Share

บทที่ 6

last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-16 21:22:10

หมู่บ้านในภาคอีสานนั้นไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก  บ้านเรือนจะมากน้อย  ถนนจะซับซ้อนวกวนอย่างไร  แต่วัดประจำหมู่บ้านล้วนอยู่ศูนย์กลาง  ดังนั้นอุ่นหล้าจึงเดินนำทุกคนลัดเลาะไปตามทางเล็ก ๆ

เห็นทุกคนตั้งหน้าตั้งตากันเดินตามเขาท่าทางมุ่งมั่นอย่างกับลูกเป็ดเดินตามแม่อุ่นหล้าไม่ต้องการให้การเดินทางครั้งนี้ตึงเกินไปนัก  จึงทำลายความเงียบขึ้นด้วยเรื่องที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้

“ตอนที่ผมเป็นนักศึกษาได้ตามอาจารย์ศักดิ์ชัยไปดูภาพจิตรกรรมภายในห้องกรุวัดราชบูรณะ  อาจารย์ได้เล่าเรื่องแปลกให้ฟังว่า   เมื่อตอนปี   ๒๕๐๐   เกิดเหตุการณ์กรุวัดราชบูรณะแตก  อาจารย์ศักดิ์ชัยที่ขณะนั้นท่านเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายได้ติดตามอาจารย์ที่ปรึกษาไปสำรวจ  ก็พากันล่องเรือกันไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา  มีศาสตราจารย์ฝรั่งตามไปอีก    คน  ปรากฏว่าบนเรือต่างก็ได้กลิ่นหอมประหลาดกัน  เป็นกลิ่นหอมเย็นแบบที่ไม่มีขายในท้องตลาด  แต่พวกศาสตราจารย์ฝรั่งนั้นกลับไม่ได้กลิ่น

“กลิ่นหอมนั้นอวลอยู่ตลอดเวลาที่อยู่บนเรือจนกระทั่งเข้าไปในกรุ  อาจารย์ศักดิ์ชัยและอาจารย์ที่ปรึกษาสำรวจความเสียหายของกรุลงไปถึงชั้นที่สาม  ก็ไปเจอบุษบกที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ   เมื่อเปิดผอบทองคำที่อยู่ในบุษบกออกดู  กลิ่นหอมนั้นก็มาจากภายในผอบที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุนี่เอง  น่าแปลกที่พวกนักวิจัยฝรั่งไม่ได้กลิ่น  และที่แปลกกว่านั้น  คือ  พวกโจรที่ปล้นกรุมันขนเครื่องทองไปจนหมด  แต่กลับมองไม่เห็นบุษบกทองคำอันประณีตนี้เสียอย่างกับมีอะไรมาบังตา”

“อู้วววว”  พวกนักศึกษาพากันลูบขนแขนที่ลุกซู่

เมื่อเรื่องเล่าจบลงที่เบื้องหน้าก็เป็นซุ้มประตูโขงของวัดโพนสิมที่ทุกคนตามหาแล้ว  คณะสำรวจล้วนตื่นตะลึงไปกับเชิงช่างของผู้ที่สร้างสิม*โบราณหลังนี้ที่ได้ใช้ผนังสิมต่างผ้าใบผืนโตวาดภาพอย่างอิสระ  วาดแทรกลงไปตรงที่ว่างทั้งด้านในและนอกสิมจนเต็มพื้นที่  บางภาพต้องเข้าไปดูใกล้ ๆ  บางภาพต้องถอยออกไปดูไกล ๆ  จึงรู้เรื่อง บางภาพยืนตรง ๆ  มองก็ได้  แต่บางภาพก็ต้องตะแคงหน้า  จนบางครั้งแทบจะตีลังกา ถ้าเป็นคนยุคปัจจุบันคงเป็นศิลปินที่มีนิสัยซุกซนขี้เล่นคนหนึ่ง

“โอย  พวกเรามาทันเวลาพอดี”  มับไมคราง  เมื่อเห็นผนังสิมเก่านั้นกระเทาะหลุดร่อนไปไม่น้อยแล้ว

“หวังว่าสิ่งที่เราตามหาจะไม่ลบเลือนไปเสียก่อน”  อุ่นหล้าแตะบ่าดอกเตอร์สาว

ชีวินตรงไปที่มุมหนึ่งของสิมนั่งยองๆ  เก็บตัวอย่างแผ่นปูนที่กระเทาะออกมา  ใส่ในกลักพลาสติกใสขนาดเท่ากลักไม้ขีดไฟ  แล้วใช้ปากกาเมจิกเขียนวันที่เก็บและพิกัดกำกับไว้กันลืม

