Mag-log in: ก็แค่เมียแต่งที่ไม่รัก : เธอมันก็แค่เมียแต่งที่เขาไม่ต้องการ เธอเป็นได้เพียงเศษดินต้อยต่ำ ที่เขาไม่อยากจะชายตามอง "คุณจะทำอะไร" ช้องนางตะโกนถามน้ำเสียงสั่น ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "จะสั่งสอนเธอไง ช้องนาง สั่งสอนให้หลาบจำว่า อย่า-คิด-จะ-ลอง-ดี-กับ-ฉัน" สิ้นประโยค ข้อมือหนากระชากข้อเท้าบางที่กำลังลนลานหนีลงจากเตียงให้กลับมาที่เดิม พร้อมแสยะยิ้มให้อย่างเยือกเย็น ถาโถมร่างกายไปทาบทับ "ฉันจะสั่งสอนเธอให้หลาบจำ เธอจะต้องจำไปจนวันตาย " บอกด้วยเสียงเหี้ยม แววตามีแต่เปลวไฟ ฝ่ายช้องนางก็พยายามผลักไสคนตัวโตให้ออกห่าง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เมื่อการผลักไสไม่ได้ผลก็เปลี่ยนมาดิ้นรนเพื่อหนทางรอดแทน ใจดวงน้อยนั้นสั่นกลัวไปหมด ยิ่งเห็นดวงตาคู่นี้ที่พิโรธ ก็ยิ่งกลัว
view more“ไม่เป็นไรครับ ผมชวนคุยเอง” ภูวดลรีบเดินไปขวางเอาไว้ ส่งแก้วไวน์ให้อีกครั้ง“ดื่มเป็นเกียรติที่เรารู้จักกันหน่อยสิครับ ไม่ต้องกลัวผมนะครับ ผมกับรามันเราเป็นเพื่อนรักกัน”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ช้องนางก็ยกคิ้วสูง เม้มริมฝีปากครุ่นคิด จะรับแก้วไวน์มาดีไหม กลัวว่าถ้าหากเป็นเพื่อนของสามีจอมใจร้ายจริงๆ เกิดเสียมารยาทไป เดี๋ยวเขาก็พาลมาโมโหใส่อีก แต่ก็ติดที่ว่าไม่เคยเห็นว่าสามีพูดถึงเพื่อนที่ชื่อภูวดลสักครั้ง เท่าที่รู้เพื่อนรักของชายหนุ่มคือ หมอกิจเท่านั้น ริมฝีปากบางจึงต้องเอ่ยถามให้คลายสงสัย“คุณเป็นเพื่อนกับคุณรามันหรือคะ”“ใช่ครับ”เมื่อได้คำตอบยืนยันหนักแน่น เจ้าหล่อนก็รับแก้วไวน์นั้นมายกดื่มเป็นมารยาท โดยไม่รู้ว่าได้หลงกลภูวดลเสียแล้ว ฝ่ายภูวดลก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการ เขาพยายามชวนเหยื่อสาวคุยไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นว่าใครคนหนึ่งเดินตรงลิ่วเข้ามาด้วยความร้อนรน มุมปากร้ายกาจยกสูงอีกครั้ง มือหนาออกแรกกระชากตัวของเหยื่อสาวที่ไม่รู้เรื่องเข้ามากกกอดช้องนางตกใจทำหน้าเหวอ พยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการพร้อมส่งเสียงร้องถามอย่างไม่เข้าใจ“คุณจะทำอะไรนาง ปล่อยนางนะ มากอดนางทำไม”“ไม่ปล่อ
เมื่อลินินรู้ว่าเขานั้นรู้ความจริง เจ้าหล่อนคิดที่จะหนี แถมยังคิดจะขโมยโฉนดที่ดินไปให้กับภูวดลอีก แต่โชคดีที่ป้าน้อยมาเห็นเข้าซะก่อน ทำให้เจ้าหล่อนไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ และเหตุการณ์นี้คือต้นเหตุทำให้นารีนาถกลายมาเป็นเช่นทุกวันนี้ภาพที่ลินินผลักนารีนาถให้ห่างกายเมื่อเด็กน้อยวิ่งเข้าไปหาตามประสาเด็กๆ แต่ลินินกลับผลักไสเพราะกำลังรีบหนี ทำให้นารีนาถล้มหัวไปฟาดกับราวบัดได นารีนาถเลือดอาบและหมดสติไป ซึ่งภาพนั้นยังคงติดตรึงใจทำให้เจ็บปวด จำได้ว่าลินินไม่มีแม้แต่จะชายตามามองสักนิดเขารีบนำตัวของนารีนาถไปส่งโรงพยาบาล และก็ได้รับข่าวร้ายว่าหนูน้อยกลายเป็นเจ้าหญิงนินทรา ตอนนั้นตนโกรธมากตามไปเอาเรื่องกับลินินและภูวดล“ช่วยไม่ได้ ก็แกมันโง่เอง ไอ้รามัน” ภูวดลกล่าวน้ำเสียงเย้ยหยัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสะใจ“ทำไมแกมันเลวแบบนี้ไอ้ภู ฉันไปทำอะไรให้แกเจ็บแค้นนักหนา แกถึงต้องทำถึงขนาดนี้ คุณด้วยลินิน ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับผม ทำไมคุณถึงใจดำกับหนูรีนัก” เขาร้องถามอดีตเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ น้ำเสียงผิดหวังอย่างชัดเจน ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำกันถึงเพียงนี้ ตนนั้นสร้างความเจ็บแค้น บาดหมางอะไรให้“ก็ช่วยไม่ได้
“แม่รักแกที่สุดเลยเจ้ารามัน แกไม่ต้องห่วงเรื่องหนูนาง เพราะเขาเป็นเมียแก ทำไมเขาจะไม่ให้ความร่วมมือกับแก แม่รักแกจริงๆ แม่ไม่กวนแล้ว แค่นี้นะลูก”พอมารดาวางไป รามันก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หนักใจกับเรื่องนี้ ยอมรับว่าเขาขี้ขลาดที่จะเริ่มต้นใหม่ เขากลัวเรื่องร้ายซึ่งยังคงหลอกหลอนจิตใจ ภาพนารีนาถหมดสติไปต่อหน้ามันยังคงติดตา ที่สำคัญลูกน้อยของเขายังคงไม่ฟื้น ยังคงกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่ในเมื่อผู้เป็นแม่ร้องขอเขาก็จะทำตาม เพราะรู้ว่าเนื้อแท้ช้องนางเป็นคนดี และตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าตนนั้นตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เสียแล้วพอตะวันลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม สายตาคมแอบชำเลืองมองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้า ไม่ยอมเงยมาสบตา ชายหนุ่มต้องการจะพูดเรื่องลูก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร รู้สึกปากมันหนักพูดไม่ออก หัวใจดันเต้นระส่ำ มือไม้สั่น ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ก็แค่อยากจะบอกเจ้าหล่อนเรื่องมีลูกก็เท่านั้น ทำไมมันถึงพูดไม่ออกนะ พอเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังจะลุกออกจากโต๊ะกินข้าว ริมฝีปากหนาจึงอ้าออก“ต่อไปย้ายไปนอนที่ห้องฉัน ไม่ต้องลงมานอนข้างล่างแล้ว” เขาบอกเสียงห้วนๆ วางมาดเช่นเดิม แสร้งตีห
