Partager

บทที่ 3

last update Date de publication: 2025-07-05 15:00:12

ดอกเตอร์สาวนอนเท้าแขนอยู่บนเตียง  ในมือถือใบลานแผ่นที่  ๓  ขึ้นมาพลิกหน้าพลิกหลัง  หวังว่าจะพบคำใบ้ใดซ่อนอยู่ในใบไม้แห้งบาง ๆ นั้นอีกครั้ง

“เฮ้อ  ไม่ง่ายเหมือนในหนังอินเดียน่า โจนส์ สินะ” มับไมถอนหายใจ

ตัวอักษรที่จารนั้นลายเส้นคมงดงาม  สีดำจากเขม่าก้นหม้อติดสีเข้มยังไม่ลบเลือน  ทำให้อ่านง่าย  แสดงว่าผู้จารมีการเตรียมการมาอย่างดี  ไม่ได้เขียนขณะที่อยู่ในสภาวะเร่งร้อน  กระจุกสีและเส้นสายที่ป้ายไปมาทำให้หญิงสาวคาดเดาไปต่างๆ  นานาว่าผู้วาดต้องการสื่ออะไรบางอย่าง   แต่ก็จนด้วยเกล้าจริง ๆ คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างนึกโมโหตัวเองว่าสมัยนั้นทำไมไม่ตั้งใจเรียนวิชาจิตรกรรมและฮูปแต้มนะ

ในเวลานี้ผู้เชี่ยวชาญการไขรหัสภาพโบราณคงไม่มีใครมีความสามารถเทียบเท่า “ดอกเตอร์อุ่นหล้า”  อีกแล้ว  เมื่อนึกถึงเจ้าของชื่อนี้ภาพเงาร่างสูงโปร่ง ดวงตาเรียวดุราวเหยี่ยว  ชอบนุ่งโสร่งอย่างชายอีสานชนบทเดินไปเดินมาบนตึกเรียนอย่างภาคภูมิในชาติพันธุ์ของตนก็ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง

นึกถึงแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่กับการที่ต้องไปขอให้ดอกเตอร์หนุ่มช่วยมันช่างเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก  เพราะนั่นเท่ากับว่าตนเองต้องเป็นฝ่ายแพ้  ยอมละวางทิฐิมานะลงก่อน

                                            ………

เมื่อหลับตาลงภาพในอดีตก็แจ่มชัด

ในวันน้องใหม่รายงานตัว  แสงแดดที่แผดเผาไม่อาจทำให้เสียงเพลงและเสียงรัวกลองของรุ่นพี่เบาลงได้เลยมีแต่ยิ่งคึกคัก  โดยเฉพาะเวลารุ่นน้องที่หน้าตาน่ารักแสดงตัว

“ขออนุญาตค่ะ  น้องชื่อ  มับไม  รหัส  สามแปดศูนย์ - สามหนึ่งศูนย์ - ศูนย์สองเจ็ด  ค่ะ”  เฟรชชี่มับไมชูแขนขวาแนบใบหู  รายตัวเป็นจังหวะอย่างที่ได้รับการฝึกมาจากพี่ ๆ รุ่นซอฟฟะมอร์  พวกมากอาวุโสชั้นปีสูง ๆ ขึ้นไปบ้างปรบมือ  บ้างเป่าปากเปี้ยวป้าว ต้อนรับน้องเฟรชชี่หน้าใสกันครื้นเครง

“อ้าว  เธอ ๆ เราอยู่คณะเดียวกันนี่นา  รหัสเราต่อกับเธอด้วยล่ะ”  อุ่นหล้าในวันเยาว์ยิ้มกว้างจนดินสองพองผสมสีที่รุ่นพี่ทาให้แตกลายงาร่วงกราว  สาวน้อยหันมายิ้มให้ด้วยไมตรี

“เราอยากเก่งเรื่องจิตรกรรมอ่ะ  เธอล่ะ”

“โห  เป็นเรื่องยากสำหรับเราเลยนะนั่น  เราชอบอักษรโบราณน่ะ”

