Masukและก็เป็นอย่างที่สรชัชคาด
พายุลงจริงๆ
ศรันย์โวยวายและทะเลาะกับคุณย่า ท่านไล่เขากับชินานางออกมาด้านนอก ถกกับพ่อหลานชายตัวดีตามลำพัง แต่เสียงก็ยังดังลอดออกมาให้ได้ยิน เขาหันไปมองชินานางแล้วเอ่ยขึ้นมาเสียงนุ่ม
“น้องดอกหญ้า คิดดีจริงๆ แล้วหรือครับ เรื่องหมั้นกับนายโบ้”
“คิดดีแล้วล่ะค่ะ คุณชัช”
“อา...ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็บอกพี่ได้นะ พี่เป็นทีมของน้อง”
เขาถอนใจ แล้วเคลื่อนกายเข้าใกล้เธอ แตะตรงลำแขนเรียวเบาๆ ชินานางสะดุ้งกับอาการใกล้ชิดนั้น เงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา สายตาอ่อนโยน เห็นใจจากผู้ชายคนนี้ ทำให้เธอเกือบน้ำตาซึม
แต่...
ชินานางผู้ดูบอบบาง กลับเข้มแข็งและเก็บอารมณ์ของตนเองไว้ได้อย่างดี เธอยิ้มบางๆ ส่งให้เขา นัยน์ตานั้นเศร้าจนเขาสงสาร
“ขอบคุณมากค่ะ ฉัน...จะบอกคำว่าไม่ กับคุณท่านได้ยังไงกันล่ะคะ สำหรับเรื่องนี้หวังแต่ว่า คุณจัมโบ้คงจะบอกกับคุณท่านว่าไม่แทนฉัน”
“อืม...”
เขาค่อยๆ เลื่อนมือไปจับมือของเธอและบีบเบาๆ อาการปลอบโยนของเขา มันทำให้เธอไม่ชักมือหนี มันอบอุ่นและให้กำลังใจเธอได้มาก
เธอหันมายิ้มให้กับเขา ยิ้มอย่างจริงใจ ยิ้ม...จนนัยน์ตายาวรีชั้นเดียวนั้นหยีขึ้นจนเหมือนตาเธอปิดและเหมือนมันยิ้มให้เขา
รอยยิ้มแสนเจิดจ้า น่ารักปักเข้ามาในหัวใจของสรชัชจนใจเต้น
“ขอบคุณนะคะ”
เขาปล่อยมือเธอและเอามาล้วงกระเป๋าไว้ ตามองไปยังประตูห้องที่ปิดไว้เพื่อการเจรจาระหว่างคุณสิริญกับศรันย์
เขาก็หวังว่านายจัมโบ้จะบอกคำว่าไม่กับคุณย่าได้สำเร็จ
และ...
เขาปรายตามองมาทางชินานาง
เขาอาจจะขอยื่นข้อเสนอกับคุณย่า...เรื่องของชินานาง
....................................................................................................................................................
