Share

4

Author: Scince
last update publish date: 2026-09-02 10:52:45

ชายหนุ่มวางเธอให้นั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ คุณย่าเวินก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย พอเห็นซ่งจือหมิงย้อนกลับมาอีกครั้งกำลังจะเอ่ยปากถาม แต่ก็ต้องร้องตกใจแทนเพราะหลานรักกำลังถูกเขาอุ้มเข้ามา

“เกิดอะไรขึ้น” ท่านถามด้วยความตกใจ

“นั่นสิคะ จื้อหมิงทำไมถึงได้อุ้มเหยาเหยามาได้ละคะ” เวินอวิ๋นซี ลูกนอกสมรสของคุณปู่เวินเอ่ยถาม เธอไม่ได้เป็นห่วงหลานสาวต่างสายเลือด แค่หวงคู่หมั้นของตัวเองก็เท่านั้น

“พูดอะไรของหล่อน” คุณย่าเวินหันไปตำหนิลูกนอกสมรสที่เป็นหนามทิ่มใจท่านอยู่จนถึงทุกวันนี้

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณย่า แค่นั่งไม่ทันระวังแล้วขาพับ จื้อหมิงเกอทำเกินเหตุไปเอง” ความจริงเธออยากจะบอกว่าผู้ชายคนนี้ฉวยโอกาสตอนเธอไม่ทันระวังแล้วก็อุ้มเข้ามาข้างในบ้าน แต่พูดแบบนั้นอาจจะดูจงใจยั่วโมโหอาเล็กของเธอเกินไป

“หึ ตามนั้นครับ” ชายหนุ่มยักไหล่ไม่ใส่ใจคำตอบของคนปากดี ทั้งที่ขาแทบไม่มีแรงแต่ปากแรงดีไม่มีตก พูดจาฉะฉานเสียจนอยากจะบีบปากดูว่าข้างในมีอะไร

“นั่งลงก่อนเร็วเข้า ไปเอาน้ำหวานมาให้คุณหนูดื่ม” คุณย่าเวินรีบบอกคนใช้

“ค่ะคุณท่าน”

“ซ้อมเยอะเกินไปหรือเปล่า แล้วนี่ซ่งเฉวียนไปไหน ทำไมถึงไม่เข้ามาส่ง” คุณย่าเวินมองหาสารถีประจำตัวของหลานสาว

ท่านยังไม่รู้ว่าตอนเช้าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เลยคิดว่าซ่งเฉวียนไปคนไปส่งหลานสาวไปที่มหาวิทยาลัย และเป็นเพราะช่วงหลายวันที่ผ่านนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงอาการป่วยของหลานสาว แต่พอเธอฟื้นขึ้นมาแล้วท่านเลยนอนตื่นสายไปสักหน่อย

“จื้อหมิงเกอมาทำไมเหรอคะ” เหยาเหยาทำหูทวนลมไม่ได้ยินที่คุณย่าซ่งถาม แต่เป็นฝ่ายชวนคนที่ช่วยตัวเองคุยแทน

“จื้อหมิงเขาเอาของฝากมาให้ ไปอยู่ทางใต้มาตั้งนานดูเอาเถอะผิวคล้ำลงตั้งเยอะ” คุณย่าเวินมองชายหนุ่มแล้วรู้สึกปวดใจแทนพ่อแม่ คนที่หน้าตาดี ผิวพรรณสวยแม้แต่ผู้หญิงยังต้องอิจฉาอย่างคุณชายใหญ่ซ่ง ต้องมาผิวมัวหมองลงเพราะทำงานหนัก คนเป็นพ่อแม่จะทนได้ยังไง

“ลูกผู้ชายผิวคล้ำหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ก่อนหน้านี้สาวทั่วเมืองเป่ยไม่กล้าเข้าใกล้คุณชายใหญ่ ไม่ใช่เพราะว่าเขามีคู่หมายอย่างอาเล็ก แต่เป็นเพราะคิดว่าเขาสำอางเกินไป เลยคิดว่าจะเป็นพวก” เหยาเหยาตั้งใจมองเจ้าของใบหน้าครบเครื่องอย่างตั้งใจ แต่แล้วก็ต้องเบือนหน้าหนีเพราะรู้สึกใจสั่นเมื่ออีกฝ่ายยิ้มมุมปาก ทำไมเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขายิ้มแล้วมีเสน่ห์มากขนาดนี้ มากกว่าซ่งเฉวียนที่วันๆ เอาแต่ตีหน้านิ่งใส่เธอเสียอีก

