หน้าหลัก / โรแมนติก / ข้ากลับมาทวงชะตาคืน / บทที่ 5 ไม่ผิดจากที่คาด 2/2

แชร์

บทที่ 5 ไม่ผิดจากที่คาด 2/2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-02 20:45:09

จางจื่ออี้แค่นยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ...ไม่ผิดจากที่คาดไว้จริง ๆ

นางวางพู่กันลงช้า ๆ พลางพินิจมองหยดหมึกที่เปื้อนกระดาษ “ชิงฆ่าตัวตายหนีความผิดหรือ? ช่างเป็นเหตุผลที่ใช้หลอกเด็กได้ดีนัก ซู่อี๋เหนียงหรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังนาง คงจะเริ่มกลัวจนตัวสั่น ถึงขนาดต้องยอมเสี่ยงปิดปากคนในเขตของหน่วยจงกู่เว่ยเช่นนี้”

เหม่ยหลานฟางในร่างเด็กสาวกำหมัดแน่น การที่คนร้ายสามารถลงมือในคุกที่แน่นหนาของผู้บัญชาการหูอี้เทียนได้ แสดงว่าเส้นสายของพวกมันย่อมไม่ธรรมดา และนั่นยิ่งยืนยันว่าการที่นางหนีมาตั้งหลักที่บ้านท่านตาคือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุด

“ท่านผู้บัญชาการหูอี้เทียนเล่า... เขามีท่าทีอย่างไรกับเรื่องนี้?” จางจื่ออี้เอ่ยถามถึงบุรุษที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นมัจจุราชหน้าหยกที่นางยังอ่านไม่ออก

“นอกจากจะรายงานการตายต่อตระกูลจางแล้วก็ส่งคนมาแจ้งนายท่านไป๋เจ้าค่ะ”

นางพยักหน้ารับรู้จากนั้นก็ให้สาวใช้ออกไป นางที่ได้รับพลังไอมังกรทุกวันนอกจากสติจะคืนกลับมาแล้ว ยังสุขุมกว่าแต่ก่อนมาก แต่นางคิดไม่ตกว่าเหตุใด หน่วยจงกู่เว่ย ถึงไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่กลับยอมเสียชื่อเสียงว่าเป็นแค่สุนัขยามเฝ้าแผ่นดินแทน ทั้งที่จากประวัติของหน่วยนี้ท่านตาบันทึกเอาไว้ละเอียดมากว่า แต่ละคนมากฝีมือ

เรื่องนี้นางควรต้องหาเวลาไปสนทนากับท่านตาสักครั้ง...

หนึ่งปีผ่านไป...

กาลเวลาไหลผ่านไปดั่งสายน้ำไม่มีวันไหลย้อนกลับ หนึ่งปีที่ผ่านมา จางจื่ออี้ใช้ชีวิตอย่างสงบเงียบอยู่ในจวนท่านตา ร่างกายที่เคยซีดเซียวบัดนี้เริ่มมีเลือดฝาดด้วยพลังปราณจากชัยภูมิหัวใจมังกรและการบำรุงอย่างเข้มงวด วัยสิบสองหนาวของนางเริ่มฉายแววความงามที่แฝงไปด้วยความสุขุมลุ่มลึกอย่างที่เด็กวัยเดียวกันมิอาจเทียบได้

เรือนร่างของนางเริ่มเติบโตและทรวดทรงองค์เอวเริ่มออกเป็นสตรียังสาวกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ยิ่งเนินอวบอิ่มตรงหน้าอกยิ่งใหญ่มากจนนางอึดอัดด้วยซ้ำ จนแม่นมเฉินต้องหาช่างตัดตู้โตวโดยเฉพาะให้นางใส่ ทั้งยังเป็นความลับ เพราะเรื่องพวกนี้มักชอบเอาไปนินทากันระหว่างสตรีในจวนต่าง ๆ

นางที่ตอนเป็นเหม่ยหลานฟางเรียกร้องแต่ออกไปเที่ยวเล่นสนุก แต่นางในร่างจางจื่ออี้กลับเป็นหนอนหนังสือ ตั้งใจอ่านเขียนเรียนคัดอักษรโคลงกลอนแตกฉาน เดินหมากดีดพิณล้วนแต่มากฝีมือ นางยังเป็นคู่เดินหมากให้ท่านตาทุกวัน ยิ่งเรื่องงานเรือนยิ่งไม่ขาดตกบกพร่อง เรียกได้ว่านางตั้งใจเป็นสตรีที่งดงามล่มบ้านล่มเมือง และเป็นสตรีที่มีความสามารถสูงส่ง ที่สำคัญนางศึกษาเรื่องดาราศาสตร์ดวงดาวและการวางฤกษ์ยามอีกด้วย เพื่อที่นางจะได้ไม่โดนหลอกอีก