“เฮ้...เบาหน่อย”
สรชัชเอ่ยห้าม เมื่อคนข้างตัวนั้นเหมือนจะดื่มเหล้าในแก้วไม่ทันใจ หมอถึงกับยกขวดขึ้นกระดกดื่ม เพียวๆ เสียด้วย
“ให้มันเมาให้ตายห่าไปเลยวันนี้”
ศรันย์ทำเสียงหึ ในลำคอ แล้วกระดกเหล้าในขวดอีกรอบ แต่หนนี้เขาสำลัก สรชัชเลยส่งน้ำให้ดื่ม...ส่ายหัวไปด้วยกับสภาพของพี่ชาย
“พอเหอะว่ะ เดี๋ยวช็อคตายนะนายโบ้”
“หึๆ ทำไมจะต้องเป็นฉันด้วยวะ ทำไมจะต้องมาบังคับให้หมั้นกับเด็กเอ๋อนั่นด้วย ทำไมไม่เป็นนาย ทำไมไม่เป็นคนอื่นวะ”
“เฮ้อ...ก็อยากให้เป็นฉันแทนนายมากกว่าว่ะ”
เผลอพูดออกไป แล้วก็กระแอม ดีนะอีกฝ่ายกำลังเมา ไม่ใช่แต่ศรันย์หรอกที่ไม่ชอบใจเอาเสียเลยกับการตัดสินใจของคุณย่า เขาเองก็เช่นกัน
“หึๆ โอเค โอเค้ อยากให้แต่งก็จะแต่ง แต่ทนฉันให้ได้ก็แล้วกัน”
“นายจะทำอะไรดอกหญ้าเค้า เค้าเกี่ยวอะไรวะ ไม่ได้เกี่ยวอะไรปะ เค้าก็ทำตามคุณย่าเท่านั้น”
ออกตัวแทนน้อง โมโหแทนน้องอีกล่ะ ใจเขาหวิววูบไปหมดตั้งแต่ได้ยินว่าศรันย์ต้านคุณย่าไม่อยู่
เขายกแก้วของตัวเองขึ้นดื่มบ้าง ไม่ใช่แต่ศรันย์อยากเมา เขาก็เช่นกันล่ะวันนี้ เขาคลึงแก้วในมือเล่น มองพี่ชายพร่ำรำพันไปด้วย ว่าร้อยไม่เอาพันไม่อยาก ไม่อยากจะหมั้นไม่อยากจะแต่ง แต่ก็จำต้องทำเพราะขัดไม่ได้ เขาอยากจะเสนอตัวแทนศรันย์เรื่องน้อง...คุณย่าคงไม่ยอมแน่ล่ะ
หนแรกนี่แหละที่เขาเคือง ที่ศรันย์ได้...ในสิ่งที่คุณย่ามอบให้
“ก็ยอมทำตามคุณย่าทำไมล่ะ ฉันก็ถือว่าสมรู้ร่วมคิด พังชีวิตโสดของฉัน
เสียงอ้อแอ้นั่น ทำให้สรชัชหมั่น เลยเอื้อมมือเขกหัวพี่ชายดังโป๊ก! คนเมาขมวดคิ้ว แล้วหรี่ตามองน้องชาย ที่กำลังท้าวคาง มองเขาอยู่อย่างบึ้งตึง
"เฮ้...เขกหัวฉันทำไมวะ นายชัช"
"อยากเขก จะทำแรงกว่านี้ด้วย ถ้าเกิดว่านายทำไม่ดีกับน้องดอกหญ้า"
“ทำไมวะ ทำไมถึงต้องออกตัวแทนยัยเอ๋อนั่นตลอด ฉันพี่ชายนายนะ ส่วนแม่นั่นน่ะคนอื่น”
“ก็นายทำไม่ถูกนี่หว่า ฉันพวกชอบความถูกต้อง”
“หึ...เข้าข้างกันเข้าไป อยู่ทีมเด็กนั่นให้หมด เอ่อ ดี ดีโว้ย ไม่มีใครเข้าข้างฉันเลย”
พร่ำเสร็จก็ดื่มต่อ แล้วก็บ่นอีก สักพัก...ก็หลับคาโต๊ะ
สรชัชที่ไม่ได้เมามากเท่าพี่ชาย เห็นสภาพพี่แล้วก็ให้นึกหมั่นขึ้นมาอีกรอบ เลยประเคนมะเหงกให้อีกสองสามที ก่อนจะถอนใจ และแบกศรันย์กลับบ้าน
เอาเถอะ...บางทีพรหมอาจจะลิขิตไว้แบบนี้แล้วก็ได้
เขาก็คงทำได้แค่เพียงคอยเฝ้ามองและช่วยเหลือชินานางอยู่ห่างๆ จะอย่างไรเขาก็นึกเอ็นดูและสงสารผู้หญิงคนนี้มากจริงๆ ที่ชะตาพัดพามาให้มีชีวิตแบบนี้
