Beranda / รักโบราณ / ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย / ข้าคิดว่าเจ้าจะใจกล้ากว่านี้เสียอีก

Share

ข้าคิดว่าเจ้าจะใจกล้ากว่านี้เสียอีก

Penulis: l3oonm@
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-28 03:01:32

ฟางซินกลับถึงเรือนพัก ล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว นางยิ่งมีความคิดเรื่องที่จะย้ายออกเพิ่มมากขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องอยู่รองรับอารมณ์ของซูเหยี่ยนจื้อ บทส่งมาให้นางทำอะไรก็ผิด ในสายตาของเขาอย่างไรก็ไม่ได้ดีขึ้นอยู่แล้ว

“คุณหนู ทำเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ”

ฟางซินบีบแก้มเสี่ยวชิงแล้วหัวเราะออกมา นางรู้ว่าเสี่ยวชิงหวาดกลัวซูเหยี่ยนจื้อ เก็บกดจนช่วยนางล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้ามาได้นานเพียงนี้ หากไม่ได้พูดออกมาคงอกแตกตาย

“ไม่ว่าข้าทำอันใดก็ล้วนแต่ไม่เข้าตาเขาอยู่แล้ว หากข้ายอมทนต่อไป ก็คงต้องถูกรังแกไม่จบสิ้น”

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงเห็นด้วยกับคำพูดของคุณหนู นับตั้งแต่มาอยู่คุณชายใหญ่ก็ไม่เคยมองคุณหนูในแง่ดีเลย

ในตอนมื้อเย็นฟางซินก็ยังคงไปรับที่เรือนหลักพร้อมทุกคน นางไม่มองไปทางซูเหยี่ยนจื้อเลยสักนิด แม้จะรับรู้ได้ถึงสายตาทิ่มแทงที่เขากำลังมองมาก็ตาม

“ซินซิน เมื่อก่อนเป็นเจ้าที่ไม่รู้ความ แม้ในตอนนี้จะปรับปรุงตัวดีขึ้นแล้วก็ตาม เหตุการณ์ในวันนี้เจ้าจงจำเอาไว้เป็นบทเรียน ต่อไปจะได้ไม่ทำผิดซ้ำอีก แต่จงจำไว้ เจ้ามิได้ตัวคนเดียวยังมีคนตระกูลซูหนุนหลังเจ้าอยู่”

ฟางซินซาบซึ้งใจกับคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าไม่น้อย ด้วยรู้ว่าที่พูดออกมาก็คงเป็นห่วงตัวนาง

“ข้าจำขึ้นใจแล้วเจ้าค่ะท่านยาย”

จินซื่อเปลี่ยนเรื่องไปพูดคุยเรื่องชุดที่สวมใส่ไปในวันนี้ หัวข้อก็เลยเปลี่ยนไป ซูยวนกับซูเหวินต่างก็คาดหวังว่าชุดที่ฟางซินออกแบบให้จะทำให้ตนโดดเด่นไม่น้อย

“ข้าจำได้ว่า ท่านแม่ยังมีจวนอยู่ในเมืองหลวง ข้าอยากไปดูเจ้าค่ะ” ฟางซินหันไปพูดกับฮูหยินผู้เฒ่า

นางนิ่งเงียบไป พร้อมทั้งมองฟางซินอย่างพิจารณา “เหตุใดถึงรีบร้อนอยากไปดูเล่า”

“ข้าคงไม่อาจพึ่งพาตระกูลซูไปได้ชั่วชีวิต พระคุณของทุกคนที่รับข้ามาเลี้ยงดูก็ไม่รู้จะตอบแทนเช่นใดแล้ว ชื่อเสียงของข้าด้านนอกก็ไม่ได้ดีนัก รังแต่จะทำให้พี่น้องคนอื่นออกเรือนยากไปอีก ข้าสอบถามหลงจู๊มาแล้ว จวนหลังที่ว่า มิได้อยู่ใกล้จากจวนตระกูลซู ข้ายังมาแสดงความกตัญญูต่อท่านยาย ท่านลุง ท่านป้าสะใภ้ได้เหมือนเดิมเจ้าค่ะ”

ภายในห้องโถงนิ่งเงียบไปทันที นับจากที่ฟางซินหายป่วย นางมีความคิดเป็นของตนเองไม่น้อย ไม่เกาะติดซูเหยี่ยนจื้อเหมือนเดิมอีกแล้ว ความเปลี่ยนแปลงนี้ คนภายในจวนตระกูลซูล้วนแต่มองออก

