LOGINมิล่ารับรู้ถึงความแข็งที่กำลังสอบเข้ารวมถึงความเจ็บแสบบนกลีบของเธอจนน้ำตาจะเล็ด แต่ก็พยายามกลั้นไว้ให้ได้มากที่สุด มือเล็กกำผ้าปูเตียงสีดำด้านแน่นทั้งจุกคับรู ผิดกับเวกเตอร์ที่กำลังจ้องเรือนร่างของมิล่าราวกับของที่คงทนต่อแรงของเขา แต่ความหงุดหงิดก็ยังไม่หลุดเพราะมิล่าไม่มีความเย้ายวนสักนิด!
ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! สะโพกหน้าจัดการกระแทกเข้าใส่รูสีแดงแจ๋จนมิดด้าม โดยการกระทำที่แสนดิบเถื่อน “อ๊ะ อื้อ” เรียวปากสีหวานร้องลั่นด้วยความเจ็บน้ำตาเล็ดไหล เธอไม่กล้าแม้แต่ขยับตัวหนี มือหนาของเวกเตอร์ไม่อยู่นิ่งจับขาเรียวนวลเนียนอ้าออกกว้างจนเห็นทุกการสอบสะโพกเข้าของตัวเอง รูสีแดงแจ๋รัดแน่นจนเสียดสีกับท่อนเนื้อขนาดใหญ่จนเธอแทบจะทนไม่ไหว กระทั่ง… “ไม่ ทำระ แรงแบบนี้ได้ไหมคะ ฉันเจ็บ” ยังไม่ทันจะพูดคำว่าเจ็บได้เต็มปาก เวกเตอร์ก็สวนขึ้นทันที “ไม่มีคำว่าไม่!.” ร่างสูงตะคอกกลับทันที ทำให้มิล่าที่ได้ยินก็เข้าใจยอมรับชะตากรรมต่อด้วยความจำใจ ร่างเล็กที่ต้องรองรับความใหญ่ของท่อนเนื้อต่อเม้มริมฝีปากแน่น ปึก! ปึก! ปึก! เสียงสอบสะโพกของมาเฟียคาสิโนแรงและถี่ขึ้นจนเต้าอวบนิ่มของคนที่นอนอยู่ด้านล่างต้องสั่นสะท้านไปตามแรงของเขา ปลายท่อนเนื้อชนกับผนังมดลูกของมิล่า เธอจุกไปทั้งท้องน้อยผิดกับอีกคนที่มันเสียวช่วงปลายนั้นจนจะเสร็จสมด้วยความแน่นฟิตของรูเล็ก มือมิล่ายังคงกำผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อคลายความเจ็บ “อื้อ!!.” ใบหน้าพริ้มเพราอดไม่ได้ที่จะเงยขึ้นมาเพื่อขอความเห็นใจ แต่คำว่า ‘ไม่มีคำว่าไม่’ ของเวกเตอร์วิ่งเข้ามาในหัวเธอต้องรีบหยุดความคิดทันที แปะ! เสียงฝ่ามือหนาฟาดลงต้นขาเรียวเสียงดังเมื่อคนตัวเล็กเผลอหุบขาเข้าหากัน ก่อนเขาจะจงใจตอกอัดเพิ่มความจุกเสียดให้กับมิล่าอีก ยิ่งเธอดื้อหรือขัดเขายังยิ่งเพิ่มความแรงนั้นขึ้นเรื่อย ๆ “อ๊ะ!” หลังจากที่โดนฝ่ามือหนาพาดไปหนึ่งครั้ง มิล่าก็เรียนรู้ได้ว่าเธอต้องอ้าขาออก ร่างเล็กพยายามอ้าขอออกให้กว้างดังเดิม เวกเตอร์ยังคงมองเต้าอวบมิล่าที่กำลังเคลื่อนไหวตามแรง นี่คือความเย้ายวนเดียวที่มันเกิดขึ้นตอนนี่ เขาสอบสะโพกตอกเน้น ๆ เข้ารูของมิล่าและไม่นาน… นิ้วโป้งเย็นข้างซ้ายของเข้าก็สัมผัสลงกลีบกุหลาบของมิล่าแม้ยังสอบสะโพกอยู่ ไม่ใช่แค่สัมผัสเบา ๆ “อะ อื้อ~” เวกเตอร์ขยี้จนแทบไม่เหลือทรงสวยของช่อ! “อ๊ะ อึก!