“เก็บตัวอย่างไว้ไปส่องกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนดูชั้นรองพื้นและชั้นเขียนสีค่ะ”

อุ่นหล้าพยักหน้าให้กับความรู้งานของหนุ่มหวาน  ก่อนจะหันไปอธิบายให้ทีมเด็กป.ตรีว่า

“ครูช่างโบราณท่านว่าในการเตรียมชั้นรองพื้นเนี่ยให้ทาหนาเท่ากับเส้นตอกสมัยก่อนใช้วิธีขูดสีจากชั้นสีออกมาแล้วใช้เครื่องสเปโตรโฟโต้มิเตอร์มาวัดค่าการดูดกลืนแสงเพื่อหาองค์ประกอบสีว่ามาจากสีสังเคราะห์หรือสีธรรมชาติ  ถ้าจากธรรมชาติน่าจะมาจากอะไร  พืช  สัตว์  หรือแร่ธาตุ  แต่ปัจจุบันใช้เครื่อง **XRF ก็จะช่วยให้ไม่ต้องทำลายชั้นเขียนสี”

รุ้งลาวัลย์พนมมือขอบคุณอาจารย์พลางจดข้อมูลลงในสมุดจดยิกๆ

“เอ๊ะ  อาจารย์ฮะ  ถ้าเราดูผิวชั้นรองพื้นที่วัดนี้  ผมรู้สึกว่าสีมันแตกต่างจากผนังวัดสุทัศน์ที่เราไปเรียนนอกสถานที่กัน”  โกวิทย์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ผนังสิมจนแทบชิด  ก่อนจะหันมาถามอุ่นหล้า

“ใช่  การรองพื้นแบบภาคกลางจะใช้กาวเม็ดมะขามเคี่ยวเทือกกับดินสอพอง  แต่สำหรับภาคอีสานส่วนมากจะไม่นิยมรองพื้น  ถ้ารองเขาก็จะรองแบบบาง ๆ  อย่างสิมวัดไชยศรีที่อาจารย์เคยบรรยายไปในคลาสเมื่อต้นเทอมเนี่ยเป็นลักษณะการรองพื้นด้วยน้ำปูนขาว  ถ้าอยากรู้ว่ารองพื้นกาวเม็ดมะขามดินสอพองทำยังไง เดี๋ยวตอนกลับไป ไปดูเด็กจิตรกรรมตึกข้าง ๆ  เขาทำก็ได้”

“ขอบคุณอาจารย์ครับ”

ความที่จิตรกรรมอีสานหรือฮูปแต้มนั้น  เป็นงานสร้างสรรค์แบบพื้นบ้าน  ช่างจึงไม่ได้เคร่งครัดตามขนบแบบภาคกลาง  นึกตอนใดขึ้นมาได้ก็วาดใส่ลงไปในพื้นที่ที่ว่าง ทำให้ทั้งหมดต้องทั้งยืดตัว  ตะแคงหน้า  ก้มดูตามซอกมุมโดยละเอียด  ทั้งยังต้องถอดความจารึกอักษรไทน้อยที่ช่างเขียนด้วยลายมือยึกยือเพื่อไม่ให้ข้อมูลสำคัญตกหล่นด้วย  ทั้งหมดพยายามจับต้นชนปลายหาจุดเริ่มต้นของเรื่องราว  จนกระทั่งดวงตะวันเลยหัวจึงพากันอพยพไปตั้งหลักที่ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ด้านข้างสิม

“กระจายตัวกันหาแบบนี้รู้สึกจะสะปะสะปะกันเกินไป”  มับไมขมวดคิ้วน้อยๆ

“งั้นเราใช้วิธีเก็บข้อมูลบนผนังแต่ละด้าน  เริ่มจากด้านในสิมก่อน”  อุ่นหล้าจัดระเบียบการสำรวจ

“แต่ผู้หญิงเข้าไปในสิมไม่ได้”

“งั้นถ่ายแบบกว้างก่อน  จุดไหนที่สนใจเป็นพิเศษค่อยถ่ายแบบเจาะ แล้วค่อยมาวิเคราะห์กันทีละด้าน  แล้วก็จะได้เครื่อง XRF ตรวจสอบที่จุดนั้นด้วยเลย”

“แล้วอุ่นหล้าจะรู้ได้ไงว่าเราสนใจตรงไหนเป็นพิเศษ”

