Compartilhar

บทที่ 4

last update Data de publicação: 2026-10-20 11:32:34

“ใครนะ”

 เสียงทุ้มถามอย่างสงสัย ร่มพฤกษ์เพิ่งจะตื่นมาเมื่อตอนสิบโมง เมื่อคืนนี้หนักไปหน่อย จริงๆ เขาก็หนักมากมาสามวันสามคืนแล้ว เห็นควรว่าจะเบาลงได้บ้าง อีกอย่างวันนี้ หลานน้อยของเขาพร้อมกับพี่เลี้ยงจะมาที่นี่ด้วย ก็ควรทำหน้าที่เป็นอาที่ดี อยู่บ้านอยู่ช่องบ้าง ไม่ใช่ไปแรดๆ นอกบ้านทุกวัน พี่ชายเขาเหมือนนกรู้ เลยบอกให้เขาอยู่ทำงานทำการบ้าง บางอย่างก็ต้องระดับเจ้าของลงลายเซ็นและตัดสินใจ หวังว่าเขาจะไม่ทำให้ไร่พฤกษาพรพังฉิบหายไประหว่างที่ไปหวานกับเมียนะ

            แหม...พูดเกินไปหน่อย ใครมันจะไปทำแบบนั้นกัน ถ้าเขาไม่เอาเรื่องไม่เอาไหน ก็คงไม่ก่อร่างสร้างตัวได้ขนาดนั้นหรอกน่า พี่ว่ามาขนาดนี้วันนี้ก็เลยจะอยู่ทำงาน แล้วก็จะอยู่ยาวๆ ไม่ไปวอกแวกแล้ว ร่มพฤกษ์คิดแบบนั้น สามวันสามคืนก็อิ่มเอมพอแล้ว

            “คุณอีฟมาขอพบค่ะ”

 ผู้จัดการร้านกาแฟในส่วนของคาเฟ่ของไร่พฤกษาพรเอ่ยรายงาน สีหน้าของเขายังคงงงๆ แต่ก็เดินตามไปแต่โดยดี เพราะไม่ได้อยู่ที่นี่นาน จำผู้คนได้แค่คลับคล้ายคลับคลา เพื่อนที่สนิทกับเขาส่วนมากตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่อื่นเกือบจะหมดแล้ว

            ร่มพฤกษ์เดินตามไปจนถึงคาเฟ่ดอกไม้ ที่เป็นจุดเด่นของไร่พฤกษาพร พี่ชายของเขาเป็นคนปั้นที่นี่จนกลายเป็นจุดเช็กอินและเป็นที่ต้องแวะของจังหวัด เห็นว่าคนช่วยคิดและออกแบบคือพี่สะใภ้ตัวเล็ก มาเห็นของจริงแบบนี้ ก็ทึ่งว่าเจ้าหล่อนเก่งมีไอเดียช่วยต่อยอดกิจการของครอบครัว

            เขาพบกับสตรีสาวแสนสวย สะกดสายตาในชุดแม็กซี่เดรสสีดำแบบเรียบหรูและเซ็กซี่ ตัวผ้าพิมพ์ดอกกุหลาบแดง ผิวของหล่อนขาวผ่องราวกับน้ำนมสด มันตัดกับชุดยิ่งทำให้คนใส่ออร่าสะดุดตา นั่งอยู่รอเขาอยู่ เธอโบกมือให้เขาทันทีเมื่อเห็นว่าเขาปรากฏตัวพร้อมกับผู้จัดการร้านกาแฟ

            “ทางนี้ค่ะพี่พฤกษ์”

 ไม่รู้ว่ารู้จักกันไหม แต่ตอนนี้ร่มพฤกษ์อยากรู้จักหล่อน...ขึ้นมาในทันที

            เขายิ้มทักทายตอบ พอเดินไปใกล้ เขาถึงเพิ่งสังเกตว่า ข้างๆ หล่อนนั้นมีผู้หญิงอีกคนนั่งอยู่ เธอผอมบาง สวมเสื้อตัวโคร่งและกระโปรงยาวถึงข้อเท้า ดูเจือจางแทบไม่เป็นที่สังเกตเมื่อนั่งกับผู้หญิงสวยสะ กดสายตาขนาดนี้

            แต่สายตาของเขาดันไพล่ไปมองหน้าของเธอคนนั้น...แล้วขมวดคิ้ว...ดวงตากลมโตนั่นเป็นจุดที่เด่นและสวยที่สุดในใบหน้าเล็กนั้น เขาเคยเห็นเธอที่ไหนสักแห่ง...สายตาช่างคุ้นมาก...คุ้นเหลือเกิน

            “อะแฮ่ม...”

