Share

6

last update publish date: 2026-06-22 14:49:28

“ทำอะไรของแกหะ ตาจัมโบ้ กลับมาเองก็ไม่บอก ย่ากับน้องไปรับถึงสนามบิน หาแกจนทั่วก็ไม่เจอ มือถือก็ปิด”

“ใจเย็นๆ ครับคุณย่า ผมแค่คิดถึงบ้านจนทนไม่ไหว กลับแท็กซี่ก็สะดวกดี เลยมาก่อนน่ะครับ”

“พังหมดแผนที่ว่าจะพาแกไปกินข้าวเย็นอร่อยๆ ที่ร้านคุณอาพัช เค้าถามถึงแกอยู่”

คุณสิริญค้อนหลานชาย เขายังคงทำหน้ายียวนใส่ท่าน น่าจับมาตีจริงๆ สิน่า ส่วนสรชัชกำลังอมยิ้ม มองดูย่ากับพี่ชายเริ่มก่อสงครามกัน

ความสนุกเล็กๆ ของศรันย์นั่นแหละ

ผมไม่อยากกินข้าวร้านอาพัช ขี้เกียจนั่งพับเพียบกิน”

“ปากดี”

สิริญถอนใจเฮือก ขณะที่สรชัชเริ่มกลั้นขำไม่อยู่กำลังหัวเราะเสียงเบาให้ท่านได้ยิน ท่านจึงหันขวับแล้วไปดุหลานชายอีกคนแทน

“ทำไมตาชัช ขำอะไรนัก นี่รู้เห็นกับพี่ชายตัวแสบของแกหรือเปล่า”

“โธ่...”

โธ่คำเดียว แล้วนัยน์ตาวิบๆ แบบนี้ เลยโดนคุณสิริญหันไปหยิกเอารัวๆ เขาปัดป้องไปก็หัวเราะไปไม่แก้ตัว ยิ่งทำให้ท่านฉุน

พอเหนื่อยเข้า หลานชายก็กอดเอาหมับ แล้วก็หอมท่านแรงๆ อาการของคุณสิริญกับสรชัช ทำเอาศรันย์มองอย่างตาร้อนนิดๆ แบบไม่รู้ตัว กับความสนิทสนมของท่านกับน้องชาย เขานั้นตอนเด็กๆ ก็ติดท่านมาก แต่พอโตขึ้นด้วยอะไรหลายๆ อย่างก็ห่างเหินการสัมผัสแบบนี้ไป พอจะมาทำก็เขินเก้อกระดาก เลยไม่กล้าทำกับท่าน

“อย่ามาทำกลบเกลื่อนนะ น่าโมโหจริงๆ แกล้งย่าทั้งพี่ทั้งน้อง”

“ผมก็ไม่อยากไปกินข้าวร้านอาพัชเหมือนกันนั่นแหละครับ อาพัชชอบแนะนำคนนั้นคนนี้ให้ ผมยังไม่อยากหาแฟน ยังไม่อยากแต่งงาน” สรชัชว่าเหมือนเข้าข้างพี่ชายกลายๆ ทำให้ท่านต้องค้อน

“เหอะ...เราน่ะยังไม่ต้องแต่งหรอก น้องแต่งก่อนพี่ไม่ดี”

ท่านเปรย ตามองหน้าหลานชายตัวดี ที่ยังคงยิ้มในหน้า ก่อนจะถามเขาเสียงอ่อน

“แล้วหิวไหมล่ะ ป่านนี้แล้ว ดูสิ...ไม่บอกย่าว่าจะมาบ้านเองไม่ต้องไปรับ ย่าก็วางแผนไว้ดิบดีเราน่ะทำแผนพังหมด”

“กินแล้วครับ เอ่อ...ยัยเด็กเอ๋อพาผมไปกินข้าวมา”

หืม? ยัยดอกหญ้านะ”

คุณสิริญขมวดคิ้วนิดๆ แล้วก็พลันยิ้มส่งให้กับหลานชาย เอ...เป็นอะไรที่แปลกดี ที่ศรันย์ยอมคุยดีๆ กับชินานาง

“น้องพานายไปกินอะไรมา?”

