Share

7

last update publish date: 2026-06-22 14:49:53

ชินานางถูกคุณสิริญส่งข้อความมาหาแต่เช้า ขณะที่เธอกำลังช่วยดูแลเรื่องข้าวปลาอาหารในครัว ท่านยังอยู่บนห้อง ยังไม่ได้ลงมารับมื้อเช้า

​ท่านสั่งเกี่ยวกับอาหารเช้า ว่าให้เป็นของโปรดของศรันย์ มีแขกเพิ่มอีกคนคือสรชัชหลานรักอีกคนหนึ่ง ให้จัดโต๊ะเพิ่ม และท่านต้องการให้ชินานางร่วมโต๊ะด้วยเช้านี้ กำชับมาว่าอยากให้เธอสวมชุดที่ท่านเพิ่งจะสั่งตัดให้ เหมือนกับว่าอยากให้เธอดูดีดูสวยเป็นพิเศษ บอกให้เธอแต่งหน้าด้วย...ตอนไปรับประทานอาหารเช้า

​ชินานางรู้ว่าเพราะอะไร

​ถอนใจออกมาอย่างลืมตัว...

​เธอดูแลอาหารเช้าแล้วเรียบร้อย ก็มองนาฬิกา อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาอาหารเช้า ธรรมเนียมของบ้านคือพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร ชินานางเดินแกมวิ่งขึ้นไปยังชั้นสองและเดินไปยังห้องนอนของเธอที่อยู่ติดกับห้องคุณสิริญ

​เธอหยิบชุดใหม่ออกมา เร่งรีบสวมมัน ชุดแบบที่คุณสิริญมองว่าสวยและชอบให้เธอสวม คือเดรสกระโปรงยาวประมาณคลุมเข่า คอบัว แขนตุ๊กตา ประดับด้วยลูกไม้ เธอรวบผมไว้เป็นหางม้า มัดไว้ด้วยริบบิ้นสีชมพู ชินานางมองเงาสะท้อนตัวเธอในกระจก พร้อมกับย่นจมูกน้อยๆ คุณสิริญบอกให้เธอแต่งหน้า...ให้สวย...คนอย่างเธอน่ะหรือจะสวย สวยสู้สาวๆ ของศรันย์ไม่ได้เลยสักคน

​หน้าอย่างเธอจะได้เป็นคู่หมั้นของเขา

​แค่คิดก็ห่อเหี่ยวรอล่ะ เธอจะต้องฝ่าฟันกับศึกหลายด้านแน่นอน ไม่ใช่แค่พายุที่มีชื่อว่าศรันย์อย่างเดียวหรอก ก็แค่การปะทะเล็กๆ น้อยๆ กับสาวๆ ของเขาที่มาที่บ้าน และคิดว่าเธอเป็นเด็กของศรันย์ นั่นก็ทำให้เธอพอจะรู้ล่ะว่า คนเป็นคนรักของศรันย์จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

​หญิงสาวปัดนั่นแต้มนี่พอประมาณ ชินานางเลือกแต่งหน้าในแบบที่เธอถนัดคือเจือจางแทบเหมือนไม่ได้แต่ง เน้นแค่ริมฝีปากให้เป็นสีสันมากกว่ายามปรกติ ลิปสติกที่เธอใช้ประจำคือสีนู้ดออกโทนชมพู ซึ่งมันก็คือสีริมฝีปากเดิมของเธอแต่เข้มขึ้นอีกนิดเท่านั้น ตาของเธอใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลอ่อนๆ แก้มเป็นบลัชออนสีชมพูนู้ดซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนแก้มแดงเพราะเลือดฝาด คิ้วของเธอเรียงสวยเป็นระเบียบและดกกำลังดีอยู่แล้ว จึงแทบไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับมัน

​ภาพตรงหน้ายังไงก็เป็นสาวแสนจืดชืด

​เธอยิ้มให้กับตัวเองในกระจก

​เธอก็เป็นเธอแบบนี้แหละ

​หวังว่าเขาคงจะตอบกับคุณย่าว่าไม่...ไม่รับเธอเป็นคู่หมั้น

​ชินานางหวังไว้แบบนั้น

................................................................................................................................................................