ทว่าภายใต้ความสงบนั้น นางกลับส่ง แม่นมเฉิน ออกไปสืบข่าวลับที่ติดค้างอยู่ในใจ ข่าวเกี่ยวกับตระกูลเหม่ย... ครอบครัวของนางในชาติก่อน

วันหนึ่งในห้องอักษรที่มืดสลัวนิด ๆ จากตะวันที่เพิ่งลับขอบฟ้า แม่นมเฉินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าขาวซีดและดวงตาที่สั่นระริก นางวางม้วนรายงานลับลงบนโต๊ะไม้พะยูงด้วยมือที่สั่นเทา

“คุณหนู... ข่าวที่ท่านให้บ่าวไปสืบเรื่องตระกูลเหม่ย... บ่าวได้ความมาแล้วเจ้าค่ะ”

จางจื่ออี้วางพู่กันในมือลง ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง “ว่ามา...”

“ตระกูลเหม่ย... พินาศสิ้นแล้วเจ้าค่ะ” แม่นมเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงน่ากลัวระคนสยดสยอง

“หลังจากที่คุณหนูเหม่ยหายไปไม่นาน มีรายงานว่าระหว่างที่นายท่านเหม่ยและฮูหยินเดินทางไปไหว้พระที่นอกเมืองเพื่อขอพรให้พบกับบุตรสาว กลับถูกกลุ่มโจรป่ารุมฆ่าตายอย่างอนาถ...ส่วนคุณชายใหญ่เหม่ย แม้จะสอบได้ตำแหน่งทั่นฮวา ทว่ากลับถูกส่งไปรับตำแหน่งนายอำเภอเล็ก ๆ ที่ชายแดนใต้ และระหว่างเดินทาง... ก็ถูกกลุ่มโจรดักสังหารตายยกขบวน ไม่เว้นแม้แต่บ่าวไพร่ในจวนตระกูลเหม่ยที่กระจัดกระจายไป ก็มีข่าวว่าล้มตายด้วยโรคระบาดและอุบัติเหตุจนหมดสิ้นเจ้าค่ะ”

ถ้วยน้ำชาในมือจางจื่ออี้ร่วงหล่นแตกกระจาย จิตวิญญาณของเหม่ยหลานฟางสั่นสะท้านด้วยแรงโทสะที่พวยพุ่งขึ้นมากอีกครั้ง

 โจรป่ารึ? โจรดักฆ่ายกขบวนรึ? ครอบครัวของนางเป็นตระกูลขุนนางที่จัดว่าสำคัญครอบครัวหนึ่ง พี่ชายของนางเป็นถึงทั่นฮวาที่มีอนาคตไกล เหตุใดโศกนาฏกรรมเหล่านี้ถึงได้เกิดขึ้นพร้อมกันราวกับจงใจเช่นนี้!

ที่สำคัญเรื่องต่าง ๆ ปิดเงียบไม่พอ ทางการยังไม่สืบหาความจริงอีกด้วย ยิ่งเมื่ออ่านไปแล้วนางแทบอยากไปตีกลองร้องทุกข์

“ใคร... ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” นางเค้นเสียงถามผ่านไรฟันทั้งระงับโทสะที่กักเก็บไว้สุดกำลัง

“ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดเจ้าค่ะคุณหนู” แม่นมเฉินก้มหน้าลงต่ำ ก่อนเอ่ยต่อ

 “ตระกูลชิงที่คุณหนูให้จับตามอง ตอนนี้ชิงต้าเหรินซื่อจื่อตระกูลชิงกั๋วกง ยามนี้ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นสามในราชสำนัก และเพิ่งจะเข้าพิธีมงคลสมรสกับคุณหนูรองจากตระกูลอู่โหวเจ้าค่ะ และไม่มีใครเคยเอ่ยว่าซื่อจื่อเคยแต่งงานมาก่อน”

ดวงตาของจางจื่ออี้แดงก่ำด้วยความอาฆาต แววตาที่เคยนิ่งสงบดุจผิวน้ำบัดนี้กลับกลายเป็นเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่าง

พวกตระกูลชิง... เจ้าช่างเลือดเย็นนัก! 