…” ทั้งความเจ็บและเสียวซ่ายวิ่งเข้ามาในเวลาเดียวกัน มิล่าเชิ่ดหน้าแทบพูดไม่ออก นิ้วเย็นบดขยี้กลีบนั้นเน้น ๆ จนน้ำใส ๆ เริ่มแฉะออกมาจากรูในจังหวะที่เขาตอกเข้าออก ตับ! ตับ! ตับ! น้ำหวานใสเยิ้มไหลพร้อมกับความตอกอัดถี่ ๆ จนเสียงดังตับ ตับ ตับ ก้องทั้งห้อง ความรู้สึกเสียวซ่านวิ่งแล่นไปทั้งตัวร่างสูง เขาเร่งจังหวะในการสอบสะโพกอัดหนักมากขึ้น ถี่ขึ้น และเน้นจังหวะขึ้น.. จนกระทั่ง… “อาาา!!” เสียงมาเฟียคาสิโนครางต่ำในลำคอออกมาพลางกระตุกเกร็งท่อนเนื้อจนมิล่าสัมผัสได้ที่ผนังมดลูก “อื้มมมม” มันกระตุกอยู่นานพร้อมกับพ่นน้ำขาวข้นเข้าถุงป้องกัน เวกเตอร์แช่ท่อนเนื้อในรูแดงแจ๋ของมิล่าอยู่นะจนมันนิ่งก่อนเขาจะผละสะโพกออกหายใจหอบแล้วมองรูแดงแจ๋นั้น ส่วนมิล่าที่นอนหงายอ้าขา เมื่อเห็นร่างสูงผละแก่นกายออกไปเธอถอนหายใจราวกับยกภูเขาออกจากอก ทว่าเจ้ากลีบกุหลาบก็ยังคงเจ็บแสบไม่หาย ร่างเล็กพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเตียง ทว่า.. “ใครสั่งให้เธอลุก! ฉันยังเอาไม่พอ!” ดวงตาคมกริบมองคนตัวเล็กที่กำลังพยายามลุกขึ้น ก่อนมือหนาจะจัดการถอดถุงป้องกันทิ้งลงถังขยะจากนั้นก็สวมถุงใหม่เข้าที่พร้อมจะสอบเข้ารูสีแดงแจ๋มิล่าอีกรอบ โดยคนตัวบางที่กำลังพยายามลุกขึ้นต้องนอนหงายลงไปยันเตียงนุ่มอีกรอบ หมับ! มือหนาจับคนตัวเล็กตะแคงก่อนจะแทรกกายหน้าเข้าด้านข้าง มืออีกข้างจับขาเรียวอ้าออก ขามิล่าสั่นเทาไม่เป็นท่าเธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังจะโดนอะไรดีแต่ก็พยายามข่มความเจ็บช้ำปล่อยให้เวกเตอร์ทำกับเรือนร่างของเธอตามที่ต้องพอใจ สวบ! “อ อ๊ะ!” ร่างเล็กที่นอนตะแคงขายกข้างหนึ่งโดนท่อนเนื้อใหญ่สอบเข้าอีกครั้ง เธอเผลอร้องเช่นเคยอย่างไม่คุ้นชิน มันใหญ่เกินกว่าคนที่ไม่เคยผ่านเรื่องนี้มาก่อนแบบเธอจะรับไหว ไหนจะแรงอัดที่เขาสอบเข้า ไหนความดิบเถื่อนและหลาย ๆ อย่าง มิล่าอ้าขายกขึ้น ดวงตากลมเห็นร่างตัวเองเคลื่อนไหว มือกำผ้าปูแน่นหน้ารูสและแววตาดิบเถื่อนฉายขึ้นที่กระจกเงาตรงหน้า มือหนาของเขายื่นมาคลำเต้าอวบของเธอที่กำลังสั่นไหว