“เหยาเหยาเสียมารยาท พูดให้เกอแบบนั้นได้ยังไง” ย่าเวินดุหลานสาวไม่จริงจังนัก เพราะแม้แต่ท่านก็คิดไม่ต่างกัน

เพียงแต่ท่านเองเมื่อก่อนก็ไม่ได้สนใจลูกนอกสมรสของตระกูลซ่งเท่าไรหร่ เลยพยักหน้าเออออเมื่ออีกฝ่ายมาทาบทามสู่ขอลูกสาวนอกสมรสของสามี ทั้งสองต่างก็เป็นลูกนอกสมรสเหมือนกัน ท่านเลยคิดว่าเหมาะสมกันดี

แต่เวลานี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปจนท่านตามแทบไม่ทัน เพราะอยู่ดีๆ ลูกนอกสมรสที่ไม่มีใครสนใจ กลับพลิกชีวิตเข้ามากุมบังเหียน น่าตำแหน่งเก้าอี้ประธานของตระกูล แทนที่จะเป็นซ่งเฉวียนที่เป็นลูกชายที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็จนใจเพราะชายหนุ่มไม่สนใจธุรกิจครอบครัว มุ่งมั่นที่จะรับราชการทหาร ถึงจะอายุแค่ 22 ปี แต่กลับได้เลื่อนขั้นเป็นถึงผู้พันแล้ว

“นั่นสิเหยาเหยา ขอโทษผู้ใหญ่เดี๋ยวนี้เลยที่เสียมารยาท อีกอย่างเธอควรเรียกจื้อหมิงว่าอา เพราะต่อไปเขาจะกลายมาเป็นอาเขยของเธอในอนาคต” เวินอวิ๋นซีตำหนิหลานสาว

ก่อนหน้านี้เธอไม่กล้าแตะต้องคุณหนูใหญ่ แม้ว่าตัวเองจะมีฐานะสูงกว่าเพราะเป็นอา แต่เพราะเป็นลูกสมรสเลยไม่มีอำนาจเท่า แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว หล่อนก็แค่ลูกใครก็ไม่รู้ที่โชคดีถูกสลับตัวมา ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเวินเลยแม้แต่น้อย ไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป

“เหลวไหล เรื่องนี้ผู้ใหญ่ยังไม่ตกลงกันจริงจัง เราเป็นผู้หญิงจะเอ่ยปากออกไปก่อนได้ยังไง” คุณย่าเวินกระทุ้งไม้เท้าเสียงดังด้วยความไม่พอใจ

แม้แต่ซ่งจื้อหมิงเองยังก็หันไปมอง ดูท่าว่าแม้แต่ตระเวินเองก็เหมือนจะเก็บท่าทีไม่อยู่ เมื่อรู้ข่าวว่าเขาขึ้นรับตำแหน่งประธาน

“อาเล็กพูดถูกนะคะ ฉันควรเรียกคุณว่าอาเขยเล็ก” แต่เหยาเหยากลับไม่สะทกสะท้าน

“หึ ขอโทษนะพอดีว่าฉันไม่สะดวกแก่ อยู่ที่นี่นานแล้วผมคงต้องขอตัวก่อน” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่ลืมก้มต่ำมองมายังร่างบาง สังเกตเห็นว่าข้อเท้าของเธอเริ่มบวมแดงนิดๆ “อย่าลืมให้คนเอายามาทา ไม่อย่างนั้นขาข้างนั้นของเธอคงได้ตัดทิ้ง เต้นไม่ได้อีกต่อไปแน่” ประโยคหลังเขาพูดเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน

ถ้าสังเกตดีๆ ตั้งแต่ต้นจบจบ ซ่งจื้อหมิงไม่ได้พูดกับเวินอวิ๋นซีเลยสักคำ การกระทำของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกอับอายแล้วก็ไม่ชอบหน้าเหยาเหยาเพิ่มมากขึ้นไปอีก

