LOGINมิสเตอร์เฉินมองเธอทั้งอย่างนั้น
ทำให้บรรยากาศและความเงียบแปลกๆระหว่างทั้งคู่ทำให้ ลิชารู้สึกในแบบที่ไม่เคยรู้สึก รู้สึกละสายตาจากเขาไม่ได้ และร่างกายก็เหมือนจะชาวูบ แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไร เขาก็พูดขึ้นมาก่อน “หิวข้าวมั้ย ผมเลี้ยง” อลิชากระพริบตารัวๆหันมองพื้น เธอในตอนนี้ ประสาทหูปิดรับการได้ยิน สายตาของเขาเมื่อครู่กลายเป็นภาพหลอนในหัวแล้วเรียบ ท่าทีนิ่งเฉยและครุ่นคิดของเธอนั้น ทำให้มิสเตอร์เฉินกลัวว่าจะถูกปฏิเสธ นี้ ทั้งด้วยเรื่องมารยาทและสถานะของเขากับเด็กสาวในตอนนี้ เขาไม่ควรอยู่สองต่อสองกับเธอทั้งที่เป็นช่วงเวลาที่ดึกแล้ และบวกกับตารางงานที่แน่นเปรี้ยะของเขาในวันนี้ เขายิ่งต้องควรกลับไปแล้ว แต่ด้วยความที่เขาอยากอยู่ใกล้เธอนานขึ้นอีกนิด การชวนไปกินข้าว คงเป็นวิธีที่ดูน่าเชื่อถือที่สุด ได้ยินว่าเด็กคนนี้พึ่งเลิกงานดึก ก็ออกไปนอกตัวเมืองจนกลับมาดึกตื่น เพราะเขาได้ยินแบบนี้ถึงรีบออกมา ถือว่าทำให้การของคุณของผมสำเร็จลุล่วงก็แล้วกันเ ะครับ เชิญชวนไม่ได้ก็ต้องใช้การบังคับ และเหมือนว่าอลิชาจะเริ่มมีปฏิกิริยา เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ทันใดนั้นเสียงท้องร้องก็ดังขึ้น อลิชามองท้องของมิสเตอร์เฉิน ถามอย่างใคร่รู้ “คุณอาหิวทำไมไม่บอกคะ หนูทำกับข้าวให้" อลิชายิ้มกว้างลุกขึ้นอย่างมีแรง มิสเตอร์เฉินมองเธออย่างสนใจ ทำกับข้าวเป็นด้วย? ริมฝีปากได้รูปคล้ายยิ้มและไม่ยิ้ม "ได้สิ" ทันใดนั้นเด็กสาวก็ตรงดิ่งไปหาตู้เย็น วุ่นหาของในนั้นพักหนึ่งจึงหิ้ววัตถุดิบพะรุงพะรังไปที่ครัวเล็กที่อยู่ทางเลี้ยวของห้อง จากนั้นเสียงทำกับข้าว ก็ดังลอดมา ดึงดูดให้มิสเตอร์ลุกเดินไปดูอย่างอดไม่ได้ หลังบางกำลังมุ่นวุ่นวายกับอาหารในกระทะ มิสเตอร์เฉินเดินเข้าไปใกล้ ลมหายใจที่แผ่วเบาทำเอาร่างเล็กรู้สึกตัวหันมา และจมูกชนเข้ากับแก้มปริศนา อลิชาสะดุ้งสุดตัวกระเด้งถอยหลัง มือสะเปะสะปะฟาดเข้ากับด้ามจับกระทะ ทำเอากุ้งผัดกระเทียมในนั้นกระเด็นกระดอนออกไปคนละ ทิศละทาง “ว้ายยยยย" เสียงกะทะตกลงพื้นทำให้หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นตามไปด้ว ย มิสเตอร์เฉินรีบคว้าเธอด้วยความตกใจไม่ต่างกัน “ใครเขาบอกให้มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้คะ กุ้งของคุณอา..." “ขอโทษ” เขาเอ่ยเบาๆ สายตาเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด บรรยากาศและความเงียบแปลกๆระหว่างทั้งสองทำให้อลิชารู้สึกในแบบที่ไม่เคยรู้สึก เธอพยายามแต่ก็ละสายตาจากเขาไม่ได้ และร่างกายก็เหมือนจะชาวูบ แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไร เขาก็พูดขึ้นมาก่อน "เป็นอะไรมั้ย" "ไม่เป็นอะไรค่ะ" เธอตอบทันควัน แม้จะอยู่ในท่าทางที่ควรจะปล่อยเด็กสาวได้แล้ว แต่เขายังคงโอบร่างเล็กไว้อย่างนั้น ใบหน้าน้อยๆดวงตาโตที่ประหม่าแบบนั้น ทำให้เขาอยากดึงเธอเข้ามาจูบสักที แววตาของมิสเตอร์เฉิน ฉายแววลึกซึ้งชั่วครู่ ก่อนจะซ่อนมันไว้ใต้สีหน้าเรียบเฉยแล้วผละออก “อาหารคงกินไม่ได้แล้ว มิสเตอร์เฉินกวาดตามองกุ้งที่กระเด็นกระจายอยู่บนพื้น “ออกไปกินข้างนอกเถอะ " อลิชาลังเล เธอเริ่มง่วงนิดหน่อยแล้ว อีกใจก็อยากให้เขากลับไป แต่เมื่อมองใบหน้าที่ยังซีดจากบาดแผลและความทุ่มเทของเขาที่อุตส่าห์มาหาเธอ อลิชาก็ใจอ่อน "ก็ได้ค่ะ หนูขอเตรียมตัวแปปนึง" ถนนยามค่ำคืนทอดยาวราว แสงไฟถนนเรียงรายเป็นจังหวะสม่ำเสมอสะท้อนบนผิวถนน รถหรูสีดำสนิทเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบ ราวกับลื่นไหลไปกับความมืด ไม่เร็ว ไม่ช้า ภายในรถ กลิ่นหนังแท้ผสมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆของผู้ชายที่นั่งข้างเธอ อลิชานั่งหลังตรงตลอดเวา มือทั้งสองวางซ้อนกันบนตักเกร็งๆ เธอไม่กล้าขยับมากนัก กลัวเสียงของเธอ ทำให้กลายเป็นจุดสนใจ เธอแอบเหลือบมองกระจกหน้าต่าง เห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกใส ชุดเรียบๆของตัวเอง ดูไม่เข้ากับเบาะนั่งของรถคันนี้เอาซะเลย มิสเตอร์เฉินนั่งเอนหลังอย่างผ่อนคลาย ดวงตาคมมองถนนข้างหน้า ท่าทีสุขุม เงียบขรึม ราวกับโลกภายนอกไม่อาจแตะต้อง เพียงแค่นั่งเฉยๆ ก็ทำให้ดูมีอำนาจโดยไม่ต้องทำอะไรข อลิชาเกร็งไม่หาย และไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไร ไม่รู้ควรวางสายตาไว้ตรงไหน และไม่รู้ว่าทำไม แค่การนั่งอยู่ข้างเขามันถึงทำให้รู้สึกทั้งอึดอัดและหวั่นไหวในแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ไม่นานทั้งคู่มาถึงอาคารสูงใจกลางเมือง เธอเดินตามเขาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุด ประตูกระจกเปิดออก เผยให้เห็นร้านอาหารบนดาดฟ้าที่โอบล้อมด้วยแสงไฟสลัว พนักงานที่เห็นทั้งคู่เดินเข้ามา ก็รีบมาต้อนรับอย่างดี สายลมเย็นพัดผ่านแสงไฟเมืองกระบี่เบื้องล่างทอดยาวราวทะเลดาว โต๊ะอาหารจัดวางห่างกันอย่างเป็นส่วนตัว บวกกับเสียงดนตรีแจ๊สที่คลอเบาๆ ทำให้บรรยากาศหรูหราในแบบที่อลิชาไม่คิดว่าจะได้มาสัมผัส เธอมองด้วยตาเป็นประกายอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน มิสเตอร์เฉินเดินไปข้างหน้าแล้ว อลิชายังคงหยุดมอง