FAZER LOGIN“ฝากด้วยนะนายพฤกษ์”
“ไม่ต้องห่วงเลยครับ ผมไม่ทำให้บ้านเราเจ๊งหรอกน่าพี่โพธิ์”
ร่มพฤกษ์ตบบ่าพี่ชาย ที่มองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง ทางนั้นกอดอก แล้วถอนใจน้อยๆ อาการของพี่ชายทำให้ร่มพฤกษ์ยิ้มกว้าง
“อะไรน่ะพี่โพธิ์ ทำไมจะต้องถอนใจขนาดนั้น”
“ห่วงว่ะ”
“อ้าว...ห่วงนักก็ไม่ต้องไป...โน่น...เมียพี่โบกมือเรียกแล้ว หน้าร้านสตาร์บั๊กโน่น ไม่ไประวังเมียงอนหนีไปอีกล่ะ”
คำพูดนั้นเล่นเอาร่มโพธิ์หรี่ตามองน้องชาย เขาไม่น่ามีจุดอ่อนให้หมอนี่ได้เล่นงานเลย คนเมียเคยหนีต้องตามง้ออยู่เกือบสองปี ไม่ได้สั่งเสียอะไรต่อ แค่วิ่งไปหาภรรยาสาวน้อยของตนที่กำลังยืนรอเขาอยู่ที่หน้าร้านกาแฟ
ร่มพฤกษ์โบกมือให้คนทั้งคู่ แล้วเดินออกมาจากบริเวณส่วนของผู้โดยสารของสนามบิน เขามาส่งคนคู่นี้ไปฮันนีมูนอย่างเป็นทางการ หลังจากที่คืนดีกัน และจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยและจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว ร่มโพธิ์ร้องขอโอกาสนี้จากเขา ไม่ช่วยพี่ชายก็กระไรอยู่ เลยกลับบ้านในรอบหลายปี เพื่อช่วยกิจการของครอบครัว
บิดามารดาของพวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว ทิ้งไร่กุหลาบขนาดใหญ่ สวนดอกไม้ ให้พวกเขาบริหารดูแล ในรุ่นของร่มโพธิ์ที่รับจบให้น้องชายอย่างร่มพฤกษ์ไปเดินตามความฝันเติมเต็มตัวเองที่เมืองกรุง ร่มพฤกษ์มีกิจการของตัวเองที่นั่น บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน และรับเหมาก่อสร้าง ที่หุ้นกับเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย มันตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเขามากกว่าที่บ้านไร่แห่งนี้
พี่ชายขอแค่นี้ ทำไมเขาจะกลับมาทำให้ไม่ได้กัน ร่มพฤกษ์เลยกลับมา ถือว่าพักร้อนไปในตัว แต่ร่มโพธิ์ก็ยังห่วงหน้าพะวงหลังตามประสาคนห่วงงาน เขาเลยต้องรับปากจนถึงกับไล่ เพราะกลัวว่าพี่ชายจะห่วงงานจนไม่ยอมไป แค่นี้ทำไมเขาจะจัดการให้ไม่ได้กัน
อาจจะเพราะคนทำงานด้านนี้เพิ่งลาออกไป ร่มโพธิ์เลยเป็นห่วง ตอนไปง้อเมียทางไร่พฤกษาพรก็จะวุ่นหน่อยๆ พอนายไม่อยู่เกิดการทุจริตขึ้นมาเงินรั่วไหลไปจำนวนมาก นี่เพิ่งกลับมาสะสาง จับคนทุจริตยัดคุก เลยยังห่วงหน้าพะวงหลัง
