Masukวันต่อมา
“พี่ขุนเดี๋ยวแวะร้านพี่ทรายให้เอมหน่อยนะ เอมอยากกินโออิชิ”
“ได้ครับ”
เมื่อร่างสูงขับรถเข้ามาในหมู่บ้านหลังจากพาคนตัวเล็กไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ คนตัวเล็กก็หันมาพูดกับเขาที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อเขาหันมาตอบรับเธอก็หันกลับไปเล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ต่อ เธอดูสนใจมันเป็นพิเศษซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่เลย
และเมื่อมาถึงร้านขายของชำหรือร้านของทราย ร่างสูงก็ทำการจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเปิดประตูลงจากรถ
“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้เองครับ เรารอพี่อยู่ในรถนี่แหละไม่ต้องลงไป” ไม่ลืมที่จะกำชับเธออย่างเป็นคำสั่ง
“โอเคค่ะ เอารสน้ำผึ้งมะนาวนะคะ ขวดสีเหลืองๆ”
“ได้ครับ”
จากนั้นร่างสูงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำลงจากรถเดินเข้าร้านค้าไปทันที โดยมีสายตาของคนตัวเล็กมองตามไม่ละ แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอดันไปสะดุดกับร่างของทรายเจ้าของร้านที่กำลังยืนโอบเอวอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักพอตัว อีกทั้งท่าทีของทั้งคู่ดูกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รัก ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าทรายมีรสนิยมเช่นไร มิน่าเวลาที่เธอมาซื้อของร้านทรายเธอถึงรู้สึกว่าทรายเข้าหาเธอแปลกๆ
ซึ่งไม่นานร่างสูงก็กลับเข้ามาในรถพร้อมกับของที่เธอสั่งและขนมอื่นๆอีกหลายอย่างยื่นมาวางลงบนตักของเธอ จากนั้นเขาก็ขับรถพาเธอกลับบ้าน ในระหว่างนั้นเธอก็ชวนเขาคุยไปด้วย
“พี่ขุน ผู้หญิงในร้านพี่ทรายเมื่อกี้ใครเหรอเอมไม่เคยเห็นหน้าเลย แต่เอมเห็นเธอยืนกอดกับพี่ทรายด้วย เธอเป็นแฟนพี่ทรายเหรอคะ”
“คงใช่” ร่างสูงตอบออกมาน้ำเสียงเรียบนิ่งโดยที่ยังคงมองทางเบื้องหน้าไม่ละ ก่อนจะได้ยินคนตัวเล็กข้างกายพูดต่อ
“เอมว่าแล้วท่าทางพวกพี่เค้าดูเหมือนคู่รักขนาดนั้นต้องเป็นแฟนกันแน่ๆ น่ารักดีนะคะพี่ขุนว่ามั้ย”
ร่างสูงเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของคนตัวเล็ก แต่หันไปถามกลับแทนด้วยสีหน้าที่ดูจะไม่พอใจเท่าไหร่
“ชอบแบบนั้นเหรอ”
“หมายถึงอะไรคะ?”
“พี่หมายถึงเราน่ะ ชอบผู้หญิงด้วยเหรอ”
“จะบ้าเหรอคะ ถ้าเอมชอบผู้หญิงแล้วเอมจะมาเอาพี่ทำผัวทำไมเล่า”
“หึ” คำตอบของคนตัวเล็กทำเอาร่างสูงถึงกับหลุดยิ้มด้วยความชอบใจและพึงพอใจในคำตอบของเธอเป็นอย่างมาก ก่อนจะได้ยินเสียงหวานพูดต่อด้วยท่าทีที่ดูจะจริงจังเอาเรื่อง
“เอมแค่มองว่าผู้หญิงกับผู้หญิงรักกันมันก็ดูน่ารักดี อีกอย่างรักเพศเดียวกันมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร สมัยนี้โลกมันเปิดกว้างแล้วค่ะ ไม่มีใครเค้ามานั่งบูลลี่เรื่องพวกนี้กันแล้ว”
“พี่ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อย” เขาพูดพร้อมกับปล่อยมือจากพวกมาลัยรถข้างหนึ่งยื่นไปวางบนศีรษะเล็กแล้วลูบเบาๆอย่างทะนุถนอมขณะปากหยักระบายยิ้ม อีกทั้งสายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“เอมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเหมือนกัน แค่อธิบายให้ฟังเฉยๆ”
“หึ”
เมื่อคนตัวเล็กยอกย้อนกลับเขาก็ยิ่งมองเธอน่ารักเข้าไปใหญ่ จึงเกิดความหมั่นเขี้ยวจนทนมองความน่ารักของเธอเฉยๆไม่ไหว เขาจึงหยุดรถทันที จอดนิ่งสนิทโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะคว้าคนตัวเล็กมาจูบปากทันทีอย่างดูดดื่ม คราแรกคนตัวเล็กก็ตกใจกับความอุกอาจของเขา แต่เมื่อเริ่มเคลิ้มไปกับจูบของเขา เธอก็จูบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ กระทั่งจูบกันในรถจนพอใจแล้วก็พากันกลับบ้าน...
