แชร์

3

ผู้เขียน: Scince
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-02 10:52:35

เมื่อถึงมหาวิทยาลัย คนแรกที่วิ่งเข้ามาหาเวินเหยาเหยาก็คือ ซ่งหมิงอี้ ลูกพี่ลูกน้องของซ่งเฉวียน แล้วก็เป็นเพื่อนเล่นตั้งแต่เด็กด้วย

“เหยาเหยาในที่สุดเธอก็มาเรียนสักที รู้หรือเปล่าว่าฉันไม่มีคู่ซ้อมเต้นเลยให้ตายเถอะ” หญิงสาววิ่งเข้ามาจับมือของอีกฝ่ายแกว่งไปมาทั้งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ถึงจะรู้ว่าแกล้งทำแต่เธอกลับรู้สึกว่าน่ารัก เพราะในชาติก่อน คนที่จริงใจกับเธอมีซ่งหมิงอี้คนนี้เข้ามาด้วย

“เอาล่ะๆ ไม่ใช่ว่าฉันมาแล้วเหรอ เร็วเข้ารีบเข้าห้องเรียนเถอะ ฉันไม่ได้ซ้อมหลายวันคันไม้คันมือจะแย่”

สองสาวเดินจับมือกันเข้าไปในห้องเรียน โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ายังมีรถคันหนึ่งจอดดูอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก

“คุณชายออกรถเลยไหมครับ” คนรถถามเสียงกล้าๆ กลัว เพราะเห็นเจ้านายกำลังนั่งมองคุณหนูใหญ่เวินไปจนลับสายตา

“อืม”

ขณะที่กำลังซ้อมเต้นกันอยู่นั้น ซ่งหมิงอี้ก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน เพราะเธอซ้อมเต้นแบบไม่หยุดพักมาเกือบ 5 ชั่วโมงแล้ว

“ไอหยา..เหยาเหยา เธอเก็บกดมาจากไหน ฉันปวดตัวจะแย่แล้ว” หญิงสาวทนไม่ไหว นั่งลงกับพื้นแล้วใช้กำปั้นทุบขาตัวเองเพื่อคลายความปวดเมื่อย

“โทษที พักไปหลายวันอยากยืดเส้นหน่อยน่ะ”

“ไม่เอาแล้วไม่เต้นแล้ว ไปเดินห้างคลายเครียดดีกว่า เมื่อเช้าต้าเกอมาส่งฉันบอกว่าจะพาเธอไปเลี้ยงปลอบใจที่หายป่วย เขาเลยให้เงินฉันมานิดหน่อย” หญิงสาวหยิบเงินในปึกหนาในกระเป๋าให้มาอวด

“จื้อหมิงเกอน่ะเหรอ เขากลับมาจากทางใต้แล้วเหรอ” หญิงสาวขมวดคิ้วนึกถึงหน้าอีกคน

ซ่งจื้อหมิง เป็นพี่ชายของซ่งเฉวียน ความจริงซ่งเฉวียนควรจะเป็นลูกชายคนเดียว ทว่าตอนที่เขาอายุ 10 ขวบ กลับมีพี่ชายต่างแม่โผล่มา แล้วก็ยังเป็นลูกนอกสมรสของลุงซ่งอีกด้วย

“กลับมาแล้ว ได้ยินว่าทำกำไรให้ตระกูลซ่งมหาศาลเลยล่ะ ก่อนหน้านี้มีแต่คนค้านเรื่องที่เขาไปขุดทองทางใต้ แต่กลายเป็นว่าแค่ไม่กี่ปีเขากลับนำความร่ำรวยมาสู่ตระกูล จนลุงใหญ่มอบหมายให้นั่งเก้าอี้ประธานแทนเฉวียนเกอแล้ว เหยาเหยาเธอควรบอกคู่หมั้นของเธอให้รีบหน่อย ไม่ใช่มัวแต่รักชาติรับเงินเดือนไม่กี่หยวน” ซ่งหมิงอี้นึกถึงพี่ชายอีกคนก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

“ใช่คู่หมั้นฉันที่ไหนกันล่ะ เธอก็รู้ว่าฉัน”