“เลี้ยงเจ้าเพียงปากเดียว จะหมดมากสักเพียงใด ต่อไปเจ้าออกเรือน จวนหลังนั้นก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี เรื่องนี้เอาไว้หารือใหม่ในภายหลังเถิด พวกเจ้ากลับไปพักได้แล้ว ข้าเหนื่อยแล้ว”

ฟางซินไม่สะดวกพูดออกมาอีก เมื่อถูกตัดบทเช่นนี้ นางรู้ดีว่าฮูหยินผู้เฒ่าเป็นห่วงเด็กสาวที่ต้องออกไปใช้ชีวิตเพียงลำพัง

หมิงเยว่เข้ามาพูดคุยกับฟางซิน โน้มน้าวให้นางเปลี่ยนใจสองสามคำต่างก็แยกย้ายกลับเรือนพักของตนไป ฟางซินเองก็รีบเดินกลับเรือนพักของนางทันที ถึงแม้ซูเหยี่ยนจื้อมีบางอย่างอยากจะพูดกับนาง

“บ่าวคิดไว้แล้วว่าฮูหยินผู้เฒ่าต้องไม่ยินยอม นางจะปล่อยให้คุณหนูออกไปใช้ชีวิตตัวคนเดียวได้อย่างไร” แม่นมก็คิดเช่นเดียวกับฮูหยินผู้เฒ่า หากกลัวสิ้นเปลืองเงินทองค่าอาหารของตระกูลซู ฟางซินออกในส่วนนี้เองก็ได้

“เอาเถิด ไว้ข้าจะหาหนทางอีกที” พูดบ่อยๆ เข้า หากฮูหยินผู้เฒ่ารำคาญก็คงปล่อยนางไปเอง

ฟางซินไม่มีกะจิตกะใจจะทำสิ่งใด นางจึงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขึ้นเตียงนอนทันที นอนพลิกตัวไปได้เพียงไม่นาน เสียงบางอย่างกระแทกกับขอบหน้าต่าง ทำให้ฟางซินต้องลุกขึ้นไปดู

มือของฟางซินยังไม่ทันได้เปิดผ้าม่านเพื่อดูว่าด้านนอกมีอันใด หน้าต่างก็ถูกเปิดออกเสียแล้ว ฟางซินอ้าปากค้างเตรียมกรีดร้อง แต่เสียงที่คุ้นเคยก็เอ่ยขัดเอาไว้เสียก่อน

“หากเจ้าร้อง สาวใช้เจ้าเห็นเขา เรื่องที่เจ้านัดข้ามาพบในยามวิกาลคงถูกเปิดเผยเสียแล้ว”

ปากที่อ้าออกรีบหุบลงทันที นางถลึงตาใส่เขา ก่อนจะเปิดปากโต้เถียง “ญาติผู้พี่ช่างพูดกลับดำให้เป็นขาวได้ ข้าหรือจะมีปัญญาเรียกท่านมาพบในยามวิกาล แล้วแอบมาราวกับโจรย่องเบาเช่นนี้ มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”

ซูเหยี่ยนจื้อกระโดดเข้ามาด้านใน พร้อมทั้งปิดหน้าต่างลงกลอนเอาไว้ให้อย่างดี “เหตุใดเจ้าต้องคุกเข่าที่จวนกั๋วกงด้วย”

ฟางซินเลิกคิ้วมองเขาอย่างแปลกใจ “มิใช่ว่าท่านต้องการให้เป็นเช่นนี้หรือ ในเมื่อข้าเป็นฝ่ายผิดจริง ก็เพียงยอมรับตามน้ำไปก็เท่านั้น”

“ข้าเคยบอกเจ้าหรือว่าให้คุกเข่ามัวไปทั่ว” เขาสาวเดินเข้ามาใกล้ เสียงกดต่ำที่หลุดออกมาเบาๆ ทำให้ฟางซินอดจะหวาดกลัวไม่ได้

“ที่จวนตระกูลหลี่ก็เป็นท่านที่สั่งให้ข้าคุกเข่าลง หากต้องทำอีกครั้งจะเป็นอันใดไปเล่า หรือว่า...เหตุการณ์ไม่เป็นไปเช่นที่ท่านคิด คนที่เสียหน้ามิใช่ข้าแต่เป็นคุณหนูหลี่แทน” นางเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้

“เรื่องควรจบตั้งแต่ที่จวนตระกูลหลี่แล้ว ในครั้งแรกเจ้าเป็นคนผิดจริง...”

