Partager

บทที่ 8

last update Date de publication: 2025-11-01 10:56:42

วัดโบราณแห่งนี้แม้จะเป็นโบราณสถานมีฝาผนังล้ำค่า  แต่กลับมีพระจำพรรษาอยู่เพียง ๑ รูป  เมื่อ “หลวงปู่บุญ” เห็นกลุ่มคนแปลกหน้ามาด้อม ๆ  มอง ๆ  พร้อมกล้องถ่ายรูปก็เกรงจะเป็นพวกมิจฉาชีพ  ที่มาขโมยวัตถุโบราณตามใบสั่ง  จึงต้องลงมาดูเสียหน่อย

เมื่อเห็นผู้มาใหม่เป็นภิกษุชรา  คณะทำงานจึงยอบตัวกราบลงกับพื้น  แต่เมื่อมับไมเงยหน้าขึ้นมา  กลับทำให้หลวงปู่บุญถึงกับตกใจ   เพราะประพิมพ์ประพายของหญิงสาวตรงหน้าช่างคล้ายกับ “ครูบาอ่อน” ผู้เป็นพระอาจารย์ผู้ล่วงลับของท่านเสียเหลือเกิน ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นในห้วงคำนึงของภิกษุชรา

“บุญเอ้ย”

“ขอรับพระอาจารย์”

“สังขารนี้บ่เที่ยง  บ่มีไผหนีวัฏจักรนี้พ้น  อย่าได้เศร้าเสียใจ  จ่งวางใจให้เป็นอุเบกขาสาเด้อ”

“เวลานั้นมาฮอดไวโพดดอกขอรับ”

  “บ่มีสิ่งใดหนีกาลเวลาพ้นแม้แต่โตของมันเอง  อาจารย์ยังมีห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง  สิฝากเจ้าไว้ได้บ่บุญ”

“เชิญพระอาจารย์สั่งมาเถิดขอรับ”

“จ่งไปเปิดหีบไม้บักค่า  แล้วหยิบเอาเปลือกหอยสังข์มาให้พระอาจารย์แด่”

เมื่อพระบุญหยิบของที่ต้องการมาให้แล้ว  ครูบาชราจึงเล่าเรื่องราวที่เก็บงำไว้นานปีด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น

“ฮูปแต้มที่สิมนั่น  เรื่องสังสินไซ  พระอาจารย์วาดปริศนาซ่อนเอาไว้  มันเป็นลายแทงที่จะนำไปสู่สถานที่เก็บสิ่งของสำคัญ  เป็นสิ่งที่ตระกูลของพระอาจารย์เฝ้ารักษามาเหิงนาน  ผู้ที่สามารถไขปริศนาในฮูปแต้มได้  มีเพียงทายาทในตระกูล  และสังข์น้อยขอนนี้สิเป็นเครื่องมือเปิดทางให้คนผู้นั้นได้พบสิ่งที่เขาตามหา  พระอาจารย์ขอฝากภาระนี้ไว้กับเจ้าได้บ่”

“ขอรับ  พระอาจารย์อย่าได้เป็นห่วง”

สิ้นคำรับปากกล้ามเนื้อทุกมัดของครูบาก็ผ่อนคลาย  ผู้ที่พระบุญเคารพศรัทธาได้เดินทางไกลแล้ว  พระหนุ่มก้มกราบลาพระอาจารย์  พร้อมกับจารึกคำมั่นสัญญานั้นไว้ในใจ

หรือนี่จะเป็นคนผู้นั้นที่พระอาจารย์ฝากฝังไว้  เค้าหน้าช่างประพิมพ์ประพาย  ซ้ำยังเป็นผู้พบรหัสลับในฮูปแต้มที่พระอาจารย์เป็นผู้วาด  เหมือนดังคำทำนายก่อนล่วงลับว่า “ทายาทของเพิ่นสิเป็นผู้ค้นพบความลับนี้”  หลวงปู่บุญจึงมั่นใจว่ามับไมคือผู้ที่ท่านรอคอยมานาน  และได้เวลามารับของที่พระอาจารย์ฝากฝังแล้ว