“เร็วเข้า รีบไปเอายามาทาให้คุณหนูใหญ่” ย่าเวินสั่งคนงานอีกรอบ

แม่บ้านเวินไปเอายามานวดให้ด้วยตัวเอง ความจริงที่ขาเธอบวมไม่ใช่เพราะล้มเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะเธอเดินกลับบ้านเป็นระยะทางไกลเลยทำให้ข้อเท้าระบม

นวดอยู่สักพักใหญ่ ก็ได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้าน เหยาเหยาจำได้แม่นว่าเป็นรถของใคร

“พอแล้วละค่ะ ขอบคุณแม่บ้านเวิน” เธอชักเท้ากลับ ไม่ยอมให้แม่บ้านนวดต่อ

“ซ่งเฉวียนมาพอดี อยู่รอเจอพี่เขาก่อนสิ” แม่เวินที่นั่งอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นพูดขึ้น พักหลังๆ ท่านไม่ค่อยได้มีบทบาทในการดูแลบ้านเท่าไหร่ อำนาจตกไปอยู่ในมือของคุณย่าเวินชั่วคราว

“ไม่ละค่ะ ฉันเหนื่อยแล้วอยากจะขึ้นห้องไปพัก” พูดจบก็พยักหน้าให้พี่เลี้ยงคนสนิทให้พยุงขึ้นห้อง แต่คนขาเจ็บจะเดินเร็วสู้คนขาปกติได้ยังไง ไม่นานซ่งเฉวียนกับเวินฉีฉีก็เดินมาจนถึงห้องโถงรับแขก และเจอเข้ากับเธอพอดี

“เม่ยเมย ขาไปโดนอะไรมา ก่อนหน้านี้ยังปกติดีอยู่เลย” เวินฉีฉีถามน้องสาวด้วยความเป็นห่วง

“ฉีฉีจะบอกว่าเหยาเหยาแกล้งขาเจ็บอย่างนั้นเหรอ” เวินอวิ๋นซีพูดขึ้นอย่างสนุกปาก

“ฉะ ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะคะอาเล็ก” ฉีฉีส่ายหน้าปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น

“หมายความแบบไหนก็เรื่องของเธอเถอะ หลีกไปฉันจะขึ้นห้อง” เหยาเหยารู้สึกรำคาญ คนหนึ่งทำท่าทางอ่อนแอน่าสงสารต่อหน้าทุกคน อีกคนก็คอยเป็นแมลงหวี่ทำตัวน่ารำคาญ

“ขาไปโดนอะไรมา” มีแต่ซ่งเฉวียนก็ก้มต่ำมองข้อเท้าขาวที่เห็นว่าเริ่มบวมและก็ได้กลิ่นยานวดลอยมาเตะจมูก

“เรื่องของฉัน ซ่งเฉวียน”

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ตัวของเธอก็ลอยวืดขึ้นมาอีกครั้ง ดีจริงๆ วันเดียวกันถูกอุ้มถึงสองครั้ง กับผู้ชายสองคน หญิงสาวได้แต่พูดคนเดียวในใจ

“เรียกดีๆ” ทหารหนุ่มสั่งเสียงเข้ม

“ก็ไปให้คู่หมั้นของนายเรียกสิ เฉวียนเกอคะ เฉวียนเกอขา จะอ้วก” พูดจบก็ดิ้น ตีขาไปมาจนเขาต้องวางลงอย่างช่วยไม่ได้

ทันทีีที่เท้าถึงพื้น เธอก็รีบกะเผลกตัวเองขึ้นไปยังห้องส่วนตัวทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มสับสนมึนงงกับท่าทางเฉยเมย แล้วก็ทำท่าทางรังเกียจเขาแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

“อย่าไปถือสาเลยนะ น้าจะขึ้นไปคุยกับเหยาเหยาเอง ว่าแต่ทำไมทั้งสองถึงมาด้วยกันได้ล่ะ” แม่เวินถาม มองหน้าลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองที่ก้มหน้าไม่ยอมพูดจา ในใจท่านก็รู้สึกสับสนกับการกระทำของลูกสาว ทั้งที่บอกว่าไม่คิดจะแย่งคู่หมั้นของน้องสาว แต่ทำไมทุกครั้งถึงได้เห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกันตลอด

“ไม่มีอะไรหรอกครับ เมื่อเช้าผมไปส่ง ตอนเย็นก็ต้องไปรับกลับก็แค่นั้นเอง อีกอย่างก่อนมาที่นี่ก็แวะรับเหยาเหยาแล้วแต่เธอปฏิเสธ” ซ่งเฉวียนอธิบาย