“สองคนนั้นคุยอะไรกันน่ะ  ไปออกไปเต้นไก่ย่าง”  รุ่นพี่สต๊าฟปกครองโหวกเหวก ชี้ตัวน้องใหม่ทั้ง  ๒  ให้ออกไปรับโทษ

“ไก่ย่างถูกเผาๆมันจะถูกไม้เสียบ  เอ้ว  มันจะจะถูกไม้เสียบ  เสียบตูดซ้าย  เอ้ว เสียบตูดขวา  เอ้ว  ร้อนจริง ๆ ร้อนจริง ๆ” เพื่อน ๆ ข้างล่างเวทีโห่ฮาให้กับท่าทางตลก ๆ ของหนุ่มสาวหน้าลาย

มับไมและอุ่นหล้าพบกันในลักษณะนี้

ความที่รหัสนักศึกษาติดกัน  ทำให้บ่อยครั้งต้องทำรายงาน  ทำแลป  และออกภาคสนามร่วมกัน  จากความใกล้ชิดเกิดเป็นความผูกพันบางอย่างที่ยากจะอธิบาย

“…เริ่มแต่วันที่เราคบกันคล้ายเพื่อน

แต่ดูเหมือนมีสิ่งเร้าใจ  ไหวหวั่น

ปล่อยให้รุม  สุมสรวงนานวัน

เปลี่ยนเป็นฉันรักเธอ...”

ใครบางคนในไซต์งานเปิดเพลงหนึ่งมิตรชิดใกล้ขึ้นมาสร้างบรรยากาศในการทำงานมับไมอดมองไปทางอุ่นหล้าไม่ได้แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็กลับพบว่าดวงตาเรียวโค้งเป็นประกายยิบหยีนั้นมองมาทางตนอยู่ก่อนแล้วหัวใจของสาวน้อยก็พลันหวั่นไหว

ภายหลังเรียนจบทั้งคู่เลือกที่จะศึกษาต่อในสายงานโบราณคดีเพียงแต่ต่างสาขาออกไปตามที่ตนสนใจแต่ไม่ว่าจะงานราษฎร์งานหลวงทั้งคู่ยังร่วมกิจกรรมด้วยกันเสมอเป็นดังเงาของกันและกันใครๆต่างพูดถึงทั้งสองว่าเป็นนักวิจัยคู่ขวัญที่จะต้องมีข่าวดีในเร็ววันแน่

จนกระทั่งวันหนึ่งทั้งสองเข้าร่วมสำรวจสิมโบราณ  (อุโบสถ)  ในภาคอีสาน  และเกิดถกเถียงกันด้วยเรื่องปูนขาวหมักที่ใช้ในการก่อสร้างสิมหลังนี้  คนหนึ่งเชื่อแหล่งข้อมูลของตนว่าเอาเปลือกหอยกาบกี้ไปเผาแล้วตำให้ละเอียด  อีกคนหนึ่งก็มีแหล่งข้อมูลมายืนยันว่าไปสกัดหินปูนจากภูเขาเอามาตำ

จากการยกเหตุผลมาถกกลายเป็นการเถียงเพื่อเอาชนะ  ต่างคนต่างถือว่าตนก็เป็นที่หนึ่งในตองอู  ไม่มีใครยอมลงให้กันก่อน  จนกระทั่งลุกลามบานปลาย  สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ทั้งคู่เมื่อความสัมพันธ์ถึงขั้นแตกหัก  หันหลังไม่ร่วมทางกันอีก

เรื่องงี่เง่า...ใช่เรื่องงี่เง่าที่เหมือนหาสาระอะไรไม่มี  แต่มันกลับมีพลังลึกลับบางอย่างที่สามารถทุบทำลายความผูกพันที่บ่มเพาะมานานปีจนแหลกสลายราวน้ำค้างโดนแสงอาทิตย์ได้

                                              ………

“ต้องมาขอความช่วยเหลือจริงๆสินะ”   นึกถึงครั้งวันเยาว์ที่ตนมักทำแลปล่ม จนอุ่นหล้าระอาจนต้องร้องขอชีวิต  “ขอร้องล่ะมับไม  เธออย่ามั่นใจตนเองเกินไปนักได้ไหม”  แต่ทุกความพังและเจ้าหน้าที่ประจำห้องแลปที่กำลังนั่งหน้าหงิกเพราะรอปิดตึก จะมีอุ่นหล้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ไว้ให้เสมอ  ถึงปัจจุบันจะชังน้ำหน้ากันสักแค่ไหน  แต่เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ริมฝีปากสีอินจี่เป็นต้องเผยอยิ้มทุกครั้ง