คนถามคือสรชัช ที่ดูจะหน้าตึงขึ้น เมื่อได้ยินว่าเขาเรียกชินานางว่ายัยเด็กเอ๋อ

“แล้วก็เลิกเรียกน้องว่าเด็กเอ๋อได้แล้วว่ะ โตๆ กันแล้ว มันไม่ใช่เรื่องจะมาเรียกกันด้วยคำพูดแบบบูลลี่ปัญญาอ่อน”

สรชัชน้องชายผู้อารมณ์ดีของเขา ทำหน้าตึงขนาดนี้ มันชักจะยังไงหรือเปล่า?

เขาหรี่ตาลง มองกวาดไปทั่ววงหน้าคมสันของน้องชาย สรชัชนั้นมีบุคลิกตรงกันข้ามกับเขาโดยสิ้นเชิง ราวกับดำและขาว เขาน่ะสีดำ ส่วนสรชัชคือสีขาว ด้วยนิสัยและอะไรหลายสิ่ง หล่อหลอมให้เขาและน้องชายต่างขั้วกัน แต่ก็สนิทสนมและรักใคร่กันดี

สรชัชไม่เคยน้อยใจที่เขาเป็นคนทำงานหนัก ทุ่มเทเพื่อบริษัท แต่ได้หุ้นน้อยนิด เขาก็ถือว่าได้เงินเดือนคุ้มตามที่ตัวเองทำงาน ปันผลแต่ล่ะปีก็ได้ไม่ใช่น้อย คุณย่ามีของขวัญให้ตอบแทนตามสมควร เขาก็พอใจแล้ว เขานั้นจริงๆ เป็นหลานห่างๆ ของท่าน แต่คุณย่ารักใคร่สนิทสนมเกื้อกูลครอบครัวเขา ส่งเสียเขาเรียนมันทำให้เขารักและตอบแทนทุกอย่างให้กับท่านเพราะครอบครัวนั้นก็อบรมบ่มเพาะให้ลูกกตัญญูต่อผู้มีพระคุณอย่างท่าน เขาจึงรักท่านมาก

ไม่เคยเปรียบเทียบตัวเองกับพี่ชาย ที่ไม่ได้ทำงาน แถมลอยชายอยู่เมืองนอก เรียนจบก็ไม่ยอมกลับมา ได้หุ้นไปถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ อนาคตหุ้นของคุณย่าก็คือยกให้กับศรันย์ เขาคือว่าที่บอสใหญ่ของบริษัท ส่วนเขาก็กินตำแหน่งผู้ช่วย ทำงานมากกว่า เงินได้น้อยกว่า ทว่าเขาก็ไม่เคยบ่น ไม่เคยน้อยใจ ไม่เคยมาพาลใส่พี่ชาย ตรงกันข้าม สรชัชมีความสุขกับวิถีชีวิตตรงนี้ของตนเองแล้ว

นั่นแหละ น้อยครั้งที่สรชัชจะแสดงอารมณ์ไม่พอใจจริงจัง ที่แสดงออกมาทั้งหน้า ทั้งน้ำเสียงแบบนี้ มันทำให้เขานึกฉงน ว่าทำไมกัน สรชัชถึงมีอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมา แค่เขาเรียกชินานางด้วยฉายาที่เคยเรียกล้อหล่อนเมื่อวัยเยาว์

“เดือดร้อนแทนหรือนายชัช ฉันก็เรียกของฉันแบบนี้มาตั้งนาน ไม่เห็นเจ้าของชื่อจะว่าอะไร”

“โตๆ แล้ว นายก็ควรให้เกียรติดอกหญ้าบ้าง สมองควรจะโตตามตัว”

