تسجيل الدخولแสงแดดอ่อน ๆ ยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องสมุดโรงเรียน ทอดเงายาวไปตามโต๊ะไม้ยาวที่เต็มไปด้วยกองหนังสือเตรียมสอบ กองข้อสอบเก่า และสมุดโน้ตสรุปเนื้อหาเล่มหนา บรรยากาศภายในห้องสมุดเงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกกระดาษแผ่วเบาและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ เป็นฉากหลัง
ขิมนั่งเท้าคางอยู่หน้ากองหนังสือวิชาชีววิทยา ดวงตากลมโตเหม่อมองตัวอักษรภาษาอังกฤษและแผนผังระบบย่อยอาหารที่ละลานตาไปหมด สมองของเธอในตอนนี้รู้สึกตื้อตันอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับไนท์จะขยับเข้ามาใกล้ชิดและหวานชื่นขึ้นเรื่อย ๆ จนเพื่อน ๆ แซวกันไม่หยุด แต่เมื่อหันกลับมามองความจริงตรงหน้า—นั่นคือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ความกดดันและอาการเครียดก็เริ่มกลับมากัดกินหัวใจทีละน้อย "ถอนหายใจรอบที่สิบแปดของวันแล้วนะเชฟขิม... เป็นอะไร ห่วงกินหรือว่าห่วงคะแนนสอบกันแน่เนี่ย?" เสียงทุ้มคุ้นหูกิดติดจะกวนประสาทดังขึ้นแผ่วเบาจากเก้าอี้ตัวข้าง ๆ ไนท์หย่อนตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งถือปากกาหมึกซึมหมุนเล่นไปมา ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของแฟนสาวด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มทะเล้น ขิมหันไปค้อนใส่เบา ๆ ก่อนจะฟุบหน้าลงกับท่อนแขนบนโต๊ะด้วยความเหนื่อยอ่อน "ไม่ได้ห่วงกินสักหน่อย... แต่ชีวะพาร์ทนี้นี่มันจำยากชะมัดเลยไนท์ ฉันจำสลับกันมั่วไปหมดแล้วเนี่ย ถ้าสอบเข้าคณะที่หวังไว้ไม่ได้ขึ้นมาทำยังไงดีล่ะ..." ไนท์วางปากกาลงในมือ ชะוกหน้าเข้าไปใกล้เล็กน้อย มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรักแก้มใสของขิมแผ่วเบา "คิดมากไปอีกแล้วนะ... ใครบอกว่าจะสอบไม่ได้เล่า เธอน่ะตั้งใจอ่านหนังสือและขยันกว่าใครเพื่อนตั้งเยอะ ผลสอบมันต้องออกมาดีอยู่แล้วน่า เชื่อใจตัวเองสิ หรือถ้าไม่มั่นใจตรงไหน ก็ยังมีติวเตอร์ส่วนตัวสุดหล่อคนนี้คอยช่วยอยู่นี่ไง" ขิมเงยหน้าขึ้นสบตา ไวต่อความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่นั้น แม้จะแอบหมั่นไส้กับความหลงตัวเองเบา ๆ ของอีกฝ่าย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคำพูดและสัมผัสอ่อนโยนนั้นช่วยบรรเทาความตึงเครียดในใจเธอลงไปได้มากโข "ปากหวานตลอด..." ขิมพึมพำเสียงเบา แก้มเนียนแดงเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "แล้วฟิสิกส์ของนายล่ะ ไปถึงไหนแล้ว อย่ามัวแต่มาห่วงฉันจนตัวเองตกมีตوนล่ะ" "สบายมากระดับนี้แล้ว... เพื่ออนาคตที่จะได้เรียนมหาวิทยาลัยใกล้ ๆ กัน ฉันไม่ยอมตกม้าตายง่าย ๆ หรอกน่า" ไนท์ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มจาง ๆ ประกายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง บทสนทนาหยุดลงชั่วขณะเมื่อบรรณารักษ์ห้องสมุดเดินตรวจความเรียบร้อยผ่านโต๊ะของพวกเขา ทั้งคู่จึงจำใจต้องก้มหน้ากลับมาสนใจกองหนังสือตรงหน้าต่อ แม้ว่าความตั้งใจจะกลับมาโฟกัสกับการเรียน แต่ในใจของขิมกลับยังมีความกังวลลึก ๆ ซ่อนอยู่... ความกังวลที่ไม่ได้มาจากแค่เรื่องสอบ แต่มันคือภาพอนาคตหลังจบ ม.6 ที่พวกเขากำลังจะต้องก้าวออกไปเผชิญโลกกว้างที่ใหญ่และซับซ้อนกว่าเดิม เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงช่วงเย็น เสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้นกังวาน นักเรียนทยอยกันเดินออกจากโรงเรียน ขิม