แชร์

2 ไอ้พวกเฮงซวย

ผู้เขียน: loyalheart / ตัวม้วน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-21 16:06:07

การอดหลับอดนอนและร่างกายที่อิดโรยจากการโหมทำงานหามรุ่งหามค่ำมาเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายของเรนอ่อนแอไม่น้อย และเพิ่งจะมารู้ตัวเอาก็วันนี้ ภายใต้ความคับแคบท้ายรถ นอกจากกลิ่นอับชื้นและมวลอากาศที่แสนบางเบา ยังมีละอองฝุ่นเล็กๆ ที่เขาสูดเข้าปอดไปเต็มๆ ไม่นานก็ไอแล้วสำลักไม่หยุด เลือดกำเดากำลังไหลออกทางโพรงจมูกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเป็นตัวส่งสัญญาณว่าร่างกายของเขากำลังย่ำแย่

“ไม่ทันถึงมือนาย มึงก็ออกอาการขนาดนี้แล้ว” ไม่รู้ว่ามาถึงจุดหมายตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีเรนก็ถูกชายคนเดิมกระชากร่วงลงจากท้ายรถ

“แค่กๆ” เล่นยังคงสำลักน้ำลายตัวเองเป็นว่าเล่น กลิ่นคาวของเลือดกำเดาหยดอยู่ที่ปลายจมูก แม้จะปาดออก ก็ยังหยดลงพื้นราวกับน้ำกระฉอก”

“ให้มันไปเจอนายในสภาพนี้กูว่าไม่ดีแน่ เป็นโรคอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้ พวกมึงเอามันไปไว้ที่ห้องใต้ดินดีกว่า เดี๋ยวกูไปตามนายมาให้เอง” เรนจับใจความได้ว่าชายคนที่พูดชื่อ ‘สิงห์’ เพราะเขาเป็นคนตัดสินใจทุกอย่าง สิงห์บอกคนอื่นแบบนั้นก่อนที่จะแยกตัวเดินไปอีกทาง

เสียงของคนคุยกันดังพอที่จะทำให้เรนได้ยินทุกอย่าง ร่างกายของเขากำลังสั่นเทาอย่างที่ควบคุมไม่ได้ แม้แต่จะอ้าปากต่อเหมือนก่อนหน้าก็ดูจะยากลำบาก

ร่างของเขาถูกลากไปเหมือนกระสอบทราย แผ่นหลังถูไปกับพื้น จากพื้นราบเรียบสู่ขั้นบันได ทีละขั้นๆ จนกระทั่งถึงห้องใต้ดินที่ว่า

“เบาๆ ดิไอ้ห่า ขืนมันตายขึ้นมา มึงได้กินตีนนายแทนแน่ นายบอกให้จับเป็นนะไม่ใช่จับตาย”

“มันไม่ตายหรอกน่ะ อย่าไปหลงหน้าตามันเชียว แห้งๆ แบบนี้แหละแต่พิษสงรอบตัว เสียดายว่ะ ใช้หน้าตาผิดที่ผิดทางซะแล้วมึง”

สภาพของเรนนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น ดวงตาของเขาพร่ามัวแม้แต่เสียงก็ได้ยินไม่ถนัด ก่อนทุกอย่างจะมืดมิดลง

ซ่าาาาาา

ลืมตามาอีกทีเขาก็อยู่ในสภาพเปียกชุ่ม ห้องใต้ดินแห่งนี้ดูเหมือนจะมีความชื้นมากกว่าท้ายรถร้อยเท่า แค่ตัวถูกน้ำร่างกายของเขาก็เหมือนจะช็อกให้ได้ ร่างกายก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

เรนได้แต่สงสัยว่าเขาไปทำอะไรให้คนพวกนี้ แต่พอชื่อของคนรู้จักถูกเอ่ยถึงก็เริ่มเข้าใจ

“มันแสดงละครเก่งครับนาย แต่ที่เรารู้มามันคือเด็กไอ้ฟรานซ์เพื่อนไอ้จินไตย์ครับ” 

ฟรานซ์? เขาเนี่ยนะจะเป็นเด็กพี่ฟรานซ์ นั่นมันเพื่อนพี่ชายเขาต่างหาก ร้อยวันพันปีจะได้เจอที โยงกันไปได้ไง

