FAZER LOGIN“พี่สวยหรือยัง”
อัครารัตน์หมุนตัวให้น้องสาวดู เธออยู่ในชุดแม็กซี่เดรสลายดอกกุหลาบ พื้นสีดำ ยาวกรอมเท้า ตัดเย็บโดยแบรนด์ดัง ยิ่งมาได้ไม้แขวนเสื้อมีชีวิตที่แสนจะเพอร์เฟกต์อย่างอัครารัตน์เข้าไปอีก คำว่าสวยยังน้อยไปด้วยซ้ำ
“พี่อีฟสวยมากเหมือนนางฟ้า”
คำชมจากน้องสาว ทำให้อัครารัตน์หัวเราะชอบใจ เธอมองดูน้องสาวของเธอ ที่แต่งตัวราวกับอยู่คนละโลกกับเธอ ยัยน้องสวมเพียงเสื้อยืด ลายการ์ตูนน่ารักสีขาว กับกระโปรงยาวลายสกอตสีขาวดำ รองเท้าผ้าใบ ผมมัดไว้ครึ่งศีรษะ เปิดให้เห็นเครื่องหน้าละมุนน่ารัก แต่ไม่ได้สวยเฉี่ยวแบบพี่สาว
ต่างกันทุกอย่างแม้กระทั่งสีผิว อัครารัตน์ผิวขาวราวนมสด ส่วนอิงครัตน์นั้นผิวสีน้ำผึ้ง เธอเพิ่งสังเกตตอนนี้ว่าพอน้องสาวผอมลงแบบนี้ ก็มีทรวดทรงองค์เอวแบบนาฬิกาทราย แต่เจ้าตัวก็ยังติดสวมเสื้อผ้าหลวมโคร่งใหญ่กว่าไซซ์ปัจจุบัน เดาว่าคงจะใช้เสื้อผ้าชุดเดิมตอนที่อ้วนนั่นแหละ
อัครารัตน์ไม่ห่วงเลยว่าถ้าเธอเดินไปกับอิงครัตน์แล้วสายตาจะไปมองน้องสาว ชอบน้องสาวมากกว่าเธอ
ต้องตาบอดตามัวแหละ ถ้าไปสนใจยัยอิงมากกว่าคนสวยฟ้าประทานแบบเธอ
อัครารัตน์คิดอย่างคนหลงตัวเอง เธอเลยอารมณ์ดีมาก คล้องแขนกับน้องสาวที่รูปร่างเตี้ยกว่าเธอ พากันไปขึ้นรถยนต์สปอร์ตคันสีแดงของอัครารัตน์ รถคันนี้บิดาเพิ่งถอยให้ใหม่ เขาแบ่งเงินจากการขายที่ดินส่วนหนึ่งให้กับลูกสาวคนโต ไม่สนใจว่าภรรยาจะบ่นว่า ตามใจอัครารัตน์มากเกินไป และดูจะไม่ยุติธรรมกับลูกสาวอีกคนที่ไม่เคยได้อะไรเลย ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยอย่างอิงครัตน์
“แกจำพี่พฤกษ์ได้ใช่ไหมยัยอิง”
“จำได้ค่ะ”
ตอบพี่สาวไปสั้นๆ แบบนั้น ตอนนี้อิงครัตน์กำลังรับหน้าที่เป็นสารถีพาพี่สาวไปยังจุดมุ่งหมาย คือไร่พฤกษาพร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณสวนผลไม้ของพวกเธอ บางส่วนมีเนื้อที่ติดกัน ทุ่งหญ้าที่เคยใช้เลี้ยงวัวของครอบครัวเธอ อยู่ติดกับส่วนของบึงน้ำของทางไร่พฤกษาพร บางทีวัวของทางสวนเธอที่เคยเลี้ยงก็ข้ามไปทางนั้นบ้าง