​อาหารมื้อเช้ามีเพียงคุณสิริญ สรชัชและชินานาง ส่วนคนสำคัญอย่างศรันย์ถูกความเพลียเล่นงาน ทำให้เขาหลับยาวตื่นมาอีกทีก็คือตอนบ่ายแล้ว...

​สรชัชยังพักอยู่ที่บ้านนี้อีกหนึ่งวัน เพราะอยากจะรู้เหมือนกัน ว่าเรื่องสำคัญของคุณย่ากับศรันย์คือเรื่องอะไร เขาลอบมองชินานางที่นั่งใกล้ๆ คุณสิริญ เธอกำลังอ่านรายงานบัญชีให้กับคุณย่าฟัง น้ำเสียงของชินานางจัดได้ว่าเพราะมาก เสียงเล็กใส ฟังเสนาะหู เขาชอบฟังเสียงเธอ ซึ่งปรกตินั้นชินานางมักจะเงียบ หนักไปทางยิ้มนิดๆ ส่งให้กับเขา ไม่ค่อยได้พูดคุยกันยาวๆ สักเท่าไหร่ ชินานางมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ ซึ่งวันหนึ่งเขาอยากพังกำแพงนั้นไปสัมผัสและรู้จักตัวตนน้องให้มากกว่านี้

​เด็กกำพร้า ภูมิหลังน่าสงสาร ท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ค่อยพูด เรียนเก่ง ฉลาด ช่วยงานคุณสิริญได้ดี มีหน้าตาที่เรียกได้ว่าสวยพิศ ยิ่งมองยิ่งละมุนตาละมุนใจ เหมือนดอกไม้กลีบบางสะอ้าน ทว่าหอมหวาน ไม่สวยเตะตา แต่หอมตรึงใจ นั่นคือชินานางในความคิดของเขา

​“ชุดนี้ที่ฉันสั่งให้ใช่ไหม”

คุณสิริญมองกวาดไปทั่วตัวของชินานาง สีของชุด เข้ากับผิวทำให้เธอดูหวานน่ารักไปทั้งตัว

​“ค่ะ”

​“ใส่แล้วสวยน่ารักดีนะชุดแบบนี้...เหมาะกับเราดี”

ชินานางก้มหน้า พึมพำขอบคุณท่าน อดเขินไม่ได้ที่โดนชมแบบนั้น และมีคนอื่นอย่างสรชัชนั่งฟังอยู่ด้วย

​“ตาชัช ว่าน้องแต่งตัวแบบนี้น่ารักดีไหม?”

จู่ๆ คุณสิริญก็ถาม เล่นเอาคนแอบมองน้องเพลินสะดุ้งนิดๆ แล้วละล่ำละลักตอบ 

​“คะ ครับ อะไรนะครับ”

​คิ้วของท่านขมวดนิดๆ เห็นว่าโหนกแก้มของหลานชายมีสีระเรื่อขึ้น ความที่สรชัชผิวค่อนข้างขาวเลยเห็นชัดว่าเขาหน้าแดงอย่างห้ามไม่อยู่

​“น้องเป็นยังไงบ้าง แต่งตัวแบบนี้ น่ารักเหมาะกับยัยดอกหญ้าไหม ย่าไม่ค่อยรู้เรื่องแฟชั่นอะไรของสาวๆ นัก แต่ก็อยากให้ดอกหญ้าสวย ดูดี เวลาไปไหนมาไหนด้วย จะได้ไม่อาย”

​“ก็น่ารักดีน่ะครับ น่ารักแบบดอกหญ้า”

คำตอบของเขา เล่นเอาคุณย่าคิ้วพันกันกว่าเดิม ชินานางเองเม้มปากน้อยๆ เอ...เรียกได้ว่าคำชมไหมนะ แบบนี้

​“ยังไงของแก”