“แหมคอมพิวเตอร์สมัยนี้มันก็ใช้นิ้วถ่างให้ภาพมันขยายใหญ่ได้จ้ะแม่คุณ”

“แหะ  แหะ  ลืมไป  โอ.เค.  ตามนั้น”

นักศึกษาลูกทีมมองทั้งคู่สลับกันออกความเห็นตอบโต้กันกันไปมาราวกับกำลังชมศึกหวดลูกสักหลาดระหว่างราฟาเอลนาดัลและโรเจอร์เฟเดอร์เรอร์กว่าอาจารย์ทั้งสองจะตกลงกันได้ก็เล่นเอาเด็กๆ  เมื่อยคอ

“เอ่อ  อาจารย์คะ  ขอแทรกนิดนึง  วันนี้ชิวลี่ขอย้ายไปอยู่ทีมชายนะคะ  แบบว่าอยากดูฮูปแต้มในสิมด้วยตาตนเองอ่ะครับ”  จู่ ๆ  ชีวินปรับท่าทางจากหนุ่มแหววมาเป็นโหมดขึงขัง  ทำให้ทุกคนอดขำไม่ได้

………

เมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนตรงหัว  เสียง “คร่อกคราก” ก็ดังมาจากหลาย ๆ  ท้อง  ข้าวห่อที่เตรียมไว้เป็นเสบียงจึงถูกนำมาถูกแจกจ่ายให้กับทุกคน  เมื่ออิ่มท้องสมองก็พร้อมจะเรียนรู้   ทั้งห้าเริ่มค้นหาข้อมูลอีกครั้งโดยเริ่มจากภายในสิมก่อน  สิมโบราณในภาคอีสานมักจะมีขนาดเล็กเพียงพอสำหรับพระสงฆ์ประกอบสังฆกรรมได้ราวสี่รูป ทั้งนี้เป็นเพราะเรื่องความอัตคัดของทรัพยากรที่เสาะหามาสร้างด้วย  ทั้งยังเป็นความพอเพียงของคนในท้องถิ่น  ที่ต้องการประโยชน์ใช้สอยมากกว่าความหรูหรา

ถึงแม้ศาสนคารหลังนี้จะมีขนาดกระทัดรัด  แต่การสำรวจฮูปแต้มภายในสิมนั้นกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย  ดอกเตอร์หนุ่มและลูกศิษย์มองดูตัวละครเอกของเรื่องที่กำลังแสดงบทบาทในฉากที่ไม่คุ้นเคย  คล้ายกับว่ามันเป็นคนละเรื่องเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น

“ว้าว  นี่มันวิเศษมาก”  อาจารย์สาวอุทาน  ทำตาโตขยับนิ้วบนแทร็คแพดเพื่อขยายภาพในจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค

เมื่อเห็นทุกคนจ้องมาที่ตนเป็นตาเดียว  คนถนัดอักษรโบราณจึงกระแอมก่อนจะขยายความให้เข้าใจโดยทั่วกันว่า

“เนี่ยทุกคนดูนี่  ปรกติแล้ววัดที่มีการแต้มฮูปเรื่องสังสินไซ  จะเน้นวาดตอนที่สำคัญอย่างตอนสินไซเดินดง  ผจญเจ็ดย่านน้ำ  เก้าด่านมหาภัย  แล้วก็กลับคืนบ้านเมือง  แต่วัดนี้พิเศษมาก  คือมีการวาดภาคสองของเรื่องด้วย  ปกตินักวิชาการทั่ว ๆ  ไป เขาจะไม่ยอมรับภาคนี้กัน  เพราะพออ่านสำนวนในหนังสือผูก  แล้วคล้ายเป็นคนอื่นมาเขียนต่อจากท้าวปางคำอีกที

“วัดนี้จึงพิเศษมากที่มีการวาดครบทั้งสองภาค  โดยมีตอนที่ท้าวเวสสุวรรณคืนชีพให้กับกุมภัณฑ์  แต่ด้วยความแค้นที่ยังมี  ยักษ์จึงหวนกลับมาลักพาตัวเมียรักกลับไปครองคู่และเอาสินไซไปต้มกิน  ก่อนที่พระอินทร์จะมาห้ามปรามสั่งสอน  และภาพบทสรุปของเรื่องด้านหลังพระประธานที่เรียกว่าตอนม้วนชาดก  ที่ช่างวาดเล่าไว้ว่าชาติต่อมาสินไซไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้า  สังข์ทองไปเกิดเป็นพระสารีบุตร  และสีโหไปเกิดเป็นพระโมคคัลลานะ  ประมาณนี้”  พอได้เล่าเรื่องที่ตนสนใจศึกษามาจึงเผลอบรรยายเสียยืดยาว  ในขณะที่ลูกศิษย์พากันจดบันทึกยิก ๆ  ลงสมุดเล่มน้อย

