LOGIN“อื้อ อื้อ อื้ออ คะ คุณ คุณขา ..อู๊วส์!”
ใบหน้าสวยเหยเกด้วยความเจ็บปวด ริมฝีปากอิ่มสวยสีลูกพีชอ้าหวอร้องครางลั่น เหงื่อใคร่ผุดซึมไปทั่วผิวพรรณขาวนวลเนียนจนชุ่ม ขณะทำท่าสุนัขคลานสี่ขาอยู่บนเตียงคิงไซส์ ในสภาพเปลือยเปล่าล่อนจ้อน
“โอ้วส์ โอ้วส์ อู๊วส์”
บั้นท้ายงามกลมดิกแอ่นอ้ารับการกระแทกสุดโหดจากลำรักยาวใหญ่ไซส์ห้าสิบเก้า ซึ่งสวมถุงยางอนามัยกลิ่นสตรอเบอรี่ป้องกันการสัมผัสเสียดสีโดยตรง
“อ๊าส์ อ๊าส์ อู๊วส์ คะ.. คุณ.. คุณ คุณขา โอ๊ย! โอ๊ย! เจ็บ! เจ็บ! โอยย จุก จุกสุดเลยๆ เยส! เยส! เยส!”
“ฮึ่มม! ฮึ่มมม! อื้อออ!” ใบหน้าหล่อเหลางดงามดุจเทพบุตรแต่สายตาสุดเย็นชาราวกับปีศาจ กายแกร่งกำยำสูงสง่ายังคงสวมสูทสีดำหรูตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า มีเพียงซิปกางเกงเท่านั้นที่รูดลงจนสุด เพื่อให้ลำรักยาวใหญ่ได้ออกมาทำศึกกับหญิงสาว
“ร้องซะ! อย่างกับโดนครั้งแรก!” ใบหน้าคมเข้มกัดกรามแน่นจนเป็นสัน ยามกระแทกแก่นกายกำยำตะบันเด้าใส่รูรักของนางแบบสาวลูกครึ่งอย่างไร้ปรานี
“โอ๊ยย! งื้อออ ฉันเจ็บจริงๆนะ คุณขา โอ๊ย! ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว” หญิงสาวร่ำร้องด้วยความเสียวซ่านและหวาดกลัวระคนกัน เพราะชายหนุ่มไม่เพียงแค่กระแทกอย่างซาดิสม์ใส่รูรักของเธอราวกับปีศาจบ้าคลั่งเท่านั้น แต่ใบหน้าด้านซ้ายของเขาที่มีแผลเป็นฉกรรจ์นั่นก็ไม่ต่างจากปีศาจจากอเวจี
“หึ! กลัวเหรอ.. ถ้ากลัวก็ร้องดังๆ เลย”
ชายหนุ่มแสยะยิ้มมุมปากอย่างสาสมใจ มองใบหน้าสาวสวยผ่านกระจกที่วางอยู่เหนือเตียงคิงไซส์ เพื่อสำรวจความรู้สึกของทาส
ยิ่งได้เห็นดวงตาหวาดกลัวของเจ้าหล่อน เขาก็ยิ่งคุ้มคลั่ง ยิ่งอยากทำให้สาวเจ้าเจ็บปวดทรมานจนคลานออกจากห้องนี้ไม่ไหว
“ไม่ไหวแล้วค่ะ! ไม่ไหว! ไม่ไหว!” หญิงสาวส่ายหน้าด้วยความหวาดกลัว ตัวสั่นระริก ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าการยอมรับงานนี้จะทำให้เธอรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็นได้ขนาดนี้ นี่มันไม่ใช่เซ็กซ์ แต่มันคือการลงทัณฑ์ !