อัครารัตน์รู้สึกไม่ชอบใจที่สายตาของร่มพฤกษ์ไม่ยักกะมองเธอ แต่กลับมองจ้องน้องสาวของเธอแทน ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไร ยัยอิงถึงได้ดึงดูดสายตาของผู้ชายอย่างร่มพฤกษ์ มากกว่าผู้หญิงสาวแสนเซ็กซี่อย่างเธอ

            “เอ่อ...สวัสดีครับ คุณอีฟ? ใช่ไหมครับ”

            น้ำเสียงลังเลที่เรียกชื่อเธอ ทำให้เธอทำค้อนใส่เขา ก่อนจะเอ่ยเสียงอ้อนๆ จริตกิริยานั้นผ่านการซักซ้อมมาอย่างดีหลายร้อยรอบหน้ากระจกว่า ทำแบบนี้ทีไร ผู้ชายหลง ผู้ชายเอ็นดูตลอด

            “จำกันไม่ได้หรือคะ ว้า...เสียใจจัง อีฟรู้ว่าพี่พฤกษ์มา ก็อยากมาทักทายตามประสาคนเคยวิ่งเล่นด้วยกัน”

            “เอ...”

เขามองจ้องเธออีกหน สลับกับมองหญิงสาวอีกคน ผิวของพวกเธอต่างกันมาก รูปร่างลักษณะด้วย เขาเคยมีเพื่อนวิ่งเล่นในวัยเยาว์เป็นเด็กหญิงก็แค่คนเดียวที่เคยคลุกคลีถึงขนาดที่เรียกได้ว่าสนิท

            “อีฟเป็นลูกสาวของพ่ออัครกับแม่รัตน์ อยู่สวนไพรีพิพัฒน์ค่ะ”

            “พี่ว่าแล้วว่าคุ้นๆ จำคนสวยแบบน้องอีฟไม่ได้ได้ยังไงกัน...”

 เขาถึงกับอ๋อแล้วล่ะตอนนี้ ถ้าคนนี้เป็นอีฟ อีกคนก็คือ...

            “ดี...”

            “อย่าบอกนะว่านั่นแก้มอ้วน แก้มอ้วน หนูจริงๆ น่ะหรือ หนูไปทำอะไรมา ถึงได้ผอมเป็นหัวไม้ขีดไฟแบบนั้น”

            คำทักทายของเธอกับน้องสาวช่างแตกต่างนัก ปากที่จะขยับเจรจาของอัครารัตน์หุบลงฉับ แล้วหันไปมองน้องสาวที่กำลังนั่งตัวแข็ง แก้มแดง ที่พี่จำเธอได้แล้ว...

            “คือ...พี่พฤกษ์จำอิงได้หรือคะ”

 ชื่อแก้มอ้วนนั้น มีเขาคนเดียวที่ใช้กับเธอ ฟังแล้วช่างเป็นคำพิเศษ ฟังแล้วก็อยากกลับไปมีแก้มป่องๆ เหมือนตอนที่ยังอวบ ไม่ได้ผอมโกรกแบบตอนนี้

            “จำไม่ได้”

ร่มพฤกษ์ตอบตามตรง เลยได้รอยยิ้มกว้างขวางจากอิงครัตน์ เขามองพินิจเธอทั้งตัว ยัยเด็กแก้มอ้วนของเขาเปลี่ยนไปมาก จากหุ่นหมีน่ากอด ตอนนี้ผอมแห้งจนดูน่าสงสาร เขาทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกับเธอและพี่สาว แล้วเขาก็ทำในสิ่งที่สองสาวไม่คาดคิดว่าเขาจะทำแบบนั้น

            ชายหนุ่มเอื้อมมือมาที่แก้มของอิงครัตน์แล้วหยิกมันเบาๆ สองแก้มเหมือนจะหยอก อิงครัตน์ทำตาโต หัวใจเต้นแรงแทบจะโลดออกมา ขณะที่อัครารัตน์มองแล้วถึงกับตาลุกด้วยความริษยา กับความสนิทสนมของผู้ชายที่เธอหมายปอง และน้องสาวที่เธอมองว่าไร้ชายมอง

            “แก้มหายไปหมดแล้ว ใครจะไปจำได้ ไปทำอะไรมาเลยผอมขนาดนี้”

            “คือ...”

            “ยัยอิงกินยาลดความอ้วนน่ะค่ะ เลยลดจากหุ่นอายุน้อยร้อยโล มาผอมขนาดนี้ นี่ก็เตือนๆ กันอยู่นะคะว่าห้ามกินอีกแล้วนะ ไม่อย่างนั้นจะเอ๋อ...”

 พี่สาวของเธอเอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาอย่างนั้น ทำให้ร่มพฤกษ์ละมือจากแก้มน้อง แล้วถอนใจพร้อมกับพูดเสียงนุ่ม กับอดีตน้องน้อยเพื่อนเล่นในตอนเด็ก

            “อันตรายนะแก้มอ้วน ยาแบบนั้นน่ะ พี่ว่าหนูน่ารักจะตายเวลามีแก้มยุ้ยๆ กับหุ่นหมีน่ากอด อย่าไปกินอีกนะครับ”

            เธอจะกลับไปกินข้าวสักสามกะละมัง มันจะทันไหมนะ พี่พูดมาแบบนี้

            “ค่ะ คือ ไม่ได้กินค่ะ”

ตอบเขาไปแบบนั้น ไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจไหมว่าเธอไม่ได้กินยาลดความอ้วน เธอผอมเองเพราะตรอมใจ แต่เขินจนพูดไม่ถูก แล้วก้มหน้า ดีใจมากที่พี่จำได้ ดีใจที่ความสนิทสนมยังอยู่ แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรกันต่อ อัครารัตน์ก็ดึงความสนใจของร่มพฤกษ์ไปที่ตัวเอง

            “พี่พฤกษ์กลับมาอยู่ที่นี่เลยหรือคะ?”

 อัครารัตน์เริ่มซัก และเก็บข้อมูลด้วยว่าเธอจะต้องทำอย่างไรเพื่อจะได้มาเจอเขาบ่อยๆ

            “ก็ไม่เชิงครับ พักนี้พี่โพธิ์ไปฮันนีมูนพี่เลยมาอยู่ที่นี่แทนก่อนชั่วคราว”

            “อีฟพักร้อนค่ะ ก็เลยกลับมาบ้าน แล้วเห็นสวนมันรกๆ มีแต่หญ้าก็เลยอยากได้ดอกไม้ไปปลูกให้สวยๆ พ่อกับแม่จะได้มีมุมพักผ่อน”

            คำพูดของพี่สาวทำให้เจ้าของสวนตัวจริงถึงกับทำตาปริบๆ

            “อ้อ...พี่อาจจะให้คำแนะนำไม่ได้มากเท่าไหร่ เพราะส่วนมากคนทำตรงนี้คือพี่โพธิ์จะรู้เยอะกว่า พี่ไม่ถนัดเลย น้องอีฟน่าจะมาปรึกษาผิดคนแล้วล่ะครับ”

            “ไม่ผิดหรอกค่ะ”

 รีบค้าน เธอเม้มปากน้อยๆ ก่อนจะฉอเลาะต่อ

 “พี่พฤกษ์ทำบริษัทรับเหมา ทำบ้านใช่ไหมคะ”

            “รู้ได้ยังไงครับ”

ร่มพฤกษ์เริ่มให้ความสนใจสาวสวย อัครารัตน์สะกิดให้น้องสาวไปสั่งเครื่องดื่มและอาหาร ตรงนั้นจะได้เหลือเธอกับร่มพฤกษ์คุยกันสองคนตามลำพัง เธอไม่ค่อยจะพอใจที่แทนที่เขาจะสนใจเธอ ดันสนใจยัยอิง แถมมีชื่อเล่นที่เรียกกันเฉพาะด้วยอย่าง แก้มอ้วน

            ไปเรียกกันแบบนั้นตั้งแต่ตอนไหนอะ?