เมืองทั้งเมืองดูเล็กลงในสายตาของเธอรถเล็กจิ๋ววิ่งไปมาเหมือนจุดเล็กๆ และอลิชาก็รู้สึกว่า วิวตรงหน้าช่างสวยเหลือเกิน เธอเผลอมองอยู่นาน มิสเตอร์ไม่เห็นคนตัวเล็กข้างๆถึงหันกลับมา และพบว่าเด็กสาวกำลังยืนมองวิวอย่างใจจดจ่อ เหมือนลูกแมวตัวหนึ่งที่เพิ่งถูกอุ้มออกมาดูโลกกว้าง แต่เขากลับไม่ได้เรียก แต่ยืนมองเธอเหมือนกับเธอที่มองวิวอยู่อย่างนั้น แสงไฟสะท้อนดวงตาใสของเด็กสาวทำให้หัวใจที่เคยเย็นช ากลับอุ่นขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ "เอ่อ...." พนักงานต้อนรับที่เดินถึงโต๊ะแล้ว หยุดมองทั้งคู่ด้วยใบหน้างุนงง และทำท่าจะทัก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจรอให้ลูกค้าเดินมาเอง ลมกลางคืนพัดผมของอลิชาไหวเบาๆ จนเธอออกจากภวังค์รีบมองหาคุณอา และสบเข้ากับสายตาของเขาทันที เหมือนศรกามเทพที่ปักเข้ากลางอกซ้ายไม่ให้โอกาสตั้งตัว เขายืนอยู่ตรงนั้น ยิ้มให้เธอรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นอีก อลิชากลืนน้ำลายเดินเข้าไปหาเขา ราวกับแม่เหล็กดูด กระทั่งเธอหยุดอยู่ตรงหน้าเขาในระยะที่ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ "มองอะไรอยู่" อลิชาหลบสายตา หันไปมองด้านข้าง "วิวที่นี่ สวยมากเลยค่ะ" แม้ว่าในใจจะรู้สึกว่าคนตรงหน้าน่ามองยิ่งกว่าอีกก็เถอะ เขายิ้มเหมือนจะพอใจ "งั้น ไปนั่งตรงที่เห็นวิวชัดๆดีมั้ย" อลิชาพยักหน้าโดยไม่ทันคิด เดินตามไปราวกับคนจิตใจไม่อยู่กับตัว หลังทั้งสองนั่งลง พนักงานก็ยื่นเมนูให้ เธอเห็นราคาในนั้นก็ถึงกับตกตะลึง เงยหน้ามองคุณอาอย่างอึ้งๆ แต่ก็เห็นเขาตั้งใจหาอาหารอย่างไม่รู้สึกอะไร "เอาเซ็ตซิกเนเจอร์ครับ" พนักงานรับเมนู ขณะที่อลิชายังอ้ำอึ้ง "แล้วก็ ซุปเห็ดทรัฟเฟิล สลัดผักออแกนิก แล้วก็สเต๊กปลาแซลมอนหนังกรอบมาอย่างละหนึ่ง" พนักงานทวนเมนูจากนั้นก็หันมามองอลิชา รอให้เธอสั่ง แต่อลิชาในพูดไม่ออกบอกไม่ถูก นึกได้แค่ ราคาอาหารเทียบเท่ากับค่าแรงเธอทั้งวัน ทันใดเสียงที่อ่อนโยนก็ดังขึ้นก่อน "ชอบกินปลามั้ย" อลิชาไม่ได้ตอบ รีบก้มดูราคาเมนูปลา เขาไม่รอให้เธอตอบ " ปลาโดเวอร์โซลซอสเลมอนเคเปอร์แล้วกันครับ" "ค่ะ รบกวนรออาหารสักครู่นะคะ" พนักงานตอบด้วยรอยยิ้ม ขอเมนูคืน และเดินกลับไป ใต้โต๊ะอลิชากำมือแน่น เธอรู้แล้วว่าระหว่างเธอกับคุณอาช่างห่างไกลกันเหลือเกินเสียงรองเท้าวิ่งกระทบพื้นดังก้อง ตัสหายใจหอบ ท่ามกลางถนนลาดยางที่มีเพียงป่าและเเสงไฟอ่อนเขาหันมองความมืดด้านหลังเป็นระยะ กลัวว่าคนพวกนั้นจะตามมาหลังจากอลิชาเข้าประตูนั้นได้ ในขณะที่เขาคิดว่าทุกอย่างกำลังจะสำเร็จ ไม่รู้ว่าชายสูทแดงนั่นมาจากไหน และสังเกตพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ใบหน้าที่ดูเหมือนอมยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ตลอดเวลาหันมายิ้มให้เขา ทำเขาชะงักไป จากนั้นชายคนนั้นก็เอ่ยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าทุกประโยคกลับทำให้ใจเขาตกลงปลายเท้า "คนหนึ่งแสร้งทำเป็นโง่เพื่อถ่วงเวลาพนักงาน อีกคนกลับแอบมุดเข้าหลังบานประตู เด็กน้อยมีทีมเวิร์กที่น่าสนใจเสียจริง”“ไม่ทราบว่าใครเป็นคนสอนให้พวกคุณใช้ความเจ้าเล่ห์ราคาถูกแบบนี้ในสถานที่ที่อยู่ในสายตาของผมกัน?”สายตาลงมองสำรวจตัสตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับมองสัตว์เล็กๆที่น่าเวทนาที่กำลังดิ้นรนทำบางอย่างในสายตาเขาเขาทำมือบอกปัดกับพนักงาน “ไปตามหา หนู อีกตัวที่เหลือ อ้อ….แต่ว่าดูแลเธอให้ดีเด็กรุ่นนี้คือสินค้าเกรดเอ”ตัส หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอก ความกลัวเปลี่ยนเป็นสัญชาตเอาตัวรอดเขารู้ว่าถ้าถูกจับได้ตอนนี้ ทุกอย่างคือจุดจบ ไม่รอให้ชายสูทแดงเรียกการ์ดมาจับตัสวิ่งไปทางประตูทา
ท่ามกลางความเวิ้งว้างของชนบท เสียงเครื่องยนต์แท็กซี่ค่อยๆ ลับหายไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นสีแดงที่ม้วนตัวคว้างอยู่ในอากาศจากทางลูกรัง อลิชา ตัส และนาเดีย ยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้า ห่างพวกเธอออกไปคือร้านอาหารที่ดูธรมมดา ป้ายไฟนีออนเหนือประตูทอประกายอ่อนละมุน นุ่มนวลเสียจนดูเหมือนอ้อมกอดที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความจริงใจ ทว่าในสายตาของพวกเธอ สถานที่แห่งนี้กลับดูอันตรายยิ่งกว่าบ่อนคาสิโนทั่วไป"แต่พวกเราจะเข้าไปยังไงดี..." อลิชาพึมพำ แววตาสั่นระริก เธอมองร้านอาหารที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวนี้พร้อมกับความหวั่นใจ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อนของเธอถูกขังอยู่ข้างใน ยิ่งทำให้เด็กสาวอายุ18ที่ไม่เคยเข้าสถานบันเทิงกระทั่งสัมผัสโลกสีเทามาก่อน กดดันนั้นหนักอึ้งจนแม้แต่ก้าวขายังก้าวไม่ออกตัสลอบกลืนน้ำลายพลางบุ้ยปากไปยังร่างทะมึนสองร่างที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู"ไม่รู้สิ เห็นการ์ดสองคนข้างหน้านั่นมั้ย กล้ามใหญ่ขนาดนั้น แล้วดูส่วนสูงพวกมันสิพวกเราจะเอาแรงที่ไหนไปสู้" ชายร่างยักษ์ทั้งสองยืนนิ่งดั่งรูปปั้นหิน แต่สายตานั้นเหมือนสัตว์ร้ายพร้อมขย้ำผู้บุกรุกทุกเมื่อ"อย่าลืมนะ พวกเราแค่มาทานอาหาร...""ทำตัวให