งานแต่งงานจัดขึ้นตามฤกษ์ยามเดิม มีคุณนาตยาเป็นแม่งานและตัวแทนคุณสิริญ โดยไม่สนใจว่าจะมีใครไม่พอใจ ซึ่งส่วนมากก็เป็นญาติๆ บางคน ทำประท้วงด้วยการไม่มาร่วมงาน แต่มีหรือศรันย์จะสนใจอะไร เขาเรียกคนมาทำข่าว โหมไฟด้วยซ้ำว่าจัดงานยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ให้อิจฉาตาลุกกันไป ทุกคนจะต้องอิจฉาเจ้าสาวของเขาอย่างชินานางเธอถูกเรียกว่าซินเดอเลอร่าผู้โชคดีวันนี้น้องสวยเหลือเกิน ทั้งงานเช้าและงานปาร์ตี้ คนที่หน้าบานไม่แพ้เขาก็คงจะเป็นสรชัช ที่ดูมีความสุขกับงานแต่งงานของพวกเขามาก จนเขานึกหมั่นไส้ ทางนั้นก็หัวเราะเมื่อเขาเปรยขึ้นลอยๆ ตอนที่หาข้าวหาขนมให้น้องกินระหว่างงาน ว่าอย่าทำหน้าที่เกินเจ้าบ่าวอย่างเขาสิ “หึงเหรอวะ นายโบ้”น้องชายกระเซ้า เมื่อโดนพี่ชายว่าเอาแบบนั้น“เอ่อ” ยอมรับไปนั่นแหละ ไม่มีอะไรจะต้องวางมาดอีกแล้ว ก็มันคือความจริง“รักน้องเข้าแล้วหรือว่ะ นายโบ้” สรชัชก้มลงถามศรันย์ พี่ชายของเขายักคิ้วให้ และตอบเสียงเข้ม“ฉันน่ะผัว นายแค่พี่ชาย ต่อไปอย่าเยอะกับดอกหญ้า ฉันหึง”ตอบแบบนั้น เล่นเอาน้องชายหัวเราะจนตัวงอ แขกมาร่วมงานที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับหันมาดู ว่าสองพี่น้องคุยอะไรกัน คนหน้าตายอย่
“ดอกหญ้า ไปกินข้าวบ้างเถอะ พี่ไม่เห็นเธอกินอะไรเลย”เสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัว ทำให้ชินานางหันไปมองเขาและพยายามฝืนยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“กินแล้วค่ะ”“กินอะไร?” เขาถามเสียงเข้ม เพราะเขาจับสังเกตเธออยู่ตลอดเวลา ในงานพิธีศพของคุณสิริญ เหมือนจะปกป้องเธอกลายๆ นั่นแหละ ก็พวกญาติๆ ที่จ้องจะเล่นงานเธอมีอยู่มากมาย หลายคนไม่พอใจที่คุณย่ายกเธอให้เป็นหลานสะใภ้ จึงมีคำพูดต่างๆ อยู่ตลอดเวลามาเข้าหูเธอเขาได้ยินกับหูตัวเอง ว่าเพราะจะแต่งงานให้กับตัวกาลกิณีอย่างชินานาง คุณสิริญถึงได้เสียชีวิตไปแบบนั้น ก่อนงานแต่งงานไม่กี่วันคืนนั้นหลังจากที่ท่านคุยกับเขาฝากฝังเขาราวกับเป็นลาง ท่านก็หลับและเสียชีวิตไปเลย การพิสูจน์บอกว่าท่านหัวใจล้มเหลว และจากไปอย่างสงบ...คำพูดเหล่านั้นชินานางก็ได้ยิน เธอซึมมาก แม้จะไม่ได้ร้องไห้ให้เขาเห็น แต่สีหน้าของเธอที่ทุกข์อยู่ตลอดเวลา มันอยากให้เธอร้องไห้ระบายออกมาเสียดีกว่า“กินโอวัลตินไปแก้วหนึ่งค่ะ” “เฮ้อ...พอที่ไหนกัน ยิ่งผอมๆ อยู่จะปลิวแล้ว ไป ไปข้างนอกกับพี่”ศรันย์ว่าแล้วจูงมือเธอออกไปจากงาน ก่อนไปเขาแวะไปบอกสรชัชให้ทำหน้าที่แทนให้หน่อย จะพาชินานางไปหาอะไรก
