LOGIN“มาไม่นานก็ก่อเรื่องเลยนะ” เอ่ยเสียงเข้มต่อว่า ทั้งๆ ที่จริงแล้วมันเป็นความผิดของเขาทั้งหมด ถ้าชายหนุ่มไม่ลืมว่าต้องมารับ หญิงสาวก็คงไม่ต้องตัดสินใจเดินกลับมาเองแบบนี้
คนที่ถูกต่อว่าก็ร้องไห้สะอื้นดังกว่าเดิม เม้มริมฝีปากแน่น ไม่คิดว่ารามันจะใจร้ายและเย็นชาได้ถึงขนาดนี้
“จะร้องไห้ไปทำไม เธอทำตัวเองทั้งนั้น อยากออกมาจากฟาร์มทำไม ทำไมไม่รอ เดี๋ยวฉันก็ไปรับ” ทั้งที่ตัวเองผิด แต่ยังไม่ยอมรับ ยังคงตีหน้าตาย ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ช้องนางต้องเบือนหน้าหนี ไม่อยากจะเห็นหน้าคนใจร้าย ยิ่งเห็นก็ยิ่งเจ็บ แต่ไม่นานใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาก็ต้องรีบหันกลับมา ดวงตาเบิกกว้างกอบกุมเสื้อตัวนอกไว้ เพราะตอนนี้มือร้อนๆ ของรามันกำลังจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออก
“จะทำอะไรนาง อย่าทำอะไรนางนะ”
ถามเสียงสั่น แววตาฉายชัดความหวาดกลัว พยายามปัดมือหนาออก แต่เพียงเริ่มปัด รามันก็ส่งสายตาดุดันมาให้ แถมยังตวาดใส่
“อยู่เฉยๆ อย่ามาทำเป็นดีดดิ้น ทำเหมือนกับว่าฉันจะทำอะไรเธอ ฉันพิศวาสเธอไม่ลงหรอกช้องนาง”
เมื่อได้ยินสิ่งที่บั่นทอนความรู้สึก คนช้ำทั้งตัวและใจก็ยิ่งดิ้น ในเมื่อไม่พิศวาสแล้วจะมายุ่งกับหล่อนทำไม ทำไมต้องกระชากเสื้อให้หลุดออกด้วย
อสูรเถื่อนก็ฮึดฮัดโมโหที่เจ้าหล่อนดีดดิ้นไปมา มือหนาจัดการรวบมือน้อยไว้เหนือศีรษะ และทาบทับร่างดีดดิ้นไว้
“จะดิ้นทำไมฮะ ฉันแค่จะดูแผลของเธอเท่านั้น”
เขาดุเสียงดัง จากนั้นก็ออกแรงกระชากเสื้อให้หลุดออก ในเมื่อไม่ยอมให้ถอดดีๆ ก็ต้องกระชากมันแบบนี้ ทันทีที่เสื้อตัวนั้นหลุดออก สันกรามทั้งสองก็ขบเข้าหากัน ใบหน้าแดงก่ำ ในใจกำลังเดือนพล่าน พวกมันกล้าดียังไงมาทำร้ายผู้หญิงของเขา
พลางคิดว่าไม่น่าไว้ชีวิตพวกมันเลย น่าจะยิงมันทิ้งไปซะ ไม่น่าใจอ่อนลงโทษมันไปเพียงแค่ยิงต้นขา เพราะสามคนนี้มันก็เป็นแค่พวกเดนสังคม ที่ชอบรังแกคนอื่นไปทั่ว
เมื่อสำรวจร่างกายช้ำจนทั่วแล้ว ร่างสูงก็ผละออกห่าง
ช้องนางรีบรวบผ้าห่มขึ้นมาปิดร่างกาย พยุงตัวเองลงจากเตียงกว้างและรีบคว้าเสื้อขึ้นมาสวมใส่ ตอนนี้หล่อนอยากจะออกไปจากห้องนี้เต็มทน ไม่อยากจะเห็นหน้าคนใจร้าย แต่ทว่าไม่ทันจะได้ก้าวออกจากห้อง ร่างช้ำก็โดนรวบตัวและพาไปที่เตียงนอนเช่นเดิม
“ปล่อยนะ มาอุ้มนางทำไม” เธอถามเสียงสั่นพร่า ออกแรงดีดดิ้นสุดกำลัง
รามันไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะร้องถามหรือดิ้นรนแค่ไหน ยังคงตีหน้านิ่ง ก่อนจะวางร่างนั้นลงบนเตียง แล้วออกคำสั่งหน้าตาย
“นอนลงไป”
“จะทำอะไร?”