“อย่างนั้นเหรอ ถ้างั้นก็ขอบใจหลานมากนะ ฉีฉี พาเก้อเกอไปนั่งพักเถอะ แม่จะไปดูเหยาเหยาสักหน่อย”

เวินฉีฉีหน้าชา ไม่คิดว่าผู้เป็นแม่จะพูดแบบนี้กับตนเอง แต่ก็พยักหน้ารับ ยอมเดินนำไปยังห้องรับแขก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   159

    มกราคม1989ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล อาการป่วยของหยงจวิ้นเจี๋ยดีขึ้นตามลำดับ แม้ว่าเขายังต้องกายภาพทุกวันและอยู่ในความดูแลของนักกายภาพ คุณย่าหยงกับพ่อหยงก็กลับเซินเจิ้นไปได้สักพักแล้วเสียงถอนหายใจแรงของคนป่วย เขาออกจากโรงพยาบาลได้เกือบเดือนแล้ว อาการป่วยภายนอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แผลถลอกตามตัวตกสะเก็ดและหายเกือบหมดแล้ว จะมีก็แต่ที่หลังที่ได้รับการผ่าตัดถึงสองครั้ง“โถ่เว้ย” เสียงสบถของคนป่วยดังขึ้นวันนี้ก็เหมือนทุกวัน ที่นักกายภาพและพยาบาลส่วนตัวจะมาช่วยเขากายภาพ ฝึกเดิน เพราะตอนนี้เขายังต้องนั่งรถเข็นอยู่ อีกทั้งที่เอวยังต้องใส่ที่ช่วยพยุงหลังเพราะยังมีเหล็กดามหลังอยู่“เกิดอะไรขึ้นคะ” เหยาเหยาที่กำลังจะออกไปตรวจงานเหมือนทุกวัน ได้ยินเสียงสามีก็รีบวิ่งออกมาดู“คะ คุณนาย” พยาบาลสาวเห็นเหยาเหยาเดินเข้ามาก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พวกเธอไม่สามารถทนรับแรงกดดันจากท่านนายพลหนุ่มคนนี้ได้ เขาโหดเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว“ไปเตรียมยาเถอะ ฉันจัดการเอง”ไม่ใช่ครั้งแรกที่จวิ้นเจี๋ยใส่อารมณ์ และทุกครั้งก็จะเป็นเธอที่เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ แต่ว่าครั้งนี้ต่างออกไป คนป่วยนั่งบนรถเข็น สีหน้าเรียบเฉย ต่า

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   158

    เมื่อไปถึงโรงพยาบาลทหาร กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศอันตึงเครียดปกคลุมไปทั่วโถงทางเดิน เหยาเหยาเดินตรงไปยังหน้าห้องฉุกเฉินด้วยหัวใจที่บีบคั้นเจ้าหน้าที่ให้เธอเซ็นเอกสารสำหรับการรักษา ทั้งนี้ก็เพื่อหาเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้น เธอจะไม่เรียกร้องหรือเอาผิดกับทางโรงพยาบาล ในใจของเธอตอนนี้ขอแค่แพทย์และพยาบาลรักษาสามีอย่างเต็มที่ก็พอแล้วเหยาเหยานั่งรอหน้าห้องผ่าตัดไม่ยอมเคลื่อนย้ายไปไหน แม้ว่าเถาฮวากับถิงโจวจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอนอนพัก เพราะการผ่าตัดตอนนี้ใช้เวลาไปนานเกือบ 5 ชั่วโมง ตั้งแต่ค่ำจนกระทั่งเกือบเที่ยงคืนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จ“เจี๋ย พูดอะไรหน่อยสิครับ” ถิงโจวตาแดงก่ำ มองพี่สาวที่เอาแต่นั่งเหม่อไม่ยอมพูดจา แต่น้ำตากลับไหลอาบสองแก้มไม่หยุด เขาเห็นแล้วก็รู้สึกปวดใจ“คุณหนู อย่าเป็นแบบนี้เลยนะคะ พี่ใจจะขาดอยู่แล้ว” เถาฮวาร้องไห้ยิ่งกว่าเจ้านายของเธอเสียอีก เวลาที่คุยกันไม่มีคนอื่น ทั้งสองจะพูดคุยเสมือนเป็นพี่น้องกันไม่มีผิด“….”เหยาเหยาอ้าปาก พยายามเค้นเสียงออกจากลำคอ แต่ก็จนใจที่เธอจุกจนพูดไม่ออก อาการเบื้องต้นที่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นแทบไม่มีหวังว่าสามีจะกลับมาได้ คง

