Se connecterหนึ่งเดือนต่อมา
หลังจากมหาลัยเปิดเจ้าขุนก็เป็นคนไปรับไปส่งชะเอมเรียนตลอด ชีวิตในแต่ละวันของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาใดๆเข้ามาแทรก จนกระทั่งวันนี้...
เมื่อกลับจากมหาลัยชะเอมก็ไปช่วยน้าขวัญของเธอทำกับข้าวมื้อเย็นตามปกติกระทั่งเสร็จ ของขวัญจึงบอกให้เธอไปตามทุกคนในบ้านมากินข้าว แต่เมื่อเดินออกมาตามคนรักที่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอปวดใจ
“พี่ขุน”
“เอม!”
พรึ่บ!
ภาพตรงหน้าที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดคนรักของตัวเองอยู่มันราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก แต่เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็รีบผลักอีกฝ่ายออกทันที ทำเอาหญิงสาวเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม เธอจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปหาเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแม้ตอนนี้ดวงตาจะร้อนผ่าวไปหมดแล้ว อีกทั้งน้ำใสๆที่เอ่อคลอเบ้าตาก็พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ
“ใครเหรอขุน”
สิ้นคำถามของอีกฝ่ายที่ยืนมองพวกเขาอยู่ มือใหญ่ก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่นก่อนที่เขาจะหันไปตอบหญิงสาว
“เมียฉันเอง”
“เมียเหรอ แต่งงานกันแล้วเหรอถึงกล้าเรียกว่าเมีย แล้วดูน้องเค้าสิยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะเป็นเมียนายได้ไง“
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” ขณะปากหยักขยับพูดกับอีกฝ่ายอย่างนึกรำคาญ มือใหญ่ก็จับกุมมือเล็กของคนข้างกายไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะปล่อยมือหรือทิ้งเขาไปยังไงยังงั้น จนคนตัวเล็กรับรู้ได้จึงพูดขึ้น
“น้าขวัญให้เอมมาตามพี่ไปกินข้าวค่ะ”
“นี่ไงน้องเค้ายังเรียกแม่ขุนว่าน้าอยู่เลยแล้วจะเป็นเมียขุนได้ยังไง นายอย่ามาโกหกเราหน่อยเลยขุน” หญิงสาวก็ยังคงไม่เชื่อว่าทั้งคู่รักกันเพราะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเจ้าขุนยังคงมีความรู้สึกดีๆให้กันอยู่ ทั้งที่ความจริงเขาไม่เคยรู้สึกอะไรกับเธอเลยด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขามันก็แค่ความใคร่เท่านั้น แม้จะรู้อยู่เต็มอกแต่กลับไม่อยากยอมรับความจริง
ขณะเดียวกันด้านชะเอมก็ไม่รอช้าที่จะพิสูจน์ให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธอกับเขารักกัน จึงจับใบหน้าหล่อเหลาให้หันมามองกันแล้วประกบจูบปากเขาทันทีอย่างหนักเน้น ร่างสูงที่เหมือนจะตกใจเพราะไม่คิดว่าคนตัวเล็กจะทำแบบนี้ แต่ทว่าเขาก็รู้ทันความคิดของเธอ จึงเริ่มขยับปากจูบตอบ ต่อหน้าต่อตาปิ่นเพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยมปลายที่อาจจะล้ำเส้นคำว่าเพื่อนไปไกลแล้ว
ด้านปิ่นที่เห็นภาพบาดตาบาดใจเข้า ก็ทำได้เพียงแค่ยืนมองอย่างไม่พอใจจนกระทั่งทั้งคู่จูบกันเสร็จ แล้วเจ้าขุนก็หันมาพูดกับเธอ
“คราวนี้เชื่อยัง”
ปิ่นเลือกที่จะไม่พูดอะไรแม้ในใจจะไม่พอใจมากก็ตาม และสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะยอมแพ้ ตัดสินใจเลือกที่จะเดินจากไปด้วยความรู้สึกเสียดายอีกทั้งยังเจ็บใจกลับไปอีก เพราะคราแรกเธอตั้งใจจะมาสารความสัมพันธ์ใหม่กับเจ้าขุน แม้ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่าแต่ก็ขอลองดูก่อน แต่พอมาเจอเขามีคนรักอยู่แล้วเธอก็คงต้องยอมแพ้ มาไวไปไวแบบไม่ทันตั้งตัวหรือเตรียมใจเลยด้วยซ้ำ เพราะเธอไม่ใช่นางเอกก็ต้องแพ้เป็นธรรมดา...