“ออกไปก่อน”

“ครับนาย”

เสี่ยงทุ้มต่ำในลำคอฟังแล้วเย็นยะเยือก หลังจากที่ปรับโฟกัสสายตาได้ สิ่งแรกที่เรนทำก็คือเพ่งมองไปยังบุคคลชุดดำเบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ยืนปรายตามมองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ กรอบใบหน้าทั้งหูตาจมูกที่ได้สัดส่วนกลับชวนให้เรนมองอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตาเช่นกัน

นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่เรนได้เจอ ตอนเด็กเขาเคยถูกลักพาตัวอยู่บ่อยครั้ง ถ้าไม่ถูกแกล้งพาตัวไปขังไว้ในที่ลับตาคน ก็ถูกพาไปปล่อยที่ไหนสักที่ในป่า และทุกครั้งเขาก็พาตัวเองกลับออกมาได้แม้จะบาดเจ็บบ้างก็ไม่ตาย ครั้งนี้ก็เลยแค่คิดมันคงไม่ต่างกัน

“อลัน?” เสียงที่เปล่งออกมานั้นค่อนข้างแผ่วเบาจนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจเรียกเขาหรือว่าเผลออุทานออกมากันแน่

“ผมไม่ใช่อลัน คุณเป็นใคร พวกรับจ้างทวงหนี้เหรอ” เรนไม่ได้คิดจะล้อเล่น เขาเพียงแต่เดาสุ่มไปเรื่อยจากพฤติกรรมคนพวกนี้ เบื่อเต็มทนที่จะต้องคอยแก้ชื่อตัวเอง

อีกฝ่ายขยับตัวเล็กน้อยไม่ได้ตอบคำถามของเรน หากแต่ย่อตัวลงขยุ้มกลุ่มผมรั้งขึ้นจนเรนต้องยืดคอตาม ใบหน้าของเขาเหยเกเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจ

“จะบอกว่าคนของฉันทำงานพลาดงั้นสิ”

“ถ้าสายของคุณบอกว่าผมคืออลัน งั้นเขาควรถูกไล่ออก” เรนโต้ตอบทั้งที่ปากเริ่มสั่นจากน้ำเย็นที่ถูกสาดเข้าในในตอนแรก เขาไม่ได้ถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้เลย แต่กลับทำได้เพียงพยุงตัวเองเอาไว้ไม่ให้หน้าคะมำลงพื้นแค่นั้นราวกับเรี่ยวแรงที่มีมันหายไปหมด

“หืม สายงั้นเหรอ ฉันควรจะเรียกนายแบบนั้นมากกว่า” อีกฝ่ายเลิกคิ้วครางเสียงต่ำในลำคอ ยอมปล่อยมือออกจากเส้นผมของเรน เปลี่ยนมาเชยคางของเจ้าตัวก่อนจะบีบแก้มจนบุ๋มลงไปตามช่องปาก “พวกหนูสกปรกถ้ามันเข้าผิดที่ก็ต้องถูกกำจัด”

กริ๊ก!

อีกแล้ว ดูเหมือนอีกฝ่ายจะชักปืนออกมาควงเล่น คนพวกนี้มันเป็นบ้าอะไรกัน เอะอะก็ขู่ฆ่ากันลูกเดียว

“พูดบ้าอะไรของคุณ” เรนเค้นคำตอบด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง พยายามจะปัดมืออีกฝ่ายออก แต่แม้แต่แรงสะบัดหน้ายังไม่มี ทำได้แค่เถียงสู้เท่านั้น “ผมไปทำอะไรให้คุณ มีอะไรก็พูดมาตรงๆ อย่าทำเหมือนตัวเองมีอำนาจเหนือกฎหมายแล้วจะทำอะไรใครก็ได้” เรนเห็นภาพนี้มานักต่อนัก ทั้งพ่อและพี่ชายต่างก็พกปืนกันทุกคน ขนาดในเวลาปกติยังยกปืนขึ้นมาเล็งที่เขาราวกับนึกสนุก แค่นี้ไม่ได้ทำให้เขากลัวเลย