………

“หลวงปู่...หลวงปู่...หลวงปู่ครับ”  เสียงเรียกของอุ่นหล้าทำให้หลวงปู่บุญสะดุ้งจากภวัง

“มาเฮ็ดอีหยังกัน”

“มาลงพื้นที่เก็บข้อมูลสำรวจฮูปแต้ม  เฮ็ดงานวิจัยเจ้าค่ะหลวงปู่”  มับไมตอบเลี่ยงความจริงทั้งหมด  แต่ก็ไม่อาจหลบพ้นสายตาแหลมคมของภิกษุชราไปได้

“พ้อบ่ล่ะ”

“พ้ออยู่ค่ะหลวงปู่  แต่ก็ยังอ่านได้บ่ถ่องปานได๋”

“ไป  ขึ้นไปเว้าไปลมไปกินน้ำกินท่าบนกุฏิสาก่อน  จึ่งมาค่อยเฮ็ดเวียกต่อ”

กุฏิไม้ยกพื้นสูงขนาดสี่คูณสี่เมตรดูจะเล็กลงถนัดใจ  เมื่อคณะทำงานทั้งหมดขึ้นไปนั่ง

“มาแต่ไสกันล่ะ”  หลวงปู่บุญขยับจีวรให้เข้าที่พลางถาม

“มาแต่มหาวิทยาลัยศิลปากรครับหลวงพ่อ  พวกเด็ก ๆ เป็นคนกรุงเทพ ฯ มีแต่ผมกับอาจารย์มับไมที่เป็นไทอีสาน  ผมเป็นไทอุบล   ส่วนอาจารย์มับไมนี่เป็นไทขอนแก่น”  อุ่นหล้าแนะนำทุกคนแก่หลวงปู่

“อืมๆ”  เมื่อทราบว่ามับไมนั้นเป็นคนขอนแก่นภิกษุชราก็ยิ่งมั่นใจในความคิดตนยิ่งขึ้น

“อยากสิขอรบกวนหลวงพ่อเล่าประวัติของวัดให้เป็นข้อมูลพวกผมแด่ครับ”  อุ่นหล้าแจ้งความประสงค์  ในขณะที่จังโก้ควานหาเครื่องอัดเสียงจากกระเป๋าเป้ออกมาเตรียม

“เออ  เออ  วัดนี่ก็สร้างขึ้นซุมปี  ๒๔๐๘  พุ่นล่ะ  สร้างโดยครูบาอ่อน  พระอาจารย์ของเฮานี่ละ  ลาวกะเป็นผู้มีความสามารถในเชิงช่างผู้หนึ่ง  กะนำชาวบ้านขี่เกียนไปเอาหินปูนมาแต่เพชรบูรณ์  เอามาเฮ็ดปูนหมัก  แล้วกะพากันไปขนเอาทรายละเอียดจากแม่น้ำชี  น้ำอ้อยที่นำมาเป็นแนวยึดเกาะ  ชาวบ้านที่ศรัทธาในโตครูบากะปลูกกันเองได๋ ทีนี้ดินละแวกนี้นี่มันกะเป็นดินเค็มเนาะ  ครูบาลาวก็เอาเยื่อต้นบงมาเป็นตัวประสาน แล้วกะเอายางบงนี่มายาแนวกันความเค็มแทรกซึมอีกต่อหนึ่ง  พอเฮ็ดสิมแล้ว  ลาวกะเป็นคนแต้มฮูปด้วยโตลาวเองเลยเด”

“ครูบาอ่อน”  มับไมทวนคำเบา ๆ  หันไปสบตาอุ่นหล้า  ชายหนุ่มพยักหน้ารับน้อย ๆ  สัมผัสได้ว่าหญิงสาวต้องมีเรื่องบางอย่างเล่าให้ตนฟังแน่  และมันต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ  เสียด้วย