และหลังจากที่ปิ่นกลับไปแล้ว ชะเอมก็เลือกที่จะเดินเข้าบ้านโดยไม่พูดไม่จาอะไรอีกเลย ความกลัวจึงก็เกิดขึ้นในใจแกร่งทันที เพราะเขาไม่คิดว่าเด็กที่หัวดื้อรั้นทำอะไรเอาแต่ใจแถมยังอารมณ์ร้อน แต่เมื่อครู่เจอแบบนั้นเธอกลับนิ่ง นิ่งจนเขากลัว เพราะเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าตอนนี้เธอกำลังคิดอะไรหรือรู้สึกยังไง เธอจะเสียใจไหมที่เห็นผู้หญิงคนอื่นกอดเขาหรือจะโกรธเขามากน้อยแค่ไหน เขาไม่สามารถรู้ได้เลย จนตัวเขาตอนนี้ร้อนใจจนแทบบ้า
...
เวลาต่อมาหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องเตรียมที่จะพักผ่อน และเมื่อได้อยู่กันสองคนเจ้าขุนจึงมีโอกาสพูดเรื่องที่ค่าใจอยู่
“เอมโกรธพี่ใช่มั้ย” ร่างสูงเดินเข้าไปโอบกอดคนตัวเล็กจากด้านหลังของเธอแล้วถามคำถามดังกล่าวออกไปน้ำเสียงหงอย ทว่าคนตัวเล็กกลับจับแขนเขาออกจากเอวของเธอก่อนจะหันมาพูดกับเขา
“ไว้ค่อยคุยนะคะ เอมเหนียวตัวขอไปอาบน้ำก่อน” พูดจบคนตัวเล็กก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูและชุดนอนก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปท่ามกลางสายตาของร่างสูงที่ยืนมองตาละห้อย ทำได้แค่นั่งรอเธออาบน้ำราวกับหมาเฝ้าบ้านที่รอคอยเจ้านายกลับจากที่ทำงาน
จนกระทั่งผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมงคนตัวเล็กก็เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำในสภาพชุดนอนที่ถือเข้าไปเปลี่ยนก่อนหน้า ร่างสูงจึงไม่รอช้ารีบเดินตรงเข้าไปหาแล้วถามย้ำคำถามเดิมออกไป
“เอมโกรธพี่ใช่มั้ย”
“เปล่าหนิคะ”
“ถ้าไม่โกรธแล้วทำไมถึงเอาแต่เงียบล่ะ ตอนกินข้าวก็ไม่พูดกับพี่สักคำ”
“...” ชะเอมเงียบไปขณะมองคนตรงหน้าไม่ละด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แต่เพียงไม่นานเมื่อทนอัดอั้นไม่ไหวจึงเอ่ยถามออกไปน้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นเดียวกับใบหน้า
“พี่กับผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกันคะ ทำไมเธอถึงมายืนกอดพี่อยู่หน้าบ้าน แล้วถ้าเอมไม่ออกไปเห็นพี่ก็คงยืนให้เธอกอดอยู่แบบนั้นสินะ”
ร่างสูงยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อเห็นคนตัวเล็กมีท่าที่นิ่งมาก เธอนิ่งอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“ไม่ใช่นะ ตอนนั้นพี่กำลังจะผลักปิ่นออกแล้ว แต่เราดันออกมาเห็นพอดี พี่กับปิ่นเราเป็นแค่เพื่อนสมัยเรียนมัธยมกันเท่านั้น พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมจู่ๆเธอถึงโผล่มา”
“ถ้าแค่เพื่อนแล้วทำไมเธอถึงแสดงออกชัดขนาดนั้นว่ากำลังหึงหวงพี่อยู่”
“พี่... พี่ไม่รู้” คำพูดติดขัดอีกทั้งยังหลบตาขณะที่ตอบ ส่อพิรุธขนาดนี้เห็นได้ชัดว่าเขากำลังโกหกอยู่
“ไม่รู้หรือรู้แต่ไม่พูด”
“ไม่ใช่แบบนั้น”
“พี่กับเธอเคยนอนด้วยกันแล้วใช่มั้ยคะ” เธอไม่รอให้เขาพูดอะไรมากไปกว่านั้นก็พุ่งคำถามดังกล่าวใส่เขาทันที ทำเอาร่างสูงลมหายใจสะดุด ก่อนจะตอบออกไปด้วยท่าทีอึกอักอย่างที่ตนไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน
“ไม่ ไม่เคย” เป็นอีกครั้งที่เขาตอบแต่กลับหลบตาเธอ