อยากจะหวานกับเมียก็อยาก ภาระหน้าที่ก็ต้องทำ เขาบอกแล้วว่าโสดดีกว่าก็ไม่เชื่อ...แถมตอนแรกดาวรินก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรสักนิด ส่งเสียลูกก็จบ ใช้ชีวิตโสดๆ ชิลๆ ต่อไป ถ้าเป็นเขาจะทำแบบนี้ พี่ชายเขาดันไปหาห่วงมาใส่คอตัวเองซะงั้น
เขาไม่ได้สนิทอะไรกับพี่สะใภ้ เคยเห็นผ่านตาสองสามหน เพราะเขาใช้ชีวิตส่วนมากในกรุงเทพฯ เห็นเจ้าหล่อนหนแรกก็เมื่อหกปีก่อน ที่พี่ชายบอกว่ารับเด็กมาอุปการะตอนแรกเขานึกว่าเด็กเล็ก แต่เป็นสาวน้อยผอมแห้ง หน้าตาอมโศก ตอนนั้นน่าจะอายุเพียง 16- 17 กระมัง ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าพี่ชายจะกินเด็ก คนอย่างร่มโพธิ์เสียด้วยสิ ถ้าเป็นเขาก็ว่าไปอย่าง...เพราะเขาร้ายกว่าพี่ชายมาก ในเรื่องหญิงๆ
ถ้าเกิดว่าดาวรินไม่หนีไป เขาก็คงนึกในแง่ร้ายแหละว่า เด็กมันจะจับพี่ชายเขา นี่ก็ว่าไม่ได้ พี่ชายเขานั่นแหละจะจับเด็กทำเมีย ชีวิตรักของร่มโพธิ์ดูซับซ้อนและวุ่นวายดี
หลานน้อยกำลังน่ารักในวัยสี่ขวบตอนนี้อยู่กับน้าที่คอยดูแลให้ตอนที่สองคนไปฮันนีมูนกัน เขาเห็นหลานหนแรกก็นึกเอ็นดู ตาหนูเป็นเด็กหล่อ...มีแววหน้าตาดีมากแต่เล็ก คนเป็นอาก็จะยืดๆ หน่อย พอลองเลี้ยงเล่นวันหนึ่งก็โบกมือลาว่าไม่ไหว พ่อตัวแสบซนเหลือร้าย แถมพลังเยอะมหาศาลเขาว่าอึดยังโบกมือยอมแพ้ หน้าที่ดูแลหลานเลยตกเป็นของ รักษิตาเพื่อนสาวคนสนิทของดาวริน ที่ดูแลโอบอุ้มกันมาจนถึงตอนนี้
วันนี้ไม่มีใครอยู่แล้วสินะ มาถึงบ้านทั้งทีก็ต้องถึงสักหน่อย เขาไม่ได้กลับบ้านมาหลายปี มีที่ไหนที่ฮิตฮอตบ้าง เขาลองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วปัดฟีดดูสถานที่ในแพลตฟอร์ม ได้พิกัดแล้วก็ปักหมุด คืนนี้เขาไม่อยากนอนง่อยๆ คนเดียว เขามันคือสัตว์นักล่า
และคืนนั้นร่มพฤกษ์ก็ไม่ได้กลับบ้าน เขาคือสัตว์นักล่าที่มีเหยื่อให้กินไม่อั้น...ในยามราตรีมาเยือน
