Share

4

last update publish date: 2026-06-22 14:48:32

​“พี่ดอกหญ้า มีงานวัดเราขี่จักรยานไปกินหมูกระทะกันไหม? แค่ 39 บาทเองนะ วันนี้พี่ดอกหญ้าไม่ได้กินข้าวกับคุณท่านนี่นา”

​“อืม...”

ชินานางทำท่าคิด ก็น่าสนุกดีนะ เธอไม่ค่อยได้ออกไปไหนมาไหน นอกจากไปกับคุณท่าน ทั้งที่ท่านก็ไม่ได้หวงห้ามอะไร แต่ก็อย่างว่า ชีวิตนี้เธอมีแต่คุณท่าน มีแต่บ้านหลังนี้ มีแต่หน้าที่ที่จะต้องทำให้คุณท่าน เพื่อนฝูงก็ติดต่อกันบ้างแต่ก็ทางออนไลน์เสียส่วนมาก เนื่องจากด้วยบุคลิกของชินานาง ทำให้เธอมีเพื่อนน้อยมาก เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยที่คบหาและสนิทสนมกันอย่างลีณาก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เธอก็ไม่รู้จะไปไหนกับใคร

​“แต่เราต้องรีบกลับนะ พี่ไปนานไม่ได้ ไม่รู้ว่าคุณท่านจะกลับมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวท่านเรียกหาแล้วจะไม่เจอ”

​“ไม่นานหรอกจ้ะพี่ดอกหญ้า เรานัดกันอีกทีตอนสี่โมงนะจ๊ะ”

​“ก็ดีนะ ตกลงไปก็ไปจ้ะ”

ชินานางยิ้มกว้างแล้วเกี่ยวก้อยสัญญากับสาวน้อย ที่พอพี่ดอกหญ้าบอกว่าจะไปกินหมูกระทะเดินงานวัดเล่นด้วยก็ยิ้มหน้าบานเลยทันที

​ชินานางเร่งฝีเท้าเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ตรงไปยังห้องของศรันย์เธอจะไปเก็บกวาดงานหนสุดท้ายให้เรียบร้อยก่อนที่เจ้าของห้องจะกลับมา

​เสียงฝีเท้าค่อนข้างเบาของชินานาง รวมถึงความที่เป็นคนมือเบา ทำให้เธอเปิดล็อคประตูห้องของเขาเข้าไปโดยมีเสียงไม่มากนัก จังหวะเดียวกันกับที่ชินานางเปิดประตูเข้าไป เขาก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาพอดี

​“อุ๊ย!”

เสียงหวานอุทานอย่างตกใจเพราะเจอเข้ากับเขาโดยไม่คาดฝัน ศรันย์เองก็ตกใจเช่นกันที่จู่ๆเธอเปิดห้องเข้ามาแบบนี้ เพราะเขาอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อม...

​เขาเดินล่อนจ้อนออกมาจากห้องน้ำน่ะสิ โดยมีผ้าเช็ดตัวพาดบ่าไว้ ปล่อยอะไรบางส่วนผงาดท้าทายสายตาคนมอง

​ตายาวรีของชินานางเบิกโตขึ้น เธอมองเขาค้างแบบไม่ได้ตั้งใจ เขาตัวสูงมาก และขาวจนเจิดจ้าเลยล่ะ ร่างกายของเขาสวยงามด้วยมัดกล้าม และ...

​เขาเปลือย!

​ชินานางร้องกรี๊ดออกมาอย่างตกใจ แล้วก็เป็นลมไปเสียดื้อๆ

​ศรันย์ได้แต่เกาศีรษะ แล้วก็มองยังหญิงสาวตัวเล็กที่ล้มกองไปกับพื้นพรมเสียแล้ว

​เอาอีกแล้ว

​ทำไมจะต้องมาเจอะเจอกันในสภาพแบบนี้อีกแล้วนะ ยัยเด็กเอ๋อ!