“ไอหยา..ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ ฉันรู้แค่ว่าคุณหนูใหญ่เวินที่โตมากับฉันตั้งแต่เด็กก็คือเธอ เพราะฉะนั้นคนที่จะมาเป็นพี่สะใภ้รองของฉันก็ต้องเป็นเธอคนเดียวเท่านั้น ไปเถอะป่านนี้น่าจะมีคนมารับเราแล้ว”

พูดจบทั้งสองก็เปลี่ยนชุดเพื่อกลับบ้าน แต่เมื่อออกมาถึงหน้าตึกกลับพบว่าคนที่มารับไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นซ่งเฉวียนนั่นเอง

“เฉวียนเกอ” หมิงอี้โบกมือให้พี่ชาย

“อือ” ซ่งเฉวียนพยักหน้า ทิ้งบุหรี่ที่เพิ่งสูบในมือทิ้งไป

“ไปห้างฝรั่งก่อนนะคะ ฉันนัดกับเหยาเหยาแล้วว่าจะไปเลี้ยงข้าว” หมิงอี้ปากก็พูดเจื้อยแจ้ว ไม่ทันมองว่าข้างในรถยังมีอีกคนที่นั่งอยู่ “เธอมาได้ยังไง”

“หมิงอี้” ซ่งเฉวียนเอ่ยเตือนน้องสาว

ต่างจากเหยาเหยาที่รู้อยู่ก่อนแล้วว่าใครอยู่ในรถ ชาติที่แล้วก็แบบนี้ ก่อนที่เขาจะมารับเธอ กลับไปรับเวินฉีฉีก่อน บอกว่าเป็นทางผ่านเลยแวะรับจะได้ไม่เสียเวลา แล้วก็พาเธอไปเลี้ยงเพื่อปลอบใจที่หายป่วย

“เธอไปเถอะ ฉันรับปากแม่เอาไว้แล้วว่าวันนี้จะกลับเร็วไปอยู่เป็นเพื่อน” เหยาเหยาพูดขึ้น ไม่แม้แต่จะมองหน้าคนมารับ ทั้งที่เขารอเปิดประตูรถให้เธออยู่

“เหยาเหยา ฉันรู้ว่าเธอโกรธ แต่อย่าให้ทันมากเกินไปนัก” ซ่งเฉวียนทนเก็บอารมณ์ไม่ไหว ตั้งแต่เมื่อเช้าที่เขารู้สึกขายหน้า เธอทำเหมือนกับว่าเขาไม่มีตัวตน

“โกรธ ฉันจะโกรธเรื่องอะไรละคะ” เธอแสยะยิ้มถามอีกฝ่าย

“ฉันก็บอกไปแล้วว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ฉีฉีอยู่ใกล้มือมากกว่าก็แค่นั้นเอง” ชายหนุ่มพยาบาลอธิบายอย่างใจเย็น

เขากำลังอธิบายเหตุการณ์ที่เธอเพิ่งตกน้ำไปก่อนหน้านั้น เธอยอมรับว่าตั้งใจผลักเวินฉีฉีให้ตกน้ำ แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกันตัวเองถึงได้ตกน้ำแทน และเพราะซ่งเฉวียนคว้าเอวของฉีฉีเอาไว้ได้ หล่อนเลยไม่ได้ตกน้ำตามมาด้วย และนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาคิดว่าเธอโกรธและเมินเขาอยู่ในตอนนี้

“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ มีคำไหนบ้างที่ฉันบอกว่าโกรธ ฉันแค่บอกว่ารีบกลับไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ก็เท่านั้น” ชาติที่แล้วเธอละเลยแม่จนทำให้ท่านป่วยใจ ชาตินี้เธอจะไม่มีวันทำแบบนั้นอีก

“ได้ ไม่โกรธก็ไม่โกรธ ทีนี้จะเอายังไง คนอื่นกำลังจะไม่ได้กินข้าวเพราะเธอจะกลับบ้าน” นายทหารหนุ่มระเบิดอารมณ์ เขายกมือแบบยอมแพ้ เพราะไม่รู้จะทำยังไง

“ทำไมถึงกินไม่ได้ ฉันไปอุดปากพวกคุณไว้เหรอ” เหยาเหยาถามกวนกวน

“เหยาเหยา” เขาพูดเสียงต่ำ

“เฉวียนเกอ ฉันนึกได้ว่ามีธุระพอดี ขอลงตรงนี้เลยก็แล้วกันนะคะ” เวินฉีฉีเปิดประตูออกมา รู้ดีเต็มอกว่าการที่น้องสาวไม่ยอมไปนั้นเป็นเพราะตัวเอง

