Masukณ กองถ่ายซีรีส์พีเรียดฟอร์มยักษ์ (Hengdian World Studios) ท่ามกลางเซตจำลองพระราชวังโบราณที่ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา แสงไฟสปอตไลต์นับสิบดวงสาดส่องลงมายังแท่นหินใจกลางอุทยานหลวง กลิ่นธูปและควันจากเครื่องพ่นจำลองบรรยากาศดูฟุ้งฝัน ทว่าอารมณ์ในฉากกลับร้อนแรงจนทีมงานทุกคนแทบหยุดหายใจ
บนแท่นหินนั้น ‘หลิน หมิงฮ่าว’ ในชุดยุทธภพสีดำขลิบทองดูสง่าและทรงอำนาจ ร่างสูงโปร่งที่โดดเด่นด้วย ความสูงถึง 193 เซนติเมตร กำลังโน้มตัวลงบดเบียดริมฝีปากเข้ากับนางเอกสาวในบทบาทอย่างดุเดือดและเร่าร้อน เส้นผมยาวสลวยของเขาคลอเคลียไปกับดวงหน้าคมคาย แผ่นหลังกว้างภายใต้ชุดโบราณหลายชั้นดูแข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับชายงามล่มเมือง!
“คัท!!! ดีมาก! พักกองได้!”
สิ้นเสียงตะโกนของผู้กำกับ หลิน หมิงฮ่าวถอนริมฝีปากออกทันที แววตาที่เคยฉายแววรักใคร่ลึกซึ้งในบทบาทกลับกลายเป็นเย็นชาและราบเรียบตามบุคลิกจริงของเขาภายในเสี้ยววินาที
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัวไปไหน ร่างของชายวัยกลางคนและหญิงวัยไล่เลี่ยกันก็พุ่งพรวดเข้ามาจากหลังมอนิเตอร์ทันที
“หมิงฮ่าวลูก! เป็นยังไงบ้าง ร้อนไหมลูก? นี่น้ำเกลือแร่จ้ะ”
‘หลิน เสี่ยวถง’ ในวัย 47 ปี แต่ยังคงความเป๊ะและดูทะมัดทะแมง รีบส่งกระบอกน้ำและใช้พัดลมมือถือจ่อไปที่ใบหน้าของลูกชายอย่างรวดเร็ว เธอคือแม่และผู้จัดการส่วนตัวที่ดูแลทุกรายละเอียดตั้งแต่เส้นผมยันปลายเท้า
“นี่ผ้าเย็นลูก เช็ดมือนิดนึง เมื่อกี้แสดงดีมาก ป๊าเช็กมอนิเตอร์แล้ว อารมณ์ถึงสุดๆ!”
‘หลิน เฟิง’ วัย 50 ปี ผู้เป็นทั้งพ่อและผู้จัดการส่วนตัวอีกคน รีบกุลีกุจอเข้ามาซับเหงื่อตามกรอบหน้าให้ลูกชายอย่างเบามือ
ในวงการบันเทิงจีนตอนนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ ‘หลิน หมิงฮ่าว’ เขาคือนักแสดงชายเบอร์ต้นๆ ที่สร้างปรากฏการณ์ห้างแตกทุกครั้งที่ปรากฏตัว ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ราวกับเทพบุตร ผิวขาวจัดตัดกับเครื่องหน้าที่คมเข้มดั่งรูปสลัก โดยเฉพาะนัยน์ตาคู่สวยคมดุแต่มีเสน่ห์ร้ายกาจ ทำให้เขาขึ้นแท่นเป็นพระเอกที่ร้อนแรงที่สุดแห่งปี
หมิงฮ่าวถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะปล่อยให้พ่อกับแม่ดูแลราวกับเขาเป็นไข่ในหิน แม้ข้างนอกเขาจะเป็นซูเปอร์สตาร์ที่น่าเกรงขาม แต่ภายในกองถ่าย ทุกคนต่างรู้ดีว่า ‘จักรพรรดิแห่งวงการ’ คนนี้ มีพ่อกับแม่เป็นเงาตามตัวในฐานะทีมผู้จัดการส่วนตัวที่ทรงอิทธิพลที่สุด
“ผมไม่เป็นไรครับป๊า ม๊า...เดี๋ยวถ่ายซีนถัดไปได้เลย ผมอยากกลับบ้านแล้ว”
เสียงทุ้มต่ำของเขาฟังดูราบเรียบ แต่กลับมีอำนาจอยู่ในที สายตาคมกริบมองออกไปนอกกองถ่าย ที่นั่นมีแฟนคลับนับร้อยรอคอยการปรากฏตัวของเขาอยู่...