……………………………………………………………………………………………………………

​“เฮ้! ยัยเอ๋อ ตื่นได้แล้ว เป็นอะไรมากหรือเปล่าวะนี่ เฮ้ๆ”

เขาตบแก้มหล่อนเบาๆ เพื่อเรียกสติ ยาดมถูกจ่อที่จมูกแล้วโบกไปมา เขาบีบนวดไปตามแขนขาของเธอเพื่อให้เลือดลมเดินปรกติ ชินานางค่อยๆ ปรือตาขึ้นมา เธอสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นหน้าเขา ศรันย์ตะครุบปิดปากหล่อนไว้ ก่อนที่ชินานางจะทันได้ร้องกรีดออกมาอีก แล้วจุ๊ปาก ตาของเขาตอนมองหน้าเธอเป็นประกายเย็นชาเจือดุ มันเป็นสายตาที่เขาชอบใช้มองเธอทุกหน...

​สายตาที่ทำให้ชินานางกลัวและเกรงเขา เขาเหมือนภูเขาน้ำแข็งเยือกเย็นสำหรับเธอจริงๆ

​“อย่าร้องสิ เดี๋ยวคนทั้งบ้านก็แห่มาหรอก เอ้า...พี่ดอกหญ้าของเราอะฟื้นแล้ว ฉันไม่ได้ฆ่าคนตาย แล้วฉันก็ไม่ได้เป็นขโมย”

​เขาหันไปมองสาวน้อยใบตองซึ่งตอนนี้กำลังจ้องเขาเป๋ง เด็กน้อยกำลังเดินเช็ดถูราวบันไดซึ่งเป็นงานของตนอยู่ ได้ยินเสียงพี่ดอกหญ้าร้องในห้องนี้เลยวิ่งมาดู ทันเห็นผู้ชายคนนี้อุ้มพี่ดอกหญ้าไว้บนโซฟาและใบตองก็ตกใจมากที่เห็นเขาในบ้านนี้ สภาพของเขาสวมเพียงผ้าขนหนูพันเอวไว้ผืนเดียว เลยโวยวายขึ้นว่าเขาฆ่าพี่ดอกหญ้าและเป็นขโมยทำท่าจะวิ่งแจ้นลงไปหาคนมาช่วย

​ศรันย์ห้ามไว้และบอกว่าถ้าชินานางฟื้นขึ้นมาก็ให้ถาม เขาเป็นคุณจัมโบ้หลานของคุณสิริญ เด็กหญิงขมวดคิ้วเลยล่ะ แล้วมองจ้องหน้าเขา ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลา ทำผมยังกับพวกไอดอล เธอเคยเห็นรูปของศรันย์ที่ถ่ายกับคุณท่าน แต่เขาผมดำทั้งหัวไม่ได้เจาะหูเยอะหลายรูขนาดนี้ แต่ความที่คุ้นๆ ตาเธอก็จึงรั้งรอไม่วิ่งลงไปเรียกคน เนื่องจากห่วงพี่ดอกหญ้าที่ดูหน้าซีดตัวอ่อนไปหมด

​“พี่ดอกหญ้า”

ใบตองถลาไปที่ร่างของชินานาง ที่ตอนนี้ศรันย์ปล่อยเธอแล้ว เขาลุกขึ้นยืนกอดอกมองหน้าเธอด้วยสายตานิ่งเย็น ผ้าขนหนูของเขาก็ผืนเล็กจิ๋วมากเหลือเกิน ชินานางมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ร่างกายของเขา หน้าหวานแดงก่ำขึ้นต่อหน้าต่อตาศรันย์ ที่หรี่ตาลง นัยน์ตาเย็นชาของเขานั้นมองกวาดไปทั่วเนื้อตัวของ ‘ยัยเด็กเอ๋อ’เด็กในบ้านที่เขาไม่เคยถูกชะตากับหล่อน เนื่องจากย่าของเขารักหล่อนนัก อวยหล่อนเกิน จนเขานึกหมั่นไส้

​“คุณคนนี้บอกว่าเป็นคุณจัมโบ้...เอ่อ...ใช่ไหมจ๊ะพี่ดอกหญ้า”