เวลาต่อมา 20:15 น.
“หาอะไรอยู่” ร่างสูงเอ่ยถามขณะนั่งเช็คสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่บนเตียง เนื่องจากเห็นคนตัวเล็กกำลังคุ้ยหาอะไรบางอย่างในลิ้นชักข้างตู้เสื้อผ้า ก่อนที่เธอจะหันมาเอ่ยตอบเขา
“หาผ้าอนามัยค่ะ เอมรู้สึกปวดท้องเหมือนประจำเดือนจะมา”
“ของครั้งก่อนเราใช้หมดแล้ว”
“พี่รู้ได้ยังไงคะ?”
“แล้วที่หาอยู่น่ะเจอมั้ยล่ะ”
“ไม่เจอค่ะ”
สิ้นเสียงหวาน ร่างสูงก็ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งก็คือผ้าอนามัยแบบที่คนตัวเล็กใช้ แล้วยื่นมันให้เธอ
“พี่ไปซื้อมาตอนไหนคะ” เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมกับยื่นมือไปรับถุงผ้าอนามัยจากคนตรงหน้า
“ซื้อไว้หลายวันแล้ว พี่เห็นประจำเดือนเรามาไม่ค่อยปกติเลยซื้อเอาไว้ก่อน อีกอย่างของแบบนี้มันควรซื้อตุนเอาไว้อย่าให้ขาด เวลาใช้จะได้ไม่ต้องเที่ยวหาให้วุ่นแบบนี้ เข้าใจมั้ย” อดไม่ได้ที่จะบ่นคนตัวเล็ก ซึ่งก็เกิดจากความห่วงใยเธอทั้งนั้น
“โอเคค่าเอมเข้าใจแล้ว” พูดจบคนตัวเล็กก็เขย่งเท้าขึ้นแล้วหอมแก้มคนตัวโตตรงหน้าไปหนึ่งฟอดเพื่อเป็นการขอบคุณเขาที่คอยดูแลใสใจเธอดีมาตลอด จากนั้นก็หมุนตัวเตรียมจะเดินเข้าห้องน้ำ ทว่ามือใหญ่ของอีกคนก็คว้าแขนของเธอเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวครับ ให้พี่ช่วยใส่มั้ย”
“จะช่วยเอมใส่ผ้าอนามัยเนี่ยเหรอคะ”
“ใช่”
“เอ่อ ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะเอมทำเองได้” พูดจบคนตัวเล็กก็รีบเดินหนีเข้าห้องน้ำไปทันที เธอทั้งอายทั้งเขินจนแทบทำตัวไม่ถูก แต่อีกใจมันก็รู้สึกดีเมื่อมีใครสักคนอยากจะทำให้เรามากขนาดนี้ ถึงขั้นจะใส่ผ้าอนามัยให้ ผู้ชายอ่อนโยนแบบนี้มันหาได้ยากมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี และหนึ่งในนั้นเธอก็ดันได้มา มีแฟนที่ดีมันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง
ไม่นานหลังจากคนตัวเล็กเปลี่ยนผ้าอนามัยเสร็จ ทั้งคู่ก็ขึ้นไปนอนกอดซบอกกันอยู่บนเตียงพลางพูดคุยกันไปเรื่อยตามประสาคนรัก
“เอม เรียนจบแล้วแต่งงานกับพี่นะ”
“ตะ แต่งงานเหรอคะ” คนตัวเล็กที่ไม่คาดฝันหรือคิดไกลถึงขั้นแต่งงาน พอได้ยินอีกคนพูดมาเช่นนั้นก็เหมือนจะทำตัวไม่ถูก และไม่อาจนอนนิ่งอยู่ได้ เธอจึงดันตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับเขาที่ลุกขึ้นตามเธอ
