LOGIN“ผมเป็นคนแปลกหน้า ไม่กลัวหรอ?” เสียงแหบต่ำ ทว่าอ่อนโยน ดังใกล้หู
อลิชาร้องห๊ะ เบาๆ เงยหน้ามองคนสูงกว่าตัวเอง ตาปริบๆ สมองขาวโพลน แต่ท่ามกลางไอหมอกสีชมพู อลิชายังจับใจความได้ว่าเขาถามอะไร “กลัว กลัวทำไมคะ แล้วคุณลุงจะทำอะไรหรอคะ แล้ว…มาหาใครคะ?” เธอค่อยๆถามไปทีละคำถาม ขณะที่สายตายังมองเขาไม่ลดละ มิสเตอร์เฉินมองเธอจากส่วนสูงของเขา เด็กสาวคนนี้น่ารักจริงๆ “มาหาเธอมั้ง” เขาตอบ “หนู?” อลิชาเอียงคอ ชี้ที่ตัวเองอย่างเหลือเชื่อ “นี่เราไปมีวาสนากับคนที่หล่อขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ” เธอก้มหน้าพึมพำ แต่เหมือนอีกฝ่ายจะได้ยิน เพราะตั้งใจโฟกัสเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว “มีสิ” เขาตอบยิ้มๆ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับทำเอาหัวใจอลิชาหล่นวูบลงแทบเท้า เธอกระพริบตาอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนที่ความรู้สึกเธอจะบ้าบิ่นไปมากกว่านี้ อลิชารีบดึงสติและถอยหลังออกมา ท่าทีเว้นระยะของเธอทำให้มิสเตอร์เฉินหงุดหงิดเล็กน้อย อยากจะกระชากเข้ามาเสียตอนนี้เลย “คุณลุง มีอะไรกับหนูหรอคะ” เธอถามโดยไม่มอง “เข้าไปคุยกันในห้องสิ ได้มั้ย หรือไม่ได้?” เขาจ้องเธออยู่ตลอด เพื่อรอคำตอบ อลิชาแทบไม่เชื่อหู “คะ? ว่าไงนะคะ?” “ดึกขนาดนี้เธอจะยืนคุยตากลมหนาวอยู่อย่างนี้เหรอ?” เขายังคงถามด้วยหน้าตานิ่งเฉย อลิชากำลังจะอ้าปาก เขาก็เสริมอีกว่า “อีกอย่างผมมาเพื่อเจรจา ไม่ได้มาสร้างปัญหาให้ใคร ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายกับเธอ แต่ถ้าเธอยังยืนยันจะให้ผมยืนตากลมเย็นเพื่อคุยธุระตรงนี้ งั้นผมคงต้องขอลา” ชายหนุ่มเสียงเย็นชาทำท่าจะจากไป “เดี๋ยวค่ะ งั้น เข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เพียงไม่กี่คำ กลายเป็นว่าอลิชาเป็นฝ่ายต้องยื้อเขา เธอหันไปไขกุญแจที่ประตูและเชิญเขาเข้าห้อง อลิชาวางกระเป๋า เดินไปหยิบน้ำเย็นรินใส่แก้ววางให้เขาบนโต๊ะ เขานั่งโซฟาเล็กๆ มองสำรวจห้อง “ชอบอยู่ที่นี่หรอ?” อลิชาเลิกคิ้วมองคนตรงหน้า ขมวดคิ้วน้อยๆ“ชอบหรอคะ ก็ อืม แต่หนูก็อยู่ตรงนี้มาสามปีแล้วนะคะ ชอบหรอ จะว่ายังไงดี” อลิชาเกาหัว ทำไมเขาถามแบบนี้ เป็นคำถามที่ตอบยากจริงๆ “ไม่ได้ชอบนะคะ เรียกชินมากกว่ามั้ง รึเปล่า” คนถามไม่รู้ว่าคิดอะไร แต่คนตอบคิดไม่ออกบอกไม่ถูกแล้วนะ “จะย้ายไปอยู่กับผมก็ได้นะ” เขาจิบน้ำพลางจ้องหน้าอลิชา “คุณลุงจะบ้าหรอคะ!” เธอเผลออุทาน เขาเงยหน้าขึ้นสบตา “ห้องใหญ่กว่า หรูกว่า เฟอร์นิเจอร์ครบ เตียงนุ่มนอนสบาย มีอะไรไม่ดี? อีกอย่างผมอายุแค่28ปี ไม่ต้องเรียกผมว่าลุง” “อย่าบอกนะคะว่าที่คุณอามาหาหนู เพราะว่าหาคนไปอยู่ด้วยน่ะ งั้นเชิญกลับไปเลยค่ะ” อลิชามองหน้าเข้าชี้ไปทางประตูอย่างหมดความอดทน “เพราะเธอช่วยผมไว้ต่างหาก” เขาตอบเสียงนิ่ง แต่แววตาต่างจากเดิม อลิชาขมวดคิ้ว “ขอบคุณนะ” เขาลุกขึ้นเดินมาทางเธอ อลิชาถอยหลังไปทีละก้าว จนชิดกำแพง “ผมอยู่คนเดียว ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ แล้วก็ไม่มีแฟน คนที่ช่วยชีวิตผม ถึงจะครั้งเดียว แต่นั่นคือทั้งชีวิต สิ่งที่ผมรู้ตอนนี้ คือชีวิตผมรอดพ้นจากความตายได้เพราะเธอ” เขาเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เอาหน้าเข้าใกล้จนลมหายใจรดใบหู “แล้วแบบนี้ จะให้ผมปล่อยให้เธออยู่คนเดียวข้างนอกอันตรายๆอย่างนี้เหรอ?” เขามองตา ถึงจะแปลกใจที่ใครก็ไม่รู้จู่ๆมาแสดงความเป็นห่วงตัวเองขนาดนี้ แต่อลิชาก็พยายามอธิบาย “ขอบนะคะที่เป็นห่วง แต่ ชีวิตหนูไม่ได้มีอันตรายอะไร ที่ผ่านมาหนูเรียน ทำงาน กลับห้องนอน หนูมีความสุขดี” “แต่ชีวิตคุณอาต่างหากที่อันตราย ขนาดวันนั้นคุณอายังถูกยิงเกือบตายเลย” “แต่ผมปกป้องเธอได้” อลิชาไม่เข้าใจแม้แต่นิด “คุณอาแปลกเกินไปแล้วนะคะ!” “แปลกยังไง?” “หนูยังไม่รู้ชื่อคุณอาเลย แล้วทำไมต้องทำเหมือนเราสนิทกันขนาดนี้คะ!” “ผมชื่อ หมิงคุน” “ไม่ได้อยากรู้จักกันหนิคะ บังเอิญช่วยคุณอาไว้ก็จริง แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องผูกมัดกัน” เสียงอลิชาเหมือนจะร้องไห้ คนแปลกหน้าที่จู่ๆมากดดันกันขนาดนี้ ทำเอาเธอไปไม่ถูก “เรียกพี่” “ไม่ถนัด!” อลิชากอดอกเงยหน้าสบตากับเขาไม่ลดละ ท่าทีของเธอในตอนนี้ เขาจึงเข้าใจ ว่าใช้ไม้แข็งต่อไปไม่ได้ มิสเตอร์เฉินเงียบ ยอมลดแรงกดดัน และถอยห่างจากเธอ เขาทิ้งตัวลงบนโซฟา ท่าทางแข็งกร้าวดูอ่อนล้าลง เขาเอนไปข้างหน้า ประสานมือทั้งสองวางบนเข่า มองพื้น เงียบๆ อลิชามองตามเขา แต่เธอมองไม่เห็นสายตาที่มองต่ำนั้น ฉายแววเจ้าเล่ห์ “ผมไม่ได้เกิดมาอยากใช้ชีวิตแบบนี้หรอกนะ” เขาพูดเสียงแผ่ว ต่างจากก่อนหน้าสิ้นเชิง “พ่อผมเป็นภารโรง แม่เป็นแม่บ้าน พ่อกับแม่ผมสอนผมตลอด ใช้ชีวิตให้มีความสุข สร้างความมั่นคงให้ตัวเอง และมีประโยชน์” อลิชามองเขาเงียบๆ หัวใจเริ่มสั่นไหว “3ปีที่แล้ว ก่อนพ่อจะเสีย พ่อผมอยากให้ผมสอบติดราชการ ทำงานที่มีสวัสดิการมั่นคง” เสียงหัวเราะเบาๆที่ขมขื่น “แต่ก่อนผมต้องหาทางให้ตัวเองอยู่รอด ได้ไปถึงจุดที่ฝันไว้ ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีบ้านที่อุ่นใจ และตอนนี้ไม่มีแม้กระทั่งครอบครัว” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ อลิชากำมือแน่น เธอเริ่มรู้สึกผิดที่พูดออกไปก่อนหน้านี้ “ผมทำงานทุกอย่างที่ได้เงิน และทำทุกอย่าง…เพื่อเอาตัวรอด”ภายในห้องเงียบเชียบจนน่าอึดอัด คำพูดของเขาลอยค้างในอากาศ “ไม่เคยมีใครถาม ไม่มีเคยใครสนความเป็นความตายของผม และไม่มีใครรอผมกลับบ้าน” อลิชาก้มหน้า เธอค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เขา และนั่งลงข้างๆ “ผมไม่ได้อยากผูกมัดเธอ และต้องมาอยู่กับชีวิตที่เธอคิดว่าอันตราย” อลิชามองหน้าเขาจากด้านข้าง รอฟังเพื่อทำความเข้าใจ เเละเพื่อโต้แย้งว่าสิ่งที่เธอคิดมันผิด เขาหันมามองเธอ “แค่อยากขอบคุณ ที่ช่วยชีวิตผมน่ะครับ” รอยยิ้มที่อ่อนโยนจากเขาในระยะใกล้กันขนาดนี้ ทำให้อลิชามองภาพนั้นไม่รู้ตัว อกซ้ายเต้นแรงกว่าเดิม “ผมมีหมาตัวหนึ่ง พ่อกับแม่ผมเลี้ยงไว้ ตอนนี้มันก็อายุมากแล้ว” ดวงตาโตเป็นประกายขึ้นมองเขา และเขาก็รับรู้ถึงสายตานั้น จึงเล่าต่อ “มันชื่อเนโร่ มันก็เหมือนผม สูญเสียครอบครัว ตัวคนเดียว ผมต้องออกไปทำงานทุกวัน กลับดึก กลับมาก็ต้องอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบราชการตามความฝันของพ่อ ไม่ได้อยู่กับมัน พักหลัง มันไม่ค่อยเล่น ไม่กินข้าว เริ่มซึมลงแล้ว ” อลิชาขมวดคิ้วทันที หัวใจเธอเหมือนถูกบีบรัด เธอรักสัตว์ และไม่ชอบฟังอะไรแบบนี้ เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงปนตำหนิ “แล้วทำไมคุณอาไม่แบ่งเวลาให้เนโร่สักหน่อยล่ะคะ หมาก็มีจิตใจ การหายไปของเจ้าของที่รัก แค่วันเดียว ก็คือการรอของหมาเกือบครึ่งชีวิต” มิสเตอร์เฉินเกือบจะหลุดยิ้มน้อยๆ แต่ก็ยังเก็บสีหน้ากลับมาได้ เขาพูดด้วยเสียงอ่อนโยน และสายตาจริงจัง “ผมไม่ได้ขอรบกวนให้เธอต้องมาอยู่ด้วย เพื่อตัวผม ขอแค่เธอช่วยดูแลมันแทนผม…ได้มั้ยครับ อย่างน้อย ผมจะได้ไม่ต้องเสียมันไปอีก ถ้าเธอมาอยู่ผมจะไม่สร้างปัญหาให้เธอแน่นอน” อลิชากำมือแน่น เธอเริ่มรู้สึกว่าบทสนทนานี้กำลังพาเธอไปไกลกว่าที่ตั้งใจ “มันไม่มีใครแล้วจริงๆ” เขาเสริมเบาๆ “ถ้าวันหนึ่งผมไม่อยู่บ้านนานๆ อย่างน้อยมันจะได้รู้ว่า…ยังมีคนรออยู่ด้วยกัน” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาอ่อนลงจนอลิชาไม่อยากปฏิเสธ“ผมไม่อยากให้มันโตมากับความว่างเปล่าแบบที่ผมเคยเจอ” เขากำลังขอให้เธอช่วย “หนูเข้าใจหมดแล้วค่ะ ขอโทษที่พูดจาแรงๆใส่คุณอานะคะ” มิสเตอร์เฉินยิ้ม ส่ายหัว “ไม่เป็นไรครับ” เขาจ้องเธอไม่ละ รอฟังสิ่งที่เธอจะพูดต่อ “แต่ว่า หนูก็พึ่งเคยเจอคุณอา แล้วก็ไม่รู้จักกันเท่าไหร่ ถ้าหนูไปอยู่กับคุณอาแบบนั้น…” เด็กสาวก้มหน้าน้อยๆ เม้มปากราวกับลังเล เขายิ้มอยากจะลูบหัวเธอ แต่กลับแค่ทำแค่บอกให้สบายใจ “ไม่เป็นไร ผมมาหาเธอวันนี้ แค่อยากจะมาขอบคุณ ไม่ได้บังคับให้เธอไปวันนี้เลยสักหน่อย ค่อยๆทำความรู้จัก ค่อยๆสนิทกันไป” ประโยคสุดท้ายเสียงเขาเบาลง บรรยากาศก็เงียบลง อลิชาหันไปสบตา และเขาก็มองเธอเช่นกัน อลิชาตอบไม่ถูก ที่เขาจะสื่อจริงๆ คือความหมายยังไงกันเสียงรองเท้าวิ่งกระทบพื้นดังก้อง ตัสหายใจหอบ ท่ามกลางถนนลาดยางที่มีเพียงป่าและเเสงไฟอ่อนเขาหันมองความมืดด้านหลังเป็นระยะ กลัวว่าคนพวกนั้นจะตามมาหลังจากอลิชาเข้าประตูนั้นได้ ในขณะที่เขาคิดว่าทุกอย่างกำลังจะสำเร็จ ไม่รู้ว่าชายสูทแดงนั่นมาจากไหน และสังเกตพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ใบหน้าที่ดูเหมือนอมยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ตลอดเวลาหันมายิ้มให้เขา ทำเขาชะงักไป จากนั้นชายคนนั้นก็เอ่ยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าทุกประโยคกลับทำให้ใจเขาตกลงปลายเท้า "คนหนึ่งแสร้งทำเป็นโง่เพื่อถ่วงเวลาพนักงาน อีกคนกลับแอบมุดเข้าหลังบานประตู เด็กน้อยมีทีมเวิร์กที่น่าสนใจเสียจริง”“ไม่ทราบว่าใครเป็นคนสอนให้พวกคุณใช้ความเจ้าเล่ห์ราคาถูกแบบนี้ในสถานที่ที่อยู่ในสายตาของผมกัน?”สายตาลงมองสำรวจตัสตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับมองสัตว์เล็กๆที่น่าเวทนาที่กำลังดิ้นรนทำบางอย่างในสายตาเขาเขาทำมือบอกปัดกับพนักงาน “ไปตามหา หนู อีกตัวที่เหลือ อ้อ….แต่ว่าดูแลเธอให้ดีเด็กรุ่นนี้คือสินค้าเกรดเอ”ตัส หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอก ความกลัวเปลี่ยนเป็นสัญชาตเอาตัวรอดเขารู้ว่าถ้าถูกจับได้ตอนนี้ ทุกอย่างคือจุดจบ ไม่รอให้ชายสูทแดงเรียกการ์ดมาจับตัสวิ่งไปทางประตูทา
ท่ามกลางความเวิ้งว้างของชนบท เสียงเครื่องยนต์แท็กซี่ค่อยๆ ลับหายไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นสีแดงที่ม้วนตัวคว้างอยู่ในอากาศจากทางลูกรัง อลิชา ตัส และนาเดีย ยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้า ห่างพวกเธอออกไปคือร้านอาหารที่ดูธรมมดา ป้ายไฟนีออนเหนือประตูทอประกายอ่อนละมุน นุ่มนวลเสียจนดูเหมือนอ้อมกอดที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความจริงใจ ทว่าในสายตาของพวกเธอ สถานที่แห่งนี้กลับดูอันตรายยิ่งกว่าบ่อนคาสิโนทั่วไป"แต่พวกเราจะเข้าไปยังไงดี..." อลิชาพึมพำ แววตาสั่นระริก เธอมองร้านอาหารที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวนี้พร้อมกับความหวั่นใจ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อนของเธอถูกขังอยู่ข้างใน ยิ่งทำให้เด็กสาวอายุ18ที่ไม่เคยเข้าสถานบันเทิงกระทั่งสัมผัสโลกสีเทามาก่อน กดดันนั้นหนักอึ้งจนแม้แต่ก้าวขายังก้าวไม่ออกตัสลอบกลืนน้ำลายพลางบุ้ยปากไปยังร่างทะมึนสองร่างที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู"ไม่รู้สิ เห็นการ์ดสองคนข้างหน้านั่นมั้ย กล้ามใหญ่ขนาดนั้น แล้วดูส่วนสูงพวกมันสิพวกเราจะเอาแรงที่ไหนไปสู้" ชายร่างยักษ์ทั้งสองยืนนิ่งดั่งรูปปั้นหิน แต่สายตานั้นเหมือนสัตว์ร้ายพร้อมขย้ำผู้บุกรุกทุกเมื่อ"อย่าลืมนะ พวกเราแค่มาทานอาหาร...""ทำตัวให