​“ใช่...คุณมาได้ยังไงกันคะ ก็คุณท่านไปรับไม่ใช่หรือ”

ชินานางค่อยถดตัวลงจากโซฟาที่นอนอยู่เมื่อครู่ แล้วนั่งพับเพียบบนพรมข้างกับใบตอง ที่เกาะแขนพี่ดอกหญ้าของเธอแน่น ตาก็ตวัดมองคนหน้าหล่อที่จ้องพี่ดอกหญ้าด้วยสายตาเหมือนครูดุๆ ที่กำลังจะทำโทษเด็กนักเรียน

​สายตาไม่เป็นมิตรและคาดโทษยังไงพิกล นี่คือความคิดเห็นของใบตอง ที่กำลังจ้องมองหน้าศรันย์

​“อยากมาก็มา”

แบบกวนๆ เขากอดอกแล้วยักคิ้วให้กับชินานาง เจตนาจะกวนหล่อนนั่นแหละ...ชินานางเม้มปากนิดๆ แล้วเอ่ยขอตัว

​“ฉันขอโทษนะคะที่ไม่รู้ว่าคุณกลับมาแล้ว เลยถือวิสาสะเข้าห้องมา เอ่อ...ที่เตรียมไว้ให้ คุณชอบไหมคะ”

​เขามองกวาดไปรอบห้อง มันคือห้องเดิมของเขาก่อนไปเรียนต่อ เขายักไหล่ ยังคงยืนไม่สะทกสะท้านว่าตัวเองอยู่ในสภาพหมิ่นเหม่ขนาดไหน ต่อหน้าหญิงสาวพรหมจรรย์ต่างวัยถึงสองคน

​“ก็...มันก็อยู่ในสภาพเดิม โอเคดี ไม่มีของฉันหาย”

​“ถ้าอย่างนั้น ขอตัวลงไปข้างล่างนะคะ” เธอว่า แต่เขาเรียกไว้ก่อน

​“เดี๋ยวสิ ฉันชักจะหิว หาอะไรมาให้กินที เอาขึ้นมาข้างบนนี้ล่ะ ไม่ต้องให้ใครรู้มาก ว่าฉันกลับมาแล้ว ฉันจะเซอร์ไพรส์คุณย่า”

​“คุณจัมโบ้จะกินอะไรคะ ฉันจะได้จัดการให้”

ใบตองที่มีนัดแนะกินหมูกระทะกับพี่ดอกหญ้า เหลือบมองนาฬิกามันใกล้ถึงเวลานัดกันแล้ว ก็เลยพูดโพล่งขัดขึ้นมา

​“พี่ดอกหญ้าจ๋า เรานัดกินหมูกระทะที่งานวัดกันสี่โมงนะ”

​“จ้ะ ชูว์ พี่ขอจัดการให้คุณจัมโบ้ก่อน พี่ไม่ผิดนัดกับใบตองหรอกจ้ะ”

​“หมูกระทะ”

ศรันย์เลิกคิ้ว อาหารยอดนิยมของชาวไทยอีกอย่างคือสิ่งนี้ ที่ยอดฮิตในคนทุกเพศทุกวัย และสิ่งนี้เขาเคยกินแค่หนสองหน ซึ่งร้านที่ไปก็เป็นร้านดังราคาแพง และหมูกระทะนี่เขาก็หารับประทานไม่ได้ในต่างแดนด้วยซ้ำ

​“ใช่ค่ะ คุณไปกินด้วยกันไหมคะ ราคาถูกแค่ 39 บาทเองนะ เค้ามีขายตรงงานวัดใกล้ๆ นี่เอง”

ความเป็นเด็ก ไม่รู้จักกับศรันย์ทำให้สาวน้อยหันไปยิ้มกับเขา หล่อนตัวอวบแก้มยุ้ยน่ารัก ทำให้ศรันย์นึกเอ็นดู