ซูเหยี่ยนจื้อพูดยังไม่ทันจบประโยค ฟางซินก็เอ่ยขัดขึ้นมา “ใช่ มันควรจะจบตั้งแต่ที่จวนตระกูลหลี่ แต่สตรีของท่านไม่ยอมจบอย่างไรเล่า ท่านต้องโง่เขลาเพียงใดถึงมองไม่ออกว่าเป็นนางที่หาเรื่องข้า”

“หลีกให้ห่างจากคุณหนูหลี่เสีย”

“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ ต่อไปข้าจะไม่โผล่หน้าไปที่ใดที่มีนางอีกเลย ท่านพอใจแล้วหรือยัง หากพอใจแล้วก็กลับไปได้แล้ว”

“เจ้าจะย้ายออกจากตระกูลซู เพื่อหนีหน้าข้า?”

ฟางซินหัวคิ้วกระตุกไม่หยุด “ที่ข้าพูดในห้องโถงล้วนมาจากใจจริง เมื่อก่อนเป็นข้าที่ไม่รู้ความตามติดท่าน แต่ยามนี้ข้ารู้ตัวแล้ว จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีกเจ้าค่ะ” นางก้มหัวให้เขาอย่างขออภัยในเรื่องที่ผ่านมา

“ข้าเองก็อยากจะรู้ว่าเจ้าจะเสแสร้งไปได้ถึงเมื่อไหร่”

ฟางซินเริ่มคันปากอยากจะด่าเขาแล้ว แต่เมื่อสบสายตากับซูเหยี่ยนจื้อ ความคิดแผลงๆ ก็เกิดขึ้น นางเดินเข้าไปใกล้เขา พร้อมทั้งส่งสายตาเย้ายวน ดวงตาดอกท้อคู่งามยามจ้องมองเช่นนี้ชวนให้ผู้คนถูกดึงดูดตกไปสู่หลุมพรางของนางง่ายนัก

“แย่จริง ไม่มีสิ่งใดปิดบังญาติผู้พี่ได้เลย” นางเอื้อมมือไปลูบไล้ใบหน้าของเขา นิ้วมือของฟางซินชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนจะลูบไล้ต่อ

ใจจริงนางต้องการให้เขานึกรังเกียจที่นางทำตัวไร้ยางอายแล้วรีบออกไปจากห้องนอนของนางเสียที สายตาของซูเหยี่ยนจื้อจ้องมองการกระทำของนางตาไม่กะพริบ เขาเองก็อยากจะรู้ว่านางจะใจกล้าเพียงใด

มืออีกข้างก็ยกวางบนแผงอกของเขาอย่างใจกล้า ก่อนจะลูบไล้เบาๆ ชวนให้ใจคนสั่นสะท้านยิ่งนัก ฟางซินเริ่มจะตื่นตระหนกแล้ว เมื่อไม่เป็นเช่นที่นางคิด เขาไม่หักมือนาง แต่กลับจ้องมองว่านางจะทำเช่นไร

ฟางซินหดมือทั้งสองข้างกลับอย่างใจเสาะ แต่กลับถูกเขารวบเอาไว้ทั้งสองข้าง ใบหน้าที่หล่อเหลาของซูเหยี่ยนจื้อโน้มเข้ามาใกล้เกือบจะติดใบหน้าของนาง จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ยามที่นางคิดว่าเขาจะจุมพิตจึงได้หลับตาลงแน่นด้วยความตื่นกลัว

ซูเหยี่ยนจื้อยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเลื่อนใบหน้าไปใกล้ใบหูของนางแทน “ข้าคิดว่าเจ้าจะใจกล้ากว่านี้เสียอีก เหตุใดถึงหยุดมือเล่า”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   บทแถม