“เบิ่งไปแล้วกะสิเป็นหมู่บ้านที่เจริญหลายด้านอยู่  แล้วเป็นหยังจึงกลายเป็นร้างไปได้ครับ”

“ครูบาเฮาเคยเล่าว่าตอนนั้นมันเกิดเหตุอาเพศ  เคยได้ยินเรื่อง  *เดือนสามออกใหม่สามค่ำกันบ่  ฟ้าผ่าครั้งแรกของปีมันควรสิเป็นโองการแถนแห่งฟ้าไขปักตูฝนนำพาความอุดมสมบูรณ์  แต่กลับกลายเป็นว่าฟ้าผ่าต่อเนื่องถึงสามวันสามคืน  ฝนฟ้ากะตกทรงเหมือนสิบ่แล้ง  แต่เมล็ดพืชพรรณกลับบ่ป่งเลยสักเมล็ด  ไทบ้านสัตว์เลี้ยงอดอยากหิวโหยจึงได้พากันอพยพย้ายถิ่นไป”

“พอสิทราบบ่ครับหลวงปู่ว่าขะเจ้าไปทางใด๋กันบ้าง”

“บ้างกะไป**ต้มเกีย อยู่ทางบรบือ  บ้างกะไปเฮ็ดนาทางพยัคฆภูมิพิสัย”

“ครับหลวงพ่อ”

“เป็นจังได๋ล่ะ  อาจารย์มับไม  คึดออกแล้วไป๋  ปริศนาในฮูปแต้มนั่น”  หลวงปู่บุญหันกลับมาถามมับไม ดวงตาขุ่นขาวของภิกษุชรา  ฉายประกายบางอย่าง  ที่ทำให้ดอกเตอร์สาวคิดว่าท่านจะต้องเป็นผู้ที่กุมความลับปริศนาที่ตนยังไขไม่ออกอยู่แน่  จึงตัดสินใจลองเสี่ยงพูดความจริง

“หลวงพ่อคะ  วรรณรูปนั้นแนมเห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเป็นโตธรรม แต่มันกลับแปลความบ่ได้ มันยังมีปริศนาที่ต้องไขต่อไปอีกแม่นบ่คะ”

“ เออๆ  คันสิไปข้างหน้าให้เหลียวหลังเบิ่งก่อน   ถ้ามะลูดทูดเท่า  เซาถ่อนอย่าไป  เอาคำที่หลวงปู่บอกไปคึดให้ดี”  ลูกศิษย์ครูบาอ่อนยิ้มเมตตาพร้อมทั้งแนะเคล็ดลับในการแปลรหัสแก่มับไม

ค่ำคืนนั้นทั้งหมดนอนเรียงกันที่หน้ากุฏิของหลวงปู่บุญนั่นเองเปลวไฟที่ก่อขึ้นเพื่อป้องกันสัตว์ร้ายและแมลงม้วนตัวแล้วสะบัดคลายดูคล้ายการเต้นรำทางจิตวิญญาณ  พวกนักศึกษาหลับไปนานแล้ว  มับไมพลิกตัวไปมาดูท่าจะนอนไม่สบายตัว  อุ่นหล้าที่ผ่านเหตุการณ์ในช่วงหลายวันนี้ทั้งยังได้กลับมาออกทริปกับอดีตคนรักอีกครั้งต้องยอมรับว่าตื่นเต้นจนนอนไม่หลับจริง ๆ  จึงใช้วิธีนอนสมาธิจนหลับไปตอนราวตี ๓

………

โชคลางเป็นเรื่องที่ยังหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้  หลายคนถือเคล็ด  ถือสูตร  รวมถึงพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ตนเองโชคดี  ในหน้าที่การงานของมับไมและอุ่นหล้าที่ต้องคลุกคลีอยู่กับโบราณวัตถุ  โบราณสถาน  จึงมักจะได้สัมผัสพลังงานเร้นลับบางอย่างอยู่เสมอ  แม้ว่าในส่วนของงานอนุรักษ์จะต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ควบคู่กันไปก็ตาม  แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยลบหลู่สิ่งที่มองไม่เห็น