“ปกติพี่เป็นคนพูดตรงพูดอะไรชัดเจน แต่ครั้งนี้ทำไมถึงโกหกเอม พี่กลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ”
“พี่ขอโทษ พี่แค่ไม่อยากให้เราคิดมาก” เมื่อถูกจับได้ว่าโกหกก็ยากที่จะแก้ตัว เขาจึงทำได้แค่ขอโทษอย่างรู้สึกผิด อีกทั้งยังกลัวใจของเธอจะไม่เหมือนเดิม แต่แล้วจู่ๆคนตัวเล็กที่นิ่งมาตลอดกลับพูดขึ้นเสียงดัง
“ถ้าพี่เลือกพูดความจริงเอมจะไม่คิดมากเท่านี้!”
ทำเอาเขาตกใจไม่น้อยจนแทบทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะตั้งสติแล้วยื่นมือไปจับมือเธอทั้งสองข้างเอาไว้แล้วพูดกับเธออย่างใจเย็น
“อย่าโมโหเลย ใจเย็นๆก่อนนะ”
คนตัวเล็กไม่พูดอะไร ทว่าปากบางค่อยๆเบะคว่ำก่อนที่น้ำใสๆจะพร้อมใจกันหลั่งไหลออกมาจากดวงตาที่ร้อนผ่าวโดยไร้เสียงสะอื้นไห้ ร่างสูงเห็นเช่นนั้นก็ปวดใจ ยิ่งเห็นน้ำตามากมายของเธอใจเขาก็ยิ่งเจ็บปวดและจุกอกไปหมดจนแทบหายใจไม่ออก มือใหญ่จึงเลื่อนขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากแก้มนุ่มทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยนพร้อมพูดปลอบเธอ
“เด็กดีอย่าร้อง พี่ขอร้องล่ะอย่าร้องไห้เลย” ไม่รู้ว่านี้เป็นคำพูดปลอบคนตัวเล็กหรือปลอบตัวเองกันแน่ เห็นเมียร้องไห้ตัวเองก็แทบจะร้องไห้ตาม
จนกระทั่งเห็นคนตัวเล็กเริ่มนิ่ง ร่างสูงก็เริ่มพูดอธิบายให้เธอฟังโดยที่ครั้งนี้พูดแต่ความจริง ไม่มีโกหกแม้แต่คำเดียว
“ระหว่างพี่กับปิ่นเป็นแค่ความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้นแล้วมันก็จบไปนานแล้ว พี่ไม่เคยรู้สึกอะไรกับเธอเลย คนเดียวที่พี่รักคือเรานะชะเอม”
แต่เมื่อสิ้นคำอธิบายของร่างสูง คนตัวเล็กก็จับมือใหญ่ของเขาออกจากแก้มของเธอก่อนจะถอยไปด้านหลังเล็กน้อยแล้วก้มหน้าพูดโดยพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
“เอมง่วงพรุ่งนี้มีเรียนเช้าอีก พี่ไปอาบน้ำเถอะเอมจะนอน”
ขณะที่คนตัวเล็กหันหลังให้แต่ไม่ทันจะเดินถึงเตียงก็ต้องหยุดชะงักเท้าเมื่อได้ยินร่างสูงพูดขึ้นน้ำเสียงจริงจังปนอ้อนวอนอยู่ในที
“เอม สัญญากับพี่ได้มั้ย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราอย่าทิ้งพี่นะ ระหว่างเราสองคนห้ามพูดคำนั้น” คำต้องห้ามที่ว่าคือคำว่า 'เลิกกัน' เขาไม่อยากให้มันหลุดออกมาจากปากของเธอ ส่วนตัวเขาไม่มีวันพูดคำนี้ออกมาอย่างแน่นอน
เมื่อสิ้นคำขอร้องของร่างสูง คนตัวเล็กก็พูดขึ้นน้ำเสียงจริงจังโดยไม่ได้หันหลังไปมองคู่สนทนาเลย
“พี่เคยสัญญาว่าจะไม่ทำให้เอมเสียใจ แต่วันนี้พี่ทำเอมร้องไห้ ตัวพี่เองยังผิดสัญญาแล้วพี่มีสิทธิ์อะไรมาขอให้เอมสัญญากับพี่ เอมไม่เคยสนใจอดีตของพี่เลย แต่สิ่งที่พี่ทำให้เอมเสียใจคือพี่เลือกที่จะโกหกเอม ไม่ว่าพี่จะโกหกด้วยเหตุผลอะไรแต่มันก็ทำลายความไว้ใจของเอมไปแล้ว”
คำพูดดังกล่าวของคนตัวเล็กทำเอาร่างสูงจุกอกถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ จนภายในห้องตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานานหลายวินาทีโดยที่คนตัวเล็กก็ยังคงยืนนิ่งหันหลังให้เขาอยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง...