“ฉันบอกให้นอนลงไป”
“ไม่!! นางไม่นอน นางจะกลับห้อง” ตอบเสียงแข็ง ทั้งๆ ที่ใจสั่นกลัวไปหมด
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ยอมทำตามคำสั่ง ดวงตาคมกริบก็ส่งสายตาเป็นการเตือนว่าห้ามขัดคำสั่ง พลันออกแรงผลักให้เจ้าหล่อนล้มตัวลงไปนอนกับเตียง แต่ทว่าช้องนางก็เด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างเร็ว จนสายตาคมกริบตวัดไปเตือนอีกครั้ง ครั้งนี้ทำให้หญิงสาวถึงกับเม้มปากแน่น รู้สึกกลัวสายตาคู่นี้เสียจริง จนต้องยอมทำตาม
“ถอดเสื้อออก”
เช้าวันรุ่งขึ้นเสียงอาเจียนที่ดังเล็ดลอดออกมาจากในห้องน้ำ ทำให้รามันรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน ก้าวฉับๆ ตรงไปยังต้นเสียง“อาเจียนอีกแล้วเหรอช้องนาง ทำไมอาเจียนมากขนาดนี้” เขาถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยปนไม่พอใจ ก็เดี๋ยวนี้เจ้าหล่อนนั้นป่วยบ่อย แถมพอบอกว่าจะพาไปหาหมอก็ไม่ยอม เจ้าหล่อนไม่รู้บ้างหรืออย่างไรว่าเขานั้นเป็นห่วง เห็นช้องนางป่วยทีไรหัวใจมันเจ็บตื้อๆ ทุกที พลอยทำให้ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร นอกจากเฝ้าดู พลันเข้าไปช่วยลูบหลัง ซึ่งใบหน้าหญิงสาวนั้นซีดเซียวไร้สีเลือดคนถูกถามส่ายหน้าเป็นคำตอบ เพราะหล่อนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ทำไมถึงอาเจียนขนาดนี้ แถมยังรู้สึกมึนหัวไปหมด ก่อนจะหันไปโก่งคออาเจียนอีกครั้ง ฝ่ายรามันก็คอยลูบหลังให้อย่างสงสาร เมื่อเห็นหญิงสาวอาเจียนจนตัวโยน“ทำไมถึงไม่รู้ ตัวของตัวเองจะไม่รู้ได้ไงว่าเป็นอะไรฮึ” เขาถามเสียงดุ ไม่พอใจในคำตอบและโมโหที่เจ้าหล่อนชอบใส่ใจแต่คนอื่น จนลืมใส่ใจตัวเอง ก่อนช้อนร่างเล็กที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่ไปที่เตียง เพื่อให้เธอได้พักผ่อน พลันส่งสายตาดุให้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะลุกขึ้น“วันนี้นอนพักเลยนะ ห้ามออกไปช่วยคนงาน แล้วเดี๋ยวฉันจะตามไอ้กิจให
“มีคนลอบวางเพลิงไร่ของผมหรือครับ”“ครับ ทางเราตรวจพบถังแกลลอนน้ำมัน กับไฟแช็กครับ และจากการให้ปากคำของลูกน้องคุณที่ให้การว่าเห็นคนแปลกหน้ามาด้อมๆ มองๆ และแอบเข้ามาในไร่ ทางเราคิดว่าน่าจะเป็นอย่างที่เราสันนิษฐานกันครับ ทางเราจะติดตามหาตัวคนลอบวางเพลิงมาให้ได้เร็วที่สุดครับ คุณรามันไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” ตำรวจนายหนึ่งเอ่ย“ครับ ผมขอบคุณมากๆ ครับ ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ”เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไปแล้ว