​“ก็น่ารัก เหมาะกับน้องมาก ถ้าผมได้ควงดอกหญ้าออกไปข้างนอก ผมก็ไม่อายใครหรอกครับ เด็กของคุณย่าดูเป็นลูกคุณหนู สวยแพง แบบไม่ต้องใส่เพชรสักชิ้นก็ยังดูแพง”

​แก้มของชินานางแดงจัดขึ้นทันทีเมื่อเขาชมเอาแบบนั้น ส่วนคุณสิริญหัวเราะชอบใจกันเลยทีเดียว

​“ตาถึงนะเราน่ะ ย่าอยากให้ตาจัมโบ้ พูดแบบนี้บ้าง”

​“หมอนั่นชอบผู้หญิงอีกสไตล์...” สรชัชกระแอม ก่อนจะพูดตามตรง

“คุณย่าก็รู้นี่ครับ ว่าสาวๆ ของนายโบ้ ส่วนมากจะแนวไหน แบบไหน”

​“แนวแบบไม่น่าเอามาเข้าร่วมวงศ์ตระกูลน่ะสิ”

​“หึๆ ว่าไม่ได้นะครับคุณย่า เราห้ามนายโบ้ได้หรือครับ”

​“ย่ามีวิธีของย่า”

ท่านขยิบตาให้กับเขา มองไปทางชินานางที่เอาเอกสารไปเก็บให้ท่าน สรชัชอ่านอาการภาษากายของคุณสิริญแล้วก็ขมวดคิ้วนิดๆ

​“เอ...คุณย่าคงจะไม่หมายความว่า...”

​“เรากับนายจัมโบ้อายุไล่ๆ กันใช่ไหม ตาชัชปีนี้เราเท่าไหร่แล้ว”

​“ยี่สิบหกครับ”

​“นายจัมโบ้ก็ยี่สิบเจ็ด แหม...อายุกำลังดีเลย แกว่าไหม?”

​“กำลังดีสำหรับอะไรครับ”

​“ก็มีเมีย มีหลานให้ย่ายังไงล่ะ จะได้อยู่กับที่กับทาง ตั้งใจทำงานทำการได้สักที”

​สรชัชมองสบตากับท่าน ชินานางกลับมานั่งพับเพียบข้างท่านพอดี เขามองเลยไปยังเธอ และตวัดสายตากลับมาที่คุณย่าที่กำลังยิ้มนิดๆ ส่งให้กับเขา

​“คุณย่าคงไม่ได้หมายถึงว่าจะให้...นายโบ้ กับ...”

​คุณย่าเพียงแค่พยักหน้าส่งให้กับเขา

​ใจของสรชัชถึงกับวูบเลยทีเดียวเมื่อได้ยินแบบนั้น เขามองชินานางอย่างเห็นใจ...โอ...ถ้านายจัมโบ้ได้ยินว่าคุณย่าจะให้ทำอะไร

​พายุลงบ้านแน่ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   38 บทส่งท้าย

    งานแต่งงานจัดขึ้นตามฤกษ์ยามเดิม มีคุณนาตยาเป็นแม่งานและตัวแทนคุณสิริญ โดยไม่สนใจว่าจะมีใครไม่พอใจ ซึ่งส่วนมากก็เป็นญาติๆ บางคน ทำประท้วงด้วยการไม่มาร่วมงาน แต่มีหรือศรันย์จะสนใจอะไร เขาเรียกคนมาทำข่าว โหมไฟด้วยซ้ำว่าจัดงานยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ให้อิจฉาตาลุกกันไป ทุกคนจะต้องอิจฉาเจ้าสาวของเขาอย่างชินานาง​เธอถูกเรียกว่าซินเดอเลอร่าผู้โชคดี​วันนี้น้องสวยเหลือเกิน ทั้งงานเช้าและงานปาร์ตี้ คนที่หน้าบานไม่แพ้เขาก็คงจะเป็นสรชัช ที่ดูมีความสุขกับงานแต่งงานของพวกเขามาก จนเขานึกหมั่นไส้ ทางนั้นก็หัวเราะเมื่อเขาเปรยขึ้นลอยๆ ตอนที่หาข้าวหาขนมให้น้องกินระหว่างงาน ว่าอย่าทำหน้าที่เกินเจ้าบ่าวอย่างเขาสิ ​“หึงเหรอวะ นายโบ้”​น้องชายกระเซ้า เมื่อโดนพี่ชายว่าเอาแบบนั้น​“เอ่อ” ยอมรับไปนั่นแหละ ไม่มีอะไรจะต้องวางมาดอีกแล้ว ก็มันคือความจริง​“รักน้องเข้าแล้วหรือว่ะ นายโบ้” สรชัชก้มลงถามศรันย์ พี่ชายของเขายักคิ้วให้ และตอบเสียงเข้ม​“ฉันน่ะผัว นายแค่พี่ชาย ต่อไปอย่าเยอะกับดอกหญ้า ฉันหึง”​ตอบแบบนั้น เล่นเอาน้องชายหัวเราะจนตัวงอ แขกมาร่วมงานที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับหันมาดู ว่าสองพี่น้องคุยอะไรกัน คนหน้าตายอย่