“เดี๋ยวครับทุกคน  วันนี้ถ้าเราก้าวเท้าขวาออกจากบ้าน  เอ่อ  กุฏิหลวงตาจะโชคดี การงานราบรื่น  ปลอดภัยครับ”  จังโก้กางมือขวาง

“หืม  คนราศีสิงห์อย่างฉันไม่เชื่อเรื่องโชคลางหรอกย่ะ”  มับไมใช้สันหนังสือโขกหน้าผากลูกศิษย์ด้วยความหมั่นไส้  ก่อนจะชะงักเท้าซ้ายแล้วก้าวเท้าขวาก้าวลงบนไดกุฏิ  ทุกคนกลั้นหัวเราะจนไหล่กระเพื่อมในความย้อนแย้งของอาจารย์สาว

วันนี้แดดร่มลมตก  อากาศเย็นสบาย  เหมาะแก่การทำงานในส่วนภายนอกอาคารเป็นอย่างมาก  ซึ่งมับไมถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดี   มีลางสังหรณ์ว่างานในวันนี้จะต้องลุล่วง

ในเมื่อวรรณรูปพญาช้างฉัททันต์ยังขบความหมายไม่ออกมับไมก็ทดไว้ในใจก่อนอาจารย์สาวร่วมกับอุ่นหล้าและเหล่าลูกศิษย์เก็บบันทึกภาพฮูปแต้มรวมถึงจารึกอักษรไทน้อยที่ครูบาอ่อนเขียนกำกับตอนที่วาดไว้อย่างแข็งขัน  กระทั่งบ่ายคล้อยจึงแล้วเสร็จ

ก่อนจากกันหลวงตาบุญได้เล็งเห็นการเดินทางอันยาวไกลที่เต็มไปด้วยภยันตรายจึงได้นำฝ้ายสายสิญจ์ปลุกเสกมาผูกข้อมือให้ทุกคน  ทั้งยังประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นสิริมงคล

โดยเฉพาะมับไม  ท่านได้มอบจี้หอยสังข์ตัวเล็กพร้อมกำชับให้ทายาทของพระอาจารย์คล้องคอติดตัวไว้เสมอ

“เอ้าได้คืนแก่เจ้าของเสียที”  ภิกษุชราพึมพำ

มับไมเอียงคอ  ขมวดคิ้วน้อย ๆ  ได้ยินไม่ถนัด  แต่ก็คิดว่าหลวงพ่อคงท่องคาถาแคล้วคลาดอะไรสักอย่าง  เมื่อรับหอยสังข์ขอนนั้นมาหันด้านจุกเข้าหาตัว  เพื่อทดสอบคุณสมบัติของมันตามความเคยชินจากงานประจำ  เมื่อพบว่าปากหอยนั้นอยู่ทางด้านขวาจึงอุทาน

“สังข์เวียนขวา  สังข์มงคลนี่คะหลวงพ่อ” หญิงสาวตาโต  เพราะในบรรดาหอยสังข์ที่เกิดในมหาสมุทรอินเดียหนึ่งล้านตัว  จึงจะพบหอยสังข์เวียนขวาเช่นนี้สักตัวหนึ่ง เมื่อคล้องสังข์ตัวจิ๋วเข้ากับคอ  ก็คิดในใจว่า  “มีสังข์ทองด้วย  ช่างเข้ากับขบวนการสะกดรอยสินไซโดยแท้”

*เดือนสามออกใหม่สามค่ำ ชาวอีสานเชื่อว่าเป็นวันมงคล ผืนดินสะสมแร่ธาตุจนมีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด จึงถือเอาฤกษ์เป็นวันเพาะปลูกวันแรก เป็นวันเปิดเล้าข้าว มีความมหัศจรรย์ที่เป็นแรกของปีที่มีฟ้าร้องฟ้าผ่า ซึ่งสัมพันธ์กับการบันทึกสถิติแบบพื้นบ้านอีสาน เกิดเป็นตำราฟ้าไขปักตูฝน ทำนายทิศที่เกิดเสียงฟ้าร้องสัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝน

**ต้มเกีย  คือ การต้มเกลือ (ภาษาอีสานออกเสียงสระเอือเป็นสระเอีย) เป็นกระบวนการทำเกลือสินเธาว์ โดยการขูดส่าเกลือที่ผิวดินไปต้มใช้ก้อนครั่งหรือไข่เป็ดทดสอบความเข้มข้น หากก้อนขี้ครั่งหรือไข่เป็ดลอยแสดงว่าความเข้มข้นเหมาะสมแล้ว จึงต้มต่อไปให้น้ำระเหยจนเหลือเพียงเกล็ดเกลือ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 9

    -๙-รถเก๋งสายเลือดญี่ปุ่นกลางเก่ากลางใหม่เลี้ยวฝ่าวงล้อมของนักข่าวเข้ามาในเขตคฤหาสถ์ของนายพลตำรวจผู้กลายเป็นข่าวดังในรอบสัปดาห์ รถตำรวจสี่คัน และรถเจ้าหน้าที่ที่มาดำเนินงานทั่วไปที่เกี่ยวกับคดีอีกอีกสามคันจอดอยู่บนลานน้ำพุหน้าบ้านอยู่ก่อนแล้ว อเนกจึงเลือกจอดในบริเวณที่ห่างออกไปเพื่อให้สะดวกแก่การเข้าออก เมื่อก้าวลงจากรถกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณแล้วอดนึกเปรียบเทียบกับบ้านน้อยแสนรักในหมู่บ้านจัดสรร จากน้ำพักน้ำแรงเงินเดือนคณบดีของตนไม่ได้ เมื่อคณบดีหนุ่มใหญ่เดินขึ้นบันไดเข้าสู่ตัวบ้าน สิงหราชได้เดินออกมารับพอดี“สวัสดีครับอาจารย์” ผู้กองหนุ่มทัก“โห มารับถึงหน้าประตูเลยเหรอผู้กอง ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนใหญ่คนโตขึ้นมาทันที” เอนกหยอก“แหะๆ กลัวอาจารย์ไปไม่ถูกครับ พอดีห้องที่เก็บโบราณวัตถุมันเป็นห้องลับ” สิงหราชผายมือเชิญคณบดีหนุ่มใหญ่เข้าสู่ภายในตัวบ้าน เพียงแค่ถ้วยโถโอชามลายครามที่ตั้งโชว์ทั้งในตู้และตามมุมต่าง ๆ ของบ้านก็ต้องร้องว้าวแล้ว หลาย ๆ ใบพิจารณาการเขียนสี เทคนิคการเคลือบ เทคนิคการเผาที่ได้เนื้อเครื่องเคลือบสีฟ้าหลังฝนบ่งชี้ว่ามาจากเตา “จิ่งเต๋อเจิ้น” ซึ่งเป็นเตาห