ตรงนั้นมีที่เล่นสนุกของเด็กหญิงอิงครัตน์ ที่เป็นโซนที่ลับ ซึ่งมักจะแอบไปเล่นคนเดียวบ่อยๆ บางหนเธอเจอกับเขา...มากับแก๊งเพื่อนของเขาบ้าง มาคนเดียวบ้าง นั่นเป็นอดีตในวัยเยาว์ที่เคยมีกับ พี่พฤกษ์ เขาเป็นพี่ชายที่ดูจะร้ายกาจไปบ้างในตอนแรกสำหรับอิงครัตน์ แต่หลังๆ มา เขาก็น่ารักกับเธอมาก เป็นพี่ชายที่ช่างดูแล ช่างปกป้อง เป็นเพื่อนคนเดียวของเธอในตอนนั้น นอกจากเพื่อนที่โรงเรียนที่เธอมีเพื่อนสนิทอยู่หนึ่งคนถ้วน เธอคือยัยเด็กน้อยตัวอ้วนน่ารักปุ๊กปิ๊กสำหรับพี่พฤกษ์ ขยันขุนน้อง หาขนมมาให้น้องกิน พาน้องหาผลไม้รับประทาน ชวนน้องเล่นเมื่อถึงวันหยุดและวันปิดเทอม แก้มอ้วน เขาเรียกเธอว่าแบบนั้น
ตอนนี้เขาจะอายุเท่าไหร่แล้วนะ เขาแก่กว่าเธอหกปี...และไม่ได้อยู่ที่นี่นานมากแล้ว เขากับเธอเริ่มห่างกันไป ตั้งแต่เขาเข้าสู่วัยรุ่น เวลาไม่กี่ปีที่ได้เล่นกับเขา มันกลับฝังลึกในหัวใจของเด็กน้อยตัวอ้วนในวันนั้น พี่พฤกษ์ กลายเป็นความประทับใจของอิงครัตน์ สมองของเธอมักจะจดจำแต่ช่วงเวลาที่ได้เล่นสนุกกับเขา เป็นเด็กน้อยตัวอ้วนน่าเอ็นดูของพี่พฤกษ์
จนเมื่อมาเจอเขาอีกหนก่อนที่คุณย่าจะเสีย หนนั้นเธอเจอเขาในร้านเค้กที่เข้าไปกับคุณย่า คุณย่าอิงอรทักเขา จนถึงตอนนั้นแหละเขาถึงจำเธอได้ แล้วก็ตรงเข้ามาบีบแก้มยุ้ยๆ ของอิงครัตน์ เรียกเธอว่าแก้มอ้วน ยังอ้วนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ยิ้มหล่อส่งให้เธอ หัวใจของสาวน้อยเต้นแรงกับรอยยิ้มนั้น และนั่นกลายเป็น รักแรก แสนเพ้อของอิงครัตน์ ที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอหลงปลื้มเขามากขนาดไหน
เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ รักแรกของเธอจากไปใช้ชีวิตในเมืองกรุง เธอไม่เคยลืมเลือนเขา และเธอก็ไม่เคยมีใครมาชอบพอ เข้าถึงหัวใจเลยแม้แต่คนเดียว เธอไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น วันๆ อยู่แต่ในบ้านในสวน อาจจะเพราะการที่ต้องดูแล ทำงานที่สวนผลไม้ บางหนมันดูจะเกินกำลังผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างอิงครัตน์ แต่เธอก็สู้และพร้อมจะพิสูจน์ให้บิดาได้เห็นว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวไร้ประโยชน์หัวทึบ อย่างที่เคยได้ยินท่านพูดบ่นกับมารดา
“ปีนี้เขาอายุเท่าไหร่แล้วนะ”
ถามลอยๆ เหมือนไม่อยากได้คำตอบ พร้อมกับกรีดนิ้วออกมาดูพิศไปด้วย เธอเพิ่งไปทำเล็บมาใหม่ รับกับชุดนี้และรับกับไร่กุหลาบของผู้ชาย ที่เธอตั้งใจว่าจะไปตกมาเป็นสมบัติ เธอแอบปลื้มเขามาพักใหญ่แล้ว พอเขามาบินไฟล์ทที่เธอให้บริการ ผู้ชายทรงแบด หล่อคม ตาเข้ม สะดุดใจเธออย่างแรง เมื่อพบว่าเขาไม่ใช่ใครอื่นไกล เป็นทายาทเจ้าของไร่พฤกษาพร เธอก็ลงทุนดั้นด้นกลับมาที่นี่ เพื่อที่จะมีคอนเนกชั่นกันไว้ และ...ไม่แน่เธออาจจะได้เขากลับไปก็ได้