นางเข้าใจทุกอย่างแล้ว... การที่นางถูกขังอยู่ในเรือนหลังไม่ให้รับรู้ข่าวสาร การที่ครอบครัวของนางถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก และการที่เขากลับไปเสวยสุขกับอำนาจใหม่และแต่งสตรีในตระกูลอู่โหวเข้ามา ทุกอย่างมันคือแผนการอำมหิตที่เตรียมการไว้เพื่อกำจัดเสี้ยนหนามของตระกูลชิง!

ชะตามังกรของข้าถูกเจ้าแย่งชิงไป... ชีวิตครอบครัวข้าถูกเจ้าสังหารจนดับสูญ

 ส่วนพวกตระกูลชิงมีแต่ความรุ่งเรือง แต่ไม่เป็นไรข้ารอได้...ข้ารอวันที่จะกลับไปเอาคืนได้เสมอ...เสพสุขกันให้สมใจเล่า...ตอนที่ตกต่ำอย่าได้ร้องขอชีวิต

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้ากลับมาทวงชะตาคืน   ตอนพิเศษ 3 2/2

    บรรยากาศยิ่งป่วนหนักเมื่อหูอี้เทียนพยายามจะกันทุกคนออกไปเพื่อให้ลูกชายได้นอนพัก แต่ทว่าเขากลับเป็นคนที่เห่อ ที่สุด เพราะในยามค่ำคืนที่จื่ออี้หลับใหล หูอี้เทียนกลับนั่งจ้องหน้าลูกชายนิ่ง ๆ นานนับชั่วยาม พลางใช้นิ้วแกร่งเขี่ยแก้มยุ้ย ๆ ของทารกน้อยอย่างเบามือที่สุด“หมิงเจ๋อ... เจ้ามาแย่งความสนใจจากแม่เจ้าไปไม่น้อยเลยนะ” เขาพึมพำกับทารกน้อยพลางขมวดคิ้ว “แต่เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าหน้าเหมือนข้าถึงเพียงนี้ ข้าจะยอมให้เจ้านอนแทรกกลางระหว่างข้ากับนางได้เพียง... ปีเดียวเท่านั้นนะ!”จางจื่ออี้ที่แสร้งหลับอยู่ถึงกับต้องแอบยิ้มออกมาภายใต้ผ้าห่ม ความน่าเอ็นดูของแม่ทัพพยัคฆ์ที่กลายเป็นบิดาจอมหวงและจอมอิจฉาลูกชายตัวเองงานเลี้ยงครบเดือนของนายน้อยตระกูลหูจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โถงกลางจวนไป๋ ใจกลางโถงมีพรมแดงปูลาดพร้อมสิ่งของเสี่ยงทายวางเรียงราย ทั้งกระบี่ไม้สลักของหูอี้เทียน ตำราหมากของไป๋ซื่อจวิน และถุงเงินทองของจางต้าลู่“หมิงเจ๋อหลานรัก มาหาตาสิลูก จับถุงเงินนี่ แล้วเจ้าจะเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดในใต้หล้า!” จางต้าลู่กวักมือเรียกเหลนชายตัวน้อยที่อยู่ในชุดเอี๊ยมสีแดงสดพุงพลุ้ยหูหมิงเจ๋อ ในวัยหนึ่งเดือนที

  • ข้ากลับมาทวงชะตาคืน   ตอนพิเศษ 3 1/2

    ท่ามกลางรัตติกาลที่มืดมิด สายฝนในต้นฤดูวสันต์ตระการพัดกระหน่ำลงมายังจวนตระกูลไป๋ประหนึ่งกลองรบที่รัวสนั่น ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกฉาบด้วยแสงฟ้าแลบเป็นระยะขานรับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของ จางจื่ออี้ ที่ดังแว่วออกมาจากเรือนตะวันออก“จื่ออี้! เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง! ข้าจะเข้าไป! ใครขวางข้า ข้าจะสังหารให้สิ้น!”เสียงตะโกนอย่างเสียสติของ หูอี้เทียน ดังกลบเสียงฟ้าร้อง ท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่เคยนิ่งสงบดุจขุนเขา บัดนี้กลับมีสภาพประหนึ่งเสือติดจั่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เขาพยายามจะพังประตูห้องทำคลอดเข้าไปจน สี่จตุรเทพ ต้องรีบเข้ามารุมล้อมกอดเอวและดึงรั้งแขนเจ้านายไว้สุดชีวิต“ท่านแม่ทัพ! เข้าไปไม่ได้! มันเป็นอัปมงคล และฮูหยินสั่งไว้กำชับนักหนาว่าห้ามท่านเข้าไปเห็นนางในสภาพนี้เด็ดขาด!” ฉางเฟิง ตะโกนบอกพลางใช้ไหล่ดันอกเจ้านายไว้ และอีกสามคนก็ช่วยกันกอดขากอดเอวไว้แน่น เพราะนายหญิงสั่งไว้ว่าหากห้ามเขาไม่ได้พวกเขาเจอดีแน่“ข้าไม่สนอัปมงคล! เมียข้าเจ็บปวดเพียงนั้น เจ้าจะให้ข้ายืนดูดวงดาวอยู่ข้างนอกนี่รึ!” หูอี้เทียนสะบัดองครักษ์จนกระเด็นไปคนละทิศละทาง แววตาของเขาแดงก่ำด้วยความห่วงใยแล

  • ข้ากลับมาทวงชะตาคืน   ตอนพิเศษ 2 2/2

    ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักทันที หูอี้เทียนยืนนิ่งเป็นหินประหนึ่งถูกสาป ดวงตาที่เคยดุดันบัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื้นตันจนพูดไม่ออก เขาค่อย ๆ ทรุดกายลงนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าจางจื่ออี้ มือหนาที่เคยจับดาบสังหารคนมานับหมื่น สั่นเทายามที่เอื้อมไปแตะหน้าท้องของนางอย่างแผ่วเบาที่สุด“ลูก... ลูกของข้ารึ?” น้ำเสียงของเขาพร่าสั่น หยาดน้ำตาแห่งความสุขที่หาได้ยากยิ่งเอ่อคลอในดวงตา “จื่ออี้... เจ้าทำสำเร็จแล้ว น้ำทิพย์ของเจ้าชโลมดินจนมังกรน้อยมาจุติจริง ๆ ด้วย!”จางจื่ออี้ลืมความคลื่นไส้ไปชั่วขณะ นางเอื้อมมือไปลูบแก้มสามีด้วยความรักสุดหัวใจ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างหนักที่ชายแดน ราวกับสรวงสวรรค์ขานรับการมาถึงของรัชทายาทแห่งความรักในรัชศกเฉินซีอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด!ม้าเร็วจากชายแดนควบตะบึงเข้าสู่ประตูเมืองหลวงจงโจวด้วยความเร็ว ประหนึ่งมีศึกสงครามประชิดติดพัน ทว่าสารที่อยู่ในกระบอกทองเหลืองกลับมิใช่รายงานการรบ แต่เป็นลายมือสั้น ๆ จากปลายพู่กันของหูอี้เทียนที่ส่งตรงถึงจวนไป๋และจวนจางพร้อมกันในยามรุ่งสาง“จื่ออี้ตั้งครรภ์ ข้าจะพานางกลับในเจ็ดวัน -หูอี้เทียน”เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ กลับมีอานุภาพทำลา