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   37

    ​“ดอกหญ้า ไปกินข้าวบ้างเถอะ พี่ไม่เห็นเธอกินอะไรเลย”เสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัว ทำให้ชินานางหันไปมองเขาและพยายามฝืนยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา​“กินแล้วค่ะ”​“กินอะไร?” เขาถามเสียงเข้ม เพราะเขาจับสังเกตเธออยู่ตลอดเวลา ในงานพิธีศพของคุณสิริญ เหมือนจะปกป้องเธอกลายๆ นั่นแหละ ก็พวกญาติๆ ที่จ้องจะเล่นงานเธอมีอยู่มากมาย หลายคนไม่พอใจที่คุณย่ายกเธอให้เป็นหลานสะใภ้ จึงมีคำพูดต่างๆ อยู่ตลอดเวลามาเข้าหูเธอ​เขาได้ยินกับหูตัวเอง ว่าเพราะจะแต่งงานให้กับตัวกาลกิณีอย่างชินานาง คุณสิริญถึงได้เสียชีวิตไปแบบนั้น ก่อนงานแต่งงานไม่กี่วัน​คืนนั้นหลังจากที่ท่านคุยกับเขาฝากฝังเขาราวกับเป็นลาง ท่านก็หลับและเสียชีวิตไปเลย การพิสูจน์บอกว่าท่านหัวใจล้มเหลว และจากไปอย่างสงบ...​คำพูดเหล่านั้นชินานางก็ได้ยิน เธอซึมมาก แม้จะไม่ได้ร้องไห้ให้เขาเห็น แต่สีหน้าของเธอที่ทุกข์อยู่ตลอดเวลา มันอยากให้เธอร้องไห้ระบายออกมาเสียดีกว่า​“กินโอวัลตินไปแก้วหนึ่งค่ะ” ​“เฮ้อ...พอที่ไหนกัน ยิ่งผอมๆ อยู่จะปลิวแล้ว ไป ไปข้างนอกกับพี่”ศรันย์ว่าแล้วจูงมือเธอออกไปจากงาน ก่อนไปเขาแวะไปบอกสรชัชให้ทำหน้าที่แทนให้หน่อย จะพาชินานางไปหาอะไรก