3ชั่วโมงต่อมา...
ท่ามกลางแสงสีระยิบระยับของกรุงปักกิ่งยามค่ำคืน เพนท์เฮ้าส์สุดหรูขนาดหลายร้อยตารางเมตรบนชั้นสูงสุดของอาคารระฟ้าในย่าน CBD (Central Business District) คืออาณาจักรส่วนตัวของหลิน หมิงฮ่าว ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าบ้าน พนักงานดูแลบ้านที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีต่างยืนเรียงแถวต้อนรับด้วยความนอบน้อมประดุจต้อนรับเทพบุตรจุติลงมาดิน
ป๊าและม๊าของเขาเร่งสั่งการทุกอย่างให้พร้อมสรรพ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกชายสุดที่รักผู้เป็นบ่อเงินบ่อทองของตระกูลจะได้รับการพักผ่อนที่เหนือระดับที่สุด
เงินทองมหาศาลที่ลูกชายของเขาหาได้ในแต่ละปีจากการเป็นนักแสดงเบอร์หนึ่งนั้นเปลี่ยนชีวิตครอบครัวหลินไปโดยสิ้นเชิง รายได้มากมายที่ต่อให้ใช้ชีวิตอย่างราชาไปอีกสิบชาติก็ไม่มีวันหมด ถูกเนรมิตให้กลายเป็นความสะดวกสบายที่คนทั่วไปไม่อาจเอื้อมถึง
“หมิงฮ่าวลูก...ป๊าให้คนเตรียมน้ำแร่ชั้นดีไว้ให้แล้วนะ นวดสปาก็พร้อมแล้ว ลูกไปพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ”
หลิน เฟิง ผู้เป็นพ่อกล่าวด้วยน้ำเสียงเอาใจ
“...”
หมิงฮ่าวเพียงพยักหน้าเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการถ่ายทำฉากอารมณ์มาทั้งวันทำให้เขาต้องการเพียงความเงียบสงบ เขาเดินตรงไปยังห้องน้ำส่วนตัวที่กว้างขวางและหรูหราไม่แพ้ห้องชุดในโรงแรมเจ็ดดาว
ภายในห้องน้ำที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวนวลตา หลิน หมิงฮ่าวถอดชุดออกเผยให้เห็นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบราวกับรูปสลัก ร่างสูงใหญ่ 193 เซนติเมตร เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แน่นตึงจากการดูแลตัวเองอย่างหนัก ผิวขาวจัดของเขาสะท้อนกับแสงไฟสีสลัวนวลตา เขาค่อยๆ ก้าวลงไปแช่ตัวในอ่างอาบน้ำวนขนาดมหึมาที่ถูกเตรียมน้ำอุ่นในอุณหภูมิที่พอเหมาะ พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหยสั่งทำพิเศษ
หมิงฮ่าวเอนหลังพิงขอบอ่าง หลับตาลงอย่างผ่อนคลาย เบื้องหน้าของเขาคือผนังกระจกใสบานกว้างที่สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เผยให้เห็นทัศนียภาพอันตระการตาของมหานครปักกิ่ง แสงไฟจากตึกระฟ้านับพันที่ตั้งตระหง่านอยู่รอบข้าง และเส้นสายของถนนที่สว่างไสวไปด้วยไฟท้ายรถราวกับสายธารแห่งแสงสีที่ไหลวนอยู่ใต้แทบเท้า
“...”