ส้ม และมะนาวเดินเคียงคู่กันออกมาจากตึกเรียนด้วยท่าทางอิดโรยจากการนั่งติวหนังสือมาตลอดทั้งวัน "โอ๊ย ปวดหัวตึ้บเลยวะแก สมองฉันตอนนี้มีแต่สูตรเคมีกับศัพท์ภาษาอังกฤษตีกันมั่วไปหมดแล้ว" ส้มบ่นอุบอิบ ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ มะนาวพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง "จริง ยิ่งใกล้วันสอบจริง ยิ่งกดดันชะมัด ใครผ่านช่วง ม.6 ไปได้นี่ถือว่ารอดตายจากนรกขุมสุดท้ายเลยนะเว้ย" ขิมฟังเพื่อนบ่นพลางยิ้มแห้ง ๆ ในใจก็พลอยคิดตามไปด้วย ในขณะที่กำลังเดินผ่านสนามหญ้าหน้าโรงเรียน ร่างสูงโปร่งของไนท์ก็เดินถือกระเป๋าพาดบ่าตรงเข้ามาสมทบตามนัดหมาย "เอ้า หน้าตาดูเคร่งเครียดกันจัง สาว ๆ ม.6 วันนี้สมองระเบิดกันไปกี่คนแล้วเนี่ย" ไนท์เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกวน ๆ ตามสไตล์ ส้มหรี่ตามองแซวทันที "แหม พ่อหนุ่มคนคลั่งรัก มาตรงเวลาเป๊ะตลอดนะยะ พอดีพวกฉันกำลังเครียดเรื่องสอบกันอยู่ นายช่วยพาเพื่อนสาวคนสำคัญของเราไปผ่อนคลายสมองหน่อยเถอะ อย่าเพิ่งชวนไปเครียดเพิ่มล่ะ" "รับทราบครับ รับรองว่าจะพาไปกินของอร่อย ๆ เติมพลังสมองแน่นอน" ไนท์ตอบรับพร้อมทำวันทยาหาสetกวน ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากส้มและมะนาวได้ทันที "งั้นพวกฉันขอตัวแยกย้ายกลับบ้านก่อนนะ สองคนเชิญสวีทเติมพลังกันตามสบายเลยจ้า บายยย!" ส้มโบกมือลาแล้วลากมะนาวเดินแยกออกไปทางประตูโรงเรียนทันทีอย่างรู้ความ ขิมหันมาค้อนใส่ไนท์เบา ๆ "ชอบทำตัวเป็นเป้าสายตาอยู่เรื่อยเลยนะ" "อ้าวก็นี่แฟนฉัน จะให้ไปเดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ ได้ยังไง..." ไนท์หัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี เอื้อมมือมาถือกระเป๋าเป้ใบโปรดช่วยขิมถือตามเคย "ป่ะ ไปกินน้ำแข็งใสร้านโปรดหน้าโรงเรียนกัน เผื่อความหวานจะช่วยลดความเครียดในสมองเธอลงได้บ้าง" ขิมพยักหน้ารับ เดินเคียงคู่ไปกับไนท์ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังจะลับขอบฟ้าแสงแดดอ่อนยามบ่ายสาดส่องผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม กลิ่นอายของกระดาษสมุดจดและหมึกพิมพ์ผสมผสานกับเสียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อย ๆ สร้างบรรยากาศที่น่าชวนง่วงนอนเป็นที่สุด แต่สำหรับนักเรียนชั้น ม.6 ที่กำลังนั่งหลังขดหลังแข็งจดตามกระดานไวท์บอร์ด บรรยากาศตอนนี้ไม่มีคำว่าชวนฝันเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความกดดันที่พุ่งสูงจนแทบจะควานหาออกซิเจนไม่เจอขิมก้มหน้าก้มตาจดสูตรแคลคูลัสลงในสมุดโน้ตอย่างเอาเป็นเอาตาย มือข้างหนึ่งจับปากกาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตจ้องมองตัวเลขและสมองที่พยายามประมวลผลขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาข้อที่สามสิบของวัน แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งตื้อตันราวกับมีกำแพงหินหนาทึบมาขวางกั้นไว้กลางสมอง"โอ๊ย... ทำไมโจทย์ข้อนี้มันยากโคตร ๆ อย่างนี้เนี่ย" ขิมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไหล่ลู่ลงด้วยความเหนื่อยอ่อนส้มที่นั่งโต๊ะติดกันหันมามองด้วยความเห็นอกเห็นใจ พร้อมกับยื่นกระดาษทดของตัวเองมาให้ดู "แกติดข้อไหนอยู่เหรอ ขิม? ข้อนี้ใช่ป่ะ ที่ให้หาอนุพันธ์ของฟังก์ชันตรีโกณมิติเนี่ย ฉันก็ติดเหมือนกัน นั่งงอยมาสิบนาทีแล้วเนี่ย สมองจะระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ อยู่แล้ว