    องค์ชายใหญ่วัยสิบสองหนาว กลายเป็นสหายของซูเฉิงหานด้วยมีความชอบที่คล้ายกัน องค์ชายรองกับสนิทสนมกับเถียนฮวนซูถึงแม้จะเรียกได้ว่าองค์ชายทั้งสองสนิทสนมกับฝาแฝด แต่น้อยครั้งนักที่จะได้เข้ามาเที่ยวเล่นในตำหนักเล่อฝูกงจู่ ด้วยบุตรสาวคนโตของซูเหยี่ยนจื้อ นับเป็นสาวงามไม่ต่างจากผู้เป็นมารดา ด้วยใบหน้าที่คล้ายฟางซินทำให้ซูเหยี่ยนจื้อหวงบุตรสาวคนโตของตนยิ่งนักซูเจียวหว่าน วัยเพียงหกหนาว ผิวขาวราวหิมะ ริมฝีปากแดงอิ่ม ดวงตากลมโตสว่างราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นก็อดที่จะหลงรักไม่ได้ จ้าวอินเถาเองก็มักจะเรียกให้นางเข้าไปพบในวังหลวง แต่ก็น้อยครั้งนัก ซูเหยี่ยนจื้อมักจะอ้างว่าบุตรีคนโตของตนร่างกายอ่อนแอ จึงมิให้ออกจากตำหนักแต่บ่าวไพร่ในจวนต่างก็รู้ดีว่าหว่านวานน้อยคนนี้มีร่างกายอ่อนแอเสียที่ไหน นางติดซูเฉิงหานยิ่งกว่าพี่ชายฝาแฝดของนางเสียอีก หากซูเฉิงหานปีนต้นไม้ นางก็ปีนตามองค์ชายรอง เยี่ยจวิน มาหาเถียนฮวนซูที่จวนเพื่อสอบถามเรื่องบทกลอน ทั้งสองจึงพากันมาสนทนาที่ศาลาริมน้ำในสวนดอกไม้ตุบ “โอ๊ยยย” เสียงร้องของเด็กสาวตัวน้อยดังขึ้น เถียนฮวนซูรู้ได้ทันทีว่าเป็นน้องสาวของตนจึงได้รีบวิ่งไป

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   บทสรุป

    ผ่านมาสามปี เด็กแฝดทั้งสองเติบโตขึ้นจนรู้ความ ฟางซินก็เริ่มตั้งครรภ์อีกครั้ง สี่คนพ่อแม่ลูกยังคงสลับไปพักระหว่างสองจวนอย่างเสมอเด็กแฝด พอเริ่มรู้ความ จึงพบความแตกต่างของตนเอง เหตุใดทั้งสองจึงใช้แซ่ไม่เหมือนกัน อีกทั้งเหตุใดท่านพ่อถึงไม่ได้พักอยู่ในตระกูลซู แต่มาอยู่ในตำหนักกงจู่ของท่านฟางซินจึงต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เข้าใจง่ายให้ทั้งสองได้รับรู้ หลังจากที่ซูเฉิงหานได้รู้ว่าต่อไป ตนเองจะต้องไปอยู่ตระกูลซูก็เริ่มไม่สดใสร่าเริงเช่นเดิม“หานเออร์ ไม่รักท่านปู่ท่านย่าหรือ เจ้าเป็นพี่ชายคนโต ต่อไปต้องปกป้องน้องๆ ทุกคน ซูเออร์เป็นน้องชายของเจ้า ถึงแม้ว่าเขาจะใช้คนละแซ่กับเจ้า แต่ก็เกิดจากข้าและท่านแม่ของเจ้าเหมือนกัน ยามนี้เจ้าอาจจะยังไม่เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องให้เจ้าสองพี่น้องใช้ต่างแซ่ แต่ต่อไปเจ้าจะเข้าใจพ่อและแม่” ซูเหยี่ยนจื้อค่อยๆ พูดสอนสองพี่น้อง ที่ดูจะมึนงง ยังไม่เข้าใจเรื่องราวกระจ่างนัก“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าใช้แซ่ซูหรือแซ่เถียนไม่สำคัญ แต่ท่านจะไม่ทิ้งข้าใช่หรือไม่ขอรับ” ฟางซินมองบุตรชายอย่างรักใคร่ ก่อนจะดึงตัวเขาเข้ามาสวมกอด“แม่กับพ่อจะทิ้งเจ้าได้อย่างไร หานเออร์ ใช้แซ่

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   เสียงอ้อนวอนของซูเหยี่ยนจื้อ