“ทำไม ไม่อยากแต่งงานกับพี่เหรอ”
“เปล่าค่ะ เอมแค่ยังไม่ได้คิดไกลถึงขั้นแต่งงาน”
“...” สิ้นคำพูดดังกล่าวของคนตัวเล็ก ร่างสูงก็เงียบไปขณะมองสบตาคู่สวยไม่ละ จนคนตัวเล็กที่เห็นเขาเงียบไปก็กลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เธอจะสื่อ จึงพูดต่อเพื่ออธิบายให้เขาฟัง
“ไม่ใช่ว่าเอมไม่อยากแต่งกับพี่นะ แต่เอมแค่ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงาน เอมคิดแค่ว่าเราสองคนคบกันแบบนี้ไปเรื่อยๆไปนานๆสำหรับเอมมันก็เกินฝันแล้ว แต่ถ้าพี่อยากแต่งงานกับเอมเอมก็พร้อมจะเป็นเจ้าสาวคนสวยให้พี่ค่ะ”
“หึ” ร่างสูงถึงกับหลุดยิ้มออกมากับประโยคสุดท้ายของคนตัวเล็ก อีกทั้งในยามที่มองเธอยิ้มมาก็ทำใจเขาสั่นทุกครั้ง
“พี่หัวเราะอะไรคะ”
“เราคิดว่าพี่รักเราไม่มากพอเหรอ หรือเราไม่มั่นใจในตัวพี่เราถึงไม่เคยคิดเรื่องแต่งงาน”
“โธ่พี่ขุน ไม่ใช่ว่าเอมไม่มั่นใจในตัวพี่ เอมเชื่อใจพี่นะ แต่คนอย่างเอมจะคิดอะไรได้เล่า แค่คิดว่าวันนี้เรารักกันดีและมีความสุขมันก็พอแล้ว พรุ่งนี้จะเป็นยังไงค่อยว่ากัน”
“ฟังพี่นะชะเอม วันนี้พี่รักเอมยังไง พรุ่งนี้พี่ก็ยังรักเอมเหมือนเดิม พี่จะไม่มีวันเปลี่ยนใจ”
“แล้ววันมะรืนล่ะคะ”
“หึ” ร่างสูงถึงกับหลุดยิ้มออกมาอีกครั้งกับความทะเล้นของคนตัวเล็ก ก่อนจะพูดตามน้ำไปกับเธอแต่ก็พูดออกมาด้วยความจริงใจ
“วันมะรืนพี่ก็รัก วันต่อๆไปหรือวันไหนๆพี่ก็จะรักเอมแค่คนเดียว ไม่เปลี่ยนใจด้วย”
“เอมก็จะไม่เปลี่ยนใจเหมือนกัน เอมจะรักพี่ขุนคนเดียวตลอดไปค่ะ”
“พูดแล้วห้ามคืนคำนะครับ”
“แน่นอนค่ะ ใครผิดคำพูดคนนั้นเป็นหมา”
“หึ ได้สิครับ”
สิ้นเสียงทุ้ม คนตัวเล็กก็โผเข้ากอดร่างสูงไว้แน่นขณะใบหน้าของทั้งคู่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มมีความสุข ก่อนจะพากันเอนตัวนอนแล้วหลับตาลงท่ามกลางความสุขที่อบอวนอยู่ภายในจนแทบเอ่อล้นหัวใจของทั้งคู่...
...รักที่ไม่เคยคาดฝัน จากคนที่เป็นเพื่อนเล่นกันในวัยเด็กแต่แล้วต่างฝ่ายต่างก็พากันหายไปจากวงจรชีวิต ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปกลับหวนมาเจอกันอีกครั้งในวันที่ต่างฝ่ายต่างโตเป็นผู้ใหญ่ ในช่วงแรกก็ดูเหมือนจะเป็นคู่กัด แต่สุดท้ายก็เผลอใจ จวบจนได้รักกันในที่สุด...
...จบ...