แสงแดดยามบ่ายของวันอังคารสาดส่องผ่านกลุ่มเมฆบางเบา ทอดเงาทาบทับสนามหญ้าสีเขียวขจีภายในโรงเรียน บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะปกติทั่วไปสำหรับวันธรรมดา ๆ ของเด็กนักเรียนชั้น ม.6 ทั่วไป แต่สำหรับขิมและเพื่อน ๆ ในห้องแล้ว ช่วงเวลานี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะสัมผัสได้จากอากาศรอบตัวภายในห้องเรียน ม.6/2 เสียงพูดคุยจอแจก่อนคาบเรียนวิชาฟิสิกส์ดังระงม แต่ละคนต่างจับกลุ่มกันถกเครียดถึงข้อสอบเก่าและคะแนนเก็บที่ประกาศออกมาเมื่อช่วงเช้า บนโต๊ะของขิมเต็มไปด้วยกระดาษทดเลขและสมุดโน้ตสรุปสูตรสีสันสดใสที่ไนท์เพิ่งเอามาให้เมื่อวันก่อน"แก... ดูคะแนนวิชาเคมีของฉันสิ ตกลงมาตั้งสามคะแนน ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้รอบยื่นแฟ้มสะสมผลงานกับรอบสอบเข้ามหาวิทยาลัยแย่แน่เลยวะส้ม" ขิมโอดครวญเบา ๆ พลางฟุบหน้าลงกับท่อนแขนบนโต๊ะด้วยความเหนื่อยอ่อน ความเครียดจากการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยเริ่มกัดกินความมั่นใจของเธอทีละน้อยส้มที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ รีบเอื้อมมือมาตบไหล่เพื่อนรักเบา ๆ เพื่อปลอบใจ "เอาน่าแก อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป ช่วงนี้พวกเราเครียดกันทุก 10 นาทีอยู่แล้วไหมล่ะ ขนาดฉันนอนฝันยังฝันว่าฝนตกเป็นสูตรเคมีเลยเนี่ย.
แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบกับกระดาษทดเลขและสมุดจดเล่มหนาจนเกิดเงาทอดยยาว บนโต๊ะไม้ตัวยาวในห้องนอนของขิมตอนนี้เต็มไปด้วยชีทสรุปวิชาเคมี ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษที่วางกองสุมกันราวกับป้อมปราการขนาดย่อม นาฬิกาแขวนผนังบอกเวลาสามทุ่มตรง แต่ดูเหมือนว่าความง่วงจะยังไม่สามารถทำลายความตั้งใจของเด็กสาว ม.6 ที่กำลังนั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่หน้ากองหนังสือได้เลยขิมใช้มือข้างหนึ่งจับปากกาเน้นข้อความขีดเส้นใต้สูตรคำนวณเคมีที่ท่องจำซ้ำไปซ้ำมา ในขณะที่มืออีกข้างก็ยกแก้วโกโก้อุ่น ๆ ขึ้นจิบเพื่อเรียกความสดชื่น ท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่ข้างกองหนังสือก็สั่นครืนเบา ๆPing!ขิมเหลือบสายตาไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาเปิดดู ปรากฏข้อความแชทจากชื่อที่คุ้นเคยNight: อ่านหนังสือถึงไหนแล้วคุณเชฟ? อย่าหักโหมจนหลับคาโต๊ะล่ะ เดี๋ยวตื่นมาหน้าจะติดหมึกพิมพ์นะฮะมุมปากของขิมยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าจากการจดจำเนื้อหามากมายมหาศาลมลายหายไปในพริบตา นิ้วเรียวรีบกดพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วKhim: รู้ทันตลอดนะ... กำลังจะเ
แสงแดดอ่อน ๆ ยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องสมุดโรงเรียน ทอดเงายาวไปตามโต๊ะไม้ยาวที่เต็มไปด้วยกองหนังสือเตรียมสอบ กองข้อสอบเก่า และสมุดโน้ตสรุปเนื้อหาเล่มหนา บรรยากาศภายในห้องสมุดเงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกกระดาษแผ่วเบาและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ เป็นฉากหลังขิมนั่งเท้าคางอยู่หน้ากองหนังสือวิชาชีววิทยา ดวงตากลมโตเหม่อมองตัวอักษรภาษาอังกฤษและแผนผังระบบย่อยอาหารที่ละลานตาไปหมด สมองของเธอในตอนนี้รู้สึกตื้อตันอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับไนท์จะขยับเข้ามาใกล้ชิดและหวานชื่นขึ้นเรื่อย ๆ จนเพื่อน ๆ แซวกันไม่หยุด แต่เมื่อหันกลับมามองความจริงตรงหน้า—นั่นคือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ความกดดันและอาการเครียดก็เริ่มกลับมากัดกินหัวใจทีละน้อย"ถอนหายใจรอบที่สิบแปดของวันแล้วนะเชฟขิม... เป็นอะไร ห่วงกินหรือว่าห่วงคะแนนสอบกันแน่เนี่ย?"