            ทำไมไม่รู้เลย...ว่าเขามีชื่อเรียกเฉพาะให้กับยัยเอ๋ออิงด้วย

            หึ...คนสวยอย่างเธอ ยังไงก็ดึงสายตาและความสนใจเขาได้มากกว่ายัยอิงแน่ๆ

            “รู้สิคะ เราเคยเจอกันมาก่อนหน้านี้ พี่พฤกษ์จำอีฟไม่ได้จริงๆ ด้วย”

หนนี้คนสวยทำแก้มป่อง ร่มพฤกษ์เพียงแค่ยิ้มแหยส่งให้เธอ แล้วเอ่ยแก้เก้อ

            “พี่คงจะมัวแต่มองน้องอีฟเพลิน ต้องโทษที่น้องอีฟสวยเกินไปจนพี่เบลอไปหมดเลย”

            “พี่พฤกษ์ล่ะก็”

 เธอหัวเราะคิก...ผู้ชายหยอดก็แสดงว่าชอบมั่งแหละ เธอก็ต้องสานต่อไปสิแบบนี้

 “พี่พฤกษ์พอจะมีคนงานที่แบบ...จะทำศาลาเล็กๆ ในสวน แล้วก็ปลูกดอกไม้ต้นไม้ในสวยๆ ไหมคะ ที่อีฟมานี่ก็เพราะอยากได้สวนสวยๆ เอาไว้พักผ่อนเวลากลับมาบ้านแล้วก็ให้คุณพ่อคุณแม่ผ่อนคลายน่ะค่ะ”

            “อยากให้พี่ไปออกแบบให้ แล้วหาคนงานทำสวนให้น้องอีฟหรือครับ”

            “ค่ะ ราคาอย่าแรงนักนะคะ”

เธอทำตาอ้อนๆ จากแค่จะมาดูกุหลาบ ไปเดินดูกุหลาบสานสัมพันธ์ แต่ไหงดันกลายลุกลามเป็นไปทำศาลากับทำสวนใหม่ก็สุดจะรู้ แต่พูดไปแล้วสินะ...แบบนี้ก็คืนคำไม่ได้แล้ว สมองของอัครารัตน์คิดคำนวณไปด้วย ว่าเขาจะคิดเงินเธอเท่าไหร่ ส่วนเรื่องสวน จะให้ทำตรงไหน เดี๋ยวก็ค่อยว่ากัน บ้านของเธอกว้างจะตาย ที่ทางกว้างขวางเพราะเป็นสวนผลไม้ มีเนื้อที่หลายสิบไร่

            “ก็ได้นะครับ คนกันเองพี่คิดไม่แพงครับ”

            “ว้าว...ถ้าอย่างนั้นพี่พฤกษ์ไปดูสถานที่พรุ่งนี้เลยไหมคะ ว่างหรือเปล่าคะ เดี๋ยวอีฟมารับค่ะ”

            “ก็ว่างนะครับ ไม่ได้มาทำงานอะไร มาเฝ้าที่นี่ให้พี่โพธิ์มากกว่า กับดูงานนิดๆ หน่อยๆ พี่ดูต้นไม้ดอกไม้ไม่เก่ง ก็ให้คนเคยทำเขาทำกันไป ส่วนพวกคาเฟ่นี่ ก็มีผู้จัดการควบคุม”

            “ดีเลยค่ะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้อีฟมารับนะคะ”

            “ครับ พี่จะมารอที่นี่”

            “สะดวกสักกี่โมงคะ”

            “สักสิบโมงกำลังดีครับ น้องอีฟอยากได้ต้นไม้อะไรเป็นพิเศษ หรือว่าอยากได้สวนแนวไหนเป็นพิเศษ บอกได้เลยนะครับ พี่มีทีม เดี๋ยวให้ทีมร่างมาให้”

            “ยังไม่มีแผนในหัวเลยค่ะ แต่อีฟชอบที่สุดก็ดอกกุหลาบค่ะ”

เธอตอบแล้วยิ้มหวาน ที่ตอบว่าชอบกุหลาบนั้น เอาใจเขานั่นแหละ เพราะที่นี่ชูกุหลาบเป็นพิเศษ มีกุหลาบนานาพันธุ์จำหน่าย และเป็นของดังของไร่พฤกษาพร ของดีประจำจังหวัดก็คือกุหลาบของไร่นี้