​“อืม...ก็ดีนะ เป็นอันว่าฉันจะไปกินหมูกระทะกับเรา กับพี่ดอกหญ้าของเราด้วย”

เขาพูด ชินานางถึงกับมองหน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าคนอย่างศรันย์จะไปนั่งกินหมูกระทะงานวัดได้

​“อร่อยนะคะ”

แม่เด็กน้อยเชิญชวนอีกหน ศรันย์บอกให้สองสาวออกไปก่อน เดี๋ยวเขาจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วจะตามออกมา

​ระหว่างที่รอเขา ชินานางก็คิดไปด้วยอย่างงงๆ ว่าทำไมศรันย์ถึงอยากจะไปกินอาหารพื้นๆแบบนั้น ปรกติแล้วไม่หรูไม่เริดไม่ห้าดาว ไม่ใช่ศรันย์นี่นา?

​รอไม่นานเขาก็เปิดประตู อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น แต่มองออกว่าเป็นของแบรนด์แท้ทั้งตัว ก็เลิกคิ้วใส่ชินานาง นัยน์ตาของเขายังคงนิ่งเย็นชาใส่เธอ

​“อ้าว...ไปกันเลย ฉันหิวมาก”

​“ไปกันยังไงดีคะ? ตอนแรกหนูกับพี่ดอกหญ้าจะไปจักรยานกัน แต่มีคุณมาอีกคน...มันจะไปกันไม่หมดนะคะ”

ใบตองถาม ศรันย์นิ่งไปครู่ ก่อนจะหันมามองหน้าชินานาง

​“นั่นสิ มีจักรยานอีกสักคันไหมล่ะ บ้านนี้”

​“มีค่ะ”

​“เราไปจักรยานกันนั่นแหละ เดี๋ยวฉันจะแอบลงไปก่อน พวกเธอตามมาก็แล้วกัน รอที่ประตูเล็กข้างบ้านนะ”

​เขาว่าแล้วค่อยเดินแกมวิ่งให้เบาที่สุด หันซ้ายขวาไปด้วย ขณะที่ผลุบหายไปทางห้องครัว

​ชินานางมองตามหลังเขาแล้วย่นจมูกน้อยๆ

​เขาแปลกมากนะกลับมาหนนี้

​แล้วเธอก็คิดถึงเรื่องที่คุณสิริญขอให้เธอ...กับเขาหมั้นหมายกัน

​ชินานางถอนใจเฮือก

​ถ้าเขารู้เข้าจะบ้านแตกไหมนะ เป็นอันว่าพาเขาไปกินหมูกระทะ ดูท่าว่าเขาจะอารมณ์ดี กอบโกยเวลานี้ไว้ก่อนดีกว่า ก่อนที่พายุจะเข้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   38 บทส่งท้าย

    งานแต่งงานจัดขึ้นตามฤกษ์ยามเดิม มีคุณนาตยาเป็นแม่งานและตัวแทนคุณสิริญ โดยไม่สนใจว่าจะมีใครไม่พอใจ ซึ่งส่วนมากก็เป็นญาติๆ บางคน ทำประท้วงด้วยการไม่มาร่วมงาน แต่มีหรือศรันย์จะสนใจอะไร เขาเรียกคนมาทำข่าว โหมไฟด้วยซ้ำว่าจัดงานยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ให้อิจฉาตาลุกกันไป ทุกคนจะต้องอิจฉาเจ้าสาวของเขาอย่างชินานาง​เธอถูกเรียกว่าซินเดอเลอร่าผู้โชคดี​วันนี้น้องสวยเหลือเกิน ทั้งงานเช้าและงานปาร์ตี้ คนที่หน้าบานไม่แพ้เขาก็คงจะเป็นสรชัช ที่ดูมีความสุขกับงานแต่งงานของพวกเขามาก จนเขานึกหมั่นไส้ ทางนั้นก็หัวเราะเมื่อเขาเปรยขึ้นลอยๆ ตอนที่หาข้าวหาขนมให้น้องกินระหว่างงาน ว่าอย่าทำหน้าที่เกินเจ้าบ่าวอย่างเขาสิ ​“หึงเหรอวะ นายโบ้”​น้องชายกระเซ้า เมื่อโดนพี่ชายว่าเอาแบบนั้น​“เอ่อ” ยอมรับไปนั่นแหละ ไม่มีอะไรจะต้องวางมาดอีกแล้ว ก็มันคือความจริง​“รักน้องเข้าแล้วหรือว่ะ นายโบ้” สรชัชก้มลงถามศรันย์ พี่ชายของเขายักคิ้วให้ และตอบเสียงเข้ม​“ฉันน่ะผัว นายแค่พี่ชาย ต่อไปอย่าเยอะกับดอกหญ้า ฉันหึง”​ตอบแบบนั้น เล่นเอาน้องชายหัวเราะจนตัวงอ แขกมาร่วมงานที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับหันมาดู ว่าสองพี่น้องคุยอะไรกัน คนหน้าตายอย่