ไม่เพียงแค่นั้นเวกเตอร์ยังบับมันเต็มแรง ตับ! ตับ! ตับ! เสียงเนื้อกระทบเสื้อดังสะนั่น เสียงนั้นมันดุดันไม่แพ้ครั้งที่ผ่านมากลางห้องเชือดสีดำ พร้อมกับร่างเล็กสั่นคลอน มิล่าหลับตาเพราะไม่อาจเห็นภาพตรงหน้าได้อีกต่อไป มือหน้าของเวกเตอร์ที่จับขามิล่ายกเลื่อนลงหากลีบกุหลาบมิล่าอีกครั้ง “อะ อ๊ะ!” มิล่าสะดุ้งร้องเสียงหลงทันทีเมื่อเขาแตะจุดนี้ ขาเรียวยังคงยกค้างไว้เองอัตโนมัติ กระทั่ง… “อ๊าาาาา” เสียงเวกเตอร์ที่เหมือนว่าใกล้เสร็จสมครั้งที่สองครางออกมาอีกครั้ง ก่อนเขาจะบดขยี้กลีบกุหลาบมิล่าตามอารมณ์เสียวซ่านของตัวเอง แน่นอนว่ามิล่าที่โดนบดขยี้กลับกุหลาบนั้นก็เผลอร้องออกมาเช่นกันมันยิ่งทำให้เวกเตอร์เพิ่มความเร็วของการบดขยี้นั้นไวขึ้น “อ อ๊าา” มิล่าแอ่นสู้นิ้วเย็นเวกเตอร์อย่างไม่รู้ตัวแม้ว่าเธอจะพยายามข่มความรู้สึกนี้ไว้มากแค่ไหนก็ตาม มือหนาทั้งสองข้างเลื่อนเข้าล็อกสะโพกเล็กตอกท่อนเนื้ออัดเน้น ๆ รัว ๆ จนสุดลำ ไม่นานท่อนเนื้อใหญ่โตก็กระตุกเกร็งในรูสีแดงแจ๋ของมิล่า “อาา” รูสครางต่ำในลำคออีกครั้ง ก่อนจะผละสะโพกออกจากรูมิล่า น้ำกามเต็มถุงป้องกัน ขณะร่างเล็กที่โดนผละออกขาเรียวทิ้งลงพื้นเตียงสั่นเทาไม่เป็นท่า ภาพที่เธอเห็นในกระจกคือเด็กสาวนอนหมดสภาพอยู่บนเตียง ร่างสูงขยับตัวออกจากมิล่าอย่างไม่รีบร้อน ไม่แม้แต่เหลียวกลับไปดูสภาพของเธอ เสียงหายใจหนักของเขายังสะท้อนในห้องสลัว เขาถอดถุงยางออกอย่างลวก ๆ แล้วโยนลงถังข้างเตียงราวกับมันเป็นเพียงเศษอะไรที่ขวางทางเขา จากนั้นเวกเตอร์จึงเดินเปลือยทั้งร่างผ่านกระจกบานสูง กล้ามท้องเป็นลอนเรียงตัวชัดเจนตามแสงไฟส้มสลัว เหงื่อบนผิวเขาไหลเป็นทางราวกับเส้นเลือดที่ปูด้วยความร้อนแรงเมื่อครู่ กล้ามอกขยับขึ้นลงหนัก ๆ ทุกจังหวะหายใจ เส้นเอ็นบริเวณสะโพกเด่นชัดจนมิล่าต้องหลุบตาหนีทั้งกลัวทั้งเจ็บ เขาไม่สนใจว่าร่างเล็กยังหอบ ยังสั่น ยังนอนหมดแรงอยู่บนเตียงหรือไม่ เขาไม่เคยสนใจความอ่อนแอของเหยื่อ เขาสนใจแค่ ‘ความต้องการ’ ของตัวเองและมิล่ามีหน้าที่ ‘ชดใช้’ ตามความต้องการให้เขาแค่เท่านั้น ร่างสูงหยุดที่โต๊ะข้างโซฟา มือหนาหยิบแก้วไวน์ที่เขาวางค้างไว้ก่อนลงมือกับเธอ ก่อนเขาจะยกแก้วขึ้นจิบ รสเข้มของไวน์สีเลือดตัดกับความดิบเถื่อนในอากาศจนห้องทั้งห้องเหมือนปิดผนึกด้วยกลิ่นความเป็นชายของเขา