Masukกองถ่ายซีรีส์พีเรียด (เซตอุทยานหลวง)
แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมายังสระบัวจำลอง ทีมงานทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับฉากสำคัญที่เป็นจุดพีคของอารมณ์รักระหว่างพระเอกและนางเอก ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดอย่างประหลาด เมื่อซูเปอร์สตาร์หนุ่มอย่าง หลิน หมิงฮ่าว ดูเหมือนจะจูนอารมณ์ไม่ติด
ตามบทบาท หมิงฮ่าวต้องดึงร่างของนางเอกสาวเข้าสู่อ้อมกอดและกดจูบอย่างดูดดื่มเพื่อแสดงถึงความรักที่อัดอั้นมานาน ทว่าทันทีที่เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ แผ่นหลังของเขากลับเกร็งเขม็ง รสสัมผัสที่เคยเร่าร้อนเมื่อวานกับเด็กสาวคนนั้นกลับแล่นปราดเข้ามาในโสตประสาทจนเขาเผลอเบือนหน้าหนีไปเสียดื้อๆ
“คัท!!! คัทๆๆๆ!”
ผู้กำกับกระชากหูฟังออกแล้วเดินดิ่งเข้าไปหาหมิงฮ่าวที่กลางฉากทันทีด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
“หมิงฮ่าว! นายเป็นอะไรไปน่ะ? ทำไมฉากนี้มันถึงดูแห้งแล้งไร้อารมณ์แบบนี้ล่ะ นายจูบนางเอกเหมือนกำลังจูบท่อนไม้เลยนะ!”
หมิงฮ่าวยืนนิ่ง มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาเท่านั้นที่รู้ดีว่าทำไม...เพราะทุกครั้งที่เขาหลับตาเพื่อจะเข้าบทรัก ภาพใบหน้าตื่นตระหนกและความเย้ายวนของมาริน และสัมผัสนุ่มละมุนที่ปลายลิ้นเมื่อวานมันรบกวนจิตใจเขาอย่างหนัก จนเขาไม่สามารถสัมผัสผู้หญิงคนอื่นได้โดยไม่รู้สึกต่อต้าน
“วันนี้...ผมจะถ่ายคิวนี้ให้เสร็จ แล้วจะขอพักคิวถ่ายสักวัน”
หมิงฮ่าวเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
ผู้กำกับหรี่ตามองพระเอกตัวท็อปอย่างใช้ความคิด เขาอยู่ในวงการมานานพอที่จะมองออกว่าอาการของหมิงฮ่าวไม่ใช่แค่เหนื่อยล้าธรรมดา
“งั้นฉากวันนี้ยกเลิกไปก่อน นายไปพักเถอะ ฉันอนุญาตให้นายพักผ่อนหนึ่งวัน พี่ดูแล้วนายน่าจะไม่ไหวจริงๆ ขืนดันทุรังถ่ายไปไปก็เสียเปล่า”
“ครับ...ขอบคุณครับ”
หมิงฮ่าวพยักหน้าตอบรับสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังรถบ้านส่วนตัวด้วยท่าทางเคร่งเครียด โดยมีหลินเฟิงและเสี่ยวถงที่ยืนลุ้นอยู่ขอบสนามรีบวิ่งตามลูกชายเข้าไปทันที
ภายในรถบ้านที่ปิดม่านมิดชิด หมิงฮ่าวทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างแรง พลางยกมือขึ้นกุมขมับ หลินเฟิงมองลูกชายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเปิดฉากถามตรงๆ
"หมิงฮ่าว...บอกป๊ามาตามตรง”
หลินเฟิงกดเสียงต่ำพลางจ้องเข้าไปในดวงตาของลูกชาย
“ที่ลูกเล่นไม่ได้เมื่อกี้ เป็นเพราะใจลูกยังติดอยู่กับเด็กผู้หญิงเมื่อวานใช่ไหม?”
หมิงฮ่าวชะงักไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้ปฏิเสธในทันที ความเงียบที่เกิดขึ้นภายในรถบ้านกลายเป็นคำตอบที่ดังที่สุด จนเสี่ยวถงถึงกับเอามือทาบอกด้วยความกังวล เพราะเธอรู้ดีว่าหากหัวใจของลูกชายเริ่มสั่นคลอนเพราะคนนอกที่ควบคุมไม่ได้แบบนี้ งานใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าอาจจะพังพินาศลงได้ง่ายๆ
............................