เมื่อภาพในอดีตจบลงดอกเตอร์สาวก็มาหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงานที่คุ้นเคยพอดี  ทำท่าทางลังเลเก้ ๆ กัง ๆ ถ้าคำกล่าวว่าถอนหายใจหนึ่งครั้งจะแก่ไปสิบปีเป็นความจริง ณ จุดนี้  มับไมคงจะอายุราวร้อยสองร้อยปีได้  เมื่อระบายลมหายใจครั้งสุดท้ายก็กลั้นใจเคาะประตูเป็นรหัสรัวแล้วหยุด  รัวแล้วหยุดอย่างที่เคยทำ  รู้กันเฉพาะสองคนว่าใครมาหา

๓ - ๘ - ๐ - ๓ - ๑ - ๐ - ๐ - ๒ - ๗

คล้ายกับว่าเสียงความเคลื่อนไหวในห้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ  เมื่อได้ยินเสียง “เชิญ”  คนมาง้อจึงหมุนลูกบิดแล้วก้าวเข้าไปภายใน   ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานขนาด  ๔  x  ๔  เมตร

“อะแฮ่ม”  มับไมทำลายความเงียบขึ้น

“เอ่อ...เราจะบอกว่าทุกวันนี้ใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจลักษณะของผลึกแคลเซียมได้แล้วว่าปูนน้ำอ้อยน่ะมาจากเปลือกหอยหรือหิน”

“………”  อุ่นหล้าเงียบ  ดวงตาเรียวดุจ้องหญิงสาวเขม็ง

“อ้าว  นี่มาง้อแล้วนะ  ทำไมเงียบ”  เผลอตัวโวยวายอีกจนได้  มาง้อเขาแท้ ๆ พูดไปแล้วหล่อนก็นึกอยากตะครุบคำพูดของตัวเองกลับคืนมา

อุ่นหล้าไม่ต่อปากต่อคำ  ลุกจากเก้าอี้ก้าวยาว ๆ เพียงสามก้าวก็ถึงตัวคนรักเก่า เขากอดร่างเล็กนั้นไว้แน่น  ความรู้สึกของคนหลงทางในทะเลทรายแล้วเจอโอเอซิสคงเป็นเช่นนี้เอง

“ผมคิดถึงมับไมมากเลย  ผมขอโทษ  ต่อไปนี้ไม่ว่ายังไงผมจะเป็นฝ่ายขอโทษมับไมก่อนนะ”

“อุ่นหล้า  อุ่นหล้า  ดอกเตอร์อุ่นหล้า  เฮลโหลมีใครอยู่ไหม”  หญิงสาวโบกมือตรงหน้าคู่สนทนา

เสียงแว่วจากไกลๆดังใกล้เข้ามาๆชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อเห็นมือเล็กโบกถี่ๆ  อยู่หน้า

“อ่ะ...เอ่อ  นี่เหรอที่เรียกว่าง้อ” พุทโธ่  ที่แท้ก็ฝันค้างกลางอากาศไปหรอกหรือ ดอกเตอร์ด้านจิตรกรรมอีสานแกล้งทำแง่งอนกลบเกลื่อน

“ก็  ก็ง้อน่ะสิ  ผู้ชายอะไรขี้งอนอย่างกับผู้หญิง”  เจ้าหล่อนบ่นอุบอิบในคอ

“ตอนนั้นเราโกรธกันเพราะเรื่องอะไรนะ”  เจ้าของห้องทำงานแสร้งทำเป็นลืมเหตุการณ์ไร้สาระนั้น

“ก็ตาสีน่ะสิ  ตัวต้นเหตุ  รู้ไม่จริงแล้วให้ข้อมูลเราไม่ตรงกัน”