รามันจ้องมองไร่ส้มที่ถูกเผาจนวอดด้วยสายตาเศร้าหมอง ไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ทำไมเหตุการณ์ร้ายๆ มันช่างเกิดประจวบเหมาะกันขนาดนี่ ทั้งข่าวโจมตีฟาร์มโคนม ทั้งไร่ส้มที่ถูกลอบวางเพลิง เขาว่าสองเรื่องนี้มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังและเชื่อมโยงกันเป็นแน่เหงื่อไคลท่วมทั้งตัวและใบหน้า แต่ทุกคนในไร่อิศวรเวชยังคงช่วยกันทำงานต่อ ไม่มีใครปริปากบ่นสักคำ ต่างทำงานด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา พวกเขาจะต้องทำงานหนักมากขึ้นเป็นสองเท่า เพราะทั้งเก็บผลผลิต ทั้งปรับปรุงดิน และลงต้นกล้าส้มใหม่ทดแทนต้นที่ถูกไฟไหม้ไป เพราะไร่ส้มแห่งนี้คือบ้านของพวกเขา“ทุกคน วันนี้พอเท่านี้ละครั
“ฉัน…ฉันขอโทษ” เขาเอ่ยเสียงสั่น หัวใจแกร่งเจ็บราวถูกบีบ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมีอิทธิพลต่อหัวใจถึงขนาดนี้ ก่อนจะช้อนร่างเล็กไปที่เตียงนอน เมื่อถูกวางลงช้องนางรีบหันหลังหนีทันที หล่อนไม่อยากจะมองหน้าคม ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บรามันทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนอนนุ่มเช่นกัน ดึงหญิงสาวให้กลับมาเผชิญหน้า พอเห็นเจ้าหล่อนหันหนีก็ไม่อาจทนได้ มันเหมือนว่าเขากำลังขาดอากาศหายใจ รู้สึกใจหายวาบ จึงต้องดึงเจ้าหล่อนเข้ามากกกอด ช้องนางพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะสู้ ในที่สุดก็ยอมให้รามันกอดช้องนางยังคงไม่เลิกสะอื้นถึงแม้ว่าจะน้อยลงไปกว่าเดิม แต่ไหล่บางก็โยกขึ้นลง รามันไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะพูดไม่ออก ไม่รู้จะถ่ายทอดความรู้สึกที่มันอึดอัดนี้ไปอย่างไร ทำได้แต่กกกอดช้องนางเอาไว้“คุณไม่รักนางบ้างเลยหรือคะ” เธอร้องถามเสียงสะอื้น หัวใจดวงน้อยอยากรู้สิ่งนี้มากที่สุด พร้อมแหงนหน้าขึ้นมองคนนิ่งไม่ยอมตอบ ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อเห็นท่าทีเงียบเฉยนั้น สีหน้าเจื่อนลงแล้วหลับตาแน่นปล่อยให้ความเงียบคือคำตอบที่บาดลึกลงไปในจิตใจชายหนุ่มไม่รู้ว่าจะตอบคำถามว่าอย่างไร เขารักเจ้าหล่อนไหม เขาเองก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีอย
เช้าวันรุ่งขึ้นเปลือกตาบางลืมขึ้น จับจ้องไปยังต้นเสียงที่ดังปลุกให้ตื่นจากนิทรา ขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าต้นเสียงนั้นคือรามัน ซึ่งกำลังเดินไปเดินมาราวกับมีเรื่องทุกข์ใจ ใบหน้าคมเครียดขรึม จนนึกสงสัยไม่ได้ว่าเขาเป็นอะไร แล้วเขาคุยกับใครอยู่กัน“ผมยืนยันครับว่าน้ำนมของผมมีคุณภาพ ไม่ได้มีสิ่งเจือปนเป็นพิษต่อผู้บริโภค ทุกขั้นตอนสะอาดและได้มาตรฐาน ถ้าอยากจะเข้ามาตรวจเชิญเลยครับ แต่ผมก็ขอยืนยันว่าน้ำนมฟาร์มของผมมีคุณภาพ” พูดจบมือหนากดวางสายไป หยิบข่าวท้องถิ่นขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ในนั้นมีชื่อฟาร์มของตนเด่นชัด“นมไร้คุณภาพ ฟาร์มอักษรย่อ อ ผู้บริโภคต่างร้องเรียน” ฟาร์มที่มีอักษรอออ่างอยู่ก็ไม่มีที่ไหนอีกแล้ว นอกจากฟาร์มอิศวเวช“ในข่าวมีอะไรหรือคะ นางเห็นคุณจ้องมันนานแล้ว” เธอเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงรามันส่ายหน้าไปมา ไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนลุกก้าวออกจากโต๊ะทำงาน เขาไม่อยากทำให้เจ้าหล่อนนั้นพลอยเครียดไปด้วย หัวใจดวงโตมันรับรู้แล้วว่าหล่อนมีความสำคัญกับตนไม่น้อย ถึงจะยังไม่กล้าเปิดใจให้เข้ามาอยู่อย่างเต็มร้อย เพราะกลัวกับเหตุการณ์ครั้งก่อน แต่ก็รับรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อหัวใจแกร่งช้องนางไม
| บทที่ 8 ปัญหามาผจญ |หนึ่งเดือนเศษๆ แล้วที่ช้องนางถูกบังคับให้ขึ้นมานอนห้องด้านบน นอนเคียงข้างกับสามีหน้ายักษ์ ที่ชอบตีหน้านิ่งหน้าดุได้ตลอดเวลา แถมยังชอบทำหน้ามึน ทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรหลังจากปลุกปล้ำเธอได้สำเร็จ หรือไม่ก็แสร้งทำเป็นละเมอ แล้วว่ามากกกอดเธอช้องนางต้องเบะปากใส่อย่างหมั่นไส้ ก็เขาจะบอกเธอหน่อยก็ไม่ได้ว่าที่พยายามปลุกปล้ำเธออยู่ทุกวันเพราะอยากจะมีหลานให้แม่อุ้ม มาทำเป็นฟอร์มตีหน้ามึน ให้เธอมารู้เองจากปากโรสแม่สามี และหล่อนยังได้รับรู้เรื่องราวความหลังของชายหนุ่ม บอกตรงๆ ว่าหล่อนไม่เคยคิดว่า เขาจะมีความหลังที่เจ็บปวดเช่นนี้“หนูรี หรือคะ”“ใช่จ้ะ หนูรี นี่เจ้ารามันยังไม่เล่าเรื่องของหนูรีกับยัยลินินให้หนูฟังอีกเหรอลูก” โรสร้องถามอย่างหนักใจ ป่านนี้แล้วทำไมลูกชายถึงไม่ยอมลืมความหลังครั้งเก่าสักที ไม่รู้ว่าจะจมอยู่กับความเจ็บปวดทำไม แล้วนี่เจ้าลูกชายจะปิดบังเมียตัวเองเรื่องนารีนาถหรืออย่างไร“คุณรามันไม่ได้เล่าอะไรให้หนูฟังเลยค่ะ” ช้องนางตอบเสียงเศร้าอย่างน้อยใจที่รามันนั้นไม่เคยเล่าเรื่องราวของเขาให้ฟังสักนิด หัวใจดวงน้อยกระตุกเจ็บแปลบ ก่อนครุ่นคิดว่าเคยได้ยินชื่อลินิ