            “อ้อ...ถ้าทำเป็นสวนสไตล์อังกฤษน่าจะสวย งบประมาณเท่าไหร่ครับ”

            “เรื่องงบไม่รู้เลยค่ะ”

            “งั้นเดี๋ยวพี่ดูสถานที่แล้วก็จะประเมินคร่าวๆ ให้นะครับ”

            “ได้เลยค่ะ”

            ขณะที่คุยกันเพลินๆ นั้น อิงครัตน์ก็เดินกลับมาที่โต๊ะ พร้อมกับแก้วเครื่องดื่มของเธอ และของพี่สาว รวมถึงของเขาด้วย

            คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นแก้วเครื่องดื่มที่มือเล็กๆ นั่นยื่นส่งให้เขา น้ำแตงโมปั่น มันเป็นเครื่องดื่มที่เขาชอบมากสมัยหนึ่ง แต่พักหลังไม่ค่อยได้ดื่มน้ำหวานสักเท่าไหร่ พอเธอนำมาให้แบบนี้ ก็รำลึกได้ว่า ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นเครื่องดื่มโปรดของตนเอง

            “ขอบใจนะ แก้มอ้วน ที่ไม่อ้วนแล้ว”

 เขาเอ่ยหยอก ยิ้มส่งให้อิงครัตน์ ที่ก้มหน้าหลบสายตาเขา เธอนั่งข้างๆ พี่สาว ที่ยังคงชวนเขาคุยเจื้อยแจ้ว

            สุดท้ายเมื่อเห็นเวลาล่วงไปจนเกือบบ่ายโมง เขาเลยชวนพวกเธอไปรับประทานอาหารด้วยกัน อัครารัตน์ดูดีใจมาก เธอเสนอร้านอร่อยของที่นี่ เขาก็ตกลงด้วยขณะที่อิงครัตน์ดูกระสับกระส่ายพิกล

            “ปักหมุดได้เลยครับ เดี๋ยวพี่จะขับตามไป”

            “ค่ะ ตามมานะคะ”

อิงครัตน์ประจำหน้าที่คนขับตอนนี้ สีหน้าของเธอดูไม่สดใสเลย พี่สาวหันมองหน้าน้องสาวที่สตาร์ตเครื่องแล้วก็เอ็ดเอาเสียงเบา

            “ทำไมทำหน้าแบบนั้นนะยัยอิง เสียบรรยากาศหมด”

            “เราจะกลับกี่โมงคะพี่อีฟ อิงจะต้องรีบกลับบ้าน เตรียมอาหารเย็น แล้วก็ดูแลสวนผัก แล้วก็ดูงานน่ะค่ะ”

            “โอ๊ย...วุ่นวายเดี๋ยวฉันจะส่งแกกลับก่อนก็แล้วกัน ฉันจะได้ไปกินข้าว

กับพี่พฤกษ์สองคน อ้อ...แกลองหาที่ว่างๆ ที่บ้านเราไว้ด้วยละกัน เผื่อพรุ่งนี้พี่พฤกษ์จะไปบ้านเรา”

            “คะ? เขาจะไปทำไมคะพี่อีฟ”

            “ไปดูที่ทำสวนดอกไม้ให้พี่ไง”

            คำพูดของพี่สาวยิ่งทำให้เธองงหนักขึ้นไปอีก แต่ก็เก็บไว้ก่อน เธอมีงานประจำวันที่จะต้องทำ ตอนนี้เลตเวลาที่ควรจะทำงานมาหลายชั่วโมงแล้วด้วย เธอไม่อยากโดนบิดาดุ

            รถคันสีแดงเลี้ยวออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว อิงครัตน์ก็เดินแกมวิ่งเข้าครัวก่อนเป็นอันดับแรก งานของเธออยู่ที่นั่น