“รู้รึเปล่าว่าของที่นายถือเข้าร้านเป็นของผิดกฎหมาย”

“คุณรู้เหรอว่าของในกล่องนั่น...คืออะไร”

“นายถือมาเองกับมือมาถามอะไรฉัน”

“หึหึ” กลับเป็นเรนเองที่หัวเราะออกมาจนอีกฝ่ายเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยังคงปาดเอาคราบเลือดกำเดาที่เพิ่งจะหยุดไหลไปออกอย่างไม่รีบร้อน “มันก็แค่ตุ๊กตาหมีใส่คำพูดบอกรักตัวหนึ่งเอง ดูท่าคุณอาจจะต้องไล่ตัวเองออกด้วยละมั้งครับ...นาย”

ร่างสูงไม่ได้แสดงท่าทีตกใจ ท่าทีของเขายังคงนิ่งเฉย มีเพียงสายตาที่กำลังจดจ้องเรนแล้วเลือกจะปล่อยมือจากแก้มนิ่ม ขายาวสาวเท้าไปยังโต๊ะตัวหนึ่งที่วางกล่องของขวัญนั่น แล้วกระตุกปลายริบบิ้นเล็กน้อย ก็เปิดกล่องได้แล้ว

ด้านในเป็นตุ๊กตาหมีจริงๆ และมันก็พูดได้เพียงแค่กดปุ่มที่กลางลำตัวด้านหลัง

รักนะคะคนดี

 เรนคิดไว้อยู่แล้วว่ามันต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถึงได้หาของมาเปลี่ยนไส้ใน พี่ชายของเขาไม่ใช่คนซื่อตรงและพร้อมจะเสียสละทุกอย่างเพื่อความต้องการของตัวเอง และตอนนี้จินไตย์คงพร้อมที่จะสละชีวิตของเขาเต็มที ถึงได้เอาผงวิเศษสีขาวยัดไว้ในกล่องนั่น

แอรอนโยนตุ๊กตาตัวนั้นลงกล่องดังเดิม ตอนนี้เขาไม่ได้สนใจมันอีกแล้ว แต่หันหลังกลับเดินมายังตรงที่เรนประคองตัวเองนั่งอยู่ ก่อนที่เขาจะเตะเข้าที่กลางลำตัวของเรนอย่างแรงจนตัวกระตุก

อั่ก....!

เรนขดตัวกุมท้องไว้สำลักน้ำลายตัวเองตาแทบจะถลนออกจากเบ้า ความเจ็บนี้สะเทือนทั่วร่างใจจะขาดให้ได้

“ไอ้บ้าเอ๊ย! แค่ก ๆ เตะมาได้ ไม่ได้ดั่งใจ แค่ก...แล้วก็ลงไม้ลงมือ อึ่ก....ลูกน้องเป็นแบบไหน นายมันก็แบบนั้นสินะ” เขาพูดขณะที่ไอจนเสียงแตก

“แผนสกปรกของคนอย่างจินไตย์ทำไมฉันจะไม่รู้ ของนั่นอยู่ที่ไหน” แม้น้ำเสียงจะราบเรียบแต่การกระทำไม่ใช่เลย

“จับผิดคนแล้วยังไม่คิดจะขอโทษกันหน่อยเหรอ มาจับกระทั่งคนส่งของขวัญแล้วคิดจะยัดความผิดให้กัน แบบนี้น่ะเหรอที่ขาวสะอาด คุณมันก็สกปรกพอกัน”

 “ฉันไม่เคยว่าตัวเองขาวสะอาด แต่ก็ไม่คิดจะใช้วิธีสกปรกแบบที่พวกนายทำ”

“พวกงั้นเหรอ ผมไม่ใช่พวกใครทั้งนั้นแหละ คุณต่างหากที่กำลังทำเรื่องสกปรกอยู่ เลิกยัดเยียดความผิดให้คนอื่นได้แล้ว”

“นายนี่น่าสนใจดีนะ ไม่ค่อยเห็นใครปากดีทั้งที่รู้ว่าตัวเองจะโดนอะไร”

“ไอ้พวกบ้าอำนาจ เห็นชีวิตคนอื่นเป็นผักปลา คนอย่างคุณก็ไม่ต่างอะไรจากไอ้พี่ชายเฮงซวยของผมนักหรอก...แค่กๆ...”