    มีเพียงชุนมามาที่ยังมีสติ นางอดขำกับท่าทางโง่งมของนายท่านไม่ได้ จึงได้แต่ยิ้มขอบคุณหมอหลวง ก่อนจะพาเดินออกไปส่งด้านนอก และมอบตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้อย่างใจกว้าง ชุนมามายังส่งสาวใช้ไปแจ้งที่จวนตระกูลซูและจวนกั๋วกงเรื่องที่ฟางซินนางตั้งครรภ์แล้ว ของที่เตรียมเอาไว้ ก็ให้เสี่ยวชิงเป็นผู้นำไปมอบให้แทนอ้อ...ลืมบอกไป เสี่ยวชิงแต่งงานกับอาต๋าเมื่อสามเดือนที่แล้ว ทั้งคู่ได้รับสินสอดและสินเดิมจากฟางซินไปไม่น้อย เรียกได้ว่า หากออกไปตั้งตัวก็ทำให้อยู่อย่างสุขสบายได้ เพียงแต่ทั้งคู่เลือกที่จะอยู่เคียงข้างผู้เป็นนายต่อไปซูเหยี่ยนจื้อก้มมองท้องที่ยังมองไม่ออกของฟางซินอย่างยินดี องค์รัชทายาทได้พระโอรสพระองค์แรกจากจ้าวอินเถา เมื่อห้าเดือนก่อน และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น เฟยเมี่ยวตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง หากจะบอกว่าเป็นความชอบของฟางซินก็ย่อมได้ เมื่อนางเขียนสูตรอาหารบำรุงร่างกายให้เฟยเมี่ยวกินดื่มมาหลายเดือน“ข้าเป็นอันใดไป” ฟางซินรู้สึกมึนหัวจนไม่อาจลุกขึ้นนั่งได้“เจ้าตั้งครรภ์แล้วซินซิน” ซูเหยี่ยนจื้อล้มตัวลงนอนด้านข้างของนาง พร้อมทั้งดึงตัวนางเข้ามาสวมกอดเอาไว้อย่างหลวมๆ ด้วยกลัวว่าจะโดนท้อง

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   คิดจะขุดต้นเหมยมาปลูก

    สองสามีภรรยาคู่ใหม่ ยกน้ำชาคารวะผู้อาวุโสทุกคนในจวนตระกูลซู ผู้อาวุโสมอบของขวัญให้ทั้งคู่ ก่อนจะลุกกลับไปนั่งประจำที่ของตนเอง และเริ่มนำของที่เตรียมมามอบให้ทุกคนในตระกูลซูซูเหวินและหลางซื่อสีหน้าเหมือนกลืนหวงเหลียนอย่างไรอย่างนั้น ข้าวของที่ฟางซินนำมามอบให้ ห้าคันรถ บ้ารองได้เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แต่ไม่ใช่กับหมิงม่านนางได้เครื่องประดับ ผ้าไหมเนื้อดี ของเล่นที่ฟางซินนางเลือกมีอีกหนึ่งหีบใหญ่“ขอบคุณเจ้าค่ะพี่สะใภ้ ข้าคิดไว้แล้วว่าท่านไม่ลืมน้องสาวเช่นข้าแน่นอน” หมิงม่านถือกำไลสีเลือดไว้ในมืออย่างชอบใจ ตอนนี้นางอายุใกล้เก้าหนาวแล้ว ย่อมต้องรักสวยรักงามเป็นธรรมดา“ข้าจะลืมเจ้าได้อย่างไร หากไม่มีสิ่งใดทำ ไว้ไปค้างที่ตำหนักของข้าหลายวันๆ ก็แล้วกัน”“จริงนะเจ้าคะ พี่ใหญ่ท่านอย่าห้ามข้าเล่า” หมิงม่านยกมือห้ามซูเหยี่ยนจื้อที่เหมือนอยากจะห้ามไม่ให้นางไป“หึ พูดมากเกินไปแล้ว เจ้าจะไปทำไม ไม่ต้องเรียนกับอาจารย์หญิงหรืออย่างไร” ซูเหยี่ยนจื้อปรายตามองหมิงม่าน จนนางต้องหุบปากและนั่งเล่นกำไลในมือไปแทนหลังจากกินมื้อเข้าร่วมกับทุกคน ซูเหยี่ยนจื้อแยกตัวไปพูดคุยกับซูยวนที่ห้องตำรา หลางซื่อที่ไม่รู้จ

