นเรียวตวัดชิมก้านนิ้วเหมือนทานไอศกรีมแท่งเล็กก็ไม่ต่าง น้ำสีใสไหลเยิ้มออกมาจากมุมปากของจิรพัฒน์ก่อนที่อีกฝ่ายจะใช้สายตาออดอ้อนเหลือบมองมาที่คนพี่ ภาพตรงหน้ามันช่างตราตรึงในใจของสุวภัทน์ยิ่ง"อืมมมม~"[MuangNuea Talk]ผมว่า...ผมไม่เคยต้านทานตัวตนของเจ้าจอมได้เลยสักครั้งผมหมายถึง...ตัวตนในมุมน

  • การสวมร่างของหมอผีปากแซ่บ    บทที่ 44 “เพลิงอัคคี”

    ตอนที่ 44“เพลิงอัคคี”พิธีกรรมเสร็จสิ้นพร้อมกับหยดเลือดของสาปอักษรที่หยดลงสู่พานเป็นหยดสุดท้าย ที่จิรพัฒน์และราชาเคยสงสัยบัดนี้คงได้คำตอบแล้ว สาเหตุที่ว่าเสือป่าเก็บเลือดตัวเองไว้ในตู้เย็นของสนามแข่งทำไม เหตุก็เพราะเลือดของเขาสามารถอัญเชิญวิญญาณได้ และผู้ที่ใช้มันคือเจตตินทร์ เทพสงครามผู้มากบารมี"เสร็จแล้ว"เสียงของผู้อาวุโสเอ่ยกล่าว ท่ามกลางความโล่งใจของทุกฝ่ายเมื่อทุกอย่างจบสิ้นลง ทั้งหมดจึงแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง ทิ้งไว้เพียงราชาและเดินดินอยู่ที่ตำหนักสายหมอกเท่านั้นด้านจิรพัฒน์และลุงนิน ยืนมองวิญญาณของช่อลดาที่อยู่สวนลีลาวดีโดยไม่ได้พูดกล่าวอะไรออกไป หากแต่เป็นอีกฝ่ายที่เอ่ยพูดแทน"โชคดีนะลูก ขอบคุณนะที่เกิดมาบนโลกใบนี้...""...""พี่นิน ช่อจะขึ้นไปอยู่บนนู้นแล้วนะ""สะเหล่อทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง ขึ้นไปอยู่บนนั้นอะไรของมึงล่ะ""พี่นินจ๊ะ...""รู้ทั้งรู้ว่าวิญญาณจะดับสลายก็ยังจะเสือกไปแลกเปลี่ยนกับทวยเทพ" ลุงนินสุดจะทนกับความคิดของช่อลดาน้องสาวตนเหลือเกินเพียงเพราะเจ้าจอมของเมืองเหนือแล้วไม่สมหวังหรือถึงขั้นต้องยอมแลกเปลี่ยนวิญญาณของตนเพื่อให้ลูกตัวเองสมหวังในความรัก ช่างสิ้

  • การสวมร่างของหมอผีปากแซ่บ    บทที่ 43 “ON THE FLOOR”

    ตอนที่ 43“ON THE FLOOR”รถยนต์คันงามเข้าเส้นชัยไปได้อย่างรวดเร็ว สมฉายานักแข่งไร้พ่ายประจำสนาม ท่ามกลางความยินดีของกองเชียร์ ในขณะที่ดั่งเดินสวรรค์กระโดดขึ้นยืนปรบมือด้วยความดีใจ เหมือนไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนแชมเปญถูกแจกจ่ายให้ผู้ได้รับชัยชนะสามอันดับแรก เพลิงอัคคีมองไปที่ดั่งเดินสวรรค์ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ยอมรับว่าไม่เคยเห็นคนน้องมีความสุขและสดใสมากขนาดนี้มาก่อน เพลิงรู้สึกเหมือนปล่อยวางเรื่องเดินดินได้เกือบครึ่งหนึ่ง อย่างไรเสียเขาก็เป็นห่วงดั่งเดินสวรรค์เหมือนคนในครอบครัวด้วยใจจริงณ ตำหนักสายหมอกเจ้าของตำหนักเดินขึ้นเรือนไม้หลังงามไปด้วยความใจเย็นลุงนินกลับมาแล้ว.....จิรพัฒน์ที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่บ้านหรูสไตล์ยุโรปของตนรีบทิ้งสายยางในมือและวิ่งไปหาผู้เป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของตนทันที"ลุง!!""มึงจะตะโกนทำไม""ลุงหายไปไหนมา?""..."เรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดให้จิรพัฒน์ได้รับรู้ เจ้าจอมนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยืนขึ้นและก้าวลงจากตำหนักไป โทรศัพท์ถูกหยิบยกขึ้นมาต่อสายหาราชรณวรโดยลุงนินด้วยความรู้สึกหลากหลายเพียงไม่นานนักราชาก็เดินทางมาถึงตำหนักส