“ใครนะ” เสียงทุ้มถามอย่างสงสัย ร่มพฤกษ์เพิ่งจะตื่นมาเมื่อตอนสิบโมง เมื่อคืนนี้หนักไปหน่อย จริงๆ เขาก็หนักมากมาสามวันสามคืนแล้ว เห็นควรว่าจะเบาลงได้บ้าง อีกอย่างวันนี้ หลานน้อยของเขาพร้อมกับพี่เลี้ยงจะมาที่นี่ด้วย ก็ควรทำหน้าที่เป็นอาที่ดี อยู่บ้านอยู่ช่องบ้าง ไม่ใช่ไปแรดๆ นอกบ้านทุกวัน พี่ชายเขาเหมือนนกรู้ เลยบอกให้เขาอยู่ทำงานทำการบ้าง บางอย่างก็ต้องระดับเจ้าของลงลายเซ็นและตัดสินใจ หวังว่าเขาจะไม่ทำให้ไร่พฤกษาพรพังฉิบหายไประหว่างที่ไปหวานกับเมียนะ แหม...พูดเกินไปหน่อย ใครมันจะไปทำแบบนั้นกัน ถ้าเขาไม่เอาเรื่องไม่เอาไหน ก็คงไม่ก่อร่างสร้างตัวได้ขนาดนั้นหรอกน่า พี่ว่ามาขนาดนี้วันนี้ก็เลยจะอยู่ทำงาน แล้วก็จะอยู่ยาวๆ ไม่ไปวอกแวกแล้ว ร่มพฤกษ์คิดแบบนั้น สามวันสามคืนก็อิ่มเอมพอแล้ว “คุณอีฟมาขอพบค่ะ” ผู้จัดการร้านกาแฟในส่วนของคาเฟ่ของไร่พฤกษาพรเอ่ยรายงาน สีหน้าของเขายังคงงงๆ แต่ก็เดินตามไปแต่โดยดี เพราะไม่ได้อยู่ที่นี่นาน จำผู้คนได้แค่คลับคล้ายคลับคลา เพื่อนที่สนิทกับเขาส่วนมากตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่อื่นเกือบจะหมดแล้ว ร่มพฤกษ์เดินตามไปจนถึงคาเฟ่ดอกไม้ ที่เป็น
“พี่สวยหรือยัง”อัครารัตน์หมุนตัวให้น้องสาวดู เธออยู่ในชุดแม็กซี่เดรสลายดอกกุหลาบ พื้นสีดำ ยาวกรอมเท้า ตัดเย็บโดยแบรนด์ดัง ยิ่งมาได้ไม้แขวนเสื้อมีชีวิตที่แสนจะเพอร์เฟกต์อย่างอัครารัตน์เข้าไปอีก คำว่าสวยยังน้อยไปด้วยซ้ำ “พี่อีฟสวยมากเหมือนนางฟ้า” คำชมจากน้องสาว ทำให้อัครารัตน์หัวเราะชอบใจ เธอมองดูน้องสาวของเธอ ที่แต่งตัวราวกับอยู่คนละโลกกับเธอ ยัยน้องสวมเพียงเสื้อยืด ลายการ์ตูนน่ารักสีขาว กับกระโปรงยาวลายสกอตสีขาวดำ รองเท้าผ้าใบ ผมมัดไว้ครึ่งศีรษะ เปิดให้เห็นเครื่องหน้าละมุนน่ารัก แต่ไม่ได้สวยเฉี่ยวแบบพี่สาว ต่างกันทุกอย่างแม้กระทั่งสีผิว อัครารัตน์ผิวขาวราวนมสด ส่วนอิงครัตน์นั้นผิวสีน้ำผึ้ง เธอเพิ่งสังเกตตอนนี้ว่าพอน้องสาวผอมลงแบบนี้ ก็มีทรวดทรงองค์เอวแบบนาฬิกาทราย แต่เจ้าตัวก็ยังติดสวมเสื้อผ้าหลวมโคร่งใหญ่กว่าไซซ์ปัจจุบัน เดาว่าคงจะใช้เสื้อผ้าชุดเดิมตอนที่อ้วนนั่นแหละ อัครารัตน์ไม่ห่วงเลยว่าถ้าเธอเดินไปกับอิงครัตน์แล้วสายตาจะไปมองน้องสาว ชอบน้องสาวมากกว่าเธอ ต้องตาบอดตามัวแหละ ถ้าไปสนใจยัยอิงมากกว่าคนสวยฟ้าประทานแบบเธอ อัคร