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   36

    คุณสิริญมองดูหลานชายของท่าน ที่นั่งประกบข้างชินานาง แถมยังบอกขอให้น้องตักนั่นตักนี่ส่งให้ ไหนจะสายตาที่มองสรชัชน้องชาย ยามที่เอ่ยคุยเล่นกับเด็กของท่าน มันบอกเลยว่าศรันย์กำลัง ‘หลง’ น้องเข้าแล้ว​แบบนี้ก็พอจะอุ่นใจวางใจได้มากๆ ​ไม่รู้ว่าไปหลงกันตอนไหนนะ? แต่คงเป็นเรื่องบุพเพสันนิวาสนั่นแหละ ท่านก็ปลื้มในฐานะคนจัดสรรคนสื่อ ให้คนทั้งสองได้มามองกันในฐานะนี้ ​ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนสนิทและญาติ ทำให้ท่านมีความสุขมาก เหมือนเป็นครั้งแรกที่คุณสิริญปล่อยวางจากงานหนักที่แบกไว้มาตลอดชีวิต ท่านก็พอจะไว้วางใจได้บ้างว่าลูกหลานจะไม่ปล่อยให้มันล้มครืนลงไปอย่างที่ท่านเคยหวาดกลัว​สรชัชจะเป็นหัวเรือหลักได้ดี ​ศรันย์นั้นก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว พ่อคนนี้ฉลาด และเป็นคนยุติธรรม นี่แหละท่านถึงเลือกให้หลานรักขึ้นมาเป็นคนคุม โดยมีสรชัชเป็นมือขวา คนอื่นๆ จะได้ไม่กล้าลุกขึ้นมาประท้วงอะไร ท่านแบ่งหุ้นปันส่วนให้แบบยุติธรรมแล้ว ใครควรได้ก็ได้ ใครไม่ควรค่าจะได้ท่านก็ตัดไป​อนาคตก็วางไว้ให้แล้วสำหรับเด็กเลี้ยงของท่านอย่างชินานาง ในการจับหล่อนดองคู่กับศรันย์ ท่านเชื่อว่าชินานางจะดูแลเขาได้ดี ส่วนศรันย์นั้นก็จะปกป้อง

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   35

    ตั้งแต่งานหมั้น ศรันย์ก็ไม่ตอบแชทเธอเลย...ไหนบอกว่าไม่อยากได้เด็กหน้าจืดนี่เป็นเมีย ถึงกับเกือบหนีงานหมั้น จนต้องให้น้องชายไปลากออกจากอ้อมอกของเธอด้วยซ้ำ​แถมพ่อน้องชายคนนั้นก็ยังเช่าคอนโดเดียวกับเธอ เขาขู่ว่าถ้ามายุ่งเกี่ยวอะไรกับศรันย์อีก เธอโดนดีแน่ๆ แหม...กลัวนิดๆ แหละกับคำขู่ แต่อะไรที่ท้าทายความสามารถมันก็มักจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มน่ะสิ​สำหรับเธอผลตอบแทนกับการเสี่ยงก็คือศรันย์...​ตอนแรกคิดไว้แบบนั้นแน่ล่ะ แต่ตอนนี้คะนึงนิตย์เริ่มจะไม่ค่อยแน่ใจแล้วสักเท่าไหร่เพราะดูจากสายตาของเขาที่มองเด็กนั่นในตอนนี้ แล้วก็ชักจะร้อนๆ หนาวๆ ว่าแผนการเอาตัวเข้าเสนอในการช่วยเขาจากคู่หมั้นที่ไม่เต็มใจ ตอนนี้มันจะกลายเป็นคู่หมั้นที่เขาอยากได้ไปแล้วไหมอะ?​คะนึงนิตย์หรี่ตาลงมองหน้าของเด็กนั่น ที่ตอนนี้ศรันย์สั่ง...ไม่ได้สั่งหรอก อ้อนให้เด็กนั่นตักอาหารให้ เห็นแล้วก็หมั่นไส้มากๆ ตงิดใจตั้งแต่ชวนเขามากินข้าวกลางวันด้วย เขารับคำชวนแต่ว่าให้ชินานางออกมาด้วย เพราะจะต้องไปธุระกันต่อ​“ธุระที่ไหนหรือคะ” เธอลองถามดู ขณะที่กำลังดูเมนูอาหารหวานหลังจากรับประทานอาหารคาวเรียบร้อยแล้ว ​“เราจะต้องไปดูโรงแรมจัดงานแล