คุณสิริญมองดูหลานชายของท่าน ที่นั่งประกบข้างชินานาง แถมยังบอกขอให้น้องตักนั่นตักนี่ส่งให้ ไหนจะสายตาที่มองสรชัชน้องชาย ยามที่เอ่ยคุยเล่นกับเด็กของท่าน มันบอกเลยว่าศรันย์กำลัง ‘หลง’ น้องเข้าแล้วแบบนี้ก็พอจะอุ่นใจวางใจได้มากๆ ไม่รู้ว่าไปหลงกันตอนไหนนะ? แต่คงเป็นเรื่องบุพเพสันนิวาสนั่นแหละ ท่านก็ปลื้มในฐานะคนจัดสรรคนสื่อ ให้คนทั้งสองได้มามองกันในฐานะนี้ ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนสนิทและญาติ ทำให้ท่านมีความสุขมาก เหมือนเป็นครั้งแรกที่คุณสิริญปล่อยวางจากงานหนักที่แบกไว้มาตลอดชีวิต ท่านก็พอจะไว้วางใจได้บ้างว่าลูกหลานจะไม่ปล่อยให้มันล้มครืนลงไปอย่างที่ท่านเคยหวาดกลัวสรชัชจะเป็นหัวเรือหลักได้ดี ศรันย์นั้นก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว พ่อคนนี้ฉลาด และเป็นคนยุติธรรม นี่แหละท่านถึงเลือกให้หลานรักขึ้นมาเป็นคนคุม โดยมีสรชัชเป็นมือขวา คนอื่นๆ จะได้ไม่กล้าลุกขึ้นมาประท้วงอะไร ท่านแบ่งหุ้นปันส่วนให้แบบยุติธรรมแล้ว ใครควรได้ก็ได้ ใครไม่ควรค่าจะได้ท่านก็ตัดไปอนาคตก็วางไว้ให้แล้วสำหรับเด็กเลี้ยงของท่านอย่างชินานาง ในการจับหล่อนดองคู่กับศรันย์ ท่านเชื่อว่าชินานางจะดูแลเขาได้ดี ส่วนศรันย์นั้นก็จะปกป้อง
ตั้งแต่งานหมั้น ศรันย์ก็ไม่ตอบแชทเธอเลย...ไหนบอกว่าไม่อยากได้เด็กหน้าจืดนี่เป็นเมีย ถึงกับเกือบหนีงานหมั้น จนต้องให้น้องชายไปลากออกจากอ้อมอกของเธอด้วยซ้ำแถมพ่อน้องชายคนนั้นก็ยังเช่าคอนโดเดียวกับเธอ เขาขู่ว่าถ้ามายุ่งเกี่ยวอะไรกับศรันย์อีก เธอโดนดีแน่ๆ แหม...กลัวนิดๆ แหละกับคำขู่ แต่อะไรที่ท้าทายความสามารถมันก็มักจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มน่ะสิสำหรับเธอผลตอบแทนกับการเสี่ยงก็คือศรันย์...ตอนแรกคิดไว้แบบนั้นแน่ล่ะ แต่ตอนนี้คะนึงนิตย์เริ่มจะไม่ค่อยแน่ใจแล้วสักเท่าไหร่เพราะดูจากสายตาของเขาที่มองเด็กนั่นในตอนนี้ แล้วก็ชักจะร้อนๆ หนาวๆ ว่าแผนการเอาตัวเข้าเสนอในการช่วยเขาจากคู่หมั้นที่ไม่เต็มใจ ตอนนี้มันจะกลายเป็นคู่หมั้นที่เขาอยากได้ไปแล้วไหมอะ?คะนึงนิตย์หรี่ตาลงมองหน้าของเด็กนั่น ที่ตอนนี้ศรันย์สั่ง...ไม่ได้สั่งหรอก อ้อนให้เด็กนั่นตักอาหารให้ เห็นแล้วก็หมั่นไส้มากๆ ตงิดใจตั้งแต่ชวนเขามากินข้าวกลางวันด้วย เขารับคำชวนแต่ว่าให้ชินานางออกมาด้วย เพราะจะต้องไปธุระกันต่อ“ธุระที่ไหนหรือคะ” เธอลองถามดู ขณะที่กำลังดูเมนูอาหารหวานหลังจากรับประทานอาหารคาวเรียบร้อยแล้ว “เราจะต้องไปดูโรงแรมจัดงานแล