ในวินาทีนั้น ท่ามกลางความเงียบสงบและการปรนนิบัติที่วิเศษที่สุด หมิงฮ่าวดูเหมือนเทพบุตรที่ครองโลกทั้งใบไว้ในมือ ทว่าท่ามกลางความเพียบพร้อมนี้ สายตาคมกริบที่ลืมขึ้นมองแสงไฟเมืองหลวงกลับดูว่างเปล่าและโดดเดี่ยวอย่างประหลาด เขาคือดาวค้างฟ้าที่ใครๆ ก็ต่างโหยหา แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักตัวตนจริงๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสมบูรณ์แบบนี้
เสียงน้ำวนในอ่างอาบน้ำดังคลอเบาๆ แข่งกับความเงียบงันภายในห้องน้ำสุดหรู หมิงฮ่าวหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ สายตายังคงทอดมองออกไปที่แสงไฟของเมืองหลวงที่ไม่มีวันหลับใหล ปักกิ่งในสายตาคนอื่นอาจจะดูคึกคักและเต็มไปด้วยโอกาส แต่สำหรับเขามันกลับดูเหมือนกรงทองที่ประดับประดาด้วยอัญมณีล้ำค่า
ความรู้สึก ‘โดดเดี่ยว’ เริ่มกัดกินหัวใจเขาช้าๆ เหมือนทุกคืนที่ผ่านมา
เขามีแฟนคลับนับล้านที่พร้อมจะส่งเสียงกรีดร้องเพียงแค่เขาขยับกาย มีคนมากมายที่อยากจะเข้าหาเพื่อผลประโยชน์หรือเพียงเพื่อได้ใกล้ชิดกับ เทพบุตร อย่างเขา
ทว่าในความเป็นจริง...
รอบกายเขากลับว่างเปล่าอย่างน่าใจหาย ชีวิตในแต่ละวันของเขาถูกจำกัดอยู่ในวงโคจรเดิมๆ คือ กองถ่ายรถบ้าน และเพนท์เฮ้าส์ มีเพียงพ่อแม่ที่เป็นทั้งผู้ปกครองและผู้จัดการซึ่งคอยตีกรอบชีวิตเขาไว้ในทุกย่างก้าว จนบางครั้งเขาเองก็แยกไม่ออกว่าความหวังดีเหล่านั้นคือความรัก หรือการรักษา สินค้า มูลค่ามหาศาลที่ชื่อว่า หลิน หมิงฮ่าว กันแน่
เขามีทุกอย่าง...ยกเว้น เพื่อนจริงๆ แม้แต่คนเดียว
ข้อจำกัดอันเข้มงวดของวงการบันเทิงจีนที่เป็นเหมือนโซ่ตรวนล่องหน คือการที่ดาราระดับท็อปอย่างเขา
‘ห้ามมีรัก’ ภาพลักษณ์ความโสดคือต้นทุนมหาศาลที่เขาต้องรักษาไว้ แลกกับชื่อเสียงและเงินทองที่หลั่งไหลเข้ามา หมิงฮ่าวในวัย 27 ปี ผู้ผ่านบทรักมานับไม่ถ้วนบนหน้าจอจูบกับนางเอกชื่อดังมาแล้วหลายคน แต่ในชีวิตจริงเขากลับไม่เคยสัมผัสกับคำว่าความรักแม้แต่เพียงเสี้ยวเดียว เขาไม่เคยรู้ว่าการมีใครสักคนที่พร้อมจะรับฟังปัญหาโดยไม่ตัดสิน หรือการนั่งคุยเรื่องไร้สาระกับเพื่อนสนิทสักคนมันรู้สึกอย่างไร
“ความรัก...มันหน้าตาเป็นยังไงกันแน่” เขารำพึงในใจ
ยิ่งมีผู้คนรุมล้อมมากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งรู้สึกอ้างว้างมากขึ้นเท่านั้น ความเหงาของเขามันช่างเสียงดังท่ามกลางความเงียบสงัดในเพนท์เฮ้าส์ราคาหลายร้อยล้านแห่งนี้ เขาคือดาวฤกษ์ที่ส่องแสงสว่างจ้าที่สุดในท้องฟ้า แต่กลับอยู่ห่างไกลจากดาวดวงอื่นจนเกินกว่าที่ใครจะเอื้อมถึง
เขาหลับตาลง ปล่อยให้ร่างสูงสง่าจมลงในผิวน้ำที่อุ่นจัด หวังเพียงว่าสักวันจะมีใครสักคนที่มองข้ามรัศมีซูเปอร์สตาร์ของเขา แล้วมองเห็นเพียง ผู้ชายคนหนึ่ง ที่กำลังหลงทางอยู่ในความเงียบเหงาแห่งนี้เท่านั้น
...........................