ไม่เสียแรงที่ยอมแลกไฟล์ทบินกับเพื่อนเป็นเที่ยวบินในประเทศ สงสัยกามเทพจะบันดาล
คิดฟุ้งตามประสาสาวช่างเพ้อ ส่องดูตัวเองในกระจกไปพลาง เอียงซ้ายเอียงขวามองหาจุดตำหนิ จะไปหาผู้ชายก็ต้องสวยๆ เริดๆ เขาจะได้สะดุดตา ร่มพฤกษ์เป็นคนแรกเลยนะ ที่เธอลงทุนจะมาอ่อยถึงที่ ได้ก็คุ้มแสนคุ้ม ไม่ต้องทำงานมันละ กลับมาอยู่ที่นี่สวยๆ รวยๆ รอรับมรดกจากพ่อดีกว่า เธออยากมาเฝ้ามรดกไว้ มันเป็นสมบัติของครอบครัวก็จริง แต่เธอก็อยากได้เยอะกว่า ยัยเอ๋ออิงได้ไป ก็คงจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรมากมายหรอก ใครจะมีหัวคิดครีเอตได้เท่าเธอล่ะ อัครารัตน์คิดเข้าข้างตัวเองเป็นฉากๆ ฟุ้งไกลไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
“น่าจะ สามสิบค่ะ”
“อายุกำลังดีเลย”
เธอแลบลิ้นเลียริมฝีปากเมื่อนึกถึงเสน่ห์ออร่าของร่มพฤกษ์ จากสายตา จากทรง ไม่เบาแน่ๆ
แอร๊...คิดแล้วฟิน
“คะ?”
หันไปมองพี่สาวนิดหนึ่ง ดูท่าทางพี่อีฟจะหิวแปลกๆ ทางนั้นดูความงามของตัวเองจนพอใจแล้ว ก็เอากระจกเก็บในกระเป๋าถือของตัวเอง แล้วทำท่าคิด
“แกคิดว่าพี่พฤกษ์ควรจะอยู่ที่ไหน? ตอนนี้ ถ้าเกิดว่าเราจะไปขอพบเขามันจะแปลกไหม ยัยอิง”
“อิงไม่รู้หรอกค่ะ อิงไม่ได้เข้ามาที่นี่นานมากแล้ว...”
ตอบตามตรง ตามซื่อ พี่สาวหันมาค้อนขวับ ยัยน้องนี่ไม่ได้ดั่งใจเลยแหะ
“ตั้งแต่พ่อแม่เขาตาย พ่อแม่เรา หรือ แก ไม่เคยไปมาหาสู่ที่นี่เลยเหรอ พี่จำได้ว่าเมื่อก่อนพวกเราสองบ้านก็สนิทกันพอควรเลยนะ โดยเฉพาะแกกับพี่พฤกษ์วิ่งตามก้นเขาทุกวันตอนแกเด็กๆ อะ”
มองน้องอีกหนแบบหัวจรดเท้า พอจะจดจำภาพของร่มพฤกษ์กับอิงครัตน์ได้ในตอนเด็ก ยัยน้องติดเขามาก แต่เขาก็ดูจะรักเอ็นดูน้องสาวของเธอเหมือนตุ๊กตาตัวอ้วนๆ นั่นแหละ ไม่ได้คิดลึกซึ้งอะไร แถมเขากับเธอก็ไม่ได้ประทับใจอะไรกันในตอนนั้น เขา...เอ็ดเธอตอนเธอพูดไม่ดีกับอิงครัตน์ จนถึงแกล้งเธอตอบโต้ที่เธอแกล้งยัยอิง อีตาพี่พฤกษ์วางกับดักแล้วล่อให้เธอตกลงไป ทิ้งเธอไว้ที่ท้ายไร่ ขู่ว่าถ้าแตะต้อง แกล้งน้องให้เจ็บๆ อีก เขาจะเอามาขังไว้อีก ฮึ่ย...นึกแล้วก็โมโหขึ้นมานิดหน่อย เธอคือคนงามเบอร์หนึ่งในย่านนี้ ไม่มีใครกล้าแกล้ง มีแต่คนชื่นชม เขานี่แหละที่กล้าทำกับเธอ ต่อหน้าเขาเธอเลยไม่เคยแกล้งอิงครัตน์ แต่ลับหลังก็มีบ้างแหละ ยัยอิงน่าแกล้งจะตาย อ้วนตุ๊ต๊ะเหมือนหมี เห็นแล้วก็มันเขี้ยว