เปรยว่ามาลอยๆ อีกดอกหนึ่ง เจ็บเสียยิ่งกว่าด่า ศรันย์ยักไหล่...เขาไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับสรชัช รู้กันว่านิสัยของน้องชาย แม้จะนิ่งๆ อารมณ์เย็น แต่ยามโมโหขึ้นมา คนอย่างเขาก็พร้อมจะหลีกทางให้ไม่อยากปะทะด้วย

“เด็กนั่นพาฉันไปกินหมูกระทะที่งานวัดน่ะ”

คำตอบของเขาเล่นเอาคุณสิริญกับสรชัชมองตากัน ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณหนูจัมโบ้จะไปเดินงานวัดร้อนๆ แบบนั้น แถมกินของข้างทางแบบสตรีทฟู้ดลงอีกต่างหาก คุณสิริญจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่างอะไร แค่ท่านจะเคร่งครัดเรื่องสุขภาพอนามัยเป็นพิเศษ ส่วนคนที่ดูแลศรันย์นั้นเลี้ยงให้เขาทำตัวเท้าไม่ติดพื้นไม่ใช่ท่านฉะนั้นนิสัยเสียๆ ส่วนหนึ่งของศรันย์ก็ว่าไม่ได้ว่ามาจากคุณนาตยาที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้น

“นึกยังไงไปกินหมูกระทะ”

คิ้วของสรชัชยังคงขมวด เด็กสาวของคุณย่า ชินานาง เขาเองก็คุ้นกับน้องพอสมควร และนึกเอ็นดู สงสาร ชินานางให้ความรู้สึกแบบนั้นทุกหนยามได้พบปะ พูดคุย แม้ว่าจะไม่ได้สนิทกันนัก เพราะชินานางค่อนข้างเงียบ เก็บตัว เขาจะได้เจอน้องก็แต่เฉพาะเวลาที่เจอะเจอคุณย่า เรียกมาคุยงาน อย่างวันนี้เองถึงจะอยู่บ้านหลังนี้ แต่ชินานางก็ทำตัวราวกับล่องหนได้ เพราะไม่เห็นแม้แต่เงา

ชินานางไม่ใช่คนสวย เป็นคนน่ารัก เครื่องหน้าของน้องไม่ได้มีส่วนไหนโดดเด่นมาก แต่ที่เตะตาต้องใจที่สุด ก็คือรอยยิ้ม...ที่นับครั้งได้จะได้ยล

มันค่อนข้างจะประทับใจเขาไม่ใช่น้อย...ประทับใจอย่างน่าประหลาด และสรชัชถ้ามีโอกาสเขาก็อยากเห็นรอยยิ้มนั้นบ่อยๆ

“ก็อยากลองกินดู เห็นเด็กนั่นว่าจะไปกิน ก็เลยตามไป ก็อร่อยดีนะ”

“กินอิ่มแล้วก็ดี เพิ่งมาถึงก็ไปพักผ่อน พรุ่งนี้ย่ามีธุระจะคุยด้วย”

“คุยวันนี้เลยได้ไหมครับ?”

ศรันย์ว่า คุณสิริญมองหน้าหลานชาย ก่อนจะสั่นหน้าน้อยๆ

พรุ่งนี้ดีกว่า ย่าอยากให้แกพักให้เต็มที่ก่อน”

“มันเรื่องเครียดขนาดไหนครับ

เขาเลิกคิ้ว แล้วลองหยั่งเชิง คุณสิริญหนนี้หัวเราะ พ่อหลานชายตัวดีแกล้งนาง ก็ถึงเวลาที่จะทำให้พ่อตัวแสบกระวนกระวายบ้าง

พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน...ย่าขอตัวไปพักก่อนล่ะ”

ท่านว่าแล้วก็ลุกขึ้นจากโซฟาและเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น ศรันย์สบตากับน้องชายแล้วถามเปรยขึ้นลอยๆ

นายรู้หรือเปล่า ว่าเรื่องอะไรนักหนาคุณย่าถึงได้ทำลึกลับขนาดนี้ แถมเรียกตัวฉันกลับมาก่อนเวลาอีก”

ไม่รู้เลยแหะ เรื่องงานล่ะมั้ง คุณย่าอาจจะอยากวางมือแล้วเต็มที ท่านอายุมากแล้วนะนายโบ้”

มีเพียงสรชัชคนเดียวที่เรียกเขาตัดคำแบบนี้ คนอื่นเรียกเขาว่าจัมโบ้บ้าง หรือไม่ก็เจ

“เหรอ? แต่ทำไมฉันรู้สึกสังหรณ์แปลกๆ วะ จริงสิ หรือคุณย่าจะคิดจับคู่ให้วะ”

หืม...”

“คุณย่าให้ฉันไปที่ร้านของอาพัชตั้งแต่กลับมา นายก็รู้ๆ อาพัชคือแม่สื่อมือวางอันดับหนึ่งในเรื่องจับคู่เลยนะ”

สรชัชหัวเราะ และไม่ออกความเห็น เขาไม่เคยได้ยินคุณย่าเปรยเอ่ยเรื่องนี้ และคิดว่าศรันย์อาจจะคิดมากไปเอง

คืนนั้นสรชัชเลยตกลงนอนที่บ้านของคุณย่าห้องเดียวกับศรันย์ เพราะพี่รั้งไว้ว่าอยากให้อยู่เป็นเพื่อน อยากให้รับรู้ไปด้วยกัน ว่าคุณย่าอยากจะให้เขาทำอะไรกันแน่ เผื่อว่าสรชัชจะช่วยได้สองหนุ่มนอนคุยกันจนค่อนดึก ศรันย์ที่เพิ่งเดินทางข้ามทวีปมาและมาราธอนแบบไม่ได้พักเท่าไหร่ก็หลับน็อคไปในที่สุด ขณะที่ยังคุยค้างกับสรชัชด้วยซ้ำ

ถ้าคุณย่าจะหาผู้หญิงมาให้นายโบ้จริงๆ อย่างที่สงสัยกัน งานนี้เขาคงจะได้เห็นพายุใหญ่แน่ๆ ล่ะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   38 บทส่งท้าย

    งานแต่งงานจัดขึ้นตามฤกษ์ยามเดิม มีคุณนาตยาเป็นแม่งานและตัวแทนคุณสิริญ โดยไม่สนใจว่าจะมีใครไม่พอใจ ซึ่งส่วนมากก็เป็นญาติๆ บางคน ทำประท้วงด้วยการไม่มาร่วมงาน แต่มีหรือศรันย์จะสนใจอะไร เขาเรียกคนมาทำข่าว โหมไฟด้วยซ้ำว่าจัดงานยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ให้อิจฉาตาลุกกันไป ทุกคนจะต้องอิจฉาเจ้าสาวของเขาอย่างชินานาง​เธอถูกเรียกว่าซินเดอเลอร่าผู้โชคดี​วันนี้น้องสวยเหลือเกิน ทั้งงานเช้าและงานปาร์ตี้ คนที่หน้าบานไม่แพ้เขาก็คงจะเป็นสรชัช ที่ดูมีความสุขกับงานแต่งงานของพวกเขามาก จนเขานึกหมั่นไส้ ทางนั้นก็หัวเราะเมื่อเขาเปรยขึ้นลอยๆ ตอนที่หาข้าวหาขนมให้น้องกินระหว่างงาน ว่าอย่าทำหน้าที่เกินเจ้าบ่าวอย่างเขาสิ ​“หึงเหรอวะ นายโบ้”​น้องชายกระเซ้า เมื่อโดนพี่ชายว่าเอาแบบนั้น​“เอ่อ” ยอมรับไปนั่นแหละ ไม่มีอะไรจะต้องวางมาดอีกแล้ว ก็มันคือความจริง​“รักน้องเข้าแล้วหรือว่ะ นายโบ้” สรชัชก้มลงถามศรันย์ พี่ชายของเขายักคิ้วให้ และตอบเสียงเข้ม​“ฉันน่ะผัว นายแค่พี่ชาย ต่อไปอย่าเยอะกับดอกหญ้า ฉันหึง”​ตอบแบบนั้น เล่นเอาน้องชายหัวเราะจนตัวงอ แขกมาร่วมงานที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับหันมาดู ว่าสองพี่น้องคุยอะไรกัน คนหน้าตายอย่