สองเดือนต่อมา...ประเทศไทย...ลมพัดเอื่อยๆ หอบเอาความสดชื่นของเมืองไทยมาต้อนรับการกลับมาของมาริน พร้อมด้วยแขกคนสำคัญอีกสองคน บรรยากาศภายในบ้านอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นหอมของอาหารไทยฝีมือแม่ที่ตั้งโต๊ะรอต้อนรับอย่างอบอุ่นทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน มารินก็น้ำตาซึมด้วยความดีใจ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือผู้เป็นพ่อที่วันนี้สามารถยืดหยัดกลับมาเดินได้เกือบเป็นปกติแล้ว ข้างๆ กันมีแม่ที่กำลังอุ้มหลานตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม โดยมีพี่สะใภ้คอยช่วยดูแลอยู่ไม่ห่าง และแน่นอน...พี่มารัน พี่ชายตัวแสบที่รีบวิ่งออกมาต้อนรับน้องสาวเป็นคนแรก“มาริน! พี่คิดถึงเธอจังเลย” มารันสวมกอดน้องสาว ก่อนจะผละออกเพื่อมองผู้มาเยือนใหม่หมิงฮ่าวที่วันนี้แต่งตัวสบายๆ ทว่าออร่าความหล่อเหลาระดับซูเปอร์สตาร์โลกยังคงเปล่งประกายจนทุกคนในบ้านถึงกับตาค้าง ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกรวมความมั่นใจจากที่ซุ่มซ้อมฝึกปรือภาษาไทยมานานสองเดือนเต็มเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เขาพนมมือขึ้นไหว้พ่อกับแม่ของมารินอย่างงดงาม นอบน้อมถ่อมตนผิดกับมาดเสือขี้หึงในกองถ่ายโดยสิ้นเชิง“สวัส-ดี-ครับ...คุณพ่อ...คุณแม่...”หมิงฮ่าวพยายามเค้นเสียงพูดภาษ
ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นในเมืองจีน...แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบโต๊ะอาหารริมหน้าต่าง เยว่รันกับภาคินนั่งอยู่ตรงข้ามกัน บนโต๊ะมีอาหารจานโปรดวางอยู่ แต่ทว่าบรรยากาศกลับแฝงไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เนื่องจากภาคินมีกำหนดการที่จะต้องเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้แล้ว ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานของเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาละห้อย“พรุ่งนี้ต้องกลับไทยแล้ว...ไม่อยากกลับเลยแฮะ”ภาคินทอดถอนใจพลางใช้ช้อนเขี่ยอาหารในจานเบาๆ“ช่วงเวลาสิบห้าวันที่ผมอยู่เมืองจีนมันผ่านไปเร็วชะมัด เพราะมีคุณคอยดูแล ทำแผลให้ แถมยังพาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ มากมาย...รู้ไหมเยว่รัน ผมชอบประเทศจีนมากเลยนะ...และที่สำคัญ ผมชอบผู้หญิงจีนที่ชื่อเยว่รันที่สุดเลยด้วย” >vเยว่รันที่กำลังตักน้ำซุปถึงกับชะงักกึก ใบหน้าเนียนพลันขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะคำสารภาพรักแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของชายหนุ่ม เธอรีบวางช้อนลงแก้เขินก่อนจะแกล้งเฉไฉตอบไปเสียงเบา“เอ่อ...งั้น ถ้าคุณว่างๆ ก็...กลับมาเที่ยวที่นี่อีกสิคะ”“ผมต้องมาอีกแน่นอนอยู่แล้วครับ!”ภาคินตอบกลับแบบทันควัน แววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังและหวานเชื่อม“เพราะหัวใจของผมมันดันตกหลุมรัก