จากนั้นเขาก็หยิบบุหรี่มวนพรีเมียมขึ้นมาหนึ่งมวน โยนไฟแช็กขึ้นลงในมือราวกับกำลังเล่นฆ่าเวลา ก่อนจะจุดไฟอย่างเฉื่อยชา เปลวไฟสะท้อนบนกล้ามท้องเป็นลอนของเขา รูสเอนตัวนั่งลงบนโซฟาหนัง สีหน้าผ่อนคลายราวกับชายที่เพิ่งจัดการงานสำคัญเสร็จ เขาพ่นควันช้า ๆ ลอยขึ้นเหนือแผงอกล่ำ เส้นควันสีเงินตัดกับผิวเข้มที่มีเหงื่อเกาะอยู่เป็นหยด เหมือนภาพโฆษณาบาปที่ไม่มีโลกไหนกล้าฉาย และในจังหวะนั้นเองเวกเตอร์จึงเหลือบตามองมาที่เตียงราวกับกำลังประเมินของเล่นของตัวเอง “วันนี้พอแค่นี้” มิล่าแทบไม่ต้องรอให้เวกเตอร์พูดซ้ำ ร่างเล็กที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียงกระพริบตาถี่ ๆ เหมือนเพิ่งดึงสติกลับมาได้หลังจากถูกตอกตรึงจนหายใจไม่เป็นจังหวะ คำว่า ‘วันนี้พอแค่นี้’ สำหรับเธอมันไม่ใช่การยกเว้นมันคือคำปล่อยตัวชั่วคราว ทันทีที่เสียงทุ้มเย็นของเขาจางลง มิล่ากลืนน้ำลายฝืดคอ แล้วพยายามยันตัวลุกขึ้น ขาเล็กสั่นระริกเหมือนจะรับน้ำหนักไม่ไหว ความเจ็บที่กลางลำตัวแล่นวาบขึ้นจนเธอร้องในลำคอเบา ๆ แต่ยังต้องบังคับตัวเองให้ลุก เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าชักช้าเขาอาจสั่งให้อยู่ต่อ มิล่าแทบทรุดตอนเท้าแตะพื้นเย็นเฉียบ แต่เธอก็ก้มหน้าวิ่งกะเผลก ๆ เข้าไปในห้องน้ำทันทีอย่างคนหนีตาย เงาสะท้อนบนกระจกคือร่างของเด็กสาวที่แดงระบม ขายังสั่นไม่หยุด และแผ่นอกที่หอบแรงราวกับเพิ่งว่ายน้ำหนีคลื่นยักษ์ เธอเปิดน้ำลวก ๆ ล้างตัวแบบไม่กล้าสัมผัสตรงไหนแรงเพราะมันเจ็บไปหมดทั้งตัว มือสั่นจนแทบจับเสื้อไม่ถนัด แต่เธอยังฝืนสวมเสื้อยืดเก่า ๆ ตัวที่เธอใส่มาตั้งแต่เมื่อคืน ทับด้วยเสื้อคลุมบางที่ปิดรอยช้ำได้ไม่หมด เสียงหัวใจยังเต้นแรงราวกับปีศาจคนนั้นยืนอยู่หลังประตู แม้เวกเตอร์จะนั่งอยู่ด้านนอกเอนตัวบนโซฟาจิบไวน์ พ่นควันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ตาม แต่สำหรับมิล่าทุกวินาทีคือการหนีเมื่อเปิดประตูออกจากห้องน้ำ เธอก้มหน้ารีบหยิบรองเท้าจากปลายเตียงลมหายใจติดขัดเพราะความเจ็บแล่นขึ้นทุกครั้งที่ก้ม เวกเตอร์เหลือบตามองเธอแค่เสี้ยววินาทีสายตาที่ไม่ได้ผูกพันไม่ได้อ่อนโยน เป็นสายตาของเจ้าของที่ ‘ปล่อยขอชดใช้กลับไปพัก’ มิล่าหลบสายตาทันที อยากให้ตัวเองหายไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด เธอก้าวเร็วเท่าที่ร่างกายจะรับไหว แม้ทุกย่างก้าวจะเหมือนมีมีดบาดหว่างขา เธอก็ยังวิ่งกะเผลก ๆ ไปที่ประตู เสียงประตูห้องเชือดเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เหมือนประตูทางรอดไม่ใช่คลังเชือด ลิฟต์เปิดรอเหมือนมีคนตั้งระบบไว้ให้เธอออกไปโดยไม่ต้องกด มิล่าเข้าไปยืนพิงผนังไว้หอบแรง น้ำตาไหลเงียบ ๆ โดยไม่ออกเสียงเธอกดมองโทรศัพท์ด้วยมือสั่นตอนนี้ เจ็ดโมงเศษ หนึ่งชั่วโมงกว่ากับผู้ชายที่ไม่คิดแม้แต่จะมองว่าเธอเป็นคน ประตูลิฟต์ปิดลงช้า ๆ มิล่ากลืนน้ำตาและพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “กลับบ้านเถอะมิล่า” แต่หัวใจเธอรู้ดีว่านี่แค่ผ่านไปหนึ่งวันและเวกเตอร์จะต้องเรียกเธออีกแน่นอน ****************************** เฮ้อ… กว่าจะผ่านไปได้แต่ละคืน :( พี่ ๆ เป็นกำลังใจให้มิล่าด้วยนะคะ Next Episode Spoiler… “แค่ให้แม่ไม่โดนตี ไม่โดนทำร้าย ฉันทำได้ทุกอย่างเลยจริง ๆ”5 ปีผ่านไป…แสงไฟหัวเตียงสีอุ่นส่องกระทบผ้าห่มลายดาวดวงเล็ก ๆ ในห้องนอนที่เงียบสงบเวกเตอร์นั่งอยู่ข้างเตียง เด็กชายตัวน้อยนอนตะแคงหันมาทางเขา ดวงตากลมใสจ้องมองหนังสือนิทานในมือแดดดี้อย่างตั้งใจ“วันนี้อ่านเรื่องเจ้าหมีอีกไหมครับแดดดี้” เสียงใสเอ่ยถามก่อนจะหาวเบา ๆเวกเตอร์ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นในโลกของเขา“อืม…เรื่องเดิมก็ได้ แพนเตอร์ชอบใช่ไหมครับ”เด็กชายพยักหน้าแรง ๆ ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ มือเล็กคว้าปลายนิ้วแดดดี้ไว้แน่นเวกเตอร์เปิดหนังสือหน้าเดิม เสียงทุ้มต่ำอ่านช้า ๆ ชัดเจน เหมือนกลัวว่าถ้าเร่งเกินไป เด็กน้อยจะพลาดแม้แต่คำเดียวระหว่างบรรทัดของนิทาน ไม่มีคำว่าอำนาจ ไม่มีโลกสีเทา ไม่มีความรุนแรง มีเพียงแดดดี้คนหนึ่ง ที่ตั้งใจอ่านทุกประโยคและลูกชายวัยสี่ขวบชื่อ ‘แพนเตอร์’ ที่หลับตาลงอย่างสบายใจ เพราะรู้ว่ามีใครบางคนคอยอยู่ตรงนี้เสมอเมื่อเสียงอ่านเงียบลง เวกเตอร์ก้มลงจูบหน้าผากเล็กเบา ๆ มือหนาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมอย่างทะนุถนอม“ฝันดีนะครับแพนเตอร์ ลูกชายแดดดี้”เด็กชายยิ้มมุมปากในยามหลับ เหมือนฝันถึงโลกที่อบอุ่นที่สุดในชีวิต ไฟหัวเตียงดับลงช้า ๆ แต่หัวใจของเวกเต