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   157

    เมษายน 1988ลมฤดูใบไม้ผลิในเมืองหลวงเริ่มพัดเอาความแห้งแล้งออกไป แทนที่ด้วยกลิ่นอายของดอกไม้นานาพันธุ์ แต่ในเรือนสี่ประสานบรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยแผนการใหญ่ที่ร้อนแรงยิ่งกว่า"ประกาศอย่างเป็นทางการมาแล้วเหรอคะ"“อืม” จวิ้นเจี๋ยวางหนังสือพิมพ์รายวันลงบนโต๊ะ พาดหัวข่าวระบุชัดเจนถึงการยกฐานะไหหลำขึ้นเป็นมณฑล และเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วยเหยาเหยาได้รับการยืนยันแล้วก็ดวงตาเป็นประกาย "นี่คือขุมทองที่แท้เลยก็ว่าได้นะคะ ได้ยินที่ปรึกษาหลินบอกว่าต่อไปที่นั่นจะเป็นฮาวายแห่งตะวันออก ใครที่มีที่ดินริมหาดได้ก่อน คนนั้นคือผู้ชนะในทศวรรษหน้า"จวิ้นเจี๋ยนิ่งคิด ภรรยาเอ่ยปากออกมาแบบนี้ คงไม่แคล้วต้องไปกว้านที่ที่ดินแถวไหหลำอีกเป็นแน่ เหมือนกับที่หนานซานและเกาะฮ่องกงที่เธอไปมาแล้ว เขารู้ดีว่าการขยับตัวครั้งนี้ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และที่สำคัญต้องมีคนที่ไว้ใจได้"ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ ฉันจะถอนเงินปันผลที่ทำกำไรได้ในเซี่ยงไฮ้ และจะโยกเงินส่วนตัวของฉันอีกสมทบเข้าไป" เหยาเหยาพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ฉันจะส่งโทรเลขหาคุณพ่อที่เซินเจิ้นก่อน ให้ท่านเป็นธุระล่องใต้ลงไปที่ไหหลำด่วนที่สุด"จ

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   156

    เวินฉีฉีกับสามีย้ายไปอยู่กับแม่หยางที่บ้าน เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เธอได้มาเหยียบที่นี่ ซึ่งต้องยอมรับว่าต่างจากที่เธอคิดเอาไว้มาก เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้แม่หยางขึ้นชื่อว่าร่ำรวยอันดับต้นๆ ของเมืองเป่ย แต่ใครจะไปคิดว่าท่านจะติดดินได้ขนาดนี้“อยู่ได้หรือเปล่า” แม่หยางถามลูกสาวลูกเขย“คุณตารู้หรือเปล่าว่าแม่อยู่บ้านหลังเล็กแบบนี้” เวินฉีฉีถูกความสบายและสวมบทบาทลูกหลานผู้ดีมาหลายปี ทำให้เธอลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ตัวเองกินอยู่ยังไงต่างจากเฉินอวี้ เขาเป็นคนเซี่ยงไฮ้โดยกำเนิด รสนิยมของเขาเป็นคนสมัยใหม่ แต่เพราะมีลูกค้าหลากหลายอาชีพ เพราะฉะนั้นวิสัยทัศน์เขาจึงกว้างกว่าฉีฉีมากแม้ว่าบ้านหลังนี้จะดูเล็กเมื่อเทียบกับคฤหาสน์ตระกูลเวิน แต่เมื่อเข้ามาข้างในบ้าน ถึงได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเศรษฐีตัวจริง“ผมอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้” ชายหนุ่มรีบพูดเอาใจแม่ยาย“ดี ที่นี่ไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน ต้องทำงานถึงจะมีเงินใช้ มีข้าวกิน โตกันจนอายุปูนนี้แล้วจะอยู่บ้านเฉยๆ เหมือนเมื่อก่อนก็คงไม่ได้แล้ว”“ใครจะให้นายมาอยู่ด้วยไม่ทราบ" เวินฉีฉีถลึงตาใส่เฉินอวี้“ยังต้องรอให้ใครอนุญาตอีกเหรอ” แม่หยางถามกลับลูกสาว ทำเอา