วันนี้ยังอิงไม่ได้อ้วนท้วนแบบเดิม ผอมลง แต่ก็...ไม่ได้หุ่นดีอะ หัวโตเหมือนไม้ขีด พี่มาเห็นคงไม่ได้พิศวาสอะไรแน่ๆ
“ไม่ค่อยได้มาเท่าไหร่ค่ะ แล้วคนที่ทำงานที่นี่ส่วนใหญ่คือพี่โพธิ์ค่ะ”
“ครั้งสุดท้ายที่แกมาที่นี่เมื่อไหร่หืม? เออ พี่โพธิ์นี่พี่ชายพี่พฤกษ์ใช่มะ พี่เริ่มคลับคล้ายคลับคลาอยู่ว่า บ้านนี้มีลูกชายสองคน พี่พฤกษ์ กับพี่โพธิ์”
“ก็...น่าจะเมื่อปีที่แล้วค่ะ”
อิงครัตน์ตอบ เธอไม่มีเวลาไปไหนหรอก ทำแต่งานไม่มีเวลาเที่ยวสนุกอย่างคนอื่นเขา
“เท่าที่จำได้ก็มาเพราะมาส่งผลไม้ค่ะ พี่โพธิ์ไปสั่งที่สวน เอาทุเรียนไปเลี้ยงเด็กๆ ที่สถานรับเลี้ยงเด็กค่ะ”
“อืม...”
ทบทวนอยู่ว่าพี่ชายของร่มพฤกษ์จะหน้าตาเป็นอย่างไร เดาๆ ว่าคงจะแซ่บไม่แพ้น้องชาย พี่น้องส่วนมากจะหน้าตาคล้ายกัน เอ...แต่เธอกับยัยอิงไม่ได้มีความคล้ายกันสักนิด เธอสวยมาก เริดมาก ส่วนยัยอิง เหมือนกับสาวบ้านนอก...ไม่มีอะไรเด่นสะดุดตา ดีที่ผอมลง ไม่ได้หุ่นตุ่มแตกเหมือนเดิม แต่...ความสวยก็ไม่ได้เพิ่มเลยสักนิด
“ยังโสดไหม?”
“พี่โพธิ์แต่งงานแล้วค่ะ”
“อ้อ...”
พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะนั่งคิดแผนว่า เธอจะเข้าถึงตัวร่มพฤกษ์ได้ยังไง ให้ยัยอิงคิดคงไม่ได้เรื่อง ซื่อๆ บื้อๆ แบบนี้ ชาตินี้คงจะไม่ได้ผัวถ้าเกิดว่าไม่มีคุณประจักษ์มาสนใจ เธอเองนั้นคุยกับบิดาเรื่องน้องสาว แสนยินดีที่น้องสาวจะหมั้นหมายไปเสีย เพราะถ้าเกิดแต่งออกไป ตัวหารสมบัติก็จะน้อยลง...เธอกำลังคุยให้บิดาขายที่สวนออกบ้าง โดยเฉพาะสวนทุเรียน เธออยากได้เงินไปลงทุนในธุรกิจความงามที่เธออยากจะทำกับเพื่อน ไม่มีใครอยากเป็นลูกจ้างพนักงานไปตลอดชีวิตหรอก แพลนมาเปลี่ยนเล็กน้อย ตอนที่มองพบสบสายตากับร่มพฤกษ์ เขาคือสเปกชายในฝันเลยล่ะ หล่อ รวย หรู
“พี่อีฟ เอาจริงเหรอคะเรื่อง...พี่พฤกษ์”
น้องสาวถามอีกหนเมื่อเลี้ยวรถเข้าไปในไร่พฤกษ์พร พี่สาวเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะยิ้มเยือนอย่างเซ็กซี่
“เอาจริงสิ เขาถูกสเปกพี่มากยัยอิง และแกก็ต้องช่วยพี่ในเรื่องนี้ด้วย”