  • ข้ากลับมาทวงชะตาคืน   ตอนพิเศษ 2 1/2

    ท่ามกลางทิวเขาสลับซับซ้อนที่ชายแดนจงโจว บ้านพักไม้หลังย่อมของแม่ทัพผู้บัญชาการหน่วยจงกู่เว่ย ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะบาง ๆ บรรยากาศที่นี่ไร้ซึ่งเสียงตะโกนโวยวายของจางต้าลู่ หรือเสียงกระทบของหมากรุกจากไป๋ซื่อจวิน มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดสนและเสียงฟืนปะทุในเตาผิงที่ให้ความอบอุ่นแก่คนสองคนภายในห้องหูอี้เทียน ในชุดลำลองสีเทาเข้ม นั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้กว้าง พลางรวบเอาเจ้าของร่างนุ่มนิ่มอย่าง จางจื่ออี้ เข้ามานั่งซ้อนบนตัก เขาใช้คางเกยบนไหล่มนพลางสูดดมกลิ่นหอมจากเส้นผมของนางอย่างสำราญใจ“ที่นี่เงียบสงบดีใช่หรือไม่จื่ออี้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูผ่อนคลาย “ไม่มีใครมาคอยจดจ้องว่าข้าจะกอดเจ้าตอนไหน หรือจะอุ้มเจ้าเข้าห้องหอตอนกลางวันแสก ๆ หรือไม่”จางจื่ออี้หลุดหัวเราะพลางเอนหลังซบแผงอกแกร่งของสามี “ท่านพี่... ท่านก็ช่างแกล้งท่านพ่อกับท่านตาเหลือเกินนะเจ้าคะ ป่านนี้ที่จงโจวคงวุ่นวายกันใหญ่ที่จู่ ๆ ท่านก็หอบข้าหนีมาเช่นนี้”จางจื่ออี้นึกไปถึงสามีตอนพานางหนีมา ตอนนั้นออกมาตอนกลางคืนด้วยซ้ำ แม้แต่ฝ่าบาทจะออกมาส่งที่หน้าประตูวังก็ยังไม่ยอม เพียงเข้าไปกราบทูลเสด็จอาแล

  • ข้ากลับมาทวงชะตาคืน   ตอนพิเศษ 1 2/2

    หูอี้เทียนกระตุกยิ้มที่มุมปาก เขารู้ทันแผนการนี้ดี “เพียงสิบไหหรือขอรับ? สำหรับความรักที่มีต่อจื่ออี้ ต่อให้เป็นทะเลเหล้าข้าก็มิจักถอย”แม่ทัพหนุ่มคว้าจอกเหล้าขึ้นมาดื่มรวดเดียวประหนึ่งน้ำเปล่า กลิ่นเหล้าแรงดีกรีเข้มข้นแผ่ซ่านไปทั่วลำคอ ทว่าเขากลับขยับข้อมือรินจอกต่อไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงโห่ให้กำลังใจของแขกเหรื่อ จางต้าลู่เห็นดังนั้นก็เริ่มเหงื่อตก รีบส่งสัญญาณให้บ่าวรับใช้ยกเหล้าที่เข้มข้นที่สุดออกมาเพิ่ม“ยัง! ยังไม่จบ! เจ้าต้องตอบคำถามข้าด้วย” จางต้าลู่รีบหาทางขวาง “หากวันหนึ่งจื่ออี้กับข้าตกน้ำพร้อมกัน เจ้าจะช่วยใครก่อน!”คำถามโลกแตกทำเอาทั้งโถงเงียบกริบ หูอี้เทียนวางจอกเหล้าลงช้า ๆ แววตาคมกริบจ้องมองว่าที่พ่อตา“ข้าจะช่วยจื่ออี้ก่อน”“เจ้า! เจ้าคนเนรคุณพ่อตา!” จางต้าลู่เตรียมจะโวยวาย“เพราะข้าจะกระโดดลงไปช่วยนาง และฝากให้ท่านตาไป๋ช่วยท่าน” หูอี้เทียนตอบนิ่ง ๆ พลางบุ้ยปากไปทางไป๋ซื่อจวินที่นั่งหัวเราะจนตัวโยนจางต้าลู่หันไปมองพ่อตาพลันเห็นแววขบขัน บอกได้เลยว่าเขาตกระกำลำบากพ่อตาซ้ำเติมแน่นอน แต่ขณะที่คิดอยู่นั้นไม่ได้เห็นว่าเจ้าลูกเขยดื่มเหล้าจนหมดหรือว่าไปเททิ้ง“ท่านพ่อตา..