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   34

    ​“วันนี้คุณย่าให้เราไปดูโรงแรมที่จะจัดงานแต่ง แล้วก็ไปติดต่อเรื่องถ่ายพรีเวดดิ้ง”เขาว่าในตอนสาย...ขณะที่มาทำงานด้วยกัน วันนี้มีเพียงเขาและเธอในห้องทำงาน ไม่มีคนอื่น พักนี้ศรันย์ตาบวมๆ เหมือนคนอดนอน ทว่า...หน้าตาเขากลับมีความสุขมากจนน่าแปลกใจ​สาเหตุของการอดนอนน่ะหรือ?​“ค่ะ”ชินานางพยักหน้ารับ เธอกำลังคุยแชทกับทางสรชัช ที่สองสามวันนี้เขาไปต่างจังหวัด เพื่อไปดูงานและไปดูที่ดินแปลงหนึ่งที่คุณย่าสั่งไว้ เพื่อขยายกิจการของท่าน​“พี่จะพาเราไปแวะที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ไม่ต้องกินข้าวเย็นที่บ้าน”​“ค่ะ”​เหมือนขานตอบเขาสั้นๆ แต่ตายังคงจ้องที่จอโทรศัพท์ทำให้คนที่กำลังชวนเธอคุยชักจะฉุนที่น้องไม่สนใจตนเองเลย​“ดอกหญ้า ทำอะไรน่ะ”​“คุยงานกับพี่ชัชน่ะค่ะ พี่ชัชส่งรูปที่ดินมาให้ดู ฉันกำลังคุยและส่งให้กับคุณท่านน่ะค่ะ”​“เอามานี่พี่คุยเอง”ทำท่าว่าจะแย่ง แต่ชินานางกลับเอาโทรศัพท์หลบมือเขา พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาและทำตาโตใส่เขา​“พี่จัมโบ้คะ นี่ฉันกำลังคุยงานนะคะ งาน...” เสียงหวานเน้น แล้วเลิกคิ้วใส่เขา“เข้าใจไหมคะ”​“อื้อ...” ทำหน้าดุใส่น้องบ้าง“เอ่อ ก็เข้าใจล่ะว่างาน แต่ดอกหญ้าไม่สนใจพี่เลย พี่คุยเ

  • ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา   33

    “อรุณสวัสดิ์”​เสียงทุ้มดังขึ้น เมื่อเธอลืมตาทำให้ชินานางสะดุ้งตื่นเต็มตา คนกล่าวอรุณสวัสดิ์กับเธอยิ้มและก้มลงจูบหน้าผากเธอเร็วๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียงของเธอ ก่อนจะก้าวออกไปจากห้องเธอ เธอเห็นว่าเขาเหมือนกำลังปิดปากหาวด้วย​ตาของเธอกะพริบปริบๆ อย่างทบทวนว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ตายล่ะ นี่เธอนอนกับเขาทั้งคืนเลยหรือนี่​แต่เขาก็ไม่ได้แตะต้องอะไรเธอจริงๆ มากไปกว่าจูบ กอดและ ลูบ...​แง้...​​นั่นมันก็เยอะแล้วนะชินานาง!​เหลือบตามองดูนาฬิกา ตอนนี้เกือบหกโมงเช้าแล้ว เธอมักจะตื่นเวลานี้เพื่อลงไปดูความเรียบร้อยของงานครัว ตระเตรียมทุกอย่างให้กับทุกคนในมื้อเช้า จึงรีบลุกขึ้นและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปทำงานประจำวันของเธอ​“วันนี้มีอะไรกิน”เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเธอเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร...คนที่นั่งรอคือศรันย์ที่จ้องตรงมายังเธอ ขอบตาของเขาคล้ำนิดๆ เหมือนขอบตาเธอนั่นแหละ เมื่อคืนกว่าจะได้นอน...ก็ดึกโข เกือบสว่างเลยก็ว่าได้​เขาตื่นเช้ามากวันนี้ทั้งที่ปรกติไม่เคยตื่นเวลานี้ ถ้าเกิดว่านอนดึกขนาดนั้น​ไม่ได้นอนเท่าไหร่หรอก...ก็นอนตัวแข็งอะไรต่อมิอะไรก็แข็งทั้งคืนนั้นแหละ ถึงได้ตาดำขนาดนี้​มอง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status