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 8

    วัดโบราณแห่งนี้แม้จะเป็นโบราณสถานมีฝาผนังล้ำค่า แต่กลับมีพระจำพรรษาอยู่เพียง ๑ รูป เมื่อ “หลวงปู่บุญ” เห็นกลุ่มคนแปลกหน้ามาด้อม ๆ มอง ๆ พร้อมกล้องถ่ายรูปก็เกรงจะเป็นพวกมิจฉาชีพ ที่มาขโมยวัตถุโบราณตามใบสั่ง จึงต้องลงมาดูเสียหน่อยเมื่อเห็นผู้มาใหม่เป็นภิกษุชรา คณะทำงานจึงยอบตัวกราบลงกับพื้น แต่เมื่อมับไมเงยหน้าขึ้นมา กลับทำให้หลวงปู่บุญถึงกับตกใจ เพราะประพิมพ์ประพายของหญิงสาวตรงหน้าช่างคล้ายกับ “ครูบาอ่อน” ผู้เป็นพระอาจารย์ผู้ล่วงลับของท่านเสียเหลือเกิน ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นในห้วงคำนึงของภิกษุชรา “บุญเอ้ย” “ขอรับพระอาจารย์”“สังขารนี้บ่เที่ยง บ่มีไผหนีวัฏจักรนี้พ้น อย่าได้เศร้าเสียใจ จ่งวางใจให้เป็นอุเบกขาสาเด้อ”“เวลานั้นมาฮอดไวโพดดอกขอรับ” “บ่มีสิ่งใดหนีกาลเวลาพ้นแม้แต่โตของมันเอง อาจารย์ยังมีห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง สิฝากเจ้าไว้ได้บ่บุญ”“เชิญพระอาจารย์สั่งมาเถิดขอรับ”“จ่งไปเปิดหีบไม้บักค่า แล้วหยิบเอาเปลือกหอยสังข์มาให้พระอาจารย์แด่”เมื่อพระบุญหยิบของที่ต้องการมาให้แล้ว ครูบาชราจึงเล่าเรื่องราวที่เก็บงำไว้นานปีด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น“ฮูปแต้มที่สิมนั่น เรื่องสั

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 7

    สิมวัดโพนสิมเป็นสิมมหาอุตม์ขนาดสามห้อง จากที่คิดว่าถ่ายภาพฉากหลัก ๆ ไว้ถี่ถ้วนดีแล้วเพราะขนาดไม่ใหญ่ แต่เมื่อมาพินิจอีกรอบกลับเจอภาพที่ไม่คุ้นปรากฏเพิ่มเข้ามาอีก“เอ๊ ยังไงกันนี่ ทำไมมีรูปหลาย ๆ รูปปรากฏขึ้นอย่างกับว่าเราไม่เคยผ่านตามุมนี้มาก่อน อย่างรูปเหล่านางกำนัลยักษ์ที่กำลังตักน้ำ หนูว่าพวกเราวนผ่านมุมนี้ไม่ต่ำกว่าสามรอบกลับไม่เจอ” กระแตเท้าเอวจ้องภาพที่หล่อนเพิ่งพบอย่างหงุดหงิด“นี่นะเวลาผมไปดูฮูปแต้มแต่ละครั้งนะ จะไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง มันจะมีภาพใหม่ ๆ ปรากฏออกมาทุกครั้ง” อุ่นหล้าเล่านิทานหลอกเด็ก ๆ“จริงดิอาจารย์” ลูกศิษย์ตื่นเต้น พากันคิดไปถึงเรื่องอาถรรพ์ของโบราณสถาน“ก็เวลาที่เราดูมาดูภาพแต่ละครั้งด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน เราก็จะพบแง่มุมใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นมาไง” “ปั๊ดโธ่ อาจารย์อุ่น” เหล่าลูกศิษย์ครางเป็นเสียงเดียวกัน“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่จริงพวกเราอาจจะมัวแต่ตื่นเต้นกับการค้นพบ ทำให้มีหลงหูหลงตากันไปบ้าง เอ้าบ่ายนี้พวกเราก็สู้กันอีกสักยกเนาะ” ดอกเตอร์หนุ่มให้กำลังใจทุกคน“เอ๊ะ...เราลืมรุ้งลาวัลย์ไว้ที่คณะหรือเปล่า ทำไมเงียบจริง” จังโก้แซว “อ่ะ อ่ะ เ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 6