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ขอรักสาวบ้านไร่   บทที่ 4

    “ใครนะ” เสียงทุ้มถามอย่างสงสัย ร่มพฤกษ์เพิ่งจะตื่นมาเมื่อตอนสิบโมง เมื่อคืนนี้หนักไปหน่อย จริงๆ เขาก็หนักมากมาสามวันสามคืนแล้ว เห็นควรว่าจะเบาลงได้บ้าง อีกอย่างวันนี้ หลานน้อยของเขาพร้อมกับพี่เลี้ยงจะมาที่นี่ด้วย ก็ควรทำหน้าที่เป็นอาที่ดี อยู่บ้านอยู่ช่องบ้าง ไม่ใช่ไปแรดๆ นอกบ้านทุกวัน พี่ชายเขาเหมือนนกรู้ เลยบอกให้เขาอยู่ทำงานทำการบ้าง บางอย่างก็ต้องระดับเจ้าของลงลายเซ็นและตัดสินใจ หวังว่าเขาจะไม่ทำให้ไร่พฤกษาพรพังฉิบหายไประหว่างที่ไปหวานกับเมียนะ แหม...พูดเกินไปหน่อย ใครมันจะไปทำแบบนั้นกัน ถ้าเขาไม่เอาเรื่องไม่เอาไหน ก็คงไม่ก่อร่างสร้างตัวได้ขนาดนั้นหรอกน่า พี่ว่ามาขนาดนี้วันนี้ก็เลยจะอยู่ทำงาน แล้วก็จะอยู่ยาวๆ ไม่ไปวอกแวกแล้ว ร่มพฤกษ์คิดแบบนั้น สามวันสามคืนก็อิ่มเอมพอแล้ว “คุณอีฟมาขอพบค่ะ” ผู้จัดการร้านกาแฟในส่วนของคาเฟ่ของไร่พฤกษาพรเอ่ยรายงาน สีหน้าของเขายังคงงงๆ แต่ก็เดินตามไปแต่โดยดี เพราะไม่ได้อยู่ที่นี่นาน จำผู้คนได้แค่คลับคล้ายคลับคลา เพื่อนที่สนิทกับเขาส่วนมากตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่อื่นเกือบจะหมดแล้ว ร่มพฤกษ์เดินตามไปจนถึงคาเฟ่ดอกไม้ ที่เป็น

  • ขอรักสาวบ้านไร่   บทที่ 3

    “พี่สวยหรือยัง”อัครารัตน์หมุนตัวให้น้องสาวดู เธออยู่ในชุดแม็กซี่เดรสลายดอกกุหลาบ พื้นสีดำ ยาวกรอมเท้า ตัดเย็บโดยแบรนด์ดัง ยิ่งมาได้ไม้แขวนเสื้อมีชีวิตที่แสนจะเพอร์เฟกต์อย่างอัครารัตน์เข้าไปอีก คำว่าสวยยังน้อยไปด้วยซ้ำ “พี่อีฟสวยมากเหมือนนางฟ้า” คำชมจากน้องสาว ทำให้อัครารัตน์หัวเราะชอบใจ เธอมองดูน้องสาวของเธอ ที่แต่งตัวราวกับอยู่คนละโลกกับเธอ ยัยน้องสวมเพียงเสื้อยืด ลายการ์ตูนน่ารักสีขาว กับกระโปรงยาวลายสกอตสีขาวดำ รองเท้าผ้าใบ ผมมัดไว้ครึ่งศีรษะ เปิดให้เห็นเครื่องหน้าละมุนน่ารัก แต่ไม่ได้สวยเฉี่ยวแบบพี่สาว ต่างกันทุกอย่างแม้กระทั่งสีผิว อัครารัตน์ผิวขาวราวนมสด ส่วนอิงครัตน์นั้นผิวสีน้ำผึ้ง เธอเพิ่งสังเกตตอนนี้ว่าพอน้องสาวผอมลงแบบนี้ ก็มีทรวดทรงองค์เอวแบบนาฬิกาทราย แต่เจ้าตัวก็ยังติดสวมเสื้อผ้าหลวมโคร่งใหญ่กว่าไซซ์ปัจจุบัน เดาว่าคงจะใช้เสื้อผ้าชุดเดิมตอนที่อ้วนนั่นแหละ อัครารัตน์ไม่ห่วงเลยว่าถ้าเธอเดินไปกับอิงครัตน์แล้วสายตาจะไปมองน้องสาว ชอบน้องสาวมากกว่าเธอ ต้องตาบอดตามัวแหละ ถ้าไปสนใจยัยอิงมากกว่าคนสวยฟ้าประทานแบบเธอ อัคร