วันต่อมา“พี่ขุนเดี๋ยวแวะร้านพี่ทรายให้เอมหน่อยนะ เอมอยากกินโออิชิ”“ได้ครับ”เมื่อร่างสูงขับรถเข้ามาในหมู่บ้านหลังจากพาคนตัวเล็กไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ คนตัวเล็กก็หันมาพูดกับเขาที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อเขาหันมาตอบรับเธอก็หันกลับไปเล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ต่อ เธอดูสนใจมันเป็นพิเศษซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่เลยและเมื่อมาถึงร้านขายของชำหรือร้านของทราย ร่างสูงก็ทำการจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเปิดประตูลงจากรถ“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้เองครับ เรารอพี่อยู่ในรถนี่แหละไม่ต้องลงไป” ไม่ลืมที่จะกำชับเธออย่างเป็นคำสั่ง“โอเคค่ะ เอารสน้ำผึ้งมะนาวนะคะ ขวดสีเหลืองๆ”“ได้ครับ”จากนั้นร่างสูงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำลงจากรถเดินเข้าร้านค้าไปทันที โดยมีสายตาของคนตัวเล็กมองตามไม่ละ แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอดันไปสะดุดกับร่างของทรายเจ้าของร้านที่กำลังยืนโอบเอวอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักพอตัว อีกทั้งท่าทีของทั้งคู่ดูกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รัก ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าทรายมีรสนิยมเช่นไร มิน่าเวลาที่เธอมาซื้อของร้านทรายเธอถึงรู้สึกว่าทรายเข้า
วันต่อมาเช้ามาไปส่งเมียเรียน ถึงเวลาเลิกเรียนไปรับเมียกลับ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเจ้าขุนไปเสียแล้วซึ่งหลังจากจอดรถรอรับเมียที่จุดเดิมเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะเขาจะมารับเธอก่อนเวลาเลิกเรียนเสมอ ก็เห็นร่างอรชรของเมียเดินมากับเพื่อนสนิทในกลุ่มก่อนจะแยกกันไปเมื่อเธอเข้ามานั่งในรถสิ่งแรกที่เธอมักจะทำเป็นประจำคือยกมือไหว้เขาทั้งตอนมาส่งและตอนมารับ เขาจึงยิ้มรับและมองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูก่อนจะเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้เรียนเหนื่อยมั้ย”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“หิวมั้ย กินขนมพวกนี้รองท้องไปก่อนนะ” มือใหญ่หยิบถุงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ยื่นให้คนตัวเล็ก เธอจึงรับเอาไปกินตามปกติ ถึงแม้ตอนนี้ระหว่างเรายังตึงใส่กันอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่พูดจากัน หลังจากนั้นเจ้าขุนก็ขับรถพาเมียกลับบ้าน...แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพอเปิดประตูเข้าไปในห้องชะเอมก็ต้องสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็นในแว็บแรก แต่เมื่อมองชัดว่าเป็นอะไรที่วางอยู่บนเตียงก็ถึงกับตาลุกวาวแล้วรีบพุ่งเข้าใส่มันทันทีด้วยความตื่นเต้น“น้องหมี~ น่ารักจังเลย” เธออุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวเธออีกมากอดไว้แน่นขณะใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ ก่อ
หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมหาลัยเปิดเจ้าขุนก็เป็นคนไปรับไปส่งชะเอมเรียนตลอด ชีวิตในแต่ละวันของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาใดๆเข้ามาแทรก จนกระทั่งวันนี้...เมื่อกลับจากมหาลัยชะเอมก็ไปช่วยน้าขวัญของเธอทำกับข้าวมื้อเย็นตามปกติกระทั่งเสร็จ ของขวัญจึงบอกให้เธอไปตามทุกคนในบ้านมากินข้าว แต่เมื่อเดินออกมาตามคนรักที่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอปวดใจ“พี่ขุน”“เอม!”พรึ่บ!ภาพตรงหน้าที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดคนรักของตัวเองอยู่มันราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก แต่เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็รีบผลักอีกฝ่ายออกทันที ทำเอาหญิงสาวเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม เธอจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปหาเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแม้ตอนนี้ดวงตาจะร้อนผ่าวไปหมดแล้ว อีกทั้งน้ำใสๆที่เอ่อคลอเบ้าตาก็พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ“ใครเหรอขุน”สิ้นคำถามของอีกฝ่ายที่ยืนมองพวกเขาอยู่ มือใหญ่ก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่นก่อนที่เขาจะหันไปตอบหญิงสาว“เมียฉันเอง”“เมียเหรอ แต่งงานกันแล้วเหรอถึงกล้าเรียกว่าเมีย แล้วดูน้องเค้าสิยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะเป็นเมียนายได้ไง““แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” ขณะป