“งั้นเอมนอนเถอะพี่จะอยู่เงียบๆ จะไม่พูดอะไรกวนใจเอมอีก” เมื่อเขาพูดจบคนตัวเล็กก็เดินขึ้นเตียงแล้วทิ้งตัวนอนหันหลังให้เขาทันที เขาทำได้แค่ยืนมองดูเธอตาละห้อย อยากจะเข้าไปกอดเธอไว้แนบอกแต่กลัวเธอจะผลักใสไม่ยอมให้กอด กลัวเธอจะเกลียดกัน กลัวเธอเมินกัน กลัวเธอจะไม่รักกันเหมือนก่อน เขากลัวไปเสียทุกอย่างแต่สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือ กลัวเธอจะทิ้งกัน...
วันต่อมา“พี่ขุนเดี๋ยวแวะร้านพี่ทรายให้เอมหน่อยนะ เอมอยากกินโออิชิ”“ได้ครับ”เมื่อร่างสูงขับรถเข้ามาในหมู่บ้านหลังจากพาคนตัวเล็กไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ คนตัวเล็กก็หันมาพูดกับเขาที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อเขาหันมาตอบรับเธอก็หันกลับไปเล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ต่อ เธอดูสนใจมันเป็นพิเศษซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่เลยและเมื่อมาถึงร้านขายของชำหรือร้านของทราย ร่างสูงก็ทำการจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเปิดประตูลงจากรถ“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้เองครับ เรารอพี่อยู่ในรถนี่แหละไม่ต้องลงไป” ไม่ลืมที่จะกำชับเธออย่างเป็นคำสั่ง“โอเคค่ะ เอารสน้ำผึ้งมะนาวนะคะ ขวดสีเหลืองๆ”“ได้ครับ”จากนั้นร่างสูงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำลงจากรถเดินเข้าร้านค้าไปทันที โดยมีสายตาของคนตัวเล็กมองตามไม่ละ แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอดันไปสะดุดกับร่างของทรายเจ้าของร้านที่กำลังยืนโอบเอวอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักพอตัว อีกทั้งท่าทีของทั้งคู่ดูกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รัก ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าทรายมีรสนิยมเช่นไร มิน่าเวลาที่เธอมาซื้อของร้านทรายเธอถึงรู้สึกว่าทรายเข้า
วันต่อมาเช้ามาไปส่งเมียเรียน ถึงเวลาเลิกเรียนไปรับเมียกลับ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเจ้าขุนไปเสียแล้วซึ่งหลังจากจอดรถรอรับเมียที่จุดเดิมเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะเขาจะมารับเธอก่อนเวลาเลิกเรียนเสมอ ก็เห็นร่างอรชรของเมียเดินมากับเพื่อนสนิทในกลุ่มก่อนจะแยกกันไปเมื่อเธอเข้ามานั่งในรถสิ่งแรกที่เธอมักจะทำเป็นประจำคือยกมือไหว้เขาทั้งตอนมาส่งและตอนมารับ เขาจึงยิ้มรับและมองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูก่อนจะเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้เรียนเหนื่อยมั้ย”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“หิวมั้ย กินขนมพวกนี้รองท้องไปก่อนนะ” มือใหญ่หยิบถุงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ยื่นให้คนตัวเล็ก เธอจึงรับเอาไปกินตามปกติ ถึงแม้ตอนนี้ระหว่างเรายังตึงใส่กันอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่พูดจากัน หลังจากนั้นเจ้าขุนก็ขับรถพาเมียกลับบ้าน...แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพอเปิดประตูเข้าไปในห้องชะเอมก็ต้องสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็นในแว็บแรก แต่เมื่อมองชัดว่าเป็นอะไรที่วางอยู่บนเตียงก็ถึงกับตาลุกวาวแล้วรีบพุ่งเข้าใส่มันทันทีด้วยความตื่นเต้น“น้องหมี~ น่ารักจังเลย” เธออุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวเธออีกมากอดไว้แน่นขณะใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ ก่อ
หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมหาลัยเปิดเจ้าขุนก็เป็นคนไปรับไปส่งชะเอมเรียนตลอด ชีวิตในแต่ละวันของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาใดๆเข้ามาแทรก จนกระทั่งวันนี้...เมื่อกลับจากมหาลัยชะเอมก็ไปช่วยน้าขวัญของเธอทำกับข้าวมื้อเย็นตามปกติกระทั่งเสร็จ ของขวัญจึงบอกให้เธอไปตามทุกคนในบ้านมากินข้าว แต่เมื่อเดินออกมาตามคนรักที่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอปวดใจ“พี่ขุน”“เอม!”พรึ่บ!ภาพตรงหน้าที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดคนรักของตัวเองอยู่มันราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก แต่เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็รีบผลักอีกฝ่ายออกทันที ทำเอาหญิงสาวเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม เธอจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปหาเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแม้ตอนนี้ดวงตาจะร้อนผ่าวไปหมดแล้ว อีกทั้งน้ำใสๆที่เอ่อคลอเบ้าตาก็พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ“ใครเหรอขุน”สิ้นคำถามของอีกฝ่ายที่ยืนมองพวกเขาอยู่ มือใหญ่ก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่นก่อนที่เขาจะหันไปตอบหญิงสาว“เมียฉันเอง”“เมียเหรอ แต่งงานกันแล้วเหรอถึงกล้าเรียกว่าเมีย แล้วดูน้องเค้าสิยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะเป็นเมียนายได้ไง““แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” ขณะป
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างสูงที่ไม่ยอมหลับเอาแต่นอนมองหน้าคนตัวเล็กในอ้อมกอด มองสำรวจใบหน้าเธออยู่อย่างนั้น ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ทั้งรักทั้งหลงเด็กคนนี้จนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก หากวันนึงเธอหายไปหรือทิ้งเขาไปเขาก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง แค่คิดใจมันก็แทบขาด หากวันใดเขาถูกเธอทิ้งขึ้นมาจริงๆเขาคงตายอย่างอนาถแน่นอน“ล่ามโซ่ไว้ดีมั้ยเนี่ย จะได้ไม่ทิ้งพี่ไปไหน”“อื้อ” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากในลำคอของคนตัวเล็กราวกับเมื่อครู่เจ้าตัวได้ยินที่เขาพูด ปากหยักจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนหลับในอ้อมกอด ขนาดหลับเธอก็ยังไม่หยุดน่ารัก แล้วแบบนี้เขาจะไปไหนรอดทว่าจู่ๆเสียงข้อความไลน์จากโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น เขาจึงถือวิสาสะหยิบขึ้นมากดเปิดอ่าน(เอมมะรืนมหาลัยจะเปิดแล้ว งั้นพรุ่งนี้พวกเรามาเจอกันหน่อยมั้ย พอดีพี่ชายฉันเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ เห็นแกเคยบอกว่าอยากเจอ)เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวจากเพื่อนของเธอที่ส่งมา แม้จะไม่รู้จักเพื่อนของเธอเลย แต่แค่รับรู้ว่าเธออยากไปเจอพี่ชายของเพื่อนคนนี้ใจมันก็ร้อนเป็นไฟขณะมือใหญ่กำโทรศัพท์ของเธอไว้แน่น ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มคว