    หมู่บ้านในภาคอีสานนั้นไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก บ้านเรือนจะมากน้อย ถนนจะซับซ้อนวกวนอย่างไร แต่วัดประจำหมู่บ้านล้วนอยู่ศูนย์กลาง ดังนั้นอุ่นหล้าจึงเดินนำทุกคนลัดเลาะไปตามทางเล็ก ๆ เห็นทุกคนตั้งหน้าตั้งตากันเดินตามเขาท่าทางมุ่งมั่นอย่างกับลูกเป็ดเดินตามแม่อุ่นหล้าไม่ต้องการให้การเดินทางครั้งนี้ตึงเกินไปนัก จึงทำลายความเงียบขึ้นด้วยเรื่องที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้“ตอนที่ผมเป็นนักศึกษาได้ตามอาจารย์ศักดิ์ชัยไปดูภาพจิตรกรรมภายในห้องกรุวัดราชบูรณะ อาจารย์ได้เล่าเรื่องแปลกให้ฟังว่า เมื่อตอนปี ๒๕๐๐ เกิดเหตุการณ์กรุวัดราชบูรณะแตก อาจารย์ศักดิ์ชัยที่ขณะนั้นท่านเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายได้ติดตามอาจารย์ที่ปรึกษาไปสำรวจ ก็พากันล่องเรือกันไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาสตราจารย์ฝรั่งตามไปอีก ๒ คน ปรากฏว่าบนเรือต่างก็ได้กลิ่นหอมประหลาดกัน เป็นกลิ่นหอมเย็นแบบที่ไม่มีขายในท้องตลาด แต่พวกศาสตราจารย์ฝรั่งนั้นกลับไม่ได้กลิ่น“กลิ่นหอมนั้นอวลอยู่ตลอดเวลาที่อยู่บนเรือจนกระทั่งเข้าไปในกรุ อาจารย์ศักดิ์ชัยและอาจารย์ที่ปรึกษาสำรวจความเสียหายของกรุลงไปถึงชั้นที่สาม ก็ไปเจอบุษบกที่ประดิษฐานพระบรมส

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 5

    ดังที่ว่ามีเงินใช่ว่าจะไปเก็บข้อมูลที่ไหนก็ได้ตามใจ หลังทำเรื่องขอลาวิจัยแล้ว ยังต้องมีการคัดเลือกคนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานคุณภาพด้วย อุ่นหล้าและมับไมกลัวคำว่า “มากคนมากความ” เป็นที่สุด จึงพยายามคัดเลือกลูกทีมที่มีประสิทธิภาพที่แม้จะไปกันน้อยคนแต่ก็คล่องตัวเมื่อข่าวการประกาศรับสมัครลูกทีมเพื่อการวิจัยภาคสนามของอาจารย์มับไมและอาจารย์อุ่นหล้าถูกติดขึ้นบอร์ด นักศึกษาทุกระดับชั้นรวมถึงบุคคลากรในคณะต่างให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเพราะทั้งคู่เป็นอาจารย์ที่มีภูมิ รู้ลึกรู้จริงถ่ายทอดให้ผู้เรียนโดยไม่หวงวิชา หรือไม่ว่าจะเพราะอยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของทั้งคู่ก็ตาม ในวันสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกลูกทีม จึงมีคนไปมุงออกันที่หน้าห้องพักอาจารย์แน่นราวกับมีมหกรรมแจกของฟรี เมื่อคัดคนที่มีใจแค่อยากผจญภัยตามอย่างภาพยนตร์ฮอลลีวูดออกไป ในที่สุดก็ได้ผู้ร่วมงานจำนวนหนึ่ง โดยมี “ชีวิน” หนุ่มตุ้งติ้งที่ชอบให้ทุกคนเรียกเขาว่า “ชิวลี่ (Chiewly)” เป็นนักศึกษาปริญญาเอก เขาหลงใหลในวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ยังไม่แน่ใจว่าตนจะเจาะลึกศึกษาวิจัยเรื่องอะไรเป็นพิเศษ จึงขอตามอาจารย์ทั้งสองมาด้วยเพื่อค้นหาตัวเองนักศึ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 4

    การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลไม่ใช่ว่าจะมีความรู้ มีทุนทรัพย์แล้วจะไปได้ตามใจ เมื่อเข้าทำงานในระบบมหาวิทยาลัย มีต้นสังกัดก็จำเป็นที่จะต้องยื่นหนังสือชี้แจงแก่หน่วยงาน ทั้งคู่ตกลงกันว่าทำหนังสือขอลาวิจัยฮูปแต้มและอักษรโบราณในสิมภาคอีสาน ซึ่งดำเนินการได้คล่องตัวกว่าการเสนอขอทุนวิจัย เพราะกว่างบจะมาถึงคงนานไม่ทันกาล และอาจจะไม่ได้ตามจำนวนที่ขอทำให้ต้องเสียอารมณ์“หืม ไปพร้อมกันทั้งคู่เหรอ” คณบดีเลิกคิ้ว สงสัยว่าตนตกข่าวอะไรไปมากกว่าจะอยากรู้ว่าทั้งสองจะไปตามหาอะไรที่ยังดูไม่ชัดเจน“อ้าว ก็ฮูปแต้มกับจารึกมันต้องไปด้วยกันไง พี่เอนกก็รู้นี่” หญิงสาวตอบผู้ที่เป็นทั้งรุ่นพี่และผู้บังคับบัญชาหน้าแดง“พี่ มันเกี่ยวกับเรื่องบัตรถา*...”“ชู่...เดี๋ยวพวกเราไปคุยกันต่อข้างนอกดีกว่า”อุ่นหล้ายังพูดไม่จบ เอนกก็ใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปาก ปรามให้เบาเสียงก่อนจะบุ้ยปากไปที่หน้าต่างห้องทำงาน เงาร่างสายหนึ่งวูบไหวอยู่หลังม่านก่อนจะหายไปอย่างเงียบ ๆ*ลายแทงขุมทรัพย์………สถานที่ที่อันตราย นับว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยอย่างคาดไม่ถึง แต่สองนักวิจัยไม่นึกว่ารุ่นพี่ของตนจะพามายังสถานที่นี้ ท่ามกลางนักศึกษาและบุ

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 3

    ดอกเตอร์สาวนอนเท้าแขนอยู่บนเตียง ในมือถือใบลานแผ่นที่ ๓ ขึ้นมาพลิกหน้าพลิกหลัง หวังว่าจะพบคำใบ้ใดซ่อนอยู่ในใบไม้แห้งบาง ๆ นั้นอีกครั้ง“เฮ้อ ไม่ง่ายเหมือนในหนังอินเดียน่า โจนส์ สินะ” มับไมถอนหายใจตัวอักษรที่จารนั้นลายเส้นคมงดงาม สีดำจากเขม่าก้นหม้อติดสีเข้มยังไม่ลบเลือน ทำให้อ่านง่าย แสดงว

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 2

    การเดินทางในปัจจุบันสะดวกสบายกว่าสมัยที่มับไมยังเป็นนักศึกษาอยู่มาก สายการบินต้นทุนต่ำสยายปีกไปทุกจังหวัดที่มีสนามบิน จึงไม่ต้องทนนั่งหลังขดหลังแข็งเป็นชั่วโมง ๆ บนรถทัวร์ หรือลุ้นระทึกกับห้องน้ำบนรถไฟอีกต่อไป เพียง ๔๕ นาทีก็ได้กลับมากราบแทบตักพ่อแม่ที่ขอนแก่นบ้านเกิดแล้ว “ไหว้พระเทอะอีหล้า” พ่อแม

  • ขุมทรัพย์สุดปลายฟ้า ปริศนาในฮูปแต้ม   บทที่ 1

    ค่ำคืนที่ดวงจันทร์ทอแสงนวลใย ภายในห้องน้อยบนเรือนไม้ใต้ถุนสูง “ย่าเกด” กอดประคองหลานสาวตัวน้อย “มับไม” ไว้ในอ้อมแขน พลางเล่านิทานโบราณด้วยน้ำเสียงกังวาล“อินทร์ก็ใส่ชื่อน้อย ในเลขลานคำชื่อว่า สังสินไซ โลกลือฤทธีกล้า...”เด็กน้อยทำตาโตพลางกำชายเสื้อของย่าแน่นด้วยความตื่นเต้น“พญาซ้างฉัททันต์

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status