เวกเตอร์ไม่พูดอะไรอีก เขาเพียงก้มลง แขนแข็งแรงสอดเข้าที่หลังเข่าและแผ่นหลังของมิล่าอย่างเป็นธรรมชาติ“เวกเตอร์…” เธอเผลอเรียกชื่อเขาเบา ๆ มือเล็กเกาะเสื้อเขาไว้ตามสัญชาตญาณ หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ และมิล่ารู้ดีว่าเวกเตอร์จะทำอะไรแผ่นหลังเล็กสัมผัสลงบนเตียวนอนนุ่มสีชมพูอ่อนอย่างแผ่วเบา ราวกับเขากำลังวางของที่เปราะบางที่สุดในชีวิตลงตรงหน้าเวกเตอร์ไม่รีบถอยออกไป สายตาคมมองร่างเล็กใกล้ ๆ ชัดเจนเกินกว่าจะหลบหนีได้ ลมหายใจของทั้งคู่ทับซ้อนกันในระยะที่ไม่มีคำพูดใดจำเป็นอีกต่อไป“ฉันรักเธอมิล่า” มือหนาเอื้อมขึ้นแตะแก้มมิล่าเบา ๆดวงตากลมใสจ้องมองคนตรงหน้าสั่นนิด ๆ มิล่ากลืนน้ำลายลงคอช้า ๆ หัวใจยังคงเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่น“ฉัน…” ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคดี ริมฝีปากหนาก็ประกบลงอย่างดูดดื่มมิล่าหลับตาพริ้ม ก่อนที่ปลายนิ้วจะเผลอจิกเสื้อเขาแน่นขึ้น ร่างเล็กยอมรับจูบนั้นอย่างไม่ปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะหลงไปกับอารมณ์ แต่เพราะเธอเลือกแล้วเวกเตอร์ใช้สองมือประคองใบหน้าสวย เขาป้อนจูบแสนหวานให้กับมิล่าราวกับรอคอยวันนี้มานาน วันที่เธอกลับมาหาเขา ทั้ง ๆ ที่เคยหมดหวังมาแล้วหนหนึ่งทั้งคู่จูบกันอยู่นาน
หลังจากออกจากห้องตรวจ เวกเตอร์เดินเคียงข้างมิล่ามาตลอดทาง จนถึงลานจอดรถ เขาหยิบกุญแจขึ้นมากดปลดล็อก ก่อนจะหันมามองร่างเล็กเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง“ไปกินข้าวกัน” ร่างสูงพูดเหมือนสรุปแผน ไม่ได้ถาม“ไม่ค่ะ” เสียงเธอเรียบ แต่ชัดเจน “ฉันอยากกลับบ้านแล้ว”เวกเตอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้แปลกใจ ไม่ได้คะยั้นคะยอ เขาเพียงพยักหน้าหนึ่งครั้ง เหมือนรับคำตามตรง“โอเค”คำตอบนั้นง่ายเกินไปจนมิล่าชะงัก เธอเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย เหมือนเผื่อว่าจะมีประโยคต่อท้าย แต่ไม่มีเวกเตอร์เปิดประตูรถให้เธอเหมือนเดิม รอจนเธอนั่งเรียบร้อยแล้วจึงอ้อมไปฝั่งคนขับ รถแล่นออกจากโรงพยาบาลอย่างเงียบ ๆ ไม่มีบทสนทนา ไม่มีแรงกดดันจนกระทั่ง…“งั้น… กลับถึงบ้าน” เวกเตอร์เอ่ยขึ้นระหว่างที่สายตายังจับอยู่บนถนน“ช่วยทำแผลให้หน่อยได้ไหม”มิล่าหันขวับมองทันที“อะไรนะคะ?”