ความเร่าร้อนของบทรักเพิ่งผ่านพ้นไป ทิ้งไว้เพียงความอบอวลของไอรักและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา หมิงฮ่าวนอนตะแคงกอดกุมร่างอวบอิ่มของมารินเอาไว้ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งบนเตียงกว้าง นิ้วหนาไล้ไปตามเส้นผมที่ชื้นเหงื่อของหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม ก่อนที่เขาจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“มาริน...ฉันอยากแต่งงานกับเธอแล้ว ไม่อยากรอให้เธอเรียนจบแล้วล่ะ”มารินชะงักไปชั่วครู่ ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตาคนตัวใหญ่ที่เอาแต่ใจทันที“ทำไมล่ะคะคุณหมิงฮ่าว? ทำไมถึงไม่รอให้ฉันเรียนจบก่อน ซึ่งจริงๆ มันก็เหลือเวลาอีกแค่ปีกว่าๆ เองนะคะ”“ฉันรอไม่ได้อีกแล้วมาริน...”หมิงฮ่าวขมวดคิ้ว แววตาคมกริบฉายความกังวลและกระแสความหึงหวงออกมาอย่างปิดไม่มิด“ฉันกลัวว่าจะมีคนอื่นมาแย่งเธอไปจากฉัน ทุกวันนี้ในกองถ่ายไม่ใช่ฉันไม่รู้นะว่ามีพวกนักแสดงชายบางคนแอบสนใจและมองเธออยู่บ่อยๆ ฉันหึง...หึงจนแทบบ้า ไม่ชอบและไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนมามองเธออีกแล้ว”ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะเอ่ยขอร้องในสิ่งที่เขาปรารถนา“มาริน...เธอเลิกเป็นนักแสดงเถอะนะ”มารินถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอเข้
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...กองถ่ายละคร (ฉากโถงกลางบ้านคฤหาสน์)บรรยากาศการถ่ายทำดำเนินมาถึงฉากที่มารินต้องปะทะอารมณ์กับตัวร้ายของเรื่อง บรรยากาศในกองถ่ายคึกคักเป็นพิเศษ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือร่างสูงสง่าของ หลินหมิงฮ่าว ที่วันนี้ไม่มีคิวถ่าย แต่กลับมานั่งกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ มอนิเตอร์ของผู้กำกับ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังกลางกองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ...“แอคชั่น!” เสียงผู้กำกับสั่งการมารินในบทบาทส่งอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอเชิดหน้าสบตากับตัวร้ายชายที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตามบท ตัวร้ายเอื้อมมือมาบีบข้อมือของมารินพร้อมตะคอกใส่หน้าด้วยอารมณ์โกรธแค้นกึก! เสียงเก้าอี้สนามของหมิงฮ่าวลั่นเอี๊ยด ชายหนุ่มขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้น แววตาแดงก่ำด้วยความหึงหวงอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นชายอื่นมาถูกเนื้อต้องตัวคนรักของเขา“หมิงฮ่าว! นั่งลงเลยนะ”ผู้กำกับรีบเอื้อมมือไปกดไหล่ซูเปอร์สตาร์หนุ่มลงกับเก้าอี้พลางกระซิบดุ“นั่นมันการแสดง! เธอกำลังทำได้ดี อย่าเพิ่งสติหลุดไปพังกล้องฉันอีกรอบนะ!”“!!!”หมิงฮ่าวฮึดฮัดในลำคอ ยอมนั่งลงแต่สายตายังคงแผ่รังสีอำมหิตไปที่ตัวร้ายชายคนนั้นจนอีกฝ่ายเริ่มมือสั่นด้วยความผวาในขณ