  • ขอรักสาวบ้านไร่   บทที่ 2

    “ฝากด้วยนะนายพฤกษ์” “ไม่ต้องห่วงเลยครับ ผมไม่ทำให้บ้านเราเจ๊งหรอกน่าพี่โพธิ์”ร่มพฤกษ์ตบบ่าพี่ชาย ที่มองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง ทางนั้นกอดอก แล้วถอนใจน้อยๆ อาการของพี่ชายทำให้ร่มพฤกษ์ยิ้มกว้าง “อะไรน่ะพี่โพธิ์ ทำไมจะต้องถอนใจขนาดนั้น” “ห่วงว่ะ” “อ้าว...ห่วงนักก็ไม่ต้องไป...โน่น...เมียพี่โบกมือเรียกแล้ว หน้าร้านสตาร์บั๊กโน่น ไม่ไประวังเมียงอนหนีไปอีกล่ะ” คำพูดนั้นเล่นเอาร่มโพธิ์หรี่ตามองน้องชาย เขาไม่น่ามีจุดอ่อนให้หมอนี่ได้เล่นงานเลย คนเมียเคยหนีต้องตามง้ออยู่เกือบสองปี ไม่ได้สั่งเสียอะไรต่อ แค่วิ่งไปหาภรรยาสาวน้อยของตนที่กำลังยืนรอเขาอยู่ที่หน้าร้านกาแฟ ร่มพฤกษ์โบกมือให้คนทั้งคู่ แล้วเดินออกมาจากบริเวณส่วนของผู้โดยสารของสนามบิน เขามาส่งคนคู่นี้ไปฮันนีมูนอย่างเป็นทางการ หลังจากที่คืนดีกัน และจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยและจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว ร่มโพธิ์ร้องขอโอกาสนี้จากเขา ไม่ช่วยพี่ชายก็กระไรอยู่ เลยกลับบ้านในรอบหลายปี เพื่อช่วยกิจการของครอบครัว บิดามารดาของพวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว ทิ

  • ขอรักสาวบ้านไร่   บทที่ 1

    “ยัยอิงชงกาแฟให้พี่หน่อย” เสียงพี่สาวคนสวย ร้องเรียกมาแต่ไกล ทำให้คนที่กำลังสาละวนในครัว ตะโกนขานรับเสียงแจ๋ว “รอแป๊บนะคะ พี่อีฟ อิงทำไข่ดาวให้พ่ออยู่ค่ะ” “เร็วๆ ล่ะ อ้อ...ของพี่ด้วยสิ ยัยอิง เอาเป็นไข่ดาวน้ำนะ สองฟอง แล้วก็กาแฟของพี่เป็นกาแฟน้ำส้มนะจ๊ะ น้ำส้มใช้น้ำส้มแท้ล่ะ มีคั้นไว้ใช่ไหม?” “ค่ะ...” คนที่กำลังสาละวนหน้าเตา ขานรับทุกคำสั่ง และจดจำว่าจะต้องทำไม่ให้พลาด ถ้าเกิดว่าพลาดขึ้นมา เช้านี้เธอคงกินข้าวไม่อร่อย... อิงครัตน์ถอนใจน้อยๆ เธอเร่งมือทำทุกอย่างให้ไวขึ้น เพราะพี่สาวกลับมาที่นี่ในวันหยุด ก็เหมือนเธอมีภาระเพิ่มขึ้นในงานประจำวัน ทั้งทำอาหาร ดูแลความสะอาด อัครารัตน์นานๆ จะกลับบ้านหนหนึ่ง ปรกติเธอจะอยู่ที่คอนโดของตัวเองที่กรุงเทพฯ สองพี่น้องของบ้านไพรีพิพัฒน์ มีหน้าที่ต่างกัน คนที่ดูแลสวนผลไม้ช่วยพ่อแม่คืออิงครัตน์ ส่วนอัครารัตน์ เธอได้โอกาสเลือกสิ่งที่เธอชอบ อยากทำ ไม่มีใครบังคับให้ต้องมาทำงานของครอบครัว แต่ได้รับส่วนแบ่งปันกำไรเต็มที่ทุกปี พ่อแม่รักลูกทุกคน แต่ไม่มีทางรักเท่ากั

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status