“ธุระอะไร ถ้ารู้ว่ามีธุระจะมาทำไมตั้งแต่แรก” เหยาเหยาหันไปถาม เธอกอดอกถามอย่างไม่สะทกสะท้าน

“เหยาเหยาช่างหล่อนเถอะ พวกเราขึ้นรถกันเถอะฉันหิวจนตาลายแล้ว” หมิงอี้โผล่หน้ามาเร่ง เพราะทั้งสองคุยกันไม่จบสักที

“ขอโทษนะหมิงอี้ วันนี้ไม่ได้จริงๆ เอาไว้ครั้งหน้านะฉันเลี้ยงเธอเอง”

พูดจบหญิงสาวก็ผลักพี่สาวเข้าไปในรถตามเดิม ปิดประตูเสียงดังโดยไม่สนใจว่าจะโดนอีกฝ่ายหรือเปล่า และการกระทำที่ไม่น่ารักของเธอนี้ทำให้ซ่งเฉวียนโกรธ แล้วทิ้งเธอไว้ที่มหาวิทยาลัยคนเดียว

หญิงสาวมองรถคันหรูที่เคยนั่ง แล่นออกไปจนลับตา รู้แสบจมูกนิดๆ นึกถึงความเฉยชาที่เขาทำกับเธอในชาติก่อน น้ำตาที่เหมือนจะไหลก็หายเหือดไปจนหมด แทนที่ด้วยความแค้นที่เริ่มสะสมมาทีละน้อยแทน

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ก็เห็นผู้เป็นแม่นั่งรถเข็นรอที่ลานหน้าบ้าน คิดไม่ผิดจริงๆ ที่รีบกลับบ้าน พอเห็นหน้าผู้เป็นแม่ก็ส่งยิ้มไปให้

“ทำไมออกมาตากลมข้างนอกละคะ” หญิงสาวเดินเข้าไป พร้อมทั้งย่อเข่าลงข้างรถเข็น แต่อาจจะเพราะเดินไประยะทางไกล ทำให้ขาอ่อนแรงล้มลงกับพื้น

“ตายแล้วคุณหนู" แม่บ้านที่ยืนข้างๆ ร้องตกใจเมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ล้มพับ

“เหยาเหยา” แม่เวินเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

หญิงสาวหัวเราะเบาๆ กับความอ่อนแอของตัวเอง “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นอนซมอยู่หลายวันเลยนึกคึกอยากเดินออกกำลังกายน่ะ” เธอพูดติดตลก

“เก้าอี้ที่บ้านไม่มีให้นั่งแล้วเหรอ” แต่แล้วเสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น

หญิงสาวหันไปมองก็สบตาเข้ากับเจ้าของใบหล่อเหลา เครื่องหน้าของชัด ผิวติดคล้ำไปสักหน่อย อาจจะเพราะเดินเรือเป็นเวลานาน ปกติซ่งจื้อหมิงจะเป็นคนผิวขาวและเจ้าสำอางมาก จนสาวๆ ทั่วเมืองเป่ยยกให้เป็นผู้ชายเจ้าสำราญที่พร้อมพลีกายให้กับเขาเลยก็ว่าได้

“เปล่าสักหน่อย” ตอนเด็กๆ เธอเองไม่ชอบเขา เพียงเพราะว่าซ่งเฉวียนไม่ชอบ แต่ตอนนี้ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องวางตัวเป็นศัตรูกับคนที่ขึ้นชื่อว่ามีอิิทธิพลที่สุดในเมืองเป่ย ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร

“หึ” เขาแสยะยิ้ม เดินเข้ามาใกล้แล้วช้อนเธอขึ้นจนตัวลอย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมฝรั่งผสมกับกลิ่นบุหรี่ทำให้เธอเผลอสูดดมอย่างลืมตัว “ยัยหมูอ้วน” เขากระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน

“นี่” คำว่าอ้วนเป็นคำต้องห้ามสำหรับผู้หญิง เพราะตอนเด็กๆ เธอก็เคยถูกเขาเรียกแบบนี้ แล้วก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เธอเรียนเต้น เพราะต้องการรักษารูปร่างตัวเองให้ดูดี ไม่ให้ใครมาว่าได้อีก