“ใครนะ” เสียงทุ้มถามอย่างสงสัย ร่มพฤกษ์เพิ่งจะตื่นมาเมื่อตอนสิบโมง เมื่อคืนนี้หนักไปหน่อย จริงๆ เขาก็หนักมากมาสามวันสามคืนแล้ว เห็นควรว่าจะเบาลงได้บ้าง อีกอย่างวันนี้ หลานน้อยของเขาพร้อมกับพี่เลี้ยงจะมาที่นี่ด้วย ก็ควรทำหน้าที่เป็นอาที่ดี อยู่บ้านอยู่ช่องบ้าง ไม่ใช่ไปแรดๆ นอกบ้านทุกวัน พี่ชายเขาเหมือนนกรู้ เลยบอกให้เขาอยู่ทำงานทำการบ้าง บางอย่างก็ต้องระดับเจ้าของลงลายเซ็นและตัดสินใจ หวังว่าเขาจะไม่ทำให้ไร่พฤกษาพรพังฉิบหายไประหว่างที่ไปหวานกับเมียนะ แหม...พูดเกินไปหน่อย ใครมันจะไปทำแบบนั้นกัน ถ้าเขาไม่เอาเรื่องไม่เอาไหน ก็คงไม่ก่อร่างสร้างตัวได้ขนาดนั้นหรอกน่า พี่ว่ามาขนาดนี้วันนี้ก็เลยจะอยู่ทำงาน แล้วก็จะอยู่ยาวๆ ไม่ไปวอกแวกแล้ว ร่มพฤกษ์คิดแบบนั้น สามวันสามคืนก็อิ่มเอมพอแล้ว “คุณอีฟมาขอพบค่ะ” ผู้จัดการร้านกาแฟในส่วนของคาเฟ่ของไร่พฤกษาพรเอ่ยรายงาน สีหน้าของเขายังคงงงๆ แต่ก็เดินตามไปแต่โดยดี เพราะไม่ได้อยู่ที่นี่นาน จำผู้คนได้แค่คลับคล้ายคลับคลา เพื่อนที่สนิทกับเขาส่วนมากตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่อื่นเกือบจะหมดแล้ว ร่มพฤกษ์เดินตามไปจนถึงคาเฟ่ดอกไม้ ที่เป็น
“พี่สวยหรือยัง”อัครารัตน์หมุนตัวให้น้องสาวดู เธออยู่ในชุดแม็กซี่เดรสลายดอกกุหลาบ พื้นสีดำ ยาวกรอมเท้า ตัดเย็บโดยแบรนด์ดัง ยิ่งมาได้ไม้แขวนเสื้อมีชีวิตที่แสนจะเพอร์เฟกต์อย่างอัครารัตน์เข้าไปอีก คำว่าสวยยังน้อยไปด้วยซ้ำ “พี่อีฟสวยมากเหมือนนางฟ้า” คำชมจากน้องสาว ทำให้อัครารัตน์หัวเราะชอบใจ เธอมองดูน้องสาวของเธอ ที่แต่งตัวราวกับอยู่คนละโลกกับเธอ ยัยน้องสวมเพียงเสื้อยืด ลายการ์ตูนน่ารักสีขาว กับกระโปรงยาวลายสกอตสีขาวดำ รองเท้าผ้าใบ ผมมัดไว้ครึ่งศีรษะ เปิดให้เห็นเครื่องหน้าละมุนน่ารัก แต่ไม่ได้สวยเฉี่ยวแบบพี่สาว ต่างกันทุกอย่างแม้กระทั่งสีผิว อัครารัตน์ผิวขาวราวนมสด ส่วนอิงครัตน์นั้นผิวสีน้ำผึ้ง เธอเพิ่งสังเกตตอนนี้ว่าพอน้องสาวผอมลงแบบนี้ ก็มีทรวดทรงองค์เอวแบบนาฬิกาทราย แต่เจ้าตัวก็ยังติดสวมเสื้อผ้าหลวมโคร่งใหญ่กว่าไซซ์ปัจจุบัน เดาว่าคงจะใช้เสื้อผ้าชุดเดิมตอนที่อ้วนนั่นแหละ อัครารัตน์ไม่ห่วงเลยว่าถ้าเธอเดินไปกับอิงครัตน์แล้วสายตาจะไปมองน้องสาว ชอบน้องสาวมากกว่าเธอ ต้องตาบอดตามัวแหละ ถ้าไปสนใจยัยอิงมากกว่าคนสวยฟ้าประทานแบบเธอ อัคร