พระอาทิตย์ตกในสายตาโนอาห์ ราวกับตอกย้ำความตายมือขวาคนสนิท คู่ค้าคนสำคัญนั่งตรงข้ามเขา เงากระจกลางๆสะท้อนหนึ่งชายชุดดำ หนึ่งชายชุดขาว ที่แม้แตกต่างกัน แต่รังสีความโหดร้าย กลับไม่มีใครด้อยคนหนึ่งหัวหน้าองค์กรนักฆ่า คนหนึ่งในเจ้าพ่อมาเฟียฮ่องกง มิสเตอร์แดเนียลในเชิ้ตขาวใบหน้าคมคายใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่อ่อนโยน มือเท้าคางอย่างอารมณ์ดี จ้องมองอีกฝ่ายที่ร้อนรุ่มไปด้วยความแค้น "ถ้าให้ผมลงมืออีกรอบ ความเสี่ยงขนาดนี้ ผมต้องการค่าตอบแทนเพิ่มสิบเท่า" "ตกลง" โนอาห์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงหนักแน่นไร้ความลังเล ได้ยินดังนั้นมิสเตอร์แดเนียลยิ้มน้อยๆ สายตามองต่ำราวกับคำนวณส่วนได้ส่วนเสีย เขาทำธุรกิจมานาน ดีลซื้อความตายที่ราคาสูงที่สุดคือดีลครั้งนี้ "ไม่ว่ายังไง ครั้งนี้มันต้องตาย มันบังอาจกำจัดมือดีของฉันไป ฉันไม่มีวันปล่อยมันไว้แน่ มันจะต้องชดใช้"มิสเตอร์แดเนียลขยับยิ้มบางๆ "มิสเตอร์โนอาห์ ผมขอถามอะไรคุณสักอย่างสิ""เชิญ""มิสเตอร์เฉินคือน้องชายของคุณ ทำไมถึงต้องพยายามฆ่าเขา?""อ้อ ที่ผมถามเพราะเขาไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย และผมไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนภายหลัง"โนอาห์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาพยัคฆ์ของเ
รถของมิสเตอร์เฉินจอดข้างทางหน้าหอพัก เขานั่งอยู่ในรถสักพักอลิชาก็ถูกแม่จูงแขนออกมา เขามองใบหน้าอึดอัดนั้นแอบยิ้มหัวในใจ พ่อเดินตามสองแม่ลูก ทว่ากำลังมุ่งมั่นจัดเสื้อกับเนคไทสีแดงอย่างจริงจัง “สวัสดีครับ คุณพ่อ คุณแม่” มิสเตอร์เฉินเปิดประตูให้ผู้ใหญ่ทั้งสองเข้าไปนั่ง และส่งสายตายิ้มให้อลิชาแต่นั่นกลับทำให้เธอไม่มองเขา หลบสายตาและรีบเปิดประตูเข้าไปนั่ง ทันใดนั้น“มานั่งอะไรตรงนี้ลิชา ไปๆๆๆ ข้างหน้าๆๆ” เด็กสาวถูกผลักออกจากเบาะเสร็จแล้วแม่ก็ปิดประตูทิ้งเธอปล่อยให้เธอยืนงง เห็นดังนั้นมิสเตอร์เฉินก็เดินไปเปิดประตูข้างคนขับให้เธอ “นั่งนี่สิ” แต่แล้วเด็กสาวก็เงียบกริบราวกับคนใบ้ และเข้าไปนั่งด้วยสีหน้าอึดอัดเมื่อทั้งสี่ขึ้นมาอยู่บนรถ ความเงียบกริบก่อนหน้านี้ก็หายไปทันที พ่อกับแม่ราวกับสวมวิญญาณนักพากย์ศิษย์เอก “หมิงคุนลูก วาสนาลูกสาวแม่จริงๆ ได้ผู้ชายเพอร์เฟกต์ขนาดนี้มาดูแล รู้มั้ยอลิชาลูกแม่ไม่เคยมีแฟนเลยนะ มีแค่หมิงคุนคนแรกเลยที่พาพ่อกับแม่ไปกินข้าวแบบนี้ เป็นเด็กน่ารัก รู้กาละเทศะถูกใจแม่จริง ดูหน้าดูตาสิ ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน นี่ถ้าแม่ย้อนเวลาไปได้ แม่คงจีบตาหมิงคุนแล้วนะเนี้ย” พ่อกร