เพราะผู้ชายคนนี้คือปีศาจจากนรกของแท้ ทั้งนิสัยดุร้ายและใบหน้าอัปลักษณ์ ชายผู้ไม่เคยปรานีผู้หญิงคนไหน ชายผู้ไร้หัวใจและความรู้สึก ชายผู้เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่นคลายเครียดเท่านั้น
“ขอโทษที่มาสายนะ” เวหาเลื่อนเก้าอี้ข้างบุหลันออกแล้วนั่งลงชบากับนงนุชตกใจ งงงัน ทำไมรองประธานถึงมานั่งที่โต๊ะพวกเธอล่ะบุหลันเองก็ประหลาดใจเหมือนกันที่เขามา รีบกระซิบถามเขา “คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอ”“เลิกแล้ว ไว้ประชุมต่อพรุ่งนี้ก็ได้”บุหลันยิ้มแฉ่ง “ดีใจจังที่คุณมา”“ผมต้องมาอยู่แล้ว คุณเลี้ยงทั้งที”“แล้วคุณจะให้รางวัลฉันรึเปล่า ที่ฉันชนะการแข่งขันน่ะ”เขาขยับใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าเธอ “แน่นอน จะให้รางวัลแบบจัดหนักจัดเต็มเลย”“บ้า! พูดอะไรเนี่ย”ใช่...สองผัวเมียนี่บ้าไปแล้ว ลืมไปแล้วรึไงว่าไม่ได้นั่งกันอยู่สองกันบุหลันยิ้มเขินหันไปสบตากับเพื่อทั้งสองอย่างจัง สติถึงได้กลับมาว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน“เอ่อ...จริงสิ ยังไม่ได้แนะนำเลย ชบา นงนุช นี่สามีฉันเองแหละ”“สามี!” ชบากับนงนุชอุทานพร้อมกัน จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งตัวแข็งเหมือนถูกสาป“ที่รัก ..นี่เพื่อนร่วมงานของฉันเอง ชบากับนงนุช เราสามคนสนิทกันมาก พักอยู่ที่หอเดียวกันด้วย”“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เวหาทักทายเพื่อนเมียด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สุภาพ พร้อมรอยยิ้มเล็กน้อยบุหลันเห็นเพื่อนทั้งสองนั่งเกร็ง เลยรีบเทขวดเบียร์ใส่แก้วของเพื่อนๆ
สัปดาห์ต่อมา...การแข่งขันภายในของห้องครัวเบเกอรี่ก็ถูกจัดขึ้น โดยมีผู้ตัดสินหลักสามคนด้วยกัน คือหัวหน้าเชฟคเชนทร์ ผู้จัดการห้องอาหาร และเชฟชาวอิตาเลียนประจำห้องอาหารยุโรปส่วนผู้ตัดสินรองคือพนักงานห้องครัวทุกคน ที่จะต้องใส่คะแนนให้แก่จานขนมที่พวกเขาชื่อชอบมากที่สุด โดยไม่เปิดเผยว่าขนมจานนั้นเป็นฝีมือใครสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเชฟ ส่วนขนมที่ได้รับคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง จะได้เป็นเมนูพิเศษของห้องอาหารโรงแรมต่อไป และใช่เลย...ครั้งนี้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในการแข่งขันก็คือ...“ดีใจด้วยนะแก!” ชบายื่นมือที่กำแก้วเบียร์ผ่านโต๊ะมาชนกับแก้วของบุหลันที่ยื่นออกไป ขณะหมู่ย่างบนเตากำลังสุกได้ที่ ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง“ในที่สุด แกก็ได้เป็นรองหัวหน้าเชฟแล้ว” นงนุชที่นั่งคู่กับชบายื่นแก้วเบียร์มาชนกับเพื่อนทั้งสองคน “แกเก่งสุดๆเลยเยลลี่!”บุหลันยิ้มอย่างมีความสุข “ที่สำคัญ เมนูที่ฉันคิดค้นขึ้นมาก็จะได้ไปอยู่ในเมนูขนมของโรงแรมด้วย”“งั้นต่อไปแกก็รวยแล้วสิ เพราะแกจะได้เปอร์เซ็นต์จากการขายเมนูนั้นด้วย”“ใช่ ขอให้เมนูของฉันขายดีๆยอดปังๆเถอะ”ชบาคีบหมูย่างเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ “ว่