เวลาต่อมา 20:25 น.หลังจากหลับไปนานเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพราะเหนื่อยล้าจากบทรักอันเร่าร้อน ชะเอมก็ตื่นขึ้นมาในเวลาสองทุ่มกว่า แต่ข้างกายตอนนี้กลับไร้ร่างของอีกคนที่เคยนอนอยู่ข้างกัน เธอจึงดันตัวลุกขึ้นจากที่นอนเตรียมจะไปอาบน้ำ ทว่าร่างสูงของอีกคนก็เปิดประตูเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ตื่นแล้วเหรอครับ”เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่เพียงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มบางๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาเขาเพราะเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์เร่าร้อนก่อนหน้าก็ทำเอาเขินอายไม่น้อยที่ตอนนี้ตัวเองได้เสียครั้งแรกให้คนตรงหน้าไปแล้ว ไม่นานก็รู้สึกถึงมือใหญ่ของเขาวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบหัวเธอเบาๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสนี้เป็นอย่างมาก“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำจะได้ลงไปกินข้าว เดี๋ยวพี่ลงไปอุ่นแกงให้”สิ้นเสียงทุ้มคนตัวเล็กจึงพยักหน้าหงึกๆก่อนจะเอ่ยถามกลับ“แล้วคนอื่นล่ะคะ”“เข้านอนกันหมดแล้ว”“งั้นพี่ขุนออกไปก่อนเอมจะได้อาบน้ำ”“ก็ไปอาบสิเดี๋ยวพี่ออกไปเอง”“แต่เอมโป๊อยู่” ขณะพูดสองมือเล็กที่กำลังจับผ้าห่มคลุมกายไว้แน่นก็เริ่มสั่นจนอีกคนที่มองอยู่สังเกตเห็นได้ อีกทั้งดวงตากลมโตคู่สวยในยามนี้เอาแต่หลบตาเขาตลอ
จนกระทั่งร่างสูงที่ไม่อาจทนต่อความต้องการของตัวเองได้จึงยอมผละใบหน้าออกจากกุหลาบงามดอกโตแล้วหยัดกายแกร่งขึ้นพร้อมกับกระชากผ้าขนหนูออกจากเอวสอบจนเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ที่ทั้งใหญ่และยาวจนคนตัวเล็กที่นอนมองอยู่ถึงกับตาค้างกับความใหญ่โตของมันที่เธอเคยสัมผัสมากับมือแต่ก็เพิ่งจะเคยเห็นกับตาของจริงก็วันนี้ แต่ถึงแม้มันจะดูหน้ากลัวแต่กลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยอย่างน่าประหลาดใจโดยที่ร่างสูงก็นั่งมองด้วยความเอ็นดูขณะที่มือใหญ่ก็คอยชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วยเบาๆ จากนั้นก็เขยิบกายเข้าไปประชิดหว่างขาเรียวเล็กแล้วจับท่อนเอ็นถูไถกับปากทางรูรักเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งพร้อมกับเอ่ยห้าม“อื้อ! พะ พี่ขุนเดี๋ยวก่อน พี่ไม่ใส่ถุงเหรอ” เพราะเห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ได้ป้องกันอะไรเลยจึงทวงถามไป แต่แทนที่เขาจะหยุดก็เปล่าเลย ยังพยายามถูไถท่อนเอ็นของเขากับน้องสาวของเธอไม่หยุด“พี่จะเอาสดกับเรา พี่มีวิธีของพี่ไม่ท้องหรอกไม่ต้องกลัวนะ” เพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กกำลังกลัวอะไรอยู่จึงบอกกล่าวเพื่อให้เธอคลายความกังวล“วิธีอะไรคะ”“ปล่อยนอกไง”“แต่เอมเรียนมา ครูบอกว่าวิธีหลั่งนอกมันมีความเสี่ยงสูงนะ”“หึ เด็กน้อยชะม
![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