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   37

    ​“ดอกหญ้า ไปกินข้าวบ้างเถอะ พี่ไม่เห็นเธอกินอะไรเลย”เสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัว ทำให้ชินานางหันไปมองเขาและพยายามฝืนยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา​“กินแล้วค่ะ”​“กินอะไร?” เขาถามเสียงเข้ม เพราะเขาจับสังเกตเธออยู่ตลอดเวลา ในงานพิธีศพของคุณสิริญ เหมือนจะปกป้องเธอกลายๆ นั่นแหละ ก็พวกญาติๆ ที่จ้องจะเล่นงานเธอมีอยู่มากมาย หลายคนไม่พอใจที่คุณย่ายกเธอให้เป็นหลานสะใภ้ จึงมีคำพูดต่างๆ อยู่ตลอดเวลามาเข้าหูเธอ​เขาได้ยินกับหูตัวเอง ว่าเพราะจะแต่งงานให้กับตัวกาลกิณีอย่างชินานาง คุณสิริญถึงได้เสียชีวิตไปแบบนั้น ก่อนงานแต่งงานไม่กี่วัน​คืนนั้นหลังจากที่ท่านคุยกับเขาฝากฝังเขาราวกับเป็นลาง ท่านก็หลับและเสียชีวิตไปเลย การพิสูจน์บอกว่าท่านหัวใจล้มเหลว และจากไปอย่างสงบ...​คำพูดเหล่านั้นชินานางก็ได้ยิน เธอซึมมาก แม้จะไม่ได้ร้องไห้ให้เขาเห็น แต่สีหน้าของเธอที่ทุกข์อยู่ตลอดเวลา มันอยากให้เธอร้องไห้ระบายออกมาเสียดีกว่า​“กินโอวัลตินไปแก้วหนึ่งค่ะ” ​“เฮ้อ...พอที่ไหนกัน ยิ่งผอมๆ อยู่จะปลิวแล้ว ไป ไปข้างนอกกับพี่”ศรันย์ว่าแล้วจูงมือเธอออกไปจากงาน ก่อนไปเขาแวะไปบอกสรชัชให้ทำหน้าที่แทนให้หน่อย จะพาชินานางไปหาอะไรก