ท่ามกลางเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วในห้องเรียน มารินนั่งจ้องหน้าจอแล็ปท็อปที่เต็มไปด้วยบรรทัดโค้ดซับซ้อน แต่ทว่าจิตใจของเธอไม่ได้อยู่กับบทเรียนเลยแม้แต่นิดเดียว ตลอดทั้งชั่วโมงเธอเอาแต่เหม่อลอยและถอนหายใจทิ้งซ้ำๆ จนกระทั่งกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น
“มาริน...ไปเถอะ เดี๋ยวก่อนเข้าหอพักเราไปแวะหาอะไรกินก่อนมั้ย”
เยว่รันสะกิดไหล่เพื่อนเบาๆ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความห่วงใย เธอสังเกตเพื่อนมาทั้งวัน ตั้งแต่ได้ยินมารินคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงร้อนรนเมื่อเช้า
“ได้สิเยว่รัน เธออยากกินหม้อไฟไม่ใช่เหรอ วันนี้เราไปกินกันเถอะ"”
มารินฝืนยิ้มตอบ แม้ความอยากอาหารของเธอจะติดลบ แต่เธอก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องพลอยกร่อยไปด้วย
ณ ร้านหม้อไฟชื่อดังใกล้ๆ มหาวิทยาลัย
ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นจากหม้อซุปหม่าล่าสีแดงจัดจ้าน กลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนอบอวลไปทั่วร้าน เยว่รันคอยคีบเนื้อและผักลงหม้อให้เพื่อนอย่างเอาใจ แต่ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ปริมาณอาหารในถ้วยของมารินกลับแทบไม่ลดลงเลย จนในที่สุดมารินก็วางตะเกียบลงช้าๆ ความหนักอึ้งในอกมันจุกจนเธอเกินจะกลืนอะไรลงไปได้อีก
“เธอมีเรื่องไม่สบายใจที่ไทยใช่มั้ยมาริน”
เยว่รันถามเข้าประเด็นทันทีพลางวางตะเกียบลงเช่นกัน
มารินชะงักไปครู่หนึ่ง เธอมองใบหน้ากลมมนของเพื่อนสนิทที่คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอมา
“เมื่อเช้าฉันได้ยินเธอคุยโทรศัพท์...ถึงฉันจะไม่เข้าใจภาษาของเธอ แต่ฉันรู้ว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่มากแน่ๆ เธอช่วยบอกฉันได้มั้ยมาริน มันเรื่องอะไรกันแน่”
มารินถอนหายใจยาวพลางก้มหน้าลงมองน้ำซุปที่กำลังเดือดปุดๆ ก่อนจะตัดสินใจเปิดปากเล่าความจริงที่แสนโหดร้ายออกมา
“ที่บ้านฉันกำลังจะถูกยึดน่ะเยว่รัน...”
มารินเสียงสั่น
“แม่เอาบ้านไปจำนองเพื่อรักษาพ่อและจ่ายค่าสินไหมให้คู่กรณี แต่ตอนนี้ทางนั้นเขากดดันจะยึดบ้านถ้าไม่มีเงินไปจ่ายค่างวดที่ค้างไว้ภายในสิบห้าวันนี้”
“สามแสนบาทเหรอ!”
เยว่รันอุทานหลังจากมารินบอกตัวเลขคร่าวๆ เป็นเงินหยวน
“นั่นมันเกือบหกหมื่นหยวนเลยนะ! ภายในสิบห้าวันเนี่ยนะ?”