“พี่ชาย? นายหมายถึงจินไตย์น่ะเหรอ”

“หึ ก็นับว่าฉลาด โอ๊ย!...” ฝ่ามือที่วางแนบพื้นถูกบดขยี้ด้วยรองเท้าหนังเงาวับ คราวนี้เรนรีบกัดฟันก้มหน้า กลืนเอาเสียงที่กำลังเล็ดรอดออกมาลงคอ จะให้พวกมันเห็นความอ่อนแอของเขาไม่ได้ ในเมื่อเขาเลือกแล้วที่จะไม่โยนชีวิตตัวเองให้อยู่ในกำมือใครอีก

“ไม่ยักรู้ว่าไอ้จินไตย์มีน้องชาย” สิงห์เอ่ยขึ้น หลายคนในนั้นก็ล้วนแต่คิ้วขมวดเป็นปม

ไม่แปลกเลยที่จะไม่มีใครจดจำเรนในฐานะลูกชายคนเล็กของตระกูลวินิชวาณิชย์ ตระกูลการเมืองที่มีอิทธิพลสูงในท้องถิ่นหรือที่เรียกว่า ‘บ้านใหญ่’ เพราะเขาไม่ได้ใช้นามสกุลฝั่งพ่อ แต่เป็นนามสกุลฝั่งแม่ ‘อนัยเรช’ ซึ่งไม่ว่าจะทำอะไรที่ไหน วินิชวาณิชย์จะออกตัวแทนเสมอ สถานะเรนของจึงไม่ต่างอะไรจากคนนอก

“นายคิดจะใช้ชื่อมันขู่ฉันรึไง”

“ผมยังไม่ได้เอ่ยชื่อเขาเลยสักคำ จะเอามาใช้ขู่คุณได้ยังไง หึ จะทำอะไรก็ทำสิ มัวแต่พล่ามอยู่ได้”

พูดดีด้วยก็เท่านั้น เรนเติบโตมาในครอบครัวที่สอนเขาให้เอาตัวรอดเองมาแต่ไหนแต่ไร ถึงจะอ้อนวอนถ่วงเวลาไปก็เสียเวลาเปล่า ไม่มีใครมาช่วยเขาอยู่แล้ว เป็นหรือตายก็อยู่ที่ตัวเขาอยู่ดี ถึงลึกๆ จะอยากมีชีวิตอยู่ แต่ไอ้ร่างกายเวรนี่กลับไม่มาไม่เอาไหนตอนนี้เสียได้

อึ่ก...อ่อก....

จังหวะนั้นเองที่เขาเริ่มกุมหน้าอกแล้วกระอักเลือดออกมา ของเหลวสีแดงฉานนองอยู่ที่พื้น เรนเริ่มหายใจหอบถี่ ดวงตาพร่ามัว อาจเพราะร่างกายมาถึงขีดจำกัดแล้ว

วาระสุดท้ายของชีวิตคงมาถึงแล้ว เรนไม่ได้คิดจะร้องขอชีวิตให้ตัวเอง เขากลับเอ่ยสิ่งยั่วยุออกไปราวกับต้องการให้อีกฝ่ายเจ็บใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทลง

“แย่หน่อยนะที่คุณจะไม่ได้อะไรจากผม แต่คุณก็ไม่สมควรได้มันหรอก ไอ้พวกเฮงซวย”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ขังร้ายล่ามรัก   42 คนทำผิดไม่มีสิทธิ์เลือก

    เรนยังคงทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติ เขาทิ้งช่วงไว้อีกหลายวันถึงได้ใช้วิธีการแบบเดิมโดยการขอเฮียวุธออกไปพักหลังร้าน แล้วเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างแวะไปสอดส่องดูอลัน“เรน ผมนึกว่าผมจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว” อลันพูดเสียงเครือ แต่สายตายังคงล่อกแล่กดูหวาดระแวงสิ่งรอบตัว เขายื่นมือที่ยังคงสั่นเทาออกมารับของยังชีพที่เรนซื้อมาฝากก่อนจะเชื้อเชิญให้เรนเข้าไปในห้อง“ผมอาจจะไม่ได้มาหาคุณบ่อย แต่ผมจะหาทางช่วยคุณแน่นอน อดทนก่อนนะ” เรนพูดพลางกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง เขาไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว แต่จากที่เห็นก็พอจะรู้ว่า อลันยังคงอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นคลุ้ง“ข้างนอกเป็นไงบ้าง พวกมันยังตามเราอยู่มั้ย”“ไม่รู้สิ ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ระวังตัวไว้ก่อนดีที่สุด”“คุณเคยบอกว่าจินไตย์ตายไปแล้ว แต่ทำไมที่ผ่านมาผมถึงรู้สึกว่าเขายังอยู่ บางทีก็เหมือนมีคนแอบซุ่มมองตลอดเวลาจนผมไม่กล้าออกไปไหน พวกมันไม่ยอมปล่อยใครไปจริงๆ ไม่นานมันต้องหาผมเจอแน่”“คุณรู้เหรอว่ามีใครอีกที่อยู่เบื้องหลัง”“ผมก็พอรู้ แต่ผมพูดไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้จะพูดกับใครด้วย ทุกที่มีพวกมันอยู่เต็มไปหมด แม้แต่มือถือผมยังไม่กล้าเปิด เดี๋ยวมันแกะร

  • ขังร้ายล่ามรัก   41 อภิสิทธิ์ชน

    หลายวันมานี้เรนยังคงทำตัวตามปกติ เขาไม่ได้กลับไปหาอลันอีกเพราะยังหาจังหวะไม่ได้ และยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครเพราะเขาต้องห่วงสวัสดิภาพตัวเองเหมือนกันถ้าขืนบอกแอรอนไปรับรองได้เลยว่าคงไม่ได้ออกไปเห็นโลกภายนอกอีกนานแต่เพราะเรนรู้ดีว่าความรู้สึกตกนรกทั้งเป็นมันเป็นอย่างไร เขาจึงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงแต่อลัน จะว่าไปเขากับอลันถูกกระทำย่ำยีแทบไม่ต่างอะไรกันเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นเรนจึงตั้งใจแน่วแน่ว่ายังไงเขาก็ต้องหาทางช่วยอลันให้ได้ อย่างน้อยก็ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ส่วนเรื่องที่ว่าพวกเขามีสายเลือดเดียวกันนั้น ตราบใดที่ไม่หลักฐานยืนยันเขาจะไม่ยังไม่ปักใจเชื่อเด็ดขาดหรือว่าเราควรบอกแอรอนไปเลย?แล้วถ้าบอกแล้วอลันกลายเป็นคนมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับจินไตย์ล่ะ เราจะกลายเป็นคนส่งอลันไปลงนรกอีกรอบหรือเปล่า?“นายจะทำหน้าตลกใส่ฉันไปถึงเมื่อไร”เสียงของแอรอนปลุกให้เรนหลุดออกจากภวังค์จนได้ เรนแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเขานั่งหันหน้าไปทางเจ้าตัว แถมจ้องอีกฝ่ายแบบที่คนทั้งโลกดูก็รู้ว่าตั้งใจจ้องเมื่อรู้ตัวว่าโดนจับได้ เขาถึงได้เปลี่ยนเส้นทางสายตาไปโฟกัสที่อื่นแทน“มีอะไรอยากบอกก็พูดมา ฉันรอฟังอยู่”“ปกติคุณน่าจะ