“พวกเรานี่ก็บ้าเนาะ  ขนาดรู้ว่าข้อมูลผิด  ยังเอาชนะคะคาน  แล้วยังทิฐิมานะอีก”

“ใช่  ผ่านไปตั้งหลายปี  จนมาวันนี้คุณยังให้ฉันเป็นฝ่ายง้ออีก”

“ที่ผ่านมาผมคิดถึงมับไมมากเลย  ผมขอโทษ  ขอโทษทั้งเรื่องที่ผ่านมา  และในวันนี้ที่ปล่อยให้คุณต้องมาง้อก่อนนะ  ต่อไปนี้ไม่ว่ายังไงผมจะเป็นฝ่ายขอโทษมับไมก่อนนะ”

ดอกเตอร์สาวใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าอกอีกฝ่ายอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า

“จำคำพูดตัวเองไว้ด้วยล่ะ”  หล่อนสำทับแสร้งทำหน้าดุ

“กลัวล้าว”  ชายหนุ่มแกล้งทำคอหด  คนมาง้อหัวเราะคิก

“แต่ฉันคิดว่า  เอ่อ เ ราอย่าเพิ่งกลับมาเป็นแฟนกันเลยนะ  ดูกันไปก่อนสักหน่อย ครั้งนั้นพวกเราเปราะบางเหลือเกิน  แล้วก็ความวัยรุ่นเนาะ  มันไม่สุขุมเท่าตอนนี้”

“อืม  ผมก็เห็นด้วยนะ  แต่ก็อยากขอให้มับไมให้โอกาสผมอีกครั้งด้วย” อุ่นหล้ารอคำตอบด้วยใจระทึก  คล้าย ๆ จะกลับไปเป็นวัยรุ่นอายุ  14  อีกครั้ง  ต่อเมื่อเห็นริมฝีปากแดงนั้นยกมุมโค้งขึ้น  ดวงตาดุจึงโค้งตามอย่างสดใสราวกับรุ้งกินน้ำสองสายยามท้องฟ้าหมาดฝน

อะไรของนายเนี่ยอุ่นหล้า  ความงอนหลายปีที่ผ่านมา  แค่เขาพูดว่า  “ง้อ”  ก็ยอมหงอให้เขาแล้ว  นาทีนี้นอกจากต้องเป็นช้างเท้าหลังคอยเดินตามจ่าโขลงแล้วจะเป็นอะไรได้เนี่ย ชายหนุ่มนึกอยากเขกหัวตัวเองขึ้นมา

                                        ………

หลังจากปมที่ค้างคาในใจคลี่คลาย  มับไมได้เล่าถึงสิ่งที่ตนประสบให้ดอกเตอร์อุ่นหล้าฟัง  ตั้งแต่เรื่องที่ย่ามักจะบอกกับเธอตอนเด็ก ๆ ความฝันเมื่อตอนกลับไปทำบุญให้ย่า  การพบช่องลับในพระพุทธรูป และสารลับใบลานที่พบ  ต่างคิดเห็นตรงกันว่าเป็นเกมส์ที่น่าสนุกโดยไม่ได้นึกถึงอันตรายที่รออยู่เลย

ใบลานสองแผ่นแรกมับไมได้เล่าให้เขาฟังแล้วว่า  ผู้จารได้เล่าถึงชาดกนอกนิบาตเรื่องสังสินไซ  โดยยกมาเฉพาะตอนที่สังสินไซรบกับพญาช้างฉัททันต์  คาดว่าจะเป็นการสื่อว่าพญาช้างจะพาไปพบบางสิ่ง  เพราะฉะนั้นกระจุกสีสามหย่อมบนใบลานแผ่นที่สามนั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับตอนสังสินไซรบกับพญาช้างฉัททันต์อย่างแน่นอน

อุ่นหล้าหยิบใบลานแผ่นที่สามขึ้นมาพินิจ  การจัดวางภาพแบบนี้  สีสันแบบนี้มันช่างดูคุ้นตา  ชายหนุ่มรีบเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คขึ้นมา  ลากนิ้วไปบนแทรคแพด  เปิดโฟลด์เดอร์บันทึกการสำรวจภาคสนาม  เลือกแฟ้มภาพ “วัดโพนสิม” ขึ้นมา  ลักษณะโครงสร้างของภาพ  ลายเส้นและการลงสีคล้ายกันมากทำให้ทั้งสองดอกเตอร์รู้สึกมีความหวังขึ้นมา