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   พาเขยใหม่กลับบ้านเดิม

    สหายคนอื่นต่างก็ทยอยเข้ามาคารวะสุราซูเหยี่ยนจื้อ องค์รัชทายาทรั้งอยู่หลังจากหานตงฉางถูกพาออกไปแล้วอีกเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น ด้วยเห็นสายตาของสหายที่มองมาอย่างขอความเห็นใจ หากองค์รัชทายาทยังไม่เสด็จกลับ ซูเหยี่ยนจื้อก็ไม่อาจปลีกตัวหลบหนีเข้าห้องหอได้ซูเหยี่ยนจื้อเดินวนคารวะสุรามงคลทุกคนครบหนึ่งรอบก็แอบหนีเข้าห้องหอไปแล้ว ฟางซินหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หนาหลายชั้นออก ชุนมามาก็นำอาหารเข้ามาให้นางรองท้องก่อน ยังทานไม่เรียบร้อย ซูเหยี่ยนจื้อก็เดินโซเซเข้ามาในห้องหอ โดยมีอาต๋าและเสี่ยวไฉช่วยประคองเข้ามา“บ่าวจะไปเตรียมน้ำแกงสร่างเมามาให้เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงเหลือบมองอาต๋าอย่างเขินอายก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป“ท่านกินอะไรมาหรือยัง” ฟางซินถลึงตามองซูเหยี่ยนจื้อที่จ้องมองนางราวกับอยากจะกลืนกินลงไปตอนนี้เสีย ทั้งที่ผ่านในห้องยังมีคนอยู่ไม่น้อยเลย“ไม่กินแล้ว พวกเจ้าออกไปเถิด” ซูเหยี่ยนจื้อส่งสายตาให้ชุนมามาพาสาวใช้ภายในห้องออกไป“เจ้าค่ะ” ชุนมามาอมยิ้มก่อนจะโบกมือให้สาวใช้พาออกไป ดูท่าน้ำแกงสร่างเมาคงไม่ต้องดื่มแล้วซูเหยี่ยนจื้อยิ้มกรุ้มกริ่มมองฟางซินที่เริ่มจะระแวงแล้ว “ทะ ท่าน ท่านจะอาบน้ำก่อนหร

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   เจ้าบ่าวนั่งอยู่ในเกี้ยว

    ซูเหยี่ยนจื้อที่โดนถากถางกับมีสีหน้าระรื่นยิ้มรับเรื่องสนุกที่เกิดขึ้น “พระองค์มิทรงอยากมาอยู่กับกระหม่อม เหตุใดถึงไม่กลับไปเล่าพ่ะย่ะค่ะ”“เหอะ” องค์รัชทายาทจะกลับได้อย่างไร ทั้งเฟยเมี่ยวและจ้าวอินเถา ต่างรบเร้าให้เขาช่วยออกหน้ามาอยู่ที่จวนตระกูลซู เพื่อแสดงให้คนทั้งเมืองหลวงเห็นว่า องค์รัชทายาทเห็นด้วยที่ซูเหยี่ยนจื้อแต่งเข้าตำหนักกงจู่ และให้ความสำคัญกับทั้งสองคนมากเพียงใดหานตงฉางเองก็มาร่วมด้วยเช่นกัน ภรรยาของตนมิอาจกลับมาช่วยเหลืองานที่บ้านเดิมได้ และซูเหยี่ยนจื้อเองก็เป็นสหายของเขา ตอนที่เขาเองจึงต้องมานั่งเบื่อไม่ต่างจากองค์รัชทายาทหานตงฉางอดจะถากถางออกมาไม่ได้ “เจ้านี่มัน...ช่างทำให้ผู้คนอิจฉาไม่จบสิ้นเสียจริง แต่งช้ากว่าสหายคนอื่น ทั้งยังไม่ต้องช่วยผู้ใดออกสินสอด แต่พวกข้าต้องนำของมาช่วยเติมสินเจ้าบ่าวให้เจ้า”“เจ้าเปลี่ยนมาแต่งเข้าตระกูลซูดีหรือไม่ ข้าจะได้มอบทรัพย์สินทั้งหมดให้เจ้าดูแลแทน”“พอเลย!!! ท่านพ่อ ท่านแม่ข้ามิได้พูดง่ายเช่นเจ้า อีกอย่างข้ายังต้องสืบทอดตำแหน่งกั๋วกงต่อจากบิดา จะยอมยกให้เจ้ารองผู้โง่เขลาได้อย่างไร” แต่ละจวนก็มีเรื่องภายในจวนที่แตกต่างออกไป จวนกั๋ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status