  • ข้ากลับมาทวงชะตาคืน   ตอนพิเศษ 1 1/2

    หิมะแรกของปีโปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคากระเบื้องสีชาดของจวนตระกูลไป๋จนเป็นสีขาวโพลนประหนึ่งภาพวาดพู่กันจีนอันวิจิตร ทว่าความหนาวเย็นกลับถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟแห่งความรื่นเริงจากโคมแดงนับพันดวงที่แขวนเรียงรายตั้งแต่หน้าประตูเมืองไปจนถึงประตูใหญ่ของตระกูลไป๋เสียงปี่กลองรัวสนั่นขานรับขบวนเจ้าบ่าวที่ยาวเหยียดสุดสายตา หูอี้เทียน เจ้าบ่าวในชุดสีแดงปักดิ้นทองลายพยัคฆ์เคียงหงส์ดูสง่างามจนขุนนางที่มาร่วมงานต่างพากันกลั้นหายใจ ทว่าใบหน้าที่ควรจะเปี่ยมสุขกลับเคร่งเครียดขึ้นทุกขณะเมื่อขบวนมาหยุดกึกอยู่ที่หน้าประตูชั้นใน“พวกเจ้าทำบ้าอะไรกัน!” หูอี้เทียนตวาดเสียงไม่เบานัก เมื่อเห็น สี่จตุรเทพ องครักษ์ที่เป็นดั่งแขนขาของตนเองที่ควรจะเดินเคียงข้างในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าว บัดนี้กลับสวมชุดสีน้ำเงินเข้มขรึม ยืนเรียงหน้ากระดานถือไม้พลองประดับริบบิ้นแดงกั้นประตูแน่นหนาเคียงคู่กับบ่าวรับใช้ของจวนไป๋“ขออภัยพ่ะย่ะค่ะท่านแม่ทัพ แต่นายท่านไป๋และใต้เท้าจางสั่งลงมาว่า... การจะรับตัว ‘ดวงใจของตระกูลไป๋และตระกูลจาง’ ไปนั้น ความเป็นพี่น้องต้องวางไว้ข้างหลัง ความซื่อสัตย์ต่อว่าที่นายหญิงต้องมาก่อน!” ฉางเฟิง เอ่ยพลางยืดอกอย

  • ข้ากลับมาทวงชะตาคืน   บทที่ 5 ไม่ผิดจากที่คาด 1/2

    จางจื่ออี้ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม้แกะสลัก ดวงตาเรียวคู่ที่เคยดูใสซื่อบัดนี้กลับหรี่ลงเล็กน้อย พินิจพิเคราะห์สตรีวัยสี่สิบสองปีที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่เย็นเยียบและสุขุมจนคนถูกมองรู้สึกหนาวไปทั้งสันหลังนางมองเห็นร่องรอยความลำบากบนใบหน้าของแม่นมเฉิน รอยแผลเป็นเล็ก ๆ ที่หล

  • ข้ากลับมาทวงชะตาคืน   บทที่ 4 ต้องตั้งหลักให้ได้ก่อน 2/2

    จำได้ว่าหลวงจีนน้อยผู้หนึ่งเอ่ยกับไต้ซือผู้เฒ่าถึงดวงชะตาของเหม่ยหลานฟางว่า ‘ท่านอาจารย์ หากนางได้กำเนิดในตระกูลไป๋ของท่านราชครู เติบโตที่นั่น นางเท่ากับดวงชะตาจักรพรรดินีเลยนะขอรับ’ ตอนนั้นนางยังเด็กคลับคล้ายคลับคลาจะเป็นช่วงตอนอายุห้าหนาว หลวงจีนน้อยผู้นั้นอายุแปดหนาว นางฟังแล้วไม่เข้าใจเพียงเอ

  • ข้ากลับมาทวงชะตาคืน   บทที่ 4 ต้องตั้งหลักให้ได้ก่อน 1/2

    พายุฝนเมื่อช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ทิ้งเพียงร่องรอยของดินโคลนและความเย็นเยียบ ทว่าบรรยากาศภายในจวนตระกูลจางยามนี้กลับร้อนรุ่มยิ่งกว่ากลางฤดูคิมหันต์ ขบวนรถม้าไม้พะยูงสลักลวดลายวิจิตรของตระกูลไป๋จอดรออยู่หน้าประตูเพื่อรอรับหลานสาวคนเดียวของตระกูลกลับไปด้วยไป๋ซื่อจวินมีหรือจะยอมให้หลานสาวที่ใบหน้าเหมือน

  • ข้ากลับมาทวงชะตาคืน   บทที่ 3 ฮวงจุ้ยจุดตาย 2/2

    “เจ้าดูแลนางได้ดีนักหรือ!” ไป๋ซื่อจวิน ตวาดกลับเสียงดั่งสนั่น “หากข้ามาช้ากว่านี้เพียงก้าวเดียว หลานข้าคงกลายเป็นศพเฝ้าโลงไม้จันทน์หอมไปแล้ว! นางเกือบตายสองครั้งติดกัน”ท่ามกลางเสียงปะทะกันของบุรุษต่างวัย จางจื่ออี้ กลับยันกายขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก สายตาของนางเรียบเฉยจับจ้องไปยังบิดา“บิดา... ท่านก็

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status