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   37

    ​“ดอกหญ้า ไปกินข้าวบ้างเถอะ พี่ไม่เห็นเธอกินอะไรเลย”เสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัว ทำให้ชินานางหันไปมองเขาและพยายามฝืนยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา​“กินแล้วค่ะ”​“กินอะไร?” เขาถามเสียงเข้ม เพราะเขาจับสังเกตเธออยู่ตลอดเวลา ในงานพิธีศพของคุณสิริญ เหมือนจะปกป้องเธอกลายๆ นั่นแหละ ก็พวกญาติๆ ที่จ้องจะเล่นงานเธอมีอยู่มากมาย หลายคนไม่พอใจที่คุณย่ายกเธอให้เป็นหลานสะใภ้ จึงมีคำพูดต่างๆ อยู่ตลอดเวลามาเข้าหูเธอ​เขาได้ยินกับหูตัวเอง ว่าเพราะจะแต่งงานให้กับตัวกาลกิณีอย่างชินานาง คุณสิริญถึงได้เสียชีวิตไปแบบนั้น ก่อนงานแต่งงานไม่กี่วัน​คืนนั้นหลังจากที่ท่านคุยกับเขาฝากฝังเขาราวกับเป็นลาง ท่านก็หลับและเสียชีวิตไปเลย การพิสูจน์บอกว่าท่านหัวใจล้มเหลว และจากไปอย่างสงบ...​คำพูดเหล่านั้นชินานางก็ได้ยิน เธอซึมมาก แม้จะไม่ได้ร้องไห้ให้เขาเห็น แต่สีหน้าของเธอที่ทุกข์อยู่ตลอดเวลา มันอยากให้เธอร้องไห้ระบายออกมาเสียดีกว่า​“กินโอวัลตินไปแก้วหนึ่งค่ะ” ​“เฮ้อ...พอที่ไหนกัน ยิ่งผอมๆ อยู่จะปลิวแล้ว ไป ไปข้างนอกกับพี่”ศรันย์ว่าแล้วจูงมือเธอออกไปจากงาน ก่อนไปเขาแวะไปบอกสรชัชให้ทำหน้าที่แทนให้หน่อย จะพาชินานางไปหาอะไรก