“วัดนี้อยู่ที่มหาสารคามสร้างขึ้นเมื่อปีสองพันสี่ร้อยแปดโดยครูบาอ่อนเมื่อสามสิบปีก่อนอาจารย์ที่ปรึกษาของผมไปลงพื้นที่เดือนที่แล้วก่อนท่านจะเสียได้ฝากภรรยาให้นำบันทึกภาคสนามนี้มามอบให้ผม  นี่ก็คิดว่าจะลองคลำทางตามรอยครูไปสำรวจสักครั้งก่อน  เผื่อพานักศึกษาไปเรียนด้วย  เลยได้รื้อข้อมูลมาใส่ในคอมพ์ไว้ก่อน”  อุ่นหล้าให้ข้อมูลในเบื้องต้น

“แต่ผมยังไม่แน่ใจนะว่าสิ่งที่เรากำลังหานั้นอยู่นี้หรือเปล่า  เพียงแต่ลักษณะของภาพ และการใช้สี  อาจจะเป็นช่างคนเดียวกัน  เลยคิดว่าถ้าเราไปเริ่มต้นจากที่นั่น  อาจจะได้เบาะแสอะไรบ้าง  มับไม  มับไม  ฟังผมอยู่หรือเปล่า”

“อ๊ะ  อืม  อืม”  หญิงสาวรู้สึกตัวจากภวังค์

“มหาสารคาม...ครูบาอ่อน...อะไรจะบังเอิญขนาดนี้  ไม่หรอกมั้ง” มับไมพึมพำท่าทางครุ่นคิด  ในขณะที่ดอกเตอร์หนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม  แต่เจ้าตัวส่ายหน้า  กล่าวเพียงว่า  “ยังไม่แน่ใจ  ถ้าชัดเจนเมื่อไร  จะเล่าให้ฟัง”

มันช่างเป็นความบังเอิญอันเหมาะเจาะที่ทำให้มับไมอดคิดเข้าข้างตนเองไม่ได้ว่ามันคงเป็นโชคชะตาที่กำหนดมาว่า  ปริศนานี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ตนเป็นผู้ไข

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 9

    -๙-รถเก๋งสายเลือดญี่ปุ่นกลางเก่ากลางใหม่เลี้ยวฝ่าวงล้อมของนักข่าวเข้ามาในเขตคฤหาสถ์ของนายพลตำรวจผู้กลายเป็นข่าวดังในรอบสัปดาห์ รถตำรวจสี่คัน และรถเจ้าหน้าที่ที่มาดำเนินงานทั่วไปที่เกี่ยวกับคดีอีกอีกสามคันจอดอยู่บนลานน้ำพุหน้าบ้านอยู่ก่อนแล้ว อเนกจึงเลือกจอดในบริเวณที่ห่างออกไปเพื่อให้สะดวกแก่การเข้าออก เมื่อก้าวลงจากรถกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณแล้วอดนึกเปรียบเทียบกับบ้านน้อยแสนรักในหมู่บ้านจัดสรร จากน้ำพักน้ำแรงเงินเดือนคณบดีของตนไม่ได้ เมื่อคณบดีหนุ่มใหญ่เดินขึ้นบันไดเข้าสู่ตัวบ้าน สิงหราชได้เดินออกมารับพอดี“สวัสดีครับอาจารย์” ผู้กองหนุ่มทัก“โห มารับถึงหน้าประตูเลยเหรอผู้กอง ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนใหญ่คนโตขึ้นมาทันที” เอนกหยอก“แหะๆ กลัวอาจารย์ไปไม่ถูกครับ พอดีห้องที่เก็บโบราณวัตถุมันเป็นห้องลับ” สิงหราชผายมือเชิญคณบดีหนุ่มใหญ่เข้าสู่ภายในตัวบ้าน เพียงแค่ถ้วยโถโอชามลายครามที่ตั้งโชว์ทั้งในตู้และตามมุมต่าง ๆ ของบ้านก็ต้องร้องว้าวแล้ว หลาย ๆ ใบพิจารณาการเขียนสี เทคนิคการเคลือบ เทคนิคการเผาที่ได้เนื้อเครื่องเคลือบสีฟ้าหลังฝนบ่งชี้ว่ามาจากเตา “จิ่งเต๋อเจิ้น” ซึ่งเป็นเตาห