“ไอหยา…เหยาเหยา อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวก็หลุดมือพี่เขาหรอก” แม่เวินที่ถูกเข็นตามหลังมาเห็นลูกสาวดิ้นก็กลัวว่าจะหลุดมือเลยเอ่ยเตือน

“นั่นสิเม่ยเมย ถ้าหลุดมือขึ้นมาตี้ตีของฉันอาจจะมาโทษว่าไม่ดูแลคู่หมั้นของเขาให้ดี”

เหยาเหยาอ้าปากค้างกับการตีสองหน้าเก่งของผู้ชายคนนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   159

    มกราคม1989ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล อาการป่วยของหยงจวิ้นเจี๋ยดีขึ้นตามลำดับ แม้ว่าเขายังต้องกายภาพทุกวันและอยู่ในความดูแลของนักกายภาพ คุณย่าหยงกับพ่อหยงก็กลับเซินเจิ้นไปได้สักพักแล้วเสียงถอนหายใจแรงของคนป่วย เขาออกจากโรงพยาบาลได้เกือบเดือนแล้ว อาการป่วยภายนอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แผลถลอกตามตัวตกสะเก็ดและหายเกือบหมดแล้ว จะมีก็แต่ที่หลังที่ได้รับการผ่าตัดถึงสองครั้ง“โถ่เว้ย” เสียงสบถของคนป่วยดังขึ้นวันนี้ก็เหมือนทุกวัน ที่นักกายภาพและพยาบาลส่วนตัวจะมาช่วยเขากายภาพ ฝึกเดิน เพราะตอนนี้เขายังต้องนั่งรถเข็นอยู่ อีกทั้งที่เอวยังต้องใส่ที่ช่วยพยุงหลังเพราะยังมีเหล็กดามหลังอยู่“เกิดอะไรขึ้นคะ” เหยาเหยาที่กำลังจะออกไปตรวจงานเหมือนทุกวัน ได้ยินเสียงสามีก็รีบวิ่งออกมาดู“คะ คุณนาย” พยาบาลสาวเห็นเหยาเหยาเดินเข้ามาก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พวกเธอไม่สามารถทนรับแรงกดดันจากท่านนายพลหนุ่มคนนี้ได้ เขาโหดเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว“ไปเตรียมยาเถอะ ฉันจัดการเอง”ไม่ใช่ครั้งแรกที่จวิ้นเจี๋ยใส่อารมณ์ และทุกครั้งก็จะเป็นเธอที่เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ แต่ว่าครั้งนี้ต่างออกไป คนป่วยนั่งบนรถเข็น สีหน้าเรียบเฉย ต่า

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   158

    เมื่อไปถึงโรงพยาบาลทหาร กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศอันตึงเครียดปกคลุมไปทั่วโถงทางเดิน เหยาเหยาเดินตรงไปยังหน้าห้องฉุกเฉินด้วยหัวใจที่บีบคั้นเจ้าหน้าที่ให้เธอเซ็นเอกสารสำหรับการรักษา ทั้งนี้ก็เพื่อหาเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้น เธอจะไม่เรียกร้องหรือเอาผิดกับทางโรงพยาบาล ในใจของเธอตอนนี้ขอแค่แพทย์และพยาบาลรักษาสามีอย่างเต็มที่ก็พอแล้วเหยาเหยานั่งรอหน้าห้องผ่าตัดไม่ยอมเคลื่อนย้ายไปไหน แม้ว่าเถาฮวากับถิงโจวจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอนอนพัก เพราะการผ่าตัดตอนนี้ใช้เวลาไปนานเกือบ 5 ชั่วโมง ตั้งแต่ค่ำจนกระทั่งเกือบเที่ยงคืนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จ“เจี๋ย พูดอะไรหน่อยสิครับ” ถิงโจวตาแดงก่ำ มองพี่สาวที่เอาแต่นั่งเหม่อไม่ยอมพูดจา แต่น้ำตากลับไหลอาบสองแก้มไม่หยุด เขาเห็นแล้วก็รู้สึกปวดใจ“คุณหนู อย่าเป็นแบบนี้เลยนะคะ พี่ใจจะขาดอยู่แล้ว” เถาฮวาร้องไห้ยิ่งกว่าเจ้านายของเธอเสียอีก เวลาที่คุยกันไม่มีคนอื่น ทั้งสองจะพูดคุยเสมือนเป็นพี่น้องกันไม่มีผิด“….”เหยาเหยาอ้าปาก พยายามเค้นเสียงออกจากลำคอ แต่ก็จนใจที่เธอจุกจนพูดไม่ออก อาการเบื้องต้นที่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นแทบไม่มีหวังว่าสามีจะกลับมาได้ คง