เสียงทุ้มคุ้นหูกิดติดจะกวนประสาทดังขึ้นแผ่วเบาจากเก้าอี้ตัวข้าง ๆ ไนท์หย่อนตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งถือปากกาหมึกซึมหมุนเล่นไปมา ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของแฟนสาวด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยย
แสงแดดยามเช้าของวันใหม่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาภายในห้องนอนของขิม กลิ่นหอมจาง ๆ ของกาแฟสดและขนมปังปิ้งลอยอบอวลมาจากชั้นล่าง ขิมที่เพิ่งตื่นนอนเต็มตาขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน พลางยกมือขึ้นแตะพวงแก้มของตัวเองที่ยังคงมีร่องรอยความร้อนผ่าวหลงเหลืออยู่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้คำสารภาพรักใต้ร่มเงาไม้ในสวนหย่อมหลังตึกกิจกรรม และคำว่า "แฟน" ที่เพิ่งเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจจนทำให้เธอยิ้มออกมาได้แม้ในยามที่เพิ่งลืมตาตื่น"ก๊อก ๆ ๆ ยัยขิม! ตื่นหรือยังลูก เดี๋ยวสายนะ วันนี้เปิดเทอมสัปดาห์ที่สองแล้วนะเว้ย อย่ามัวแต่นอนบิดขี้เกียจอยู่เลย!" เสียงเคาะประตูห้องพร้อมกับเสียงเรียกสดใสของแม่ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะความคิดหวานซึ้งขิมสะดุ้งเล็กน้อย รีบขานรับเสียงดังฟังชัด "ตื่นแล้วค่ะแม่! กำลังจะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ!"หลังจากจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนระเบียบเรียบร้อย ขิมก็เดินลงมาสมทบกับแม่ที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับคว้าขนมปังปิ้งทาแยมสตรอว์เบอร์รีเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ ก่อนจะบอกลาแม่แล้วรีบก้าวเท้าออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียนตามเวลาปกติบรรยากาศยามเช้าภายในรั้วโรงเรียนมั
เสียงระฆังเตือนหมดเวลาคาบเรียนสุดท้ายของวันดังขึ้นกังวานไปทั่วบริเวณโรงเรียนมัธยมปลาย บรรยากาศภายในห้องเรียนที่เงียบสงบมาตลอดช่วงบ่ายพลันกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เสียงเก็บสมุดหนังสือใส่กระเป๋าเป้ เสียงพูดคุยจอแจเกี่ยวกับการบ้านและแผนการหลังเลิกเรียนดังระงมไปทั่วทุกมุมห้องขิมถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความโล่งอก มือเรียวจัดสมุดบันทึกและหนังสือเรียนวิชาเคมีลงในกระเป๋าเป้ใบโปรดอย่างเป็นระเบียบ สมองที่เพิ่งผ่านการเรียนการสอนอันเข้มข้นมาตลอดทั้งวันรู้สึกโล่งโปร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่าบางอย่างก็เริ่มตีตื้นขึ้นมาในอกเมื่อนึกถึงคำพูดของใครบางคนเมื่อตอนกลางวัน"ตอนเย็นเลิกเรียน เจอกันที่เดิมนะ มีเรื่องจะคุยด้วย"ประโยคสั้น ๆ แต่ทรงพลังของไนท์ยังคงก้องอยู่ในหัวของเธอวนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่คาบเรียนบ่ายจนกระทั่งเสียงออดเลิกเรียนดังขึ้นในตอนนี้ ขิมเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง พยายามสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว "บ้าจริง... จะมีเรื่องอะไรสำคัญนักหนากันนะ หรือว่าจะแกล้งอำอะไรเราอีกรึเปล่า" เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ"ยัยขิม! ยืนเหม่ออะไรอยู่หน้าโต