“คุณทำเพื่อปกป้องภรรยาของบอสหรือคะ”อรอุมายิ้มขำ “ฉันไม่สนภรรยาของบอสหรอกนะ ก็แค่การแต่งงานแบบคลุมถุงชน บอสไม่สนใจยั่ยนั่นหรอก ก็แค่เมียในนาม ไม่ใช่คนที่เขารัก”“โอเคค่ะ ฉันไม่อยากเถียงกับคุณแล้ว ฉันกลับไปทำงานดีกว่า”“ก็ไปสิ ทำงานให้ดีล่ะ เพราะนี่คือวันสุดท้ายที่เธอจะได้ทำงานที่นี่!”บุหลันอึ้งไปนิด ก่อนจะพยักหน้า แล้วหันหลังให้อรอุมา แต่ไม่ทันจะก้าว เสียงใครบางคนดังมาจากด้านหลัง“เดี๋ยว!”เธอหยุดชะงัก หันกลับไปมองเขาเวหาเดินมาหาเธอกับอรอุมาอรอุมารีบปรับสีหน้าโกรธเกรี้ยวให้เป็นปกติ ยืนในท่าสุภาพเรียบร้อย“นึกว่าไปแล้วซะอีก คุณลืมโทรศัพท์” เวหายื่นโทรศัพท์ให้เธออรอุมายิ้มขำ ยัยเชฟแผนสูงเหลือเกิน แกล้งทำเป็นลืมโทรศัพท์งั้นเหรอ“อ๋อ ขอบคุณค่ะ ฉันมัวแต่คุยกับเลขาของคุณอยู่น่ะ เธอคุยสนุกดีนะ”อรอุมาแอบส่งสายตาขู่เธอ“เธอเป็นน้องสาวของธามไง ผมเคยบอกคุณแล้ว จำไม่ได้เหรอ”“อ๋อ น้องสาวคุณธาม คนนี้เอง” เธอแสร้งทำเป็นเพิ่งรู้ “บอสมีเลขาที่เก่งมากค่ะ”อรอุมาขมวดคิ้วนิ่วหน้า ทำไมเจ้านายกับยัยเชฟคุยกันสนิทสนมขนาดนี้ แถมยัยเชฟก็ยังรู้เรื่องพี่ชายของเธอด้วย เวหาพยักหน้าให้เธอ แอบส่งสายตาหวาน ก่
“อย่าแรงสิ เดี๋ยวมีรอยนะ” เธอกระซิบเตือนเขารำคาญปากที่พูดห้ามตลอดเวลา เลยประกบจูบแนบแน่นแล้วบดขยี้เสียเลย “อืมม อืออ” รสจูบสุดร้อนแรงของเขาทำให้เธออดใจไม่ไหว แลบลิ้นออกมาสอดประสานกับลิ้นสากแผ่นใหญ่ของเขาแล้วบดจูบแลกลิ้นกันอย่างเมามันส์“อืออ พอแล้วที่รัก เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”“ผมมีห้องพักส่วนตัวนะ เข้าไปมั้ย”“นี่ หยุดหื่นได้แล้ว” เธอหน้าแดงก่ำด้วยความอาย ดวงตาตื่นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความแข็งคัดของลำแกร่งที่สะโพกของเธอทาบทับเอาไว้“นะที่รัก แป๊บเดียว”“อย่างคุณน่ะ ไม่แป๊บหรอก ใกล้ถึงเวลางานฉันแล้วด้วย คุณกินมื้อเที่ยงนะ..”“อือ ไม่เอาอ่ะ อยู่ต่ออีกนิดนะ” ไม่อ้อนเปล่า แต่ประกบปากจูบริมฝีปากเธออย่างกระหาย ไล่ริมฝีปากจูบลงมาตามลำคอ ขบเม้มเนินอกราวกับกำลังกินของโปรด ครางกระเส่าในลำคออย่างสุขสม“อ่า ที่รัก.. ของผม.. อยากเข้าไปในตัวคุณ”“อืออ” ใบหน้าสวยเคลิบเคลิ้ม ดวงตาปรืออย่างมีอารมณ์ รสจูบของเขาทำเธอร้อนเร่าไปทั้งตัวเสมอ “งั้น..ฉันให้เวลาสิบห้านาที”เวหายิ้มดีใจ สายตาร้อนแรงวามวาว รีบอุ้มเมียสุดที่รักเข้าไปในห้องพักส่วนตัวทันทีหลังจากมีความสุขกันไปหนึ่งครั้งในห้องพักส่วนตัวของห้องทำง