พระอาทิตย์ตกในสายตาโนอาห์ ราวกับตอกย้ำความตายมือขวาคนสนิท คู่ค้าคนสำคัญนั่งตรงข้ามเขา เงากระจกลางๆสะท้อนหนึ่งชายชุดดำ หนึ่งชายชุดขาว ที่แม้แตกต่างกัน แต่รังสีความโหดร้าย กลับไม่มีใครด้อยคนหนึ่งหัวหน้าองค์กรนักฆ่า คนหนึ่งในเจ้าพ่อมาเฟียฮ่องกง มิสเตอร์แดเนียลในเชิ้ตขาวใบหน้าคมคายใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่อ่อนโยน มือเท้าคางอย่างอารมณ์ดี จ้องมองอีกฝ่ายที่ร้อนรุ่มไปด้วยความแค้น "ถ้าให้ผมลงมืออีกรอบ ความเสี่ยงขนาดนี้ ผมต้องการค่าตอบแทนเพิ่มสิบเท่า" "ตกลง" โนอาห์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงหนักแน่นไร้ความลังเล ได้ยินดังนั้นมิสเตอร์แดเนียลยิ้มน้อยๆ สายตามองต่ำราวกับคำนวณส่วนได้ส่วนเสีย เขาทำธุรกิจมานาน ดีลซื้อความตายที่ราคาสูงที่สุดคือดีลครั้งนี้ "ไม่ว่ายังไง ครั้งนี้มันต้องตาย มันบังอาจกำจัดมือดีของฉันไป ฉันไม่มีวันปล่อยมันไว้แน่ มันจะต้องชดใช้"มิสเตอร์แดเนียลขยับยิ้มบางๆ "มิสเตอร์โนอาห์ ผมขอถามอะไรคุณสักอย่างสิ""เชิญ""มิสเตอร์เฉินคือน้องชายของคุณ ทำไมถึงต้องพยายามฆ่าเขา?""อ้อ ที่ผมถามเพราะเขาไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย และผมไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนภายหลัง"โนอาห์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาพยัคฆ์ของเ
รถของมิสเตอร์เฉินจอดข้างทางหน้าหอพัก เขานั่งอยู่ในรถสักพักอลิชาก็ถูกแม่จูงแขนออกมา เขามองใบหน้าอึดอัดนั้นแอบยิ้มหัวในใจ พ่อเดินตามสองแม่ลูก ทว่ากำลังมุ่งมั่นจัดเสื้อกับเนคไทสีแดงอย่างจริงจัง “สวัสดีครับ คุณพ่อ คุณแม่” มิสเตอร์เฉินเปิดประตูให้ผู้ใหญ่ทั้งสองเข้าไปนั่ง และส่งสายตายิ้มให้อลิชาแต่นั่นกลับทำให้เธอไม่มองเขา หลบสายตาและรีบเปิดประตูเข้าไปนั่ง ทันใดนั้น“มานั่งอะไรตรงนี้ลิชา ไปๆๆๆ ข้างหน้าๆๆ” เด็กสาวถูกผลักออกจากเบาะเสร็จแล้วแม่ก็ปิดประตูทิ้งเธอปล่อยให้เธอยืนงง เห็นดังนั้นมิสเตอร์เฉินก็เดินไปเปิดประตูข้างคนขับให้เธอ “นั่งนี่สิ” แต่แล้วเด็กสาวก็เงียบกริบราวกับคนใบ้ และเข้าไปนั่งด้วยสีหน้าอึดอัดเมื่อทั้งสี่ขึ้นมาอยู่บนรถ ความเงียบกริบก่อนหน้านี้ก็หายไปทันที พ่อกับแม่ราวกับสวมวิญญาณนักพากย์ศิษย์เอก “หมิงคุนลูก วาสนาลูกสาวแม่จริงๆ ได้ผู้ชายเพอร์เฟกต์ขนาดนี้มาดูแล รู้มั้ยอลิชาลูกแม่ไม่เคยมีแฟนเลยนะ มีแค่หมิงคุนคนแรกเลยที่พาพ่อกับแม่ไปกินข้าวแบบนี้ เป็นเด็กน่ารัก รู้กาละเทศะถูกใจแม่จริง ดูหน้าดูตาสิ ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน นี่ถ้าแม่ย้อนเวลาไปได้ แม่คงจีบตาหมิงคุนแล้วนะเนี้ย” พ่อกร