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   155

    เฉินอวี้เหมือนคนจนตรอก เขาสูญเสียทุกอย่างไปก็เพราะเวินฉีฉี เพราะฉะนั้นจะให้เขาปล่อยหล่อนไปมีความสุข แล้วตัวเองต้องใช้ชีวิตแบบตกต่ำก็คงจะเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายก็ตัดสินใจมาหาเธอที่เมืองเป่ยการที่เขาจะหาว่าบ้านของผู้บัญชาการสูงสุดอยู่ที่ไหนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การที่จะเข้าไปถึงตัวของคนเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมียามเฝ้าหน้าประตูอย่างแน่นหนา เขาไม่มีมีแม้แต่โอกาสจะได้เห็นด้วยซ้ำว่าประตูบ้านของพวกเขาสีอะไรแต่แล้วเหมือนสวรรค์จะเห็นใจในความพยายาม เมื่อรถยนต์คันหรูกำลังขับออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ นั่นก็คือเวินถิงโจว เขาเพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านและกำลังจะขับรถกลับเมืองหลวง ทว่ากลับมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งขวางหน้ารถเขาเอาไว้เสียก่อนอยู่ที่เมืองหลวง ถิงโจวมักจะไปฝากท้องที่เรือนสี่ประสานของพี่สาว แล้วก็เล่นกับหลานสาวอยู่บ่อยๆ ได้ยินชื่อเฉินอวี้อยู่บ่อยครั้ง แล้วก็รู้ด้วยว่าเขากำลังคบกับเวินฉีฉีอยู่เสียงรถยนต์เบรกเสียงดัง ทำเอายามเฝ้าหน้าประตูตกใจ รีบปรี่เข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ยังดีที่ถิงโจวเบรกได้ทัน ไม่อย่างนั้นเฉินอวี้อาจจะถูกเขาชนไปแล้ว“อยากตายหรือไง” ประโยคนี้ถิงโจวไม่ได้เป็นคนพูด แต่กลั

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   154

    ทางด้านพ่อเวินแม้ปากจะบอกว่ายกให้คุณย่าเวินจัดการ แต่ถึงยังไงท่านก็ยังอยากได้ที่ดินกลับคืนมา แต่จะเอาเงินจากไหนมากมายขนาดนั้น“ลองไปให้แม่ของหล่อนช่วยดีไหมคะ อย่างน้อยๆ ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน” คุณนายเวินบอกกับสามีพ่อเวินได้ยินก็ชะงักไป นึกถึงใบหน้าอ่อนหวานของอดีตภรรยาแล้วก็พลอยทำให้หัวใจเต้นแรง ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าอยากจะไปเยี่ยม แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปในฐานะอะไร ครั้งนี้มีโอกาสแล้วท่านจึงรีบคว้าเอาไว้“อืม คุณพูดมีเหตุผล”“งั้นฉันจะไปเป็นเพื่อน”“ไม่ต้องหรอก” พ่อเวินรีบปฏิเสธ แต่พอเห็นหน้าจับผิดของภรรยาเด็กก็รีบแก้ต่างให้ตัวเองว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อีกอย่างเรากำลังจะไปขอความช่วยเหลือ ถ้าเกิดหล่อนเห็นหน้าคุณที่เป็นภรรยาใหม่ ก็อาจจะเปลี่ยนใจไม่ช่วย”“ทำไมละคะ ในเมื่อตอนนั้นหล่อนหย่ากับคุณไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาหึงหวงคุณอีก” สามีไปเจออดีตภรรยา ใครจะทำใจกว้างได้บ้าง“ไม่ใช่แบบนั้น ผมแค่คิดว่าเรากำลังจะไปเอาจากเขา ก็ควรทำทุกอย่างให้อีกฝ่ายพอใจมากที่สุด วางใจเถอะ ทั้งแก่แล้วก็พิการ ผมไม่มีทางกลับไปกินของเก่าแน่นอน”ก่อนไปพ่อเวินก็ทำให้ภรรยาเด็กมั่นใจเสียก่อน ว่าท่านจะไม่วอกแวก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status