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   36

    คุณสิริญมองดูหลานชายของท่าน ที่นั่งประกบข้างชินานาง แถมยังบอกขอให้น้องตักนั่นตักนี่ส่งให้ ไหนจะสายตาที่มองสรชัชน้องชาย ยามที่เอ่ยคุยเล่นกับเด็กของท่าน มันบอกเลยว่าศรันย์กำลัง ‘หลง’ น้องเข้าแล้ว​แบบนี้ก็พอจะอุ่นใจวางใจได้มากๆ ​ไม่รู้ว่าไปหลงกันตอนไหนนะ? แต่คงเป็นเรื่องบุพเพสันนิวาสนั่นแหละ ท่านก็ปลื้มในฐานะคนจัดสรรคนสื่อ ให้คนทั้งสองได้มามองกันในฐานะนี้ ​ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนสนิทและญาติ ทำให้ท่านมีความสุขมาก เหมือนเป็นครั้งแรกที่คุณสิริญปล่อยวางจากงานหนักที่แบกไว้มาตลอดชีวิต ท่านก็พอจะไว้วางใจได้บ้างว่าลูกหลานจะไม่ปล่อยให้มันล้มครืนลงไปอย่างที่ท่านเคยหวาดกลัว​สรชัชจะเป็นหัวเรือหลักได้ดี ​ศรันย์นั้นก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว พ่อคนนี้ฉลาด และเป็นคนยุติธรรม นี่แหละท่านถึงเลือกให้หลานรักขึ้นมาเป็นคนคุม โดยมีสรชัชเป็นมือขวา คนอื่นๆ จะได้ไม่กล้าลุกขึ้นมาประท้วงอะไร ท่านแบ่งหุ้นปันส่วนให้แบบยุติธรรมแล้ว ใครควรได้ก็ได้ ใครไม่ควรค่าจะได้ท่านก็ตัดไป​อนาคตก็วางไว้ให้แล้วสำหรับเด็กเลี้ยงของท่านอย่างชินานาง ในการจับหล่อนดองคู่กับศรันย์ ท่านเชื่อว่าชินานางจะดูแลเขาได้ดี ส่วนศรันย์นั้นก็จะปกป้อง

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   35

    ตั้งแต่งานหมั้น ศรันย์ก็ไม่ตอบแชทเธอเลย...ไหนบอกว่าไม่อยากได้เด็กหน้าจืดนี่เป็นเมีย ถึงกับเกือบหนีงานหมั้น จนต้องให้น้องชายไปลากออกจากอ้อมอกของเธอด้วยซ้ำ​แถมพ่อน้องชายคนนั้นก็ยังเช่าคอนโดเดียวกับเธอ เขาขู่ว่าถ้ามายุ่งเกี่ยวอะไรกับศรันย์อีก เธอโดนดีแน่ๆ แหม...กลัวนิดๆ แหละกับคำขู่ แต่อะไรที่ท้าทายความสามารถมันก็มักจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มน่ะสิ​สำหรับเธอผลตอบแทนกับการเสี่ยงก็คือศรันย์...​ตอนแรกคิดไว้แบบนั้นแน่ล่ะ แต่ตอนนี้คะนึงนิตย์เริ่มจะไม่ค่อยแน่ใจแล้วสักเท่าไหร่เพราะดูจากสายตาของเขาที่มองเด็กนั่นในตอนนี้ แล้วก็ชักจะร้อนๆ หนาวๆ ว่าแผนการเอาตัวเข้าเสนอในการช่วยเขาจากคู่หมั้นที่ไม่เต็มใจ ตอนนี้มันจะกลายเป็นคู่หมั้นที่เขาอยากได้ไปแล้วไหมอะ?​คะนึงนิตย์หรี่ตาลงมองหน้าของเด็กนั่น ที่ตอนนี้ศรันย์สั่ง...ไม่ได้สั่งหรอก อ้อนให้เด็กนั่นตักอาหารให้ เห็นแล้วก็หมั่นไส้มากๆ ตงิดใจตั้งแต่ชวนเขามากินข้าวกลางวันด้วย เขารับคำชวนแต่ว่าให้ชินานางออกมาด้วย เพราะจะต้องไปธุระกันต่อ​“ธุระที่ไหนหรือคะ” เธอลองถามดู ขณะที่กำลังดูเมนูอาหารหวานหลังจากรับประทานอาหารคาวเรียบร้อยแล้ว ​“เราจะต้องไปดูโรงแรมจัดงานแล