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างสูงที่ไม่ยอมหลับเอาแต่นอนมองหน้าคนตัวเล็กในอ้อมกอด มองสำรวจใบหน้าเธออยู่อย่างนั้น ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ทั้งรักทั้งหลงเด็กคนนี้จนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก หากวันนึงเธอหายไปหรือทิ้งเขาไปเขาก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง แค่คิดใจมันก็แทบขาด หากวันใดเขาถูกเธอทิ้งขึ้นมาจริงๆเขาคงตายอย่างอนาถแน่นอน“ล่ามโซ่ไว้ดีมั้ยเนี่ย จะได้ไม่ทิ้งพี่ไปไหน”“อื้อ” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากในลำคอของคนตัวเล็กราวกับเมื่อครู่เจ้าตัวได้ยินที่เขาพูด ปากหยักจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนหลับในอ้อมกอด ขนาดหลับเธอก็ยังไม่หยุดน่ารัก แล้วแบบนี้เขาจะไปไหนรอดทว่าจู่ๆเสียงข้อความไลน์จากโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น เขาจึงถือวิสาสะหยิบขึ้นมากดเปิดอ่าน(เอมมะรืนมหาลัยจะเปิดแล้ว งั้นพรุ่งนี้พวกเรามาเจอกันหน่อยมั้ย พอดีพี่ชายฉันเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ เห็นแกเคยบอกว่าอยากเจอ)เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวจากเพื่อนของเธอที่ส่งมา แม้จะไม่รู้จักเพื่อนของเธอเลย แต่แค่รับรู้ว่าเธออยากไปเจอพี่ชายของเพื่อนคนนี้ใจมันก็ร้อนเป็นไฟขณะมือใหญ่กำโทรศัพท์ของเธอไว้แน่น ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มคว
เวลาต่อมา 20:25 น.หลังจากหลับไปนานเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพราะเหนื่อยล้าจากบทรักอันเร่าร้อน ชะเอมก็ตื่นขึ้นมาในเวลาสองทุ่มกว่า แต่ข้างกายตอนนี้กลับไร้ร่างของอีกคนที่เคยนอนอยู่ข้างกัน เธอจึงดันตัวลุกขึ้นจากที่นอนเตรียมจะไปอาบน้ำ ทว่าร่างสูงของอีกคนก็เปิดประตูเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ตื่นแล้วเหรอครับ”เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่เพียงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มบางๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาเขาเพราะเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์เร่าร้อนก่อนหน้าก็ทำเอาเขินอายไม่น้อยที่ตอนนี้ตัวเองได้เสียครั้งแรกให้คนตรงหน้าไปแล้ว ไม่นานก็รู้สึกถึงมือใหญ่ของเขาวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบหัวเธอเบาๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสนี้เป็นอย่างมาก“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำจะได้ลงไปกินข้าว เดี๋ยวพี่ลงไปอุ่นแกงให้”สิ้นเสียงทุ้มคนตัวเล็กจึงพยักหน้าหงึกๆก่อนจะเอ่ยถามกลับ“แล้วคนอื่นล่ะคะ”“เข้านอนกันหมดแล้ว”“งั้นพี่ขุนออกไปก่อนเอมจะได้อาบน้ำ”“ก็ไปอาบสิเดี๋ยวพี่ออกไปเอง”“แต่เอมโป๊อยู่” ขณะพูดสองมือเล็กที่กำลังจับผ้าห่มคลุมกายไว้แน่นก็เริ่มสั่นจนอีกคนที่มองอยู่สังเกตเห็นได้ อีกทั้งดวงตากลมโตคู่สวยในยามนี้เอาแต่หลบตาเขาตลอ
จนกระทั่งร่างสูงที่ไม่อาจทนต่อความต้องการของตัวเองได้จึงยอมผละใบหน้าออกจากกุหลาบงามดอกโตแล้วหยัดกายแกร่งขึ้นพร้อมกับกระชากผ้าขนหนูออกจากเอวสอบจนเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ที่ทั้งใหญ่และยาวจนคนตัวเล็กที่นอนมองอยู่ถึงกับตาค้างกับความใหญ่โตของมันที่เธอเคยสัมผัสมากับมือแต่ก็เพิ่งจะเคยเห็นกับตาของจริงก็วันนี้ แต่ถึงแม้มันจะดูหน้ากลัวแต่กลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยอย่างน่าประหลาดใจโดยที่ร่างสูงก็นั่งมองด้วยความเอ็นดูขณะที่มือใหญ่ก็คอยชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วยเบาๆ จากนั้นก็เขยิบกายเข้าไปประชิดหว่างขาเรียวเล็กแล้วจับท่อนเอ็นถูไถกับปากทางรูรักเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งพร้อมกับเอ่ยห้าม“อื้อ! พะ พี่ขุนเดี๋ยวก่อน พี่ไม่ใส่ถุงเหรอ” เพราะเห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ได้ป้องกันอะไรเลยจึงทวงถามไป แต่แทนที่เขาจะหยุดก็เปล่าเลย ยังพยายามถูไถท่อนเอ็นของเขากับน้องสาวของเธอไม่หยุด“พี่จะเอาสดกับเรา พี่มีวิธีของพี่ไม่ท้องหรอกไม่ต้องกลัวนะ” เพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กกำลังกลัวอะไรอยู่จึงบอกกล่าวเพื่อให้เธอคลายความกังวล“วิธีอะไรคะ”“ปล่อยนอกไง”“แต่เอมเรียนมา ครูบอกว่าวิธีหลั่งนอกมันมีความเสี่ยงสูงนะ”“หึ เด็กน้อยชะม