‘น่าแปลก  ทำไมจึงมีเพียงวัดนี้ที่วาดภาคสองของวรรณคดีจากท้าวปางคำ’  หญิงสาวทดความอยากรู้นั้นไว้ในใจ

*สิม ภาษาอีสานหมายถึง โบสถ์

*XRF (X-ray fluorescein)

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 8

    วัดโบราณแห่งนี้แม้จะเป็นโบราณสถานมีฝาผนังล้ำค่า แต่กลับมีพระจำพรรษาอยู่เพียง ๑ รูป เมื่อ “หลวงปู่บุญ” เห็นกลุ่มคนแปลกหน้ามาด้อม ๆ มอง ๆ พร้อมกล้องถ่ายรูปก็เกรงจะเป็นพวกมิจฉาชีพ ที่มาขโมยวัตถุโบราณตามใบสั่ง จึงต้องลงมาดูเสียหน่อยเมื่อเห็นผู้มาใหม่เป็นภิกษุชรา คณะทำงานจึงยอบตัวกราบลงกับพื้น แต่เมื่อมับไมเงยหน้าขึ้นมา กลับทำให้หลวงปู่บุญถึงกับตกใจ เพราะประพิมพ์ประพายของหญิงสาวตรงหน้าช่างคล้ายกับ “ครูบาอ่อน” ผู้เป็นพระอาจารย์ผู้ล่วงลับของท่านเสียเหลือเกิน ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นในห้วงคำนึงของภิกษุชรา “บุญเอ้ย” “ขอรับพระอาจารย์”“สังขารนี้บ่เที่ยง บ่มีไผหนีวัฏจักรนี้พ้น อย่าได้เศร้าเสียใจ จ่งวางใจให้เป็นอุเบกขาสาเด้อ”“เวลานั้นมาฮอดไวโพดดอกขอรับ” “บ่มีสิ่งใดหนีกาลเวลาพ้นแม้แต่โตของมันเอง อาจารย์ยังมีห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง สิฝากเจ้าไว้ได้บ่บุญ”“เชิญพระอาจารย์สั่งมาเถิดขอรับ”“จ่งไปเปิดหีบไม้บักค่า แล้วหยิบเอาเปลือกหอยสังข์มาให้พระอาจารย์แด่”เมื่อพระบุญหยิบของที่ต้องการมาให้แล้ว ครูบาชราจึงเล่าเรื่องราวที่เก็บงำไว้นานปีด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น“ฮูปแต้มที่สิมนั่น เรื่องสั

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 7

    สิมวัดโพนสิมเป็นสิมมหาอุตม์ขนาดสามห้อง จากที่คิดว่าถ่ายภาพฉากหลัก ๆ ไว้ถี่ถ้วนดีแล้วเพราะขนาดไม่ใหญ่ แต่เมื่อมาพินิจอีกรอบกลับเจอภาพที่ไม่คุ้นปรากฏเพิ่มเข้ามาอีก“เอ๊ ยังไงกันนี่ ทำไมมีรูปหลาย ๆ รูปปรากฏขึ้นอย่างกับว่าเราไม่เคยผ่านตามุมนี้มาก่อน อย่างรูปเหล่านางกำนัลยักษ์ที่กำลังตักน้ำ หนูว่าพวกเราวนผ่านมุมนี้ไม่ต่ำกว่าสามรอบกลับไม่เจอ” กระแตเท้าเอวจ้องภาพที่หล่อนเพิ่งพบอย่างหงุดหงิด“นี่นะเวลาผมไปดูฮูปแต้มแต่ละครั้งนะ จะไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง มันจะมีภาพใหม่ ๆ ปรากฏออกมาทุกครั้ง” อุ่นหล้าเล่านิทานหลอกเด็ก ๆ“จริงดิอาจารย์” ลูกศิษย์ตื่นเต้น พากันคิดไปถึงเรื่องอาถรรพ์ของโบราณสถาน“ก็เวลาที่เราดูมาดูภาพแต่ละครั้งด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน เราก็จะพบแง่มุมใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นมาไง” “ปั๊ดโธ่ อาจารย์อุ่น” เหล่าลูกศิษย์ครางเป็นเสียงเดียวกัน“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่จริงพวกเราอาจจะมัวแต่ตื่นเต้นกับการค้นพบ ทำให้มีหลงหูหลงตากันไปบ้าง เอ้าบ่ายนี้พวกเราก็สู้กันอีกสักยกเนาะ” ดอกเตอร์หนุ่มให้กำลังใจทุกคน“เอ๊ะ...เราลืมรุ้งลาวัลย์ไว้ที่คณะหรือเปล่า ทำไมเงียบจริง” จังโก้แซว “อ่ะ อ่ะ เ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 6