  • ขังร้ายล่ามรัก   40 อลัน

    [2 สัปดาห์ผ่านไป]เรนทำงานเป็นลูกมืออยู่ในครัวอยู่ครึ่งเดือน เขาก็ยังไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ออกไปหายใจหายคอที่ไหน“ไม่ได้ สถาการณ์ตอนนี้ยังไม่ปลอดภัย”ไม่ว่าจะยืนยันเจตจำนงกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่คำพูดของแอรอนไม่ว่ายังไงก็ยังคำยืนยันคำเดิม แต่เรนทนอยู่ในกรอบแบบนี้ไม่ไหวแล้ว เขาก็แค่อยากได้ชีวิตปกติคืน“เฮีย เดี๋ยวผมมานะ”“มึงจะไปไหน งานน่ะเสร็จแล้วเหรอ”“เรียบร้อยหมดแล้วครับ กระเทียม หอม พริก ตะไคร้ ใบมะกรูด สารพัดที่เฮียต้องการ ผมจัดการหมดแล้ว ผมขอไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย หลังร้านนี่เอง อยู่แต่ในนี้หายใจไม่ออก”เฮียวุธชั่งใจเล็กน้อยเพราะเห็นว่าเรนทำได้ตามที่พูดจริงๆ ก็เลยไม่ได้ว่าอะไร “อย่านานล่ะ วันนี้วันศุกร์ลูกค้าเยอะ”“ครับผม”เรนรับปากดิบดี เขาแค่อยากจะออกไปยืดเส้นยืดสายจริงๆ เหมือนกับคนอื่น แต่ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวดื้อๆเขาหยิบเงินที่มีติดตัวออกมานับดู จำนวนเงินหลายพันที่ได้มาสำหรับงานที่ทำแล้วเรียกว่ารายได้ดีเลยทีเดียว ทั้งที่เขาก็อยู่ฟรีกินฟรีมาตลอด สบายถึงขั้นมีคนคอยมารับส่ง แต่อย่างน้อยมันก็ยังพอจะเป็นเรื่องภาคภูมิให้ตัวเองได้บ้างเพราะมันจะเป็นสมบัติมีค่าที่เหลือติดตัว

  • ขังร้ายล่ามรัก   39 ปลอบใจแบบฉบับแอรอน

    “เอ้านี่ เอาไปกรอกให้หน่อย ทางศูนย์อยากได้ข้อมูลของเด็ก นังหนูมันเคยกินยังไงนอนยังไง นิสัย ความชอบ คำถามสำคัญๆ ก็ตามนี้ มึงน่าจะเป็นคนที่จักเธอดีที่สุดแล้ว ช่วยพวกเขาหน่อย”ก่อนกลับเรนรับแบบฟอร์มสำหรับให้ข้อมูลเกี่ยวกับเมลินดามาชุดหนึ่ง สิงห์มาส่งเขายังเพนต์เฮาส์ได้ก่อนเวลาห้าทุ่มพอดิบพอดีนั่งกรอกเอกสารไป แค่บอกรายระเอียดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับนิสัยและความชอบของเมลินดา หยาดน้ำใสก็เอ่อท่วมขอบตาจนทำให้เบลอมองอะไรไม่เห็น ที่ผ่านมาเรนมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนเข้มแข็งมาตลอด เขาจำไม่ได้แล้วว่าเคยร้องไห้ครั้งล่าสุดตอนไหน เพราะเคยตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่ทำตัวอ่อนแออีกไม่อย่างนั้นจะอยู่ไม่รอด“บ้าเอ๊ย!” เขาปาดน้ำตาพลางด่าตัวเองไปด้วย ใจก็อยากจะดื่มให้เมาไปให้จบๆ จะได้ไม่ต้องรับรู้อะไรอีก แต่ถ้าทำแบบนั้นแล้วเขากรอกข้อมูลอะไรมั่วซั่วขึ้นมาคงไม่เป็นผลดีกับเมลินดาแน่นอนหลายคำถามก็ทำให้เรนแน่นิ่งบ่อยครั้ง เพราะบางครั้งมันก็พาให้เขานึกย้อนกลับไปยังวันเก่าๆ ที่เคยใช้เวลาร่วมกันกับเจ้าตัวน้อย ผ่านคืนนี้ไปเขาก็คงกลายเป็นคนอื่นสำหรับเมลินดาโดยสมบูรณ์กว่าจะกรอกเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยใจ เรนไม่เคยตั้งใจกรอกเ