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   34

    ​“วันนี้คุณย่าให้เราไปดูโรงแรมที่จะจัดงานแต่ง แล้วก็ไปติดต่อเรื่องถ่ายพรีเวดดิ้ง”เขาว่าในตอนสาย...ขณะที่มาทำงานด้วยกัน วันนี้มีเพียงเขาและเธอในห้องทำงาน ไม่มีคนอื่น พักนี้ศรันย์ตาบวมๆ เหมือนคนอดนอน ทว่า...หน้าตาเขากลับมีความสุขมากจนน่าแปลกใจ​สาเหตุของการอดนอนน่ะหรือ?​“ค่ะ”ชินานางพยักหน้ารับ เธอกำลังคุยแชทกับทางสรชัช ที่สองสามวันนี้เขาไปต่างจังหวัด เพื่อไปดูงานและไปดูที่ดินแปลงหนึ่งที่คุณย่าสั่งไว้ เพื่อขยายกิจการของท่าน​“พี่จะพาเราไปแวะที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ไม่ต้องกินข้าวเย็นที่บ้าน”​“ค่ะ”​เหมือนขานตอบเขาสั้นๆ แต่ตายังคงจ้องที่จอโทรศัพท์ทำให้คนที่กำลังชวนเธอคุยชักจะฉุนที่น้องไม่สนใจตนเองเลย​“ดอกหญ้า ทำอะไรน่ะ”​“คุยงานกับพี่ชัชน่ะค่ะ พี่ชัชส่งรูปที่ดินมาให้ดู ฉันกำลังคุยและส่งให้กับคุณท่านน่ะค่ะ”​“เอามานี่พี่คุยเอง”ทำท่าว่าจะแย่ง แต่ชินานางกลับเอาโทรศัพท์หลบมือเขา พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาและทำตาโตใส่เขา​“พี่จัมโบ้คะ นี่ฉันกำลังคุยงานนะคะ งาน...” เสียงหวานเน้น แล้วเลิกคิ้วใส่เขา“เข้าใจไหมคะ”​“อื้อ...” ทำหน้าดุใส่น้องบ้าง“เอ่อ ก็เข้าใจล่ะว่างาน แต่ดอกหญ้าไม่สนใจพี่เลย พี่คุยเ

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   33

    “อรุณสวัสดิ์”​เสียงทุ้มดังขึ้น เมื่อเธอลืมตาทำให้ชินานางสะดุ้งตื่นเต็มตา คนกล่าวอรุณสวัสดิ์กับเธอยิ้มและก้มลงจูบหน้าผากเธอเร็วๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียงของเธอ ก่อนจะก้าวออกไปจากห้องเธอ เธอเห็นว่าเขาเหมือนกำลังปิดปากหาวด้วย​ตาของเธอกะพริบปริบๆ อย่างทบทวนว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ตายล่ะ นี่เธอนอนกับเขาทั้งคืนเลยหรือนี่​แต่เขาก็ไม่ได้แตะต้องอะไรเธอจริงๆ มากไปกว่าจูบ กอดและ ลูบ...​แง้...​​นั่นมันก็เยอะแล้วนะชินานาง!​เหลือบตามองดูนาฬิกา ตอนนี้เกือบหกโมงเช้าแล้ว เธอมักจะตื่นเวลานี้เพื่อลงไปดูความเรียบร้อยของงานครัว ตระเตรียมทุกอย่างให้กับทุกคนในมื้อเช้า จึงรีบลุกขึ้นและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปทำงานประจำวันของเธอ​“วันนี้มีอะไรกิน”เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเธอเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร...คนที่นั่งรอคือศรันย์ที่จ้องตรงมายังเธอ ขอบตาของเขาคล้ำนิดๆ เหมือนขอบตาเธอนั่นแหละ เมื่อคืนกว่าจะได้นอน...ก็ดึกโข เกือบสว่างเลยก็ว่าได้​เขาตื่นเช้ามากวันนี้ทั้งที่ปรกติไม่เคยตื่นเวลานี้ ถ้าเกิดว่านอนดึกขนาดนั้น​ไม่ได้นอนเท่าไหร่หรอก...ก็นอนตัวแข็งอะไรต่อมิอะไรก็แข็งทั้งคืนนั้นแหละ ถึงได้ตาดำขนาดนี้​มอง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status