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   36

    คุณสิริญมองดูหลานชายของท่าน ที่นั่งประกบข้างชินานาง แถมยังบอกขอให้น้องตักนั่นตักนี่ส่งให้ ไหนจะสายตาที่มองสรชัชน้องชาย ยามที่เอ่ยคุยเล่นกับเด็กของท่าน มันบอกเลยว่าศรันย์กำลัง ‘หลง’ น้องเข้าแล้ว​แบบนี้ก็พอจะอุ่นใจวางใจได้มากๆ ​ไม่รู้ว่าไปหลงกันตอนไหนนะ? แต่คงเป็นเรื่องบุพเพสันนิวาสนั่นแหละ ท่านก็ปลื้มในฐานะคนจัดสรรคนสื่อ ให้คนทั้งสองได้มามองกันในฐานะนี้ ​ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนสนิทและญาติ ทำให้ท่านมีความสุขมาก เหมือนเป็นครั้งแรกที่คุณสิริญปล่อยวางจากงานหนักที่แบกไว้มาตลอดชีวิต ท่านก็พอจะไว้วางใจได้บ้างว่าลูกหลานจะไม่ปล่อยให้มันล้มครืนลงไปอย่างที่ท่านเคยหวาดกลัว​สรชัชจะเป็นหัวเรือหลักได้ดี ​ศรันย์นั้นก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว พ่อคนนี้ฉลาด และเป็นคนยุติธรรม นี่แหละท่านถึงเลือกให้หลานรักขึ้นมาเป็นคนคุม โดยมีสรชัชเป็นมือขวา คนอื่นๆ จะได้ไม่กล้าลุกขึ้นมาประท้วงอะไร ท่านแบ่งหุ้นปันส่วนให้แบบยุติธรรมแล้ว ใครควรได้ก็ได้ ใครไม่ควรค่าจะได้ท่านก็ตัดไป​อนาคตก็วางไว้ให้แล้วสำหรับเด็กเลี้ยงของท่านอย่างชินานาง ในการจับหล่อนดองคู่กับศรันย์ ท่านเชื่อว่าชินานางจะดูแลเขาได้ดี ส่วนศรันย์นั้นก็จะปกป้อง

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   35

    ตั้งแต่งานหมั้น ศรันย์ก็ไม่ตอบแชทเธอเลย...ไหนบอกว่าไม่อยากได้เด็กหน้าจืดนี่เป็นเมีย ถึงกับเกือบหนีงานหมั้น จนต้องให้น้องชายไปลากออกจากอ้อมอกของเธอด้วยซ้ำ​แถมพ่อน้องชายคนนั้นก็ยังเช่าคอนโดเดียวกับเธอ เขาขู่ว่าถ้ามายุ่งเกี่ยวอะไรกับศรันย์อีก เธอโดนดีแน่ๆ แหม...กลัวนิดๆ แหละกับคำขู่ แต่อะไรที่ท้าทายความสามารถมันก็มักจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มน่ะสิ​สำหรับเธอผลตอบแทนกับการเสี่ยงก็คือศรันย์...​ตอนแรกคิดไว้แบบนั้นแน่ล่ะ แต่ตอนนี้คะนึงนิตย์เริ่มจะไม่ค่อยแน่ใจแล้วสักเท่าไหร่เพราะดูจากสายตาของเขาที่มองเด็กนั่นในตอนนี้ แล้วก็ชักจะร้อนๆ หนาวๆ ว่าแผนการเอาตัวเข้าเสนอในการช่วยเขาจากคู่หมั้นที่ไม่เต็มใจ ตอนนี้มันจะกลายเป็นคู่หมั้นที่เขาอยากได้ไปแล้วไหมอะ?​คะนึงนิตย์หรี่ตาลงมองหน้าของเด็กนั่น ที่ตอนนี้ศรันย์สั่ง...ไม่ได้สั่งหรอก อ้อนให้เด็กนั่นตักอาหารให้ เห็นแล้วก็หมั่นไส้มากๆ ตงิดใจตั้งแต่ชวนเขามากินข้าวกลางวันด้วย เขารับคำชวนแต่ว่าให้ชินานางออกมาด้วย เพราะจะต้องไปธุระกันต่อ​“ธุระที่ไหนหรือคะ” เธอลองถามดู ขณะที่กำลังดูเมนูอาหารหวานหลังจากรับประทานอาหารคาวเรียบร้อยแล้ว ​“เราจะต้องไปดูโรงแรมจัดงานแล