  • ขังร้ายล่ามรัก   38 เรื่องที่ทำให้เสียน้ำตา

    “เฮ้อ!”“อะไรของมึงไอ้เรน ทำๆ ไปอย่าบ่น”“ผมยังไม่ได้บ่นอะไรเลยนะเฮีย” หลังจากที่ใช้เวลาอยู่หลายวันฟื้นฟูร่างกายจนหายไข้ เรนก็ได้กลับมาทำงานอย่างที่เขาต้องการจนได้ แต่มันไม่ใช่งานเดิมที่เขาเคยทำแล้วน่ะสิ“อีกนิดมึงก็คงจะพ่นมันออกมาหมดนั่นล่ะ นี่กูเอางานที่เหมาะสมที่สุดให้มึงแล้วนะ อย่ามาขออะไรกูอีกเชียว” เฮียวุธ ผู้ช่วยพ่อครัวยกเอากระสอบใส่บางอย่างมาวางไว้ตรงหน้าของเรนแล้วก็เดินไปอีกทางเรนหน้ามุ่ย มือก็ปอกกระเทียมไปด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เขาอุตส่าห์ตกลงกับแอรอนได้แล้ว แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะโดยสั่งย้ายให้มาช่วยงานในครัวแทน ค่าแรงก็ถูกแสนถูกยังเลือกงานเองไม่ได้อีก“เฮียไม่มีอะไรที่ยากกว่านี้ให้ผมทำแล้วเหรอ จานล่ะใครล้าง ผมทำได้นะ”“ไม่ใช่หน้าที่มึง ขืนกูใช้งานมึงหนัก กูก็ตกงานสิวะ”“ถ้าผมไม่ทำ ผมต้องตกงานสิเฮีย”“อย่าเถียง กูให้ทำอะไรก็ทำๆ ไป ถ้ามึงอยากทำมากกว่านี้ก็ไปบอกนายเอาเอง คำสั่งนายใครจะกล้าขัดวะ ปอกๆ ไปเถอะกระเทียมน่ะ อย่ามาทำให้กูปวดหัว” เฮียวุธบอกปัด แล้วก็ไม่เดินเฉียดเข้าใกล้เรนอีกนับจากนั้นเรนพอจะรู้อยู่แก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น นี่คงเป็นคำสั่งของแอรอนที่ต้องการให้เขาอยู่ในสายตาตลอ

  • ขังร้ายล่ามรัก   37 ใครกันแน่ที่หลงตัวเอง

    แกรก....ประสบการณ์ชีวิตสอนให้เรนระมัดระวังตัวแม้ในยามที่เขาหลับตา หูก็ยังคนคอยเงี่ยฟังเสียงรอบข้าง มันคือเสียงที่ดังอยู่เบื้องหลังของประตูหน้าห้องที่เขานอน ดังอยู่เพียงสองสามครั้งก็เงียบไปคืนนี้เป็นคืนที่เรนต้องนอนทรมานไม่น้อย นอกจากไข้ที่ไม่ยอมลดลงแล้ว เขายังคิดถึงน้องสาวตัวน้อยอย่างเมลินดาอย่างอดไม่ได้ เรนล็อกประตูจากทางด้านในตามปกติ เขาเพียงต้องการความสงบเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน แต่เสียงเมื่อครู่ก็ทำให้เขายังตาค้างไม่กล้าหลับรออยู่สักพัก เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาก็พรูลมออกจมูกอย่างโล่งใจ ขณะที่เคลิ้มกำลังได้ที่ ประตูที่เขาอุตส่าห์ล็อกเอาไว้ดิบดีก็ถูกสะเดาะออกอย่างง่ายดาย“เฮ้ย! ทำอะไรของคุณ” เรนตกใจรีบพูดจนเกือบกัดลิ้นตัวเอง เขารีบดึงหมอนขึ้นมากอดเอาไว้ เพราะรู้ตัวดีว่าวิ่งหนีตอนนี้ก็ไม่มีทางรอด“ก็นายไม่ยอมเปิด”“คุณก็เรียกผมดีๆ ก็ได้นี่ มาแอบสะเดาะกลอนประตูห้องคนอื่นได้ไง”“ฉันจะทำอะไรก็ได้ที่นี่”“ผมรู้ว่าผมเป็นแค่ผู้อาศัย แต่อย่างน้อยเวลานอนคุณก็ควรจะให้พื้นที่ส่วนตัวผมบ้าง ผมอยากพักผ่อน”“สองทุ่มไม่ใช่เวลานอนของนาย”“โถ่คุณ!” เรนอยากจะพ่นคำหยาบคายมากกว่านี้ แต่เขาก็ยั้งไว้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status