ในคืนนั้นแม่กับพ่อของอลิชาเอาแต่ประคบประหงมลูกเขยที่พวกท่านเข้าใจผิด อลิชานั่งมองดูเหตุการณ์อย่างหดหู่ แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคุณอาถึงไม่ปฏิเสธและไม่ยอมให้เธออธิบาย จนกระทั่งคุณอากลับไปแล้ว เป็นตอนที่เธอรู้สึกอัดอัดที่สุดในโลก พ่อกับแม่เอาแต่เงียบมองหน้าเธอ อลิชานั่งหลังตรง มือประสานกันแน่น ส่วนพ่อกับแม่นั่งโซฟา มองมาทางเธออย่างเค้นคำตอบ“ลิชา!” แม่ตบโต๊ะอย่างแรงอลิชาสะดุ้งรีบตั้งการ์ดปกป้องชีวิตตัวเอง“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ!” มือน้อยยกขึ้นโบกไปมาพ่อถอนหายใจยาว เหมือนคนที่เตรียมใจฟังเรื่องสะเทือนจิต ลูกสาวคนนี้โตเป็นสาวแล้วสมควรปล่อยแล้วก็จริง แต่หากจะคบใคร ลึกๆเขาก็อยากให้บอกผู้ใหญ่และหมั้นหมายไว้ก่อนยังไงซะก็เป็นหญิง “พ่อถามตรงๆนะ ลูกไปมีอะไรกับเขาแล้วใช่มั้ย?”อลิชาอ้าปากค้างแทนที่รีบปฎิเสธ ไม่ใช่เธออยากให้พ่อแม่เข้าใจผิดแต่เธอนึกไม่ถึงว่านอกจากพ่อกับแม่นอกจากจะเข้าใจผิดว่าคุณอาเป็นแฟนเธอแล้ว ยังคิดไปถึงขั้นมีอะไรกันด้วยเหรอเนี่ย!!!! เพราะฉะนั้นเธอจะต้องแก้ไขมูลข่าวตั้งแต่แรก “คุณอาคือคนที่หนูช่วยชีวิตไว้ค่ะ ที่หนูเล่าให้แม่ฟังอาทิตย์ก่อนไง แม่ยังจำได้มั้ย”“แต่เมื่อกี้ ที่แม่เข้
หลังจากการกินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านพักตากอากาศ มิสเตอร์เฉินก็มาส่งเธอที่บ้าน ก่อนกลับเขาไม่ได้ทวนเรื่องการตัดสินใจให้เธอไปอยู่กับเขา ไม่มีการโน้มน้าว และไม่ได้พูดถึงแม้แต่น้อยวันนี้เขาแสดงด้านที่น่ากลัวทำให้กดดันมากพอแล้ว และเพื่อจะรักษาความไว้วางใจจากเด็กคนนี้ เขาควรจะให้เวลาเธอและไม่เป็นไร คนของเขาถูกจัดแจงให้จับตามองและสะกอดรอยตามเธอไปทุกที่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน พี่ชายสุดที่รักคนนั้น คงยังตามหาเธอไม่เจอเร็วๆนี้หรอก“กลับดีดีนะคะคุณอา เป็นข้าวมื้อเย็นที่อร่อยที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณที่เลี้ยงหนูนะคะ” “แล้วพรุ่งนี้หยุดใช่ไหม ให้มารับรึเปล่า” “คุณอาพูดอย่างกับคุณอาว่างทุกวันอย่างนั้นแหละ” เธอหัวเราะมองเขา“ไหนคุณอาจะต้องทำงาน ต้องเตรียมสอบเข้าราชการอีก เอาเวลาไหนมาเล่นกับหนูมากมายขนาดนั้นกัน เอางี้ค่ะ เอาเบอร์หนูไป วันไหนคุณอาว่างๆเบื่อๆ ค่อยมาก็ได้ค่ะ” “อย่าพูดเยอะเลย พรุ่งนี้ไม่ว่างก็บอก ทำงานล่ะสิ” อย่างที่คิด เด็กสาวยิ้มหัวเราะออกมาอย่างเก้อเขิน “ใช่ค่ะ หนูทำพาร์ทไทม์เสาร์อาทิตย์ แต่ถ้าคุณอาอยากมากก็ลองมาชิมได้นะคะ” “ชิมอะไร ชิมใคร” อลิชาชะงัก คำถามที่เรียบง่ายของเขา กับส