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 8

    วัดโบราณแห่งนี้แม้จะเป็นโบราณสถานมีฝาผนังล้ำค่า แต่กลับมีพระจำพรรษาอยู่เพียง ๑ รูป เมื่อ “หลวงปู่บุญ” เห็นกลุ่มคนแปลกหน้ามาด้อม ๆ มอง ๆ พร้อมกล้องถ่ายรูปก็เกรงจะเป็นพวกมิจฉาชีพ ที่มาขโมยวัตถุโบราณตามใบสั่ง จึงต้องลงมาดูเสียหน่อยเมื่อเห็นผู้มาใหม่เป็นภิกษุชรา คณะทำงานจึงยอบตัวกราบลงกับพื้น แต่เมื่อมับไมเงยหน้าขึ้นมา กลับทำให้หลวงปู่บุญถึงกับตกใจ เพราะประพิมพ์ประพายของหญิงสาวตรงหน้าช่างคล้ายกับ “ครูบาอ่อน” ผู้เป็นพระอาจารย์ผู้ล่วงลับของท่านเสียเหลือเกิน ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นในห้วงคำนึงของภิกษุชรา “บุญเอ้ย” “ขอรับพระอาจารย์”“สังขารนี้บ่เที่ยง บ่มีไผหนีวัฏจักรนี้พ้น อย่าได้เศร้าเสียใจ จ่งวางใจให้เป็นอุเบกขาสาเด้อ”“เวลานั้นมาฮอดไวโพดดอกขอรับ” “บ่มีสิ่งใดหนีกาลเวลาพ้นแม้แต่โตของมันเอง อาจารย์ยังมีห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง สิฝากเจ้าไว้ได้บ่บุญ”“เชิญพระอาจารย์สั่งมาเถิดขอรับ”“จ่งไปเปิดหีบไม้บักค่า แล้วหยิบเอาเปลือกหอยสังข์มาให้พระอาจารย์แด่”เมื่อพระบุญหยิบของที่ต้องการมาให้แล้ว ครูบาชราจึงเล่าเรื่องราวที่เก็บงำไว้นานปีด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น“ฮูปแต้มที่สิมนั่น เรื่องสั

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 7

    สิมวัดโพนสิมเป็นสิมมหาอุตม์ขนาดสามห้อง จากที่คิดว่าถ่ายภาพฉากหลัก ๆ ไว้ถี่ถ้วนดีแล้วเพราะขนาดไม่ใหญ่ แต่เมื่อมาพินิจอีกรอบกลับเจอภาพที่ไม่คุ้นปรากฏเพิ่มเข้ามาอีก“เอ๊ ยังไงกันนี่ ทำไมมีรูปหลาย ๆ รูปปรากฏขึ้นอย่างกับว่าเราไม่เคยผ่านตามุมนี้มาก่อน อย่างรูปเหล่านางกำนัลยักษ์ที่กำลังตักน้ำ หนูว่าพวกเราวนผ่านมุมนี้ไม่ต่ำกว่าสามรอบกลับไม่เจอ” กระแตเท้าเอวจ้องภาพที่หล่อนเพิ่งพบอย่างหงุดหงิด“นี่นะเวลาผมไปดูฮูปแต้มแต่ละครั้งนะ จะไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง มันจะมีภาพใหม่ ๆ ปรากฏออกมาทุกครั้ง” อุ่นหล้าเล่านิทานหลอกเด็ก ๆ“จริงดิอาจารย์” ลูกศิษย์ตื่นเต้น พากันคิดไปถึงเรื่องอาถรรพ์ของโบราณสถาน“ก็เวลาที่เราดูมาดูภาพแต่ละครั้งด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน เราก็จะพบแง่มุมใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นมาไง” “ปั๊ดโธ่ อาจารย์อุ่น” เหล่าลูกศิษย์ครางเป็นเสียงเดียวกัน“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่จริงพวกเราอาจจะมัวแต่ตื่นเต้นกับการค้นพบ ทำให้มีหลงหูหลงตากันไปบ้าง เอ้าบ่ายนี้พวกเราก็สู้กันอีกสักยกเนาะ” ดอกเตอร์หนุ่มให้กำลังใจทุกคน“เอ๊ะ...เราลืมรุ้งลาวัลย์ไว้ที่คณะหรือเปล่า ทำไมเงียบจริง” จังโก้แซว “อ่ะ อ่ะ เ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 6