  • การสวมร่างของหมอผีปากแซ่บ    บทที่ 42 “ความจริงจากลุงนิน”

    ตอนที่ 42“ความจริงจากลุงนินและการจากไปของเหมันต์”เมื่อกลับมาถึงบ้านหลังเล็กในป่าลึกของตัวเอง เหมันต์ก็จัดการกวาดของทุกอย่างลงบนพื้นของบ้านทันที น้ำตาหลั่งรินไหลอาบแก้มคู่งาม ชายหนุ่มผิวสองสีใบหน้าคมพยายามกักเก็บอารมณ์ไว้แต่คราแรกบัดนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่ เหมันต์ยกมือหนาขึ้นมาปิดบังใบหน้าตน ซึ่งยามนี้น้ำตาไหลไม่มีท่าว่าจะหยุดได้เลยแม้แต่น้อยฮึก ฮึก ฮึก~เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องจัดแข่งกับเสียงสะอื้นของหมอผีหนุ่ม การรอคอยของเขามันไร้ค่าสิ้นดี อยู่ไปก็เหมือนคนที่ตกนรกทั้งเป็น สู้ตกตายไปเสียยังจะดีกว่า ไม่น่าเลย...ไม่น่าพาเจ้าจอมมาทำอะไรแบบนี้เลย สุดท้ายแล้วผลกรรมทั้งหมดก็ตกแด่เขา ผู้เป็นดั่งคนคอยเปิดประตูสู่ความเลวทรามในใจของจิรพัฒน์ไซยาไนด์ชนิดไร้สีสันถูกนำมาผสมน้ำเปล่าหวังดื่มเพื่อจบชีวิตตน มือเรียวยาวลูบไล้ขอบแก้วน้ำสีใสไปมา เหมันต์มีความคิดจะจบชีวิตอยู่หลายครา แน่นอนว่าทุกครั้งที่เจ้าตัวปลิดชีพผู้อื่น เขาคิดตลอด คิดมาตลอด เพียงแต่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ในการรอคอยจิรพัฒน์มันทำให้เขาไม่กล้าตัดสินใจเดิมทีเหมันต์นั้นเป็นคนจิตใจดี แต่ด้วยงานที่ทำอาจจะดูเลวทรามไปบ้าง แต่อย่างไรเสียเขาก็มีความร

  • การสวมร่างของหมอผีปากแซ่บ    บทที่ 41 “ความสัมพันธ์กับเมืองเหนือ”

    ตอนที่ 41“ความสัมพันธ์กับเมืองเหนือ”"กูฝากดูหน่อย" ราชาเอ่ยพูดกับเมืองเหนือด้วยใบหน้ากังวลใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"แล้วทำไมมึงต้องพูดตัดความสัมพันธ์ขนาดนั้นด้วยวะ?""เหนือ...กูรู้นะว่ามึงชอบจอม มึงรับได้เหรอถ้ากูกับจอมยังเป็นแบบนี้อยู่""ไม่" เมืองเหนือรีบสั่นศีรษะปฏิเสธทันที"เห็นไหม มึงหวงเจ้าจอมจะตาย กูถึงต้องตัดความสัมพันธ์นี้ไง กูต้องขีดเส้นให้ชัดเจน""ทั้งหมดที่ทำไปอาจจะดูใจร้ายไปบ้าง แต่เพราะกูชอบน้องดิน ถ้ายังไม่ชัดเจนเรื่องจอมอยู่แบบนี้ เดินดินจะรู้สึกยังไงวะ?" ราชาพูดต่อเมืองเหนือเคยแอบสงสัยอยู่บ้างว่าราชรณวรนั้นชอบดั่งเดินสวรรค์ เพียงแต่ไม่กล้าฟันธง เพราะเพื่อนเขาคนนี้เป็นพวกชอบใจดีกับคนอื่นไปทั่ว ยอมรับว่ารู้สึกแปลกใจอยู่พอควรที่ราชายอมบอกกับเขาตรง ๆ ว่าตัวเองนั้นชอบดั่งเดินสวรรค์อีกฝ่ายตบไหล่สุวภัทน์สองสามทีก่อนจะขอตัวกลับไปหาเดินดินซึ่งรออยู่ที่คฤหาสน์ของสุวภัทน์นานแล้วส่วนเจ้าแดงเองก็ขอตามราชรณวรไปด้วย เพราะไม่อยากอยู่ในเขตของตำหนักสายหมอกอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรูทรงยุโรปของจิรพัฒน์ ตัวของแดงเองก็ไม่อยากจะอยู่เช่นกันณ คฤหาสน์ของเมืองเหนือ"เมื่อไหร่พี่ราชาจะ