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   157

    เมษายน 1988ลมฤดูใบไม้ผลิในเมืองหลวงเริ่มพัดเอาความแห้งแล้งออกไป แทนที่ด้วยกลิ่นอายของดอกไม้นานาพันธุ์ แต่ในเรือนสี่ประสานบรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยแผนการใหญ่ที่ร้อนแรงยิ่งกว่า"ประกาศอย่างเป็นทางการมาแล้วเหรอคะ"“อืม” จวิ้นเจี๋ยวางหนังสือพิมพ์รายวันลงบนโต๊ะ พาดหัวข่าวระบุชัดเจนถึงการยกฐานะไหหลำขึ้นเป็นมณฑล และเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วยเหยาเหยาได้รับการยืนยันแล้วก็ดวงตาเป็นประกาย "นี่คือขุมทองที่แท้เลยก็ว่าได้นะคะ ได้ยินที่ปรึกษาหลินบอกว่าต่อไปที่นั่นจะเป็นฮาวายแห่งตะวันออก ใครที่มีที่ดินริมหาดได้ก่อน คนนั้นคือผู้ชนะในทศวรรษหน้า"จวิ้นเจี๋ยนิ่งคิด ภรรยาเอ่ยปากออกมาแบบนี้ คงไม่แคล้วต้องไปกว้านที่ที่ดินแถวไหหลำอีกเป็นแน่ เหมือนกับที่หนานซานและเกาะฮ่องกงที่เธอไปมาแล้ว เขารู้ดีว่าการขยับตัวครั้งนี้ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และที่สำคัญต้องมีคนที่ไว้ใจได้"ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ ฉันจะถอนเงินปันผลที่ทำกำไรได้ในเซี่ยงไฮ้ และจะโยกเงินส่วนตัวของฉันอีกสมทบเข้าไป" เหยาเหยาพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ฉันจะส่งโทรเลขหาคุณพ่อที่เซินเจิ้นก่อน ให้ท่านเป็นธุระล่องใต้ลงไปที่ไหหลำด่วนที่สุด"จ

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   156

    เวินฉีฉีกับสามีย้ายไปอยู่กับแม่หยางที่บ้าน เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เธอได้มาเหยียบที่นี่ ซึ่งต้องยอมรับว่าต่างจากที่เธอคิดเอาไว้มาก เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้แม่หยางขึ้นชื่อว่าร่ำรวยอันดับต้นๆ ของเมืองเป่ย แต่ใครจะไปคิดว่าท่านจะติดดินได้ขนาดนี้“อยู่ได้หรือเปล่า” แม่หยางถามลูกสาวลูกเขย“คุณตารู้หรือเปล่าว่าแม่อยู่บ้านหลังเล็กแบบนี้” เวินฉีฉีถูกความสบายและสวมบทบาทลูกหลานผู้ดีมาหลายปี ทำให้เธอลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ตัวเองกินอยู่ยังไงต่างจากเฉินอวี้ เขาเป็นคนเซี่ยงไฮ้โดยกำเนิด รสนิยมของเขาเป็นคนสมัยใหม่ แต่เพราะมีลูกค้าหลากหลายอาชีพ เพราะฉะนั้นวิสัยทัศน์เขาจึงกว้างกว่าฉีฉีมากแม้ว่าบ้านหลังนี้จะดูเล็กเมื่อเทียบกับคฤหาสน์ตระกูลเวิน แต่เมื่อเข้ามาข้างในบ้าน ถึงได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเศรษฐีตัวจริง“ผมอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้” ชายหนุ่มรีบพูดเอาใจแม่ยาย“ดี ที่นี่ไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน ต้องทำงานถึงจะมีเงินใช้ มีข้าวกิน โตกันจนอายุปูนนี้แล้วจะอยู่บ้านเฉยๆ เหมือนเมื่อก่อนก็คงไม่ได้แล้ว”“ใครจะให้นายมาอยู่ด้วยไม่ทราบ" เวินฉีฉีถลึงตาใส่เฉินอวี้“ยังต้องรอให้ใครอนุญาตอีกเหรอ” แม่หยางถามกลับลูกสาว ทำเอา