เวกเตอร์เหลือบมองเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะมองกลับไปข้างหน้า“แผลที่แขนไง วันนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนผ้าก๊อซเลย”“แต่เราเพิ่งไปโรงพยาบาลมานะคะ!” เธอเผลอขึ้นเสียงนิดเดียว “จะให้หมอทำก็ได้”“ก็อยากให้แฟนทำให้นี่นา”มิล่าชะงักไปทั้งตัวคำว่าแฟนหลุดออกมาจากปากเ
“แผลยังต้องดูต่ออีกสองสามวันนะคะ”มิล่าพูดตัดบทตามหน้าที่ น้ำเสียงกลับมาเรียบเหมือนเดิม“ถ้ามันปวดมากกว่านี้ คุณต้องบอกนะคะ”“ครับผม” เวกเตอร์ตอบทันที คำว่า ‘ครับ’ หลุดออกมาแบบไม่ต้องคิด สุภาพเกินไป นุ่มเกินไปและไม่ใช่ภาษาของเวกเตอร์ที่ใครในโลกนี้คุ้นเคย“กลับได้แล้วค่ะ ทำแผลเสร็จแล้ว” มิล่าพูดเหมือนบอกขั้นตอนสุดท้ายของงาน ไม่มีน้ำเสียงอื่นแทรกเวกเตอร์พยักหน้า รับคำอย่างว่าง่ายผิดวิสัย ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืน แต่ยังไม่รีบไป มือหนาขยับจัดแขนเสื้อเชิ้ต กลบผ้าก๊อซอย่างระวัง ราวกับเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังมี แผลที่ต้องถนอม“โอเค งั้นฉันไปทำงานก่อนนะ”“ไว้ตอนเย็นจะแวะมาใหม่”มิล่าเงยหน้าขึ้นมองทันที สายตานิ่ง คิ้วขยับเพียงนิดเดียว“ไม่ต้องมาบ่อยก็ได้ค่ะ”เวกเตอร์ชะงัก เสี้ยววินาทีเดียว ก่อนมุมปากจะยกขึ้นอย่างคนที่ ควบคุมหน้าไม่อยู่“ก็คนมันคิดถึง” เขาพูดตรง ๆ ไม่ลดเสียง ไม่เล่นคำ เหมือนโยนไพ่ใบใหญ่ลงกลางโต๊ะโดยไม่แคร์ผลลัพธ์มิล่ามองเขานิ่งขึ้นกว่าเดิม ตาแข็งชัดเจน“พอพูดแบบนี้ได้ก็พูดใหญ่เลยนะคะ”ประโยคนั้นไม่ได้ดุ แต่ หยุดเขาอยู่หมัด เวกเตอร์หัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอ ไม่ใช่เสียงขำ เป็นเสีย
“ยื่นแขนมาหน่อยค่ะ”เสียงของมิล่าเรียบ มีระยะชัดเจนวางอยู่ระหว่างคำพูดเวกเตอร์ขยับแขนตามที่เธอบอกอย่างเงียบ ๆ เขานั่งหลังตรง มือวางบนหน้าขา อีกข้างยื่นมาให้โดยไม่ถาม ไม่แซว ไม่พูดอะไรเกินจำเป็น ราวกับเข้าใจดีว่าตอนนี้ คำพูด คือสิ่งที่ไม่ควรมีมากที่สุดมิล่าหยิบสำลีชุบน้ำเกลือบิดเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ แตะลงบนผิวแขนที่ยังแดงจาง ๆ ปลายนิ้วเธอสัมผัสเขาอย่างระวังไม่ใช่เพราะกลัวแผล แต่เพราะกลัวอย่างอื่นมากกว่าเวกเตอร์สะดุ้งเล็กน้อยจากความเย็น“เจ็บไหมคะ” เธอถามตามหน้าที่ ไม่ได้เงยหน้ามอง“นิดหน่อย”มิล่าเงียบ เธอเพียงขยับมือให้มั่นคงขึ้น เปลี่ยนสำลีก้อนใหม่ แล้วเช็ดรอบผิวที่แดงนั้นต่ออย่างเงียบ ๆความเงียบระหว่างคนสองคนแน่นขึ้น แต่ไม่อึดอัด มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่ว ๆ กับเสียงสำลีเสียดผิวเบา ๆมิล่าก้มมองแขนเขาอยู่นานกว่าที่จำเป็นเล็กน้อยคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว เธอขยับแขนเขานิดหนึ่งเพื่อดูมุมแผลให้ชัดขึ้น แล้วพึมพำออกมาเบา ๆ ราวกับลืมไปว่ามีคนฟังอยู่ตรงนั้น“จะพองไหมเนี่ย”น้ำเสียงนั้นไม่ใช่น้ำเสียงของคนตั้งกำแพง แต่เป็นเสียงของความกังวลจริง ๆเวกเตอร์ได้ยินชัด คำพึมพำนั้นเบากว่าลมหา
มยุรีหัวเราะเบา ๆ อย่างคนถูกแซวถูกจุด แต่ไม่ได้รีบปฏิเสธ“แม่เห็นแค่แวบเดียวเอง” เธอพูดพลางจัดหมอนให้ลูกสาว“แต่ก็ดูสุภาพดีนะ ดูเป็นผู้ใหญ่ ไม่วุ่นวาย”“เห็นไหม ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่คิด” พายหันกลับมามองมิล่าทันที ดวงตาเป็นประกายแบบคนได้ของเล่นใหม่“พาย” มิล่าเรียกชื่อเพื่อนเสียงต่ำ เป็นเชิงเตือนมากกว่าดุ“อะไรเล่า” พายยักไหล่“ฉันแค่พูดตามที่เห็น โลกมันกลมเกินไปหน่อยไหม แกไปเจอเขาที่งานแต่งฉัน แถมยังเจ็บข้อเท้า แล้วเขาก็พาไปโรงพยาบาล ไปส่งถึงบ้าน” เธอหยุดนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก“นี่มันพล็อตนิยายชัด ๆ”“มันไม่ใช่แบบนั้น” มิล่าพูด“ยังไม่ใช่” พายแก้คำให้“แต่ก็ไม่ใช่บังเอิญธรรมดาแล้วล่ะ”มยุรีไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอแค่ฟัง และสังเกตสายตาคนเป็นแม่มองเห็นอย่างหนึ่งชัดเจนลูกสาวเธอไม่ได้ปิดใจ แต่กำลังระวังอะไรบางอย่าง“แม่รู้ไหมคะ คนนี้เขาเคยให้ทุนมิล่าตอนปีสามที่มิล่าสอบได้”มยุรีชะงักไปเล็กน้อย มือที่กำลังจัดผลไม้ใส่ตระกร้าหยุดค้าง“ให้ทุน?”“จริงเหรอ ทำไมมิล่าไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย”“เฮ้ออ หิวข้าวแล้วอ่า แม่คะมีไรกินบ้าง” พูดจบร่างเล็ก ก็เอนหลังพิงโซฟาทันที เหมือนตั้งใจตัดบทแบบไม่เปิดช่องให้