“ฝากด้วยนะนายพฤกษ์” “ไม่ต้องห่วงเลยครับ ผมไม่ทำให้บ้านเราเจ๊งหรอกน่าพี่โพธิ์”ร่มพฤกษ์ตบบ่าพี่ชาย ที่มองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง ทางนั้นกอดอก แล้วถอนใจน้อยๆ อาการของพี่ชายทำให้ร่มพฤกษ์ยิ้มกว้าง “อะไรน่ะพี่โพธิ์ ทำไมจะต้องถอนใจขนาดนั้น” “ห่วงว่ะ” “อ้าว...ห่วงนักก็ไม่ต้องไป...โน่น...เมียพี่โบกมือเรียกแล้ว หน้าร้านสตาร์บั๊กโน่น ไม่ไประวังเมียงอนหนีไปอีกล่ะ” คำพูดนั้นเล่นเอาร่มโพธิ์หรี่ตามองน้องชาย เขาไม่น่ามีจุดอ่อนให้หมอนี่ได้เล่นงานเลย คนเมียเคยหนีต้องตามง้ออยู่เกือบสองปี ไม่ได้สั่งเสียอะไรต่อ แค่วิ่งไปหาภรรยาสาวน้อยของตนที่กำลังยืนรอเขาอยู่ที่หน้าร้านกาแฟ ร่มพฤกษ์โบกมือให้คนทั้งคู่ แล้วเดินออกมาจากบริเวณส่วนของผู้โดยสารของสนามบิน เขามาส่งคนคู่นี้ไปฮันนีมูนอย่างเป็นทางการ หลังจากที่คืนดีกัน และจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยและจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว ร่มโพธิ์ร้องขอโอกาสนี้จากเขา ไม่ช่วยพี่ชายก็กระไรอยู่ เลยกลับบ้านในรอบหลายปี เพื่อช่วยกิจการของครอบครัว บิดามารดาของพวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว ทิ
“ยัยอิงชงกาแฟให้พี่หน่อย” เสียงพี่สาวคนสวย ร้องเรียกมาแต่ไกล ทำให้คนที่กำลังสาละวนในครัว ตะโกนขานรับเสียงแจ๋ว “รอแป๊บนะคะ พี่อีฟ อิงทำไข่ดาวให้พ่ออยู่ค่ะ” “เร็วๆ ล่ะ อ้อ...ของพี่ด้วยสิ ยัยอิง เอาเป็นไข่ดาวน้ำนะ สองฟอง แล้วก็กาแฟของพี่เป็นกาแฟน้ำส้มนะจ๊ะ น้ำส้มใช้น้ำส้มแท้ล่ะ มีคั้นไว้ใช่ไหม?” “ค่ะ...” คนที่กำลังสาละวนหน้าเตา ขานรับทุกคำสั่ง และจดจำว่าจะต้องทำไม่ให้พลาด ถ้าเกิดว่าพลาดขึ้นมา เช้านี้เธอคงกินข้าวไม่อร่อย... อิงครัตน์ถอนใจน้อยๆ เธอเร่งมือทำทุกอย่างให้ไวขึ้น เพราะพี่สาวกลับมาที่นี่ในวันหยุด ก็เหมือนเธอมีภาระเพิ่มขึ้นในงานประจำวัน ทั้งทำอาหาร ดูแลความสะอาด อัครารัตน์นานๆ จะกลับบ้านหนหนึ่ง ปรกติเธอจะอยู่ที่คอนโดของตัวเองที่กรุงเทพฯ สองพี่น้องของบ้านไพรีพิพัฒน์ มีหน้าที่ต่างกัน คนที่ดูแลสวนผลไม้ช่วยพ่อแม่คืออิงครัตน์ ส่วนอัครารัตน์ เธอได้โอกาสเลือกสิ่งที่เธอชอบ อยากทำ ไม่มีใครบังคับให้ต้องมาทำงานของครอบครัว แต่ได้รับส่วนแบ่งปันกำไรเต็มที่ทุกปี พ่อแม่รักลูกทุกคน แต่ไม่มีทางรักเท่ากั