ในคืนนั้นแม่กับพ่อของอลิชาเอาแต่ประคบประหงมลูกเขยที่พวกท่านเข้าใจผิด อลิชานั่งมองดูเหตุการณ์อย่างหดหู่ แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคุณอาถึงไม่ปฏิเสธและไม่ยอมให้เธออธิบาย จนกระทั่งคุณอากลับไปแล้ว เป็นตอนที่เธอรู้สึกอัดอัดที่สุดในโลก พ่อกับแม่เอาแต่เงียบมองหน้าเธอ อลิชานั่งหลังตรง มือประสานกันแน่น ส่วนพ่อกับแม่นั่งโซฟา มองมาทางเธออย่างเค้นคำตอบ“ลิชา!” แม่ตบโต๊ะอย่างแรงอลิชาสะดุ้งรีบตั้งการ์ดปกป้องชีวิตตัวเอง“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ!” มือน้อยยกขึ้นโบกไปมาพ่อถอนหายใจยาว เหมือนคนที่เตรียมใจฟังเรื่องสะเทือนจิต ลูกสาวคนนี้โตเป็นสาวแล้วสมควรปล่อยแล้วก็จริง แต่หากจะคบใคร ลึกๆเขาก็อยากให้บอกผู้ใหญ่และหมั้นหมายไว้ก่อนยังไงซะก็เป็นหญิง “พ่อถามตรงๆนะ ลูกไปมีอะไรกับเขาแล้วใช่มั้ย?”อลิชาอ้าปากค้างแทนที่รีบปฎิเสธ ไม่ใช่เธออยากให้พ่อแม่เข้าใจผิดแต่เธอนึกไม่ถึงว่านอกจากพ่อกับแม่นอกจากจะเข้าใจผิดว่าคุณอาเป็นแฟนเธอแล้ว ยังคิดไปถึงขั้นมีอะไรกันด้วยเหรอเนี่ย!!!! เพราะฉะนั้นเธอจะต้องแก้ไขมูลข่าวตั้งแต่แรก “คุณอาคือคนที่หนูช่วยชีวิตไว้ค่ะ ที่หนูเล่าให้แม่ฟังอาทิตย์ก่อนไง แม่ยังจำได้มั้ย”“แต่เมื่อกี้ ที่แม่เข้
หลังจากการกินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านพักตากอากาศ มิสเตอร์เฉินก็มาส่งเธอที่บ้าน ก่อนกลับเขาไม่ได้ทวนเรื่องการตัดสินใจให้เธอไปอยู่กับเขา ไม่มีการโน้มน้าว และไม่ได้พูดถึงแม้แต่น้อยวันนี้เขาแสดงด้านที่น่ากลัวทำให้กดดันมากพอแล้ว และเพื่อจะรักษาความไว้วางใจจากเด็กคนนี้ เขาควรจะให้เวลาเธอและไม่เป็นไร คนของเขาถูกจัดแจงให้จับตามองและสะกอดรอยตามเธอไปทุกที่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน พี่ชายสุดที่รักคนนั้น คงยังตามหาเธอไม่เจอเร็วๆนี้หรอก“กลับดีดีนะคะคุณอา เป็นข้าวมื้อเย็นที่อร่อยที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณที่เลี้ยงหนูนะคะ” “แล้วพรุ่งนี้หยุดใช่ไหม ให้มารับรึเปล่า” “คุณอาพูดอย่างกับคุณอาว่างทุกวันอย่างนั้นแหละ” เธอหัวเราะมองเขา“ไหนคุณอาจะต้องทำงาน ต้องเตรียมสอบเข้าราชการอีก เอาเวลาไหนมาเล่นกับหนูมากมายขนาดนั้นกัน เอางี้ค่ะ เอาเบอร์หนูไป วันไหนคุณอาว่างๆเบื่อๆ ค่อยมาก็ได้ค่ะ” “อย่าพูดเยอะเลย พรุ่งนี้ไม่ว่างก็บอก ทำงานล่ะสิ” อย่างที่คิด เด็กสาวยิ้มหัวเราะออกมาอย่างเก้อเขิน “ใช่ค่ะ หนูทำพาร์ทไทม์เสาร์อาทิตย์ แต่ถ้าคุณอาอยากมากก็ลองมาชิมได้นะคะ” “ชิมอะไร ชิมใคร” อลิชาชะงัก คำถามที่เรียบง่ายของเขา กับส
![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