เมื่อวางสายจากเพื่อนรักไป กิจก็หันมาสนใจคนที่กำลังนำเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าใบหนา แล้วนำมาแขวนใส่ตู้ใบเล็ก ใบหน้าของเจ้าหล่อนมีแต่รอยยิ้ม ต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง เพราะกำลังหงุดหงิดไม่น้อยที่หัวใจดวงโตนั้นเอนเอียงไปกับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้เสียแล้ว ตอนแรกกะว่าจะปฏิเสธเรื่องที่เจ้าหล่อนขอร้องให้พามาเที่ยวทะเล แต่พอเห็นแววตาหม่น เขาก็ต้องใจอ่อนเหมือนเช่นเคย“ไอ้กิจนี่แกหลงรักยัยนี่แล้วหรือไงวะ ทำไมถึงต้องอยากเห็นยัยนี่ยิ้ม” สบถเบาๆ ทุกครั้งที่ลิลลี่ส่งยิ้มมาให้ หัวใจดวงโตอิ่มเอม แถมยังรู้สึกหวงแหนรอยยิ้มนี้ ไม่อยากให้เจ้าหล่อนไปส่งยิ้มแบบนี้ให้ใคร“คุณกิจคะ คุณขับรถมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวลิลลี่จะเอาเสื้อผ้าของคุณเก็บใส่ตู้ให้เองค่ะ” หญิงสาวหันบอกหลังจากนำเสื้อของตนเก็บใส่ตู้เรียบร้อยแล้ว พลันยิ้มขอบคุณที่เขาพามาเที่ยวตามที่ร้องขอ“ครับ” ชายหนุ่มตอบก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนู แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ให้สายน้ำทำให้หายเหนื่อยจากการขับรถร่วมห้าชั่วโมง หลังจากนั้นอีกยี่สิบนาทีกิจก็ก้าวออกมา เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า นำเสื้อผ้ามาผลัดเปลี่ยนพลางเหลือบมองหาคนที่ร่ำร้องอยากจะมาแต่ก็ไม่พบ แล้วรีบเ
“ฮือ พ่อขา นางเหนื่อยแล้วค่ะ นางไม่อยากจะสู้แล้ว เขาไม่เคยมองนางในแง่ดีเลย มีแต่กล่าวหานาง เขาคงเกลียดนางมาก เขาคงไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีนางเป็นเมีย ฮือ...นางผิดหรือคะ ที่ทำเพื่อช่วยครอบครัว” น้ำตายังคงไหลริน หัวใจดวงน้อยมีแต่รอยแผล และมันคงยากที่จะเยียวยารามันไม่ได้ใส่ใจคนที่วิ
“ฮือ พ่อขา นางเหนื่อยแล้วค่ะ นางไม่อยากจะสู้แล้ว เขาไม่เคยมองนางในแง่ดีเลย มีแต่กล่าวหานาง เขาคงเกลียดนางมาก เขาคงไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีนางเป็นเมีย ฮือ...นางผิดหรือคะ ที่ทำเพื่อช่วยครอบครัว” น้ำตายังคงไหลริน หัวใจดวงน้อยมีแต่รอยแผล และมันคงยากที่จะเยียวยารามันไม่ได้ใส่ใจคนที่วิ
“แกไปหาหนูรีมาเหรอ”รามันพยักหน้าตอบและพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมา“แล้วหนูรีเป็นไงบ้าง?” เขาถามด้วยความเป็นห่วง รู้ดีว่าเด็กน้อยคนนี้มีความสำคัญกับเพื่อนรักมากแค่ไหน เรียกว่าตอนนี้ที่หัวใจดวงแกร่งยังเต้นอยู่บ้าง ไม่ได้ด้านตายไปซะหมด ก็เพราะเด็กผู้หญิงคนนี้“ยังเหมือนเดิม” รามันตอบเสียงเศร้า พลางนึกถึงคว
“แกจะถามอะไรมากมายวะไอ้กิจ แค่รู้ว่ายัยนี่เป็นเมียที่ฉันไม่ต้องการก็พอแล้ว”“ไม่ถามก็ได้วะ งั้นฉันขอไปดูคนไข้รายอื่นก่อนนะ ส่วนแกน่ะเฝ้าเมียแกไป” พูดจบก็เดินออกมาจากห้อง ส่ายหน้ากับความเย็นชาและใจดำของเพื่อนรัก ขนาดเมียตัวเองแท้ๆ ยังใจดำได้ขนาดนี้ แล้วนึกถึงสาเหตุสำ