ห้องรับแขกภายในเพนท์เฮาส์หรู...แสงแดดยามสายส่องผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามายังชุดโซฟาตัวใหญ่ เสี่ยวถงและหลินเฟิงนั่งเคียงข้างกัน ทอดสายตามองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่บัดนี้ดูสุขุมและนิ่งสงบขึ้น ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การเปิดอกคุยกันระหว่างพ่อ แม่ และลูกชายกําลังจะเริ่มต้นขึ้น“เรื่องที่ลูกทำเมื่อวาน มันส่งผลกระทบกับกองถ่ายมากเลยนะหมิงฮ่าว ผู้กำกับกับนักแสดงคนอื่นๆ ต้องมาเดือดร้อนเพราะอารมณ์ชั่ววูบของลูกกันทั้งนั้น”เสี่ยวถงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอแม้จะยังตึงเครียดแต่ก็ลดความเกรี้ยวกราดลงไปมาก“พรุ่งนี้มีนัดคิวถ่ายซ่อมแล้วครับ...และผมก็โทรไปขอโทษทุกคนไปหมดแล้วด้วย”หมิงฮ่าวตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบสบตากับผู้เป็นแม่ตรงๆ อย่างไม่มีหลบเลี่ยงหลินเฟิงผู้เป็นพ่อที่นั่งฟังอยู่จึงพูดเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง“การที่ลูกทำอุกอาจแบบนั้นกลางกองถ่าย มันก็เท่ากับตัดอนาคตตัวเองในวงการเลยนะหมิงฮ่าว...ลูกเป็นถึงเบอร์หนึ่งของวงการ แต่ต้องมาเสียชื่อเสียงเพราะเรื่องผู้หญิงคนเดียวแบบนี้ มันคุ้มแล้วเหรอ?”“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับป๊า...” หมิงฮ่าวเหยียดยิ้มบางๆ อ
ห้องพักนักศึกษา...เวลา 22.30น.แสงไฟในห้องพักยังคงสว่างไสว เยว่รันเดินวนเวียนอยู่ด้วยความกระวนกระวายใจ สายตาคอยจ้องมองที่ประตูตลอดเวลา จนกระทั่งได้ยินเสียงลูกบิดประตูเปิดออก พร้อมกับร่างของมารินที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางที่ดูอ่อนล้าแต่แววตากลับดูนิ่งสงบผิดคาดทันทีที่มาถึง เยว่รันพุ่งตัวเข้าไปหาเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วงทันที“มาริน...”มารินส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อคลายความกังวล ก่อนจะตอบกลับไปทันที“ฉันไม่เป็นไรเยว่รัน”“พี่หมิงฮ่าวมาส่งเธอเหรอ” เยว่รันถามพลางสแกนมองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า“อือ...เขามาส่ง”มารินตอบเสียงเบา ขณะที่นึกถึงอ้อมกอดและจุมพิตลาที่แสนอ่อนโยนก่อนลงจากรถ ใบหน้าเนียนก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาจนเยว่รันจับสังเกตได้อย่างง่ายดาย“ครั้งนี้...ฉันว่าเธอกับพี่หมิงฮ่าวคงตกลงกันด้วยดีใช่ไหมมาริน?”เยว่รันหรี่ตามองพลางยิ้มล้อเลียนเมื่อเห็นอาการหน้าแดงของเพื่อน“อืม...เขาขอฉันแต่งงานน่ะ”“ห๊ะ!! แต่งงานเหรอ?!”เยว่รันอุทานลั่นห้อง ตาโตด้วยความช็อก“พี่หมิงฮ่าวเนี่ยนะขอแต่งงาน?!”“ใช่...แต่ฉันก็บอกเขาว่าให้รอให้ฉันเรียนจบก่อน และอีกอย่าง...เขาต้องไปเคลียร์กับพ่อกับแม่เขาให้เรียบร้อยก่อนด้ว



![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