“นั่นแค่เริ่มต้นน่ะเยว่รัน ยอดหนี้ทั้งหมดจริงๆ คือสองล้านบาท...เกือบสี่แสนหยวน”
มารินปิดหน้าตัวเองด้วยความอับจนหนทาง
“ฉันไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ เงินสองพันหยวนที่ได้มาเมื่อวานมันเหมือนแค่หยดน้ำกลางทะเลทราย ฉันต้องการงานที่ได้เงินเยอะกว่านี้...เยอะกว่าตัวประกอบทั่วไปหลายเท่าตัว”
เยว่รันนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เธอขยับแว่นสายตาพลางใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนจะคว้ามือของมารินมากำไว้แน่น แววตาของสาวน้อยชาวจีนเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
“มาริน ฟังฉันนะ...ในโลกของวงการบันเทิงจีน เงินน่ะมันลอยอยู่ในอากาศเต็มไปหมด อยู่ที่ว่าเราจะคว้ามันมาได้ยังไง”
เยว่รันกดเสียงต่ำ
“ความสวยระดับเธอ ถ้าแค่เดินผ่านกล้องมันก็ได้แค่นั้นแหละ แต่ถ้าเธอได้เป็น ตัวเมน หรือมีคนมีอิทธิพลหนุนหลัง เงินหลักแสนหยวนน่ะหาได้ไม่ยากหรอก...พรุ่งนี้ฉันจะลองไปคุยกับพี่ยวี่เฟยดูอีกที บางทีมันอาจจะมีโอกาสอื่นที่มากกว่าแค่การเป็นตัวประกอบสามนาทีก็ได้”
มารินมองเพื่อนด้วยความหวังที่ริบหรี่ แต่ในใจเธอก็เริ่มตระหนักแล้วว่า...เพื่อรักษาบ้านและชีวิตของพ่อไว้ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร หรือต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ทำให้ใจเธอสั่นคลอนอย่างหลินหมิงฮ่าวอีกครั้ง เธอก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าต่อไปในเส้นทางสายนี้เสียแล้ว
.............................
กดหัวใจ คอมเมนท์ = หนึ่งกำลังใจนะคะ ฝากกดติดตาม เพิ่มเข้าชั้น และรับแจ้งเตือนตอนใหม่ เรื่องใหม่ค่ะ ทรายแมว : เขียน
สองเดือนต่อมา...ประเทศไทย...ลมพัดเอื่อยๆ หอบเอาความสดชื่นของเมืองไทยมาต้อนรับการกลับมาของมาริน พร้อมด้วยแขกคนสำคัญอีกสองคน บรรยากาศภายในบ้านอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นหอมของอาหารไทยฝีมือแม่ที่ตั้งโต๊ะรอต้อนรับอย่างอบอุ่นทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน มารินก็น้ำตาซึมด้วยความดีใจ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือผู้เป็นพ่อที่วันนี้สามารถยืดหยัดกลับมาเดินได้เกือบเป็นปกติแล้ว ข้างๆ กันมีแม่ที่กำลังอุ้มหลานตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม โดยมีพี่สะใภ้คอยช่วยดูแลอยู่ไม่ห่าง และแน่นอน...พี่มารัน พี่ชายตัวแสบที่รีบวิ่งออกมาต้อนรับน้องสาวเป็นคนแรก“มาริน! พี่คิดถึงเธอจังเลย” มารันสวมกอดน้องสาว ก่อนจะผละออกเพื่อมองผู้มาเยือนใหม่หมิงฮ่าวที่วันนี้แต่งตัวสบายๆ ทว่าออร่าความหล่อเหลาระดับซูเปอร์สตาร์โลกยังคงเปล่งประกายจนทุกคนในบ้านถึงกับตาค้าง ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกรวมความมั่นใจจากที่ซุ่มซ้อมฝึกปรือภาษาไทยมานานสองเดือนเต็มเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เขาพนมมือขึ้นไหว้พ่อกับแม่ของมารินอย่างงดงาม นอบน้อมถ่อมตนผิดกับมาดเสือขี้หึงในกองถ่ายโดยสิ้นเชิง“สวัส-ดี-ครับ...คุณพ่อ...คุณแม่...”หมิงฮ่าวพยายามเค้นเสียงพูดภาษ
ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นในเมืองจีน...แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบโต๊ะอาหารริมหน้าต่าง เยว่รันกับภาคินนั่งอยู่ตรงข้ามกัน บนโต๊ะมีอาหารจานโปรดวางอยู่ แต่ทว่าบรรยากาศกลับแฝงไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เนื่องจากภาคินมีกำหนดการที่จะต้องเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้แล้ว ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานของเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาละห้อย“พรุ่งนี้ต้องกลับไทยแล้ว...ไม่อยากกลับเลยแฮะ”ภาคินทอดถอนใจพลางใช้ช้อนเขี่ยอาหารในจานเบาๆ“ช่วงเวลาสิบห้าวันที่ผมอยู่เมืองจีนมันผ่านไปเร็วชะมัด เพราะมีคุณคอยดูแล ทำแผลให้ แถมยังพาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ มากมาย...รู้ไหมเยว่รัน ผมชอบประเทศจีนมากเลยนะ...และที่สำคัญ ผมชอบผู้หญิงจีนที่ชื่อเยว่รันที่สุดเลยด้วย” >vเยว่รันที่กำลังตักน้ำซุปถึงกับชะงักกึก ใบหน้าเนียนพลันขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะคำสารภาพรักแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของชายหนุ่ม เธอรีบวางช้อนลงแก้เขินก่อนจะแกล้งเฉไฉตอบไปเสียงเบา“เอ่อ...งั้น ถ้าคุณว่างๆ ก็...กลับมาเที่ยวที่นี่อีกสิคะ”“ผมต้องมาอีกแน่นอนอยู่แล้วครับ!”ภาคินตอบกลับแบบทันควัน แววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังและหวานเชื่อม“เพราะหัวใจของผมมันดันตกหลุมรัก
ความเร่าร้อนของบทรักเพิ่งผ่านพ้นไป ทิ้งไว้เพียงความอบอวลของไอรักและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา หมิงฮ่าวนอนตะแคงกอดกุมร่างอวบอิ่มของมารินเอาไว้ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งบนเตียงกว้าง นิ้วหนาไล้ไปตามเส้นผมที่ชื้นเหงื่อของหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม ก่อนที่เขาจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“มาริน...ฉันอยากแต่งงานกับเธอแล้ว ไม่อยากรอให้เธอเรียนจบแล้วล่ะ”มารินชะงักไปชั่วครู่ ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตาคนตัวใหญ่ที่เอาแต่ใจทันที“ทำไมล่ะคะคุณหมิงฮ่าว? ทำไมถึงไม่รอให้ฉันเรียนจบก่อน ซึ่งจริงๆ มันก็เหลือเวลาอีกแค่ปีกว่าๆ เองนะคะ”“ฉันรอไม่ได้อีกแล้วมาริน...”หมิงฮ่าวขมวดคิ้ว แววตาคมกริบฉายความกังวลและกระแสความหึงหวงออกมาอย่างปิดไม่มิด“ฉันกลัวว่าจะมีคนอื่นมาแย่งเธอไปจากฉัน ทุกวันนี้ในกองถ่ายไม่ใช่ฉันไม่รู้นะว่ามีพวกนักแสดงชายบางคนแอบสนใจและมองเธออยู่บ่อยๆ ฉันหึง...หึงจนแทบบ้า ไม่ชอบและไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนมามองเธออีกแล้ว”ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะเอ่ยขอร้องในสิ่งที่เขาปรารถนา“มาริน...เธอเลิกเป็นนักแสดงเถอะนะ”มารินถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอเข้
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...กองถ่ายละคร (ฉากโถงกลางบ้านคฤหาสน์)บรรยากาศการถ่ายทำดำเนินมาถึงฉากที่มารินต้องปะทะอารมณ์กับตัวร้ายของเรื่อง บรรยากาศในกองถ่ายคึกคักเป็นพิเศษ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือร่างสูงสง่าของ หลินหมิงฮ่าว ที่วันนี้ไม่มีคิวถ่าย แต่กลับมานั่งกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ มอนิเตอร์ของผู้กำกับ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังกลางกองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ...“แอคชั่น!” เสียงผู้กำกับสั่งการมารินในบทบาทส่งอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอเชิดหน้าสบตากับตัวร้ายชายที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตามบท ตัวร้ายเอื้อมมือมาบีบข้อมือของมารินพร้อมตะคอกใส่หน้าด้วยอารมณ์โกรธแค้นกึก! เสียงเก้าอี้สนามของหมิงฮ่าวลั่นเอี๊ยด ชายหนุ่มขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้น แววตาแดงก่ำด้วยความหึงหวงอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นชายอื่นมาถูกเนื้อต้องตัวคนรักของเขา“หมิงฮ่าว! นั่งลงเลยนะ”ผู้กำกับรีบเอื้อมมือไปกดไหล่ซูเปอร์สตาร์หนุ่มลงกับเก้าอี้พลางกระซิบดุ“นั่นมันการแสดง! เธอกำลังทำได้ดี อย่าเพิ่งสติหลุดไปพังกล้องฉันอีกรอบนะ!”“!!!”หมิงฮ่าวฮึดฮัดในลำคอ ยอมนั่งลงแต่สายตายังคงแผ่รังสีอำมหิตไปที่ตัวร้ายชายคนนั้นจนอีกฝ่ายเริ่มมือสั่นด้วยความผวาในขณ
ห้องรับแขกภายในเพนท์เฮาส์หรู...แสงแดดยามสายส่องผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามายังชุดโซฟาตัวใหญ่ เสี่ยวถงและหลินเฟิงนั่งเคียงข้างกัน ทอดสายตามองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่บัดนี้ดูสุขุมและนิ่งสงบขึ้น ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การเปิดอกคุยกันระหว่างพ่อ แม่ และลูกชายกําลังจะเริ่มต้นขึ้น“เรื่องที่ลูกทำเมื่อวาน มันส่งผลกระทบกับกองถ่ายมากเลยนะหมิงฮ่าว ผู้กำกับกับนักแสดงคนอื่นๆ ต้องมาเดือดร้อนเพราะอารมณ์ชั่ววูบของลูกกันทั้งนั้น”เสี่ยวถงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอแม้จะยังตึงเครียดแต่ก็ลดความเกรี้ยวกราดลงไปมาก“พรุ่งนี้มีนัดคิวถ่ายซ่อมแล้วครับ...และผมก็โทรไปขอโทษทุกคนไปหมดแล้วด้วย”หมิงฮ่าวตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบสบตากับผู้เป็นแม่ตรงๆ อย่างไม่มีหลบเลี่ยงหลินเฟิงผู้เป็นพ่อที่นั่งฟังอยู่จึงพูดเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง“การที่ลูกทำอุกอาจแบบนั้นกลางกองถ่าย มันก็เท่ากับตัดอนาคตตัวเองในวงการเลยนะหมิงฮ่าว...ลูกเป็นถึงเบอร์หนึ่งของวงการ แต่ต้องมาเสียชื่อเสียงเพราะเรื่องผู้หญิงคนเดียวแบบนี้ มันคุ้มแล้วเหรอ?”“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับป๊า...” หมิงฮ่าวเหยียดยิ้มบางๆ อ
ห้องพักนักศึกษา...เวลา 22.30น.แสงไฟในห้องพักยังคงสว่างไสว เยว่รันเดินวนเวียนอยู่ด้วยความกระวนกระวายใจ สายตาคอยจ้องมองที่ประตูตลอดเวลา จนกระทั่งได้ยินเสียงลูกบิดประตูเปิดออก พร้อมกับร่างของมารินที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางที่ดูอ่อนล้าแต่แววตากลับดูนิ่งสงบผิดคาดทันทีที่มาถึง เยว่รันพุ่งตัวเข้าไปหาเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วงทันที“มาริน...”มารินส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อคลายความกังวล ก่อนจะตอบกลับไปทันที“ฉันไม่เป็นไรเยว่รัน”“พี่หมิงฮ่าวมาส่งเธอเหรอ” เยว่รันถามพลางสแกนมองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า“อือ...เขามาส่ง”มารินตอบเสียงเบา ขณะที่นึกถึงอ้อมกอดและจุมพิตลาที่แสนอ่อนโยนก่อนลงจากรถ ใบหน้าเนียนก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาจนเยว่รันจับสังเกตได้อย่างง่ายดาย“ครั้งนี้...ฉันว่าเธอกับพี่หมิงฮ่าวคงตกลงกันด้วยดีใช่ไหมมาริน?”เยว่รันหรี่ตามองพลางยิ้มล้อเลียนเมื่อเห็นอาการหน้าแดงของเพื่อน“อืม...เขาขอฉันแต่งงานน่ะ”“ห๊ะ!! แต่งงานเหรอ?!”เยว่รันอุทานลั่นห้อง ตาโตด้วยความช็อก“พี่หมิงฮ่าวเนี่ยนะขอแต่งงาน?!”“ใช่...แต่ฉันก็บอกเขาว่าให้รอให้ฉันเรียนจบก่อน และอีกอย่าง...เขาต้องไปเคลียร์กับพ่อกับแม่เขาให้เรียบร้อยก่อนด้ว







![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)