    หมู่บ้านในภาคอีสานนั้นไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก บ้านเรือนจะมากน้อย ถนนจะซับซ้อนวกวนอย่างไร แต่วัดประจำหมู่บ้านล้วนอยู่ศูนย์กลาง ดังนั้นอุ่นหล้าจึงเดินนำทุกคนลัดเลาะไปตามทางเล็ก ๆ เห็นทุกคนตั้งหน้าตั้งตากันเดินตามเขาท่าทางมุ่งมั่นอย่างกับลูกเป็ดเดินตามแม่อุ่นหล้าไม่ต้องการให้การเดินทางครั้งนี้ตึงเกินไปนัก จึงทำลายความเงียบขึ้นด้วยเรื่องที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้“ตอนที่ผมเป็นนักศึกษาได้ตามอาจารย์ศักดิ์ชัยไปดูภาพจิตรกรรมภายในห้องกรุวัดราชบูรณะ อาจารย์ได้เล่าเรื่องแปลกให้ฟังว่า เมื่อตอนปี ๒๕๐๐ เกิดเหตุการณ์กรุวัดราชบูรณะแตก อาจารย์ศักดิ์ชัยที่ขณะนั้นท่านเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายได้ติดตามอาจารย์ที่ปรึกษาไปสำรวจ ก็พากันล่องเรือกันไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาสตราจารย์ฝรั่งตามไปอีก ๒ คน ปรากฏว่าบนเรือต่างก็ได้กลิ่นหอมประหลาดกัน เป็นกลิ่นหอมเย็นแบบที่ไม่มีขายในท้องตลาด แต่พวกศาสตราจารย์ฝรั่งนั้นกลับไม่ได้กลิ่น“กลิ่นหอมนั้นอวลอยู่ตลอดเวลาที่อยู่บนเรือจนกระทั่งเข้าไปในกรุ อาจารย์ศักดิ์ชัยและอาจารย์ที่ปรึกษาสำรวจความเสียหายของกรุลงไปถึงชั้นที่สาม ก็ไปเจอบุษบกที่ประดิษฐานพระบรมส

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 5

    ดังที่ว่ามีเงินใช่ว่าจะไปเก็บข้อมูลที่ไหนก็ได้ตามใจ หลังทำเรื่องขอลาวิจัยแล้ว ยังต้องมีการคัดเลือกคนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานคุณภาพด้วย อุ่นหล้าและมับไมกลัวคำว่า “มากคนมากความ” เป็นที่สุด จึงพยายามคัดเลือกลูกทีมที่มีประสิทธิภาพที่แม้จะไปกันน้อยคนแต่ก็คล่องตัวเมื่อข่าวการประกาศรับสมัครลูกทีมเพื่อการวิจัยภาคสนามของอาจารย์มับไมและอาจารย์อุ่นหล้าถูกติดขึ้นบอร์ด นักศึกษาทุกระดับชั้นรวมถึงบุคคลากรในคณะต่างให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเพราะทั้งคู่เป็นอาจารย์ที่มีภูมิ รู้ลึกรู้จริงถ่ายทอดให้ผู้เรียนโดยไม่หวงวิชา หรือไม่ว่าจะเพราะอยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของทั้งคู่ก็ตาม ในวันสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกลูกทีม จึงมีคนไปมุงออกันที่หน้าห้องพักอาจารย์แน่นราวกับมีมหกรรมแจกของฟรี เมื่อคัดคนที่มีใจแค่อยากผจญภัยตามอย่างภาพยนตร์ฮอลลีวูดออกไป ในที่สุดก็ได้ผู้ร่วมงานจำนวนหนึ่ง โดยมี “ชีวิน” หนุ่มตุ้งติ้งที่ชอบให้ทุกคนเรียกเขาว่า “ชิวลี่ (Chiewly)” เป็นนักศึกษาปริญญาเอก เขาหลงใหลในวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ยังไม่แน่ใจว่าตนจะเจาะลึกศึกษาวิจัยเรื่องอะไรเป็นพิเศษ จึงขอตามอาจารย์ทั้งสองมาด้วยเพื่อค้นหาตัวเองนักศึ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 4

    การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลไม่ใช่ว่าจะมีความรู้ มีทุนทรัพย์แล้วจะไปได้ตามใจ เมื่อเข้าทำงานในระบบมหาวิทยาลัย มีต้นสังกัดก็จำเป็นที่จะต้องยื่นหนังสือชี้แจงแก่หน่วยงาน ทั้งคู่ตกลงกันว่าทำหนังสือขอลาวิจัยฮูปแต้มและอักษรโบราณในสิมภาคอีสาน ซึ่งดำเนินการได้คล่องตัวกว่าการเสนอขอทุนวิจัย เพราะกว่างบจะมาถึงคงนานไม่ทันกาล และอาจจะไม่ได้ตามจำนวนที่ขอทำให้ต้องเสียอารมณ์“หืม ไปพร้อมกันทั้งคู่เหรอ” คณบดีเลิกคิ้ว สงสัยว่าตนตกข่าวอะไรไปมากกว่าจะอยากรู้ว่าทั้งสองจะไปตามหาอะไรที่ยังดูไม่ชัดเจน“อ้าว ก็ฮูปแต้มกับจารึกมันต้องไปด้วยกันไง พี่เอนกก็รู้นี่” หญิงสาวตอบผู้ที่เป็นทั้งรุ่นพี่และผู้บังคับบัญชาหน้าแดง“พี่ มันเกี่ยวกับเรื่องบัตรถา*...”“ชู่...เดี๋ยวพวกเราไปคุยกันต่อข้างนอกดีกว่า”อุ่นหล้ายังพูดไม่จบ เอนกก็ใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปาก ปรามให้เบาเสียงก่อนจะบุ้ยปากไปที่หน้าต่างห้องทำงาน เงาร่างสายหนึ่งวูบไหวอยู่หลังม่านก่อนจะหายไปอย่างเงียบ ๆ*ลายแทงขุมทรัพย์………สถานที่ที่อันตราย นับว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยอย่างคาดไม่ถึง แต่สองนักวิจัยไม่นึกว่ารุ่นพี่ของตนจะพามายังสถานที่นี้ ท่ามกลางนักศึกษาและบุ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 2

    การเดินทางในปัจจุบันสะดวกสบายกว่าสมัยที่มับไมยังเป็นนักศึกษาอยู่มาก สายการบินต้นทุนต่ำสยายปีกไปทุกจังหวัดที่มีสนามบิน จึงไม่ต้องทนนั่งหลังขดหลังแข็งเป็นชั่วโมง ๆ บนรถทัวร์ หรือลุ้นระทึกกับห้องน้ำบนรถไฟอีกต่อไป เพียง ๔๕ นาทีก็ได้กลับมากราบแทบตักพ่อแม่ที่ขอนแก่นบ้านเกิดแล้ว “ไหว้พระเทอะอีหล้า” พ่อแม

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 1

    ค่ำคืนที่ดวงจันทร์ทอแสงนวลใย ภายในห้องน้อยบนเรือนไม้ใต้ถุนสูง “ย่าเกด” กอดประคองหลานสาวตัวน้อย “มับไม” ไว้ในอ้อมแขน พลางเล่านิทานโบราณด้วยน้ำเสียงกังวาล“อินทร์ก็ใส่ชื่อน้อย ในเลขลานคำชื่อว่า สังสินไซ โลกลือฤทธีกล้า...”เด็กน้อยทำตาโตพลางกำชายเสื้อของย่าแน่นด้วยความตื่นเต้น“พญาซ้างฉัททันต์

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status