หลังแยกกับเพื่อนทั้งสอง บุหลันหยิบถุงใส่แซนวิสที่ทำเองออกจากครัว แวะไปซื้อกาแฟร้านโปรด แล้วขึ้นลิฟต์ กดชั้น59 ซึ่งเป็นออฟฟิศใหญ่ของฝ่ายบริหารเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอเดินเข้าไปในสำนักงานสุดทันสมัย พนักงานหนุ่มสาวแต่งตัวดีเดินกันขวักไขว่ หลายคนกำลังจะออกไปกินข้าว บางกลุ่มยังนั่งเม้ามอยด์ที่โต๊ทำงาน หลายคนอยู่ในห้องแคนทีนของชั้น กำลังดื่มกาแฟกินขนมกันอยู่“ห้องทำงานรองประธานอยู่ทางไหนคะ” เธอถามพนักงานหญิงสองคนที่กำลังจะเดินไปที่ลิฟต์ พวกเธอหยุดเดิน มองเธออย่างแปลกใจ คงสงสัยว่าเชฟขนมของโรงแรมขึ้นมาทำไมที่ชั้นบริหาร“ทางนั้นค่ะ” แต่พวกเธอก็บอกอย่างสุภาพ“ขอบคุณค่ะ”“ว่าแต่ มาทำไมหรือคะ”“มาส่งแซนวิสค่ะ”เธอพยักหน้าขอบคุณสองสาวแล้วเดินไปตามเส้นทางที่สองสาวแนะนำให้ กระทั่งเห็นประตูบานใหญ่ มีป้ายเขียนกำกับเอาไว้ว่าห้องรองCEOเธอเดินตรงไปที่ประตูบานนั้น แต่ไม่ทันจะเคาะประตู เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน“มาหาใครคะ”เธอหันไปมองเจ้าของเสียง หญิงสาวหน้าตาดี สวมเสื้อเชิ้ตขาวกับกระโปรงสั้นสีดำ ยืนขึ้นหลังโต๊ะทำงานที่มีป้ายติดว่าเลขาCEOบุหลันยิ้มสดใส “ฉันมาหารองประธานค่ะ”เลขาสาวลุกออกจากโต๊
“เฮ๊ย! กลับมาทำงานว่ะ สงสัยจะไปไม่รอด”เมื่อเห็นบุหลันกลับมาทำงานในครัวเบเกอรี่ หลังจากลาออกไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อนระรินก็ต้อนรับเธอด้วยน้ำเสียงดูถูก สีหน้าเย้ยหยันทันที“แล้วทำไมหัวหน้าเชฟถึงรับยัยนี่กลับมาอีกเนี่ย”“ก็เพราะหัวหน้ายังไม่เซ็นใบลาออกของเยลลี่ไงล่ะ” ชบาพูดแทนเพื่อน“เพราะหัวหน้าไม่อยากเสียคนเก่งๆไปน่ะ”นุงนุชพูดเสริม“ชิ!” ระรินสบถดูถูก แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าบุหลันเก่งของจริง แต่เธอไม่มีวันยอมรับหรอก คนที่จบมาจากสถาบันเล็กๆอย่างบุหลัน จะมาเทียบกับคนที่จบจากสถานใหญ่ๆอย่างเธอได้ยังไง“ที่รับกลับมา น่าจะเพราะเรื่องอื่นมากกว่า ไม่รู้ว่าหัวหน้าชอบความเก่ง หรือชอบ..อย่างอื่นกันแน่”กลุ่มของระรินพากันหัวเราะหยามเหยียด บางคนถึงขั้นจับนมตัวเอง“เสียดายนมฉันเล็ก ไม่งั้นจะใช้เต้าไต่บ้าง”“เฮ่อ..” บุหลันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่อยากเถียงกับพวกที่อคติกับเธอ เถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ดีกว่า“พวกเธอไม่ควรดูถูกหัวหน้าอย่างนั้นนะ หัวหน้าน่ะเป็นมืออาชีพมาก” บุหลันมองหน้าระริน พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เธอคงจะเจ็บใจเรื่องที่ฉันชนะทำครัวซองต์ครั้งก่อนสินะ ทั้งที