    หมู่บ้านในภาคอีสานนั้นไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก บ้านเรือนจะมากน้อย ถนนจะซับซ้อนวกวนอย่างไร แต่วัดประจำหมู่บ้านล้วนอยู่ศูนย์กลาง ดังนั้นอุ่นหล้าจึงเดินนำทุกคนลัดเลาะไปตามทางเล็ก ๆ เห็นทุกคนตั้งหน้าตั้งตากันเดินตามเขาท่าทางมุ่งมั่นอย่างกับลูกเป็ดเดินตามแม่อุ่นหล้าไม่ต้องการให้การเดินทางครั้งนี้ตึงเกินไปนัก จึงทำลายความเงียบขึ้นด้วยเรื่องที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้“ตอนที่ผมเป็นนักศึกษาได้ตามอาจารย์ศักดิ์ชัยไปดูภาพจิตรกรรมภายในห้องกรุวัดราชบูรณะ อาจารย์ได้เล่าเรื่องแปลกให้ฟังว่า เมื่อตอนปี ๒๕๐๐ เกิดเหตุการณ์กรุวัดราชบูรณะแตก อาจารย์ศักดิ์ชัยที่ขณะนั้นท่านเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายได้ติดตามอาจารย์ที่ปรึกษาไปสำรวจ ก็พากันล่องเรือกันไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาสตราจารย์ฝรั่งตามไปอีก ๒ คน ปรากฏว่าบนเรือต่างก็ได้กลิ่นหอมประหลาดกัน เป็นกลิ่นหอมเย็นแบบที่ไม่มีขายในท้องตลาด แต่พวกศาสตราจารย์ฝรั่งนั้นกลับไม่ได้กลิ่น“กลิ่นหอมนั้นอวลอยู่ตลอดเวลาที่อยู่บนเรือจนกระทั่งเข้าไปในกรุ อาจารย์ศักดิ์ชัยและอาจารย์ที่ปรึกษาสำรวจความเสียหายของกรุลงไปถึงชั้นที่สาม ก็ไปเจอบุษบกที่ประดิษฐานพระบรมส

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 5

    ดังที่ว่ามีเงินใช่ว่าจะไปเก็บข้อมูลที่ไหนก็ได้ตามใจ หลังทำเรื่องขอลาวิจัยแล้ว ยังต้องมีการคัดเลือกคนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานคุณภาพด้วย อุ่นหล้าและมับไมกลัวคำว่า “มากคนมากความ” เป็นที่สุด จึงพยายามคัดเลือกลูกทีมที่มีประสิทธิภาพที่แม้จะไปกันน้อยคนแต่ก็คล่องตัวเมื่อข่าวการประกาศรับสมัครลูกทีมเพื่อการวิจัยภาคสนามของอาจารย์มับไมและอาจารย์อุ่นหล้าถูกติดขึ้นบอร์ด นักศึกษาทุกระดับชั้นรวมถึงบุคคลากรในคณะต่างให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเพราะทั้งคู่เป็นอาจารย์ที่มีภูมิ รู้ลึกรู้จริงถ่ายทอดให้ผู้เรียนโดยไม่หวงวิชา หรือไม่ว่าจะเพราะอยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของทั้งคู่ก็ตาม ในวันสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกลูกทีม จึงมีคนไปมุงออกันที่หน้าห้องพักอาจารย์แน่นราวกับมีมหกรรมแจกของฟรี เมื่อคัดคนที่มีใจแค่อยากผจญภัยตามอย่างภาพยนตร์ฮอลลีวูดออกไป ในที่สุดก็ได้ผู้ร่วมงานจำนวนหนึ่ง โดยมี “ชีวิน” หนุ่มตุ้งติ้งที่ชอบให้ทุกคนเรียกเขาว่า “ชิวลี่ (Chiewly)” เป็นนักศึกษาปริญญาเอก เขาหลงใหลในวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ยังไม่แน่ใจว่าตนจะเจาะลึกศึกษาวิจัยเรื่องอะไรเป็นพิเศษ จึงขอตามอาจารย์ทั้งสองมาด้วยเพื่อค้นหาตัวเองนักศึ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 4

    การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลไม่ใช่ว่าจะมีความรู้ มีทุนทรัพย์แล้วจะไปได้ตามใจ เมื่อเข้าทำงานในระบบมหาวิทยาลัย มีต้นสังกัดก็จำเป็นที่จะต้องยื่นหนังสือชี้แจงแก่หน่วยงาน ทั้งคู่ตกลงกันว่าทำหนังสือขอลาวิจัยฮูปแต้มและอักษรโบราณในสิมภาคอีสาน ซึ่งดำเนินการได้คล่องตัวกว่าการเสนอขอทุนวิจัย เพราะกว่างบจะมาถึงคงนานไม่ทันกาล และอาจจะไม่ได้ตามจำนวนที่ขอทำให้ต้องเสียอารมณ์“หืม ไปพร้อมกันทั้งคู่เหรอ” คณบดีเลิกคิ้ว สงสัยว่าตนตกข่าวอะไรไปมากกว่าจะอยากรู้ว่าทั้งสองจะไปตามหาอะไรที่ยังดูไม่ชัดเจน“อ้าว ก็ฮูปแต้มกับจารึกมันต้องไปด้วยกันไง พี่เอนกก็รู้นี่” หญิงสาวตอบผู้ที่เป็นทั้งรุ่นพี่และผู้บังคับบัญชาหน้าแดง“พี่ มันเกี่ยวกับเรื่องบัตรถา*...”“ชู่...เดี๋ยวพวกเราไปคุยกันต่อข้างนอกดีกว่า”อุ่นหล้ายังพูดไม่จบ เอนกก็ใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปาก ปรามให้เบาเสียงก่อนจะบุ้ยปากไปที่หน้าต่างห้องทำงาน เงาร่างสายหนึ่งวูบไหวอยู่หลังม่านก่อนจะหายไปอย่างเงียบ ๆ*ลายแทงขุมทรัพย์………สถานที่ที่อันตราย นับว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยอย่างคาดไม่ถึง แต่สองนักวิจัยไม่นึกว่ารุ่นพี่ของตนจะพามายังสถานที่นี้ ท่ามกลางนักศึกษาและบุ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 3

    ดอกเตอร์สาวนอนเท้าแขนอยู่บนเตียง ในมือถือใบลานแผ่นที่ ๓ ขึ้นมาพลิกหน้าพลิกหลัง หวังว่าจะพบคำใบ้ใดซ่อนอยู่ในใบไม้แห้งบาง ๆ นั้นอีกครั้ง“เฮ้อ ไม่ง่ายเหมือนในหนังอินเดียน่า โจนส์ สินะ” มับไมถอนหายใจตัวอักษรที่จารนั้นลายเส้นคมงดงาม สีดำจากเขม่าก้นหม้อติดสีเข้มยังไม่ลบเลือน ทำให้อ่านง่าย แสดงว่าผู้จารมีการเตรียมการมาอย่างดี ไม่ได้เขียนขณะที่อยู่ในสภาวะเร่งร้อน กระจุกสีและเส้นสายที่ป้ายไปมาทำให้หญิงสาวคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าผู้วาดต้องการสื่ออะไรบางอย่าง แต่ก็จนด้วยเกล้าจริง ๆ คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างนึกโมโหตัวเองว่าสมัยนั้นทำไมไม่ตั้งใจเรียนวิชาจิตรกรรมและฮูปแต้มนะ ในเวลานี้ผู้เชี่ยวชาญการไขรหัสภาพโบราณคงไม่มีใครมีความสามารถเทียบเท่า “ดอกเตอร์อุ่นหล้า” อีกแล้ว เมื่อนึกถึงเจ้าของชื่อนี้ภาพเงาร่างสูงโปร่ง ดวงตาเรียวดุราวเหยี่ยว ชอบนุ่งโสร่งอย่างชายอีสานชนบทเดินไปเดินมาบนตึกเรียนอย่างภาคภูมิในชาติพันธุ์ของตนก็ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงนึกถึงแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่กับการที่ต้องไปขอให้ดอกเตอร์หนุ่มช่วยมันช่างเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก เพราะนั่นเท่ากับว่าตนเองต้องเป็นฝ่ายแพ้ ยอมละว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status