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   155

    เฉินอวี้เหมือนคนจนตรอก เขาสูญเสียทุกอย่างไปก็เพราะเวินฉีฉี เพราะฉะนั้นจะให้เขาปล่อยหล่อนไปมีความสุข แล้วตัวเองต้องใช้ชีวิตแบบตกต่ำก็คงจะเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายก็ตัดสินใจมาหาเธอที่เมืองเป่ยการที่เขาจะหาว่าบ้านของผู้บัญชาการสูงสุดอยู่ที่ไหนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การที่จะเข้าไปถึงตัวของคนเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมียามเฝ้าหน้าประตูอย่างแน่นหนา เขาไม่มีมีแม้แต่โอกาสจะได้เห็นด้วยซ้ำว่าประตูบ้านของพวกเขาสีอะไรแต่แล้วเหมือนสวรรค์จะเห็นใจในความพยายาม เมื่อรถยนต์คันหรูกำลังขับออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ นั่นก็คือเวินถิงโจว เขาเพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านและกำลังจะขับรถกลับเมืองหลวง ทว่ากลับมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งขวางหน้ารถเขาเอาไว้เสียก่อนอยู่ที่เมืองหลวง ถิงโจวมักจะไปฝากท้องที่เรือนสี่ประสานของพี่สาว แล้วก็เล่นกับหลานสาวอยู่บ่อยๆ ได้ยินชื่อเฉินอวี้อยู่บ่อยครั้ง แล้วก็รู้ด้วยว่าเขากำลังคบกับเวินฉีฉีอยู่เสียงรถยนต์เบรกเสียงดัง ทำเอายามเฝ้าหน้าประตูตกใจ รีบปรี่เข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ยังดีที่ถิงโจวเบรกได้ทัน ไม่อย่างนั้นเฉินอวี้อาจจะถูกเขาชนไปแล้ว“อยากตายหรือไง” ประโยคนี้ถิงโจวไม่ได้เป็นคนพูด แต่กลั

  • ขอโทษที...นางร้ายคนนี้ไม่คลั่งรักอีกต่อไป   154

    ทางด้านพ่อเวินแม้ปากจะบอกว่ายกให้คุณย่าเวินจัดการ แต่ถึงยังไงท่านก็ยังอยากได้ที่ดินกลับคืนมา แต่จะเอาเงินจากไหนมากมายขนาดนั้น“ลองไปให้แม่ของหล่อนช่วยดีไหมคะ อย่างน้อยๆ ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน” คุณนายเวินบอกกับสามีพ่อเวินได้ยินก็ชะงักไป นึกถึงใบหน้าอ่อนหวานของอดีตภรรยาแล้วก็พลอยทำให้หัวใจเต้นแรง ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าอยากจะไปเยี่ยม แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปในฐานะอะไร ครั้งนี้มีโอกาสแล้วท่านจึงรีบคว้าเอาไว้“อืม คุณพูดมีเหตุผล”“งั้นฉันจะไปเป็นเพื่อน”“ไม่ต้องหรอก” พ่อเวินรีบปฏิเสธ แต่พอเห็นหน้าจับผิดของภรรยาเด็กก็รีบแก้ต่างให้ตัวเองว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อีกอย่างเรากำลังจะไปขอความช่วยเหลือ ถ้าเกิดหล่อนเห็นหน้าคุณที่เป็นภรรยาใหม่ ก็อาจจะเปลี่ยนใจไม่ช่วย”“ทำไมละคะ ในเมื่อตอนนั้นหล่อนหย่ากับคุณไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาหึงหวงคุณอีก” สามีไปเจออดีตภรรยา ใครจะทำใจกว้างได้บ้าง“ไม่ใช่แบบนั้น ผมแค่คิดว่าเรากำลังจะไปเอาจากเขา ก็ควรทำทุกอย่างให้อีกฝ่ายพอใจมากที่สุด วางใจเถอะ ทั้งแก่แล้วก็พิการ ผมไม่มีทางกลับไปกินของเก่าแน่นอน”ก่อนไปพ่อเวินก็ทำให้ภรรยาเด็กมั่นใจเสียก่อน ว่าท่านจะไม่วอกแวก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status