“ฝากด้วยนะนายพฤกษ์” “ไม่ต้องห่วงเลยครับ ผมไม่ทำให้บ้านเราเจ๊งหรอกน่าพี่โพธิ์”ร่มพฤกษ์ตบบ่าพี่ชาย ที่มองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง ทางนั้นกอดอก แล้วถอนใจน้อยๆ อาการของพี่ชายทำให้ร่มพฤกษ์ยิ้มกว้าง “อะไรน่ะพี่โพธิ์ ทำไมจะต้องถอนใจขนาดนั้น” “ห่วงว่ะ” “อ้าว...ห่วงนักก็ไม่ต้องไป...โน่น...เมียพี่โบกมือเรียกแล้ว หน้าร้านสตาร์บั๊กโน่น ไม่ไประวังเมียงอนหนีไปอีกล่ะ” คำพูดนั้นเล่นเอาร่มโพธิ์หรี่ตามองน้องชาย เขาไม่น่ามีจุดอ่อนให้หมอนี่ได้เล่นงานเลย คนเมียเคยหนีต้องตามง้ออยู่เกือบสองปี ไม่ได้สั่งเสียอะไรต่อ แค่วิ่งไปหาภรรยาสาวน้อยของตนที่กำลังยืนรอเขาอยู่ที่หน้าร้านกาแฟ ร่มพฤกษ์โบกมือให้คนทั้งคู่ แล้วเดินออกมาจากบริเวณส่วนของผู้โดยสารของสนามบิน เขามาส่งคนคู่นี้ไปฮันนีมูนอย่างเป็นทางการ หลังจากที่คืนดีกัน และจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยและจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว ร่มโพธิ์ร้องขอโอกาสนี้จากเขา ไม่ช่วยพี่ชายก็กระไรอยู่ เลยกลับบ้านในรอบหลายปี เพื่อช่วยกิจการของครอบครัว บิดามารดาของพวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว ทิ
“ยัยอิงชงกาแฟให้พี่หน่อย” เสียงพี่สาวคนสวย ร้องเรียกมาแต่ไกล ทำให้คนที่กำลังสาละวนในครัว ตะโกนขานรับเสียงแจ๋ว “รอแป๊บนะคะ พี่อีฟ อิงทำไข่ดาวให้พ่ออยู่ค่ะ” “เร็วๆ ล่ะ อ้อ...ของพี่ด้วยสิ ยัยอิง เอาเป็นไข่ดาวน้ำนะ สองฟอง แล้วก็กาแฟของพี่เป็นกาแฟน้ำส้มนะจ๊ะ น้ำส้มใช้น้ำส้มแท้ล่ะ มีคั้นไว้ใช่ไหม?” “ค่ะ...” คนที่กำลังสาละวนหน้าเตา ขานรับทุกคำสั่ง และจดจำว่าจะต้องทำไม่ให้พลาด ถ้าเกิดว่าพลาดขึ้นมา เช้านี้เธอคงกินข้าวไม่อร่อย... อิงครัตน์ถอนใจน้อยๆ เธอเร่งมือทำทุกอย่างให้ไวขึ้น เพราะพี่สาวกลับมาที่นี่ในวันหยุด ก็เหมือนเธอมีภาระเพิ่มขึ้นในงานประจำวัน ทั้งทำอาหาร ดูแลความสะอาด อัครารัตน์นานๆ จะกลับบ้านหนหนึ่ง ปรกติเธอจะอยู่ที่คอนโดของตัวเองที่กรุงเทพฯ สองพี่น้องของบ้านไพรีพิพัฒน์ มีหน้าที่ต่างกัน คนที่ดูแลสวนผลไม้ช่วยพ่อแม่คืออิงครัตน์ ส่วนอัครารัตน์ เธอได้โอกาสเลือกสิ่งที่เธอชอบ อยากทำ ไม่มีใครบังคับให้ต้องมาทำงานของครอบครัว แต่ได้รับส่วนแบ่งปันกำไรเต็มที่ทุกปี พ่อแม่รักลูกทุกคน แต่ไม่มีทางรักเท่ากั