  • การสวมร่างของหมอผีปากแซ่บ    บทที่ 35 “กงล้อแห่งชะตา”

    ตอนที่ 35“กงล้อแห่งชะตา”องค์เทพสงครามอย่างเจ้าเจตยืนมองภาพเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นพลางถอนหายใจก่อนจะใช้อำนาจสวรรค์ตัดพันธะที่จิรพัฒน์ทำไว้กับองค์เทพทั้งหมดเพื่อรักษาชีวิตของเจ้าจอมเอาไว้ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม"แล้วมึงจะตัดพันธสัญญาของกูกับน้องมันทำไมล่ะเจต"ขุนเขาปรากฏตัวขึ้นอยู่ด้านหลังเขาถามด้วยคว

  • การสวมร่างของหมอผีปากแซ่บ    บทที่ 29 “สิ่งที่เมืองเหนือรับรู้”

    ตอนที่ 29“สิ่งที่เมืองเหนือรับรู้”เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาเหนือถึงได้รู้ว่าภาพตรงหน้ามันช่างเกินจะบรรยาย ห้องโถงทองคำขนาดใหญ่ซึ่งรายล้อมไปด้วยบริวารมากมายหลากหลายคน ไม่ได้ทำให้เขาตกใจเท่าการที่เห็นร่างของจิรพัฒน์ซึ่งกำลังนั่งหันหลังอยู่ข้าง ๆ เขา เมื่อรู้สึกถึงการขยับร่างกายของสุวภัทน์ จิรพัฒน์จึงหันมาม

  • การสวมร่างของหมอผีปากแซ่บ    บทที่ 27 “พิธีถอนของ”

    ตอนที่ 27“พิธีถอนของ”เมื่อแม่เลี้ยงของนายแบบคนสวยขาออกไปจากเพนท์เฮ้าส์แล้ว พิธีกรรมเหนือธรรมชาติกำลังจะเริ่มขึ้นโดยผู้ใช้คุณไสยสองคน เทียนสีขาวถูกนำมาจุดวางภายในบ้านตามจุดต่าง ๆ ที่สำคัญ อาทิเช่น ห้องครัว น้องนอน ห้องน้ำ รวมไปถึงห้องโถง และเช่นเคยครั้งนี้จิรพัฒน์เป็นผู้เริ่มพิธีโดยมีราชรณวรคนพี่คอยใ

  • การสวมร่างของหมอผีปากแซ่บ    บทที่ 14 “เมืองเหนือ”

    บทที่ 14“เมืองเหนือ”เขียนโดย : รสผลไม้​บทสรุปของช่วงเช้าวันนี้มันจบลงที่เจ้าจอมต้องกลับสนามหลักพร้อมเมืองเหนือ เพราะราชาไม่ไว้ใจให้เขากลับไปคนเดียว ครั้นจะให้กลับไปที่เพนท์เฮ้าส์พร้อมพระเพลิงยิ่งแล้วใหญ่ ส่วนคนพี่นั้นจำใจกลับตำหนักสายหมอกไปพร้อมเดินดินแล้ว ด้วยเพียงเหตุผลเดียว 'ตำหนักสายหมอกต้องมีคน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status