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   34

    ​“วันนี้คุณย่าให้เราไปดูโรงแรมที่จะจัดงานแต่ง แล้วก็ไปติดต่อเรื่องถ่ายพรีเวดดิ้ง”เขาว่าในตอนสาย...ขณะที่มาทำงานด้วยกัน วันนี้มีเพียงเขาและเธอในห้องทำงาน ไม่มีคนอื่น พักนี้ศรันย์ตาบวมๆ เหมือนคนอดนอน ทว่า...หน้าตาเขากลับมีความสุขมากจนน่าแปลกใจ​สาเหตุของการอดนอนน่ะหรือ?​“ค่ะ”ชินานางพยักหน้ารับ เธอกำลังคุยแชทกับทางสรชัช ที่สองสามวันนี้เขาไปต่างจังหวัด เพื่อไปดูงานและไปดูที่ดินแปลงหนึ่งที่คุณย่าสั่งไว้ เพื่อขยายกิจการของท่าน​“พี่จะพาเราไปแวะที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ไม่ต้องกินข้าวเย็นที่บ้าน”​“ค่ะ”​เหมือนขานตอบเขาสั้นๆ แต่ตายังคงจ้องที่จอโทรศัพท์ทำให้คนที่กำลังชวนเธอคุยชักจะฉุนที่น้องไม่สนใจตนเองเลย​“ดอกหญ้า ทำอะไรน่ะ”​“คุยงานกับพี่ชัชน่ะค่ะ พี่ชัชส่งรูปที่ดินมาให้ดู ฉันกำลังคุยและส่งให้กับคุณท่านน่ะค่ะ”​“เอามานี่พี่คุยเอง”ทำท่าว่าจะแย่ง แต่ชินานางกลับเอาโทรศัพท์หลบมือเขา พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาและทำตาโตใส่เขา​“พี่จัมโบ้คะ นี่ฉันกำลังคุยงานนะคะ งาน...” เสียงหวานเน้น แล้วเลิกคิ้วใส่เขา“เข้าใจไหมคะ”​“อื้อ...” ทำหน้าดุใส่น้องบ้าง“เอ่อ ก็เข้าใจล่ะว่างาน แต่ดอกหญ้าไม่สนใจพี่เลย พี่คุยเ

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   33

    “อรุณสวัสดิ์”​เสียงทุ้มดังขึ้น เมื่อเธอลืมตาทำให้ชินานางสะดุ้งตื่นเต็มตา คนกล่าวอรุณสวัสดิ์กับเธอยิ้มและก้มลงจูบหน้าผากเธอเร็วๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียงของเธอ ก่อนจะก้าวออกไปจากห้องเธอ เธอเห็นว่าเขาเหมือนกำลังปิดปากหาวด้วย​ตาของเธอกะพริบปริบๆ อย่างทบทวนว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ตายล่ะ นี่เธอนอนกับเขาทั้งคืนเลยหรือนี่​แต่เขาก็ไม่ได้แตะต้องอะไรเธอจริงๆ มากไปกว่าจูบ กอดและ ลูบ...​แง้...​​นั่นมันก็เยอะแล้วนะชินานาง!​เหลือบตามองดูนาฬิกา ตอนนี้เกือบหกโมงเช้าแล้ว เธอมักจะตื่นเวลานี้เพื่อลงไปดูความเรียบร้อยของงานครัว ตระเตรียมทุกอย่างให้กับทุกคนในมื้อเช้า จึงรีบลุกขึ้นและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปทำงานประจำวันของเธอ​“วันนี้มีอะไรกิน”เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเธอเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร...คนที่นั่งรอคือศรันย์ที่จ้องตรงมายังเธอ ขอบตาของเขาคล้ำนิดๆ เหมือนขอบตาเธอนั่นแหละ เมื่อคืนกว่าจะได้นอน...ก็ดึกโข เกือบสว่างเลยก็ว่าได้​เขาตื่นเช้ามากวันนี้ทั้งที่ปรกติไม่เคยตื่นเวลานี้ ถ้าเกิดว่านอนดึกขนาดนั้น​ไม่ได้นอนเท่าไหร่หรอก...ก็นอนตัวแข็งอะไรต่อมิอะไรก็แข็งทั้งคืนนั้นแหละ ถึงได้ตาดำขนาดนี้​มอง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status