“วันนี้คุณย่าให้เราไปดูโรงแรมที่จะจัดงานแต่ง แล้วก็ไปติดต่อเรื่องถ่ายพรีเวดดิ้ง”เขาว่าในตอนสาย...ขณะที่มาทำงานด้วยกัน วันนี้มีเพียงเขาและเธอในห้องทำงาน ไม่มีคนอื่น พักนี้ศรันย์ตาบวมๆ เหมือนคนอดนอน ทว่า...หน้าตาเขากลับมีความสุขมากจนน่าแปลกใจสาเหตุของการอดนอนน่ะหรือ?“ค่ะ”ชินานางพยักหน้ารับ เธอกำลังคุยแชทกับทางสรชัช ที่สองสามวันนี้เขาไปต่างจังหวัด เพื่อไปดูงานและไปดูที่ดินแปลงหนึ่งที่คุณย่าสั่งไว้ เพื่อขยายกิจการของท่าน“พี่จะพาเราไปแวะที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ไม่ต้องกินข้าวเย็นที่บ้าน”“ค่ะ”เหมือนขานตอบเขาสั้นๆ แต่ตายังคงจ้องที่จอโทรศัพท์ทำให้คนที่กำลังชวนเธอคุยชักจะฉุนที่น้องไม่สนใจตนเองเลย“ดอกหญ้า ทำอะไรน่ะ”“คุยงานกับพี่ชัชน่ะค่ะ พี่ชัชส่งรูปที่ดินมาให้ดู ฉันกำลังคุยและส่งให้กับคุณท่านน่ะค่ะ”“เอามานี่พี่คุยเอง”ทำท่าว่าจะแย่ง แต่ชินานางกลับเอาโทรศัพท์หลบมือเขา พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาและทำตาโตใส่เขา“พี่จัมโบ้คะ นี่ฉันกำลังคุยงานนะคะ งาน...” เสียงหวานเน้น แล้วเลิกคิ้วใส่เขา“เข้าใจไหมคะ”“อื้อ...” ทำหน้าดุใส่น้องบ้าง“เอ่อ ก็เข้าใจล่ะว่างาน แต่ดอกหญ้าไม่สนใจพี่เลย พี่คุยเ
“อรุณสวัสดิ์”เสียงทุ้มดังขึ้น เมื่อเธอลืมตาทำให้ชินานางสะดุ้งตื่นเต็มตา คนกล่าวอรุณสวัสดิ์กับเธอยิ้มและก้มลงจูบหน้าผากเธอเร็วๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียงของเธอ ก่อนจะก้าวออกไปจากห้องเธอ เธอเห็นว่าเขาเหมือนกำลังปิดปากหาวด้วยตาของเธอกะพริบปริบๆ อย่างทบทวนว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ตายล่ะ นี่เธอนอนกับเขาทั้งคืนเลยหรือนี่แต่เขาก็ไม่ได้แตะต้องอะไรเธอจริงๆ มากไปกว่าจูบ กอดและ ลูบ...แง้...นั่นมันก็เยอะแล้วนะชินานาง!เหลือบตามองดูนาฬิกา ตอนนี้เกือบหกโมงเช้าแล้ว เธอมักจะตื่นเวลานี้เพื่อลงไปดูความเรียบร้อยของงานครัว ตระเตรียมทุกอย่างให้กับทุกคนในมื้อเช้า จึงรีบลุกขึ้นและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปทำงานประจำวันของเธอ“วันนี้มีอะไรกิน”เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเธอเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร...คนที่นั่งรอคือศรันย์ที่จ้องตรงมายังเธอ ขอบตาของเขาคล้ำนิดๆ เหมือนขอบตาเธอนั่นแหละ เมื่อคืนกว่าจะได้นอน...ก็ดึกโข เกือบสว่างเลยก็ว่าได้เขาตื่นเช้ามากวันนี้ทั้งที่ปรกติไม่เคยตื่นเวลานี้ ถ้าเกิดว่านอนดึกขนาดนั้นไม่ได้นอนเท่าไหร่หรอก...ก็นอนตัวแข็งอะไรต่อมิอะไรก็แข็งทั้งคืนนั้นแหละ ถึงได้ตาดำขนาดนี้มอง