“ไม่สบายกันหรือเปล่าคะ ป้าว่าคุณสองคนต้องไม่สบายแน่ๆ ดูสิใบหน้าแดงกันไปหมด เป็นไข้กันหรือเปล่า ป้าจะได้หาหยูกยาให้ทาน” ป้าน้อยบอกน้ำเสียงเป็นห่วง“ไม่ได้เป็นอะไรครับ/ค่ะ” เสียงหวานเสียงเข้มตอบออกมาพร้อมกัน สุดท้ายต่างฝ่ายต่างก็แสร้งมองไปทางอื่นไม่ยอมหันมาสบตากัน“ป้าเก็บจานเลยก็ได้ครับ ผมกับ…กับช้องนางจะเข้าไร่กันแล้ว” เสียงเข้มตอบ แต่พอจะพูดถึงชื่อคนที่กกกอดทั้งคืนหัวใจก็ดันเต้นระรัว น้ำเสียงตะกุกตะกัก พลันรีบลุกออกจากโต๊ะไป เพราะขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปหัวใจดวงโตคงได้กระเด็นหลุดออกมาเสียก่อน“ค่ะ” ป้าน้อยตอบรับด้วยอาการงงงวยเลิกคิ้วสงสัยกับพฤติกรรมของเจ้านาย ดูมาดขรึมของเจ้านายหนุ่มหายไป แถมยังมีอาการผิดแปลกของช้องนางที่เอาแต่ก้มหน้า“เอ เป็นอะไรกันนะทั้งสองคน”รถคันโตขับรถพุ่งทะยานตรงไปที่ไร่ส้ม สายตาคมเหล่มองช้องนางเสมอ ใจอยากจะไถ่ถามถึงรอยแดงช้ำนั้นเหลือเกินว่าทำไมมันถึงช้ำแล้วกลายเป็นสีม่วงขนาดนั้น อยากจะรู้ว่าเขานั้นรุนแรงไปหรือเปล่า แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามลมหายใจรู้สึกติดขัด เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ภาพเขากำลังเคลื่อนไหว ภาพเขาวนเวียนที่ริมฝีปากบาง ยังคงตรึงตาตรึงใจ ยิ่ง
“อย่ามัวแต่มองอยู่เลยมึง เดี๋ยวก็ตายห่าพอดี ถ้าอยากมองนัก เดี๋ยวกูจะให้มองหรือยกให้เลย แต่ตอนนี้รักษาให้กูก่อน” รีบส่งช้องนางให้กิจ เมื่อรับตัวคนไข้มา กิจก็รู้ได้เลยทันทีว่าอาการหนักพอดู เพราะตัวร้อนราวกับไฟ“ออกไปก่อน ฉันขอตรวจคนไข้โดยละเอียดก่อน”เขาหันมาบอ
“ถอดเสื้อออก”“…”คนได้ยินคำสั่งก็อ้าปากค้าง ไม่เข้าใจเลยว่าเขากำลังจะทำอะไร ทำไมต้องสั่งให้ถอดเสื้อออกอีกแล้วเมื่อเจ้าหล่อนยังคงนิ่ง คราวนี้รามันก็กระชากมันออกเสียเอง ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว หญิงสาวรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดกาย แต่ก็โดนมือหนากระช
“มาไม่นานก็ก่อเรื่องเลยนะ” เอ่ยเสียงเข้มต่อว่า ทั้งๆ ที่จริงแล้วมันเป็นความผิดของเขาทั้งหมด ถ้าชายหนุ่มไม่ลืมว่าต้องมารับ หญิงสาวก็คงไม่ต้องตัดสินใจเดินกลับมาเองแบบนี้คนที่ถูกต่อว่าก็ร้องไห้สะอื้นดังกว่าเดิม เม้มริมฝีปากแน่น ไม่คิดว่ารามันจะใจร้ายและเย็นชาได้ถึงขนาดนี้
“หรือว่าจะลืมมารับเรา…เฮ้อ”เธอพ่นลมหายใจผ่านจมูกสวยโด่ง เพราะคิดว่าสามีหน้ามึนฝีปากกล้า ต้องลืมมารับเป็นแน่ หรือไม่ก็จงใจไม่มารับ แต่เจ้าหล่อนก็ยังคงนั่งรอ เพราะคิดว่าเขาคงไม่ใจร้ายขนาดนั้น จนเจ้าหล่อนทนรอไม่ไหว ตัดสินใจจะเดินกลับมาที่บ้านเอง ช้องนางพยุงตัวลุกขึ้นแล้วเด