Share

งานเลี้ยงน้ำชาในจวนกั๋วกง

Penulis: l3oonm@
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 11:11:25

ก่อนวันงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนกั๋วกงหนึ่งวัน ร้านผ้าก็ส่งชุดมาให้ที่จวนตระกูลซู สตรีในจวนต่างก็มาชื่นชมแบบชุดที่แปลกตาและลวดลายที่ไม่เคยเห็นอย่างสนุกสนาน

“หากตัดออกมาขาย ไม่รู้ว่าจะขายดีเพียงใด” หลางซื่อจุปากอย่างอิจฉา

“ท่านยายชอบหรือไม่เจ้าคะ” ฟางซินเอ่ยถามฮูหยินผู้เฒ่าที่ลูบคลำชุดไม่ปล่อยมือ

“ไม่คิดว่าเจ้าจะมีความสามารถเพียงนี้ สะใภ้ใหญ่เจ้าต้องเหนื่อยหน่อยแล้ว บุรุษใดในเมืองหลวงจะคู่ควรกับซินซินก็ไม่รู้”

“หึหึ เจ้าค่ะ ข้าคงต้องเบิกตากวาดมองให้ทั่วเมืองหลวงเสียแล้ว”

ฟางซินยิ้มแห้งออกมา นางไม่อยากขัดความสำราญของพวกเขา หากนางบอกว่าไม่ต้องการแต่งงาน ไม่รู้ว่าทุกคนจะมีสีหน้าเช่นใด เดี๋ยวจะพาลคิดไปว่านางอยากแต่งให้ซูเหยี่ยนจื้ออีก

ความคิดที่ต้องการจะออกไปจากตระกูลซูเพิ่มมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

ฟางซินออกงานเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่นางได้เข้ามาอยู่ในร่างของเถียนฟางซิน แม่นมกับเสี่ยวชิงจับนางแต่งตัวอยู่นาน กระจกภายในห้องเป็นสีเหลืองมัวๆ แม้แม่นมกับเสี่ยวชิงจะเอ่ยชื่นชมความงามของนางมากเพียงใด แต่ตัวนางเองก็ยังมองไม่ออกเลยสักนิด ร่างนี้ยังเด็กมากนัก นางที่เห็นคนสวยคนหล่อมาตลอดย่อมมองไม่ออกว่าร่างนี้สวยอย่างที่คนอื่นเอ่ยชมจริงหรือไม่

ชุดของหมิงเยว่ หมิงม่านแม้จะเป็นแบบเดียวกับฟางซิน แต่ลวดลายบนชุดย่อมไม่เหมือนกัน และสีของผ้าฟางซินนางก็เลือกสีที่เหมาะสมกับแต่ละคนออกมา พออยู่บนร่างของเด็กทั้งสาว บุปผาตระกูลซูย่อมงดงามเบ่งบานล่อลวงให้แมลงน้อยใหญ่อยากจะเข้ามาดอมดม

จินซื่อกับหลางซื่อเองก็งดงามสง่าขึ้นไม่น้อย เสียงชื่นชมตั้งแต่ยังไม่ออกจากเรือนของพวกบ่าวทำให้พวกนางยิ้มกว้างอย่างพอใจ

ซูเหยี่ยนจื้อ ซูเหยี่ยนหวงและซูเหยี่ยนรุ่ยยืนรอทุกคนอยู่ที่ข้างรถม้า เมื่อสตรีส่งเสียงพูดคุยกันออกมา พวกเขาต่างก็ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง

ฟางซินพูดคุยอยู่กับหมิงเยว่ จนไม่ได้สนใจสายตาของซูเหยี่ยนจื้อและซูเหยี่ยนหวงเลย ยามที่คนตระกูลซูก้าวลงจากรถม้าเพื่อเข้าจวนกั๋วกง ทุกสายตาต่างจับจองการแต่งกายของสตรีที่เพิ่งมาถึง เหล่าฮูหยินคุณหนูต่างก็อิจฉาชุดบนตัวของทุกคนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บางคนถึงกลับต้องเดินเข้ามาถามว่าชุดมาจากร้านใด จินซื่อก็ตอบกลับไปเพื่อให้ไปสั่งตัดจากร้านของฟางซิน

“อย่าได้ก่อเรื่องเด็ดขาด” อยู่ๆ ซูเหยี่ยนจื้อก็เข้ามากระซิบเสียงเบาใกล้ใบหูของฟางซิน นางอดสะดุ้งจนตัวโยนไม่ได้ ก่อนจะหันไปถลึงตามองเขา

“หากข้าก่อเรื่องก็ไม่รบกวนญาติผู้พี่ให้ช่วยออกหน้าหรอกเจ้าค่ะ” นางคร้านจะพูดดีๆ กับเขาแล้ว ดีแต่หาเรื่องจับผิดนาง

หานตงฉางกับฮูหยินกั๋วกงออกมารอต้อนรับตระกูลซูด้วยตนเอง เมื่อเห็นชุดของทุกคนก็ออกปากชื่นชมอยู่หลายคำ จินซื่อจึงดึงตัวฟางซินมาใกล้แล้วแนะนำให้ฮูหยินกั๋วกงได้รู้จักนาง ทั้งยังบอกว่านางเป็นผู้ที่ออกแบบและเลือกสีผ้าให้ทุกคน

“คงต้องรบกวนคุณหนูเถียนช่วยออกแบบให้ข้าสักชุดแล้ว”

“หามิได้เจ้าค่ะ หากฮูหยินกั๋วกงต้องการข้าน้อยย่อมเต็มใจที่จะทำให้” นางยิ้มหวานอย่างนอบน้อม

หานตงฉางจ้องมองหมิงเยว่จนนางหน้าแดงก่ำไปหมด ฟางซินจึงหันไปเย้าหยอกหมิงเยว่ ก่อนจะคล่องแขนเดินตามจินซื่อและฮูหยินกั๋วกงเข้าไปในงาน

เดิมทีงานเลี้ยงน้ำชาไม่จำเป็นต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้ก็ได้ เพียงแค่ครั้งนี้มีความนัยซ่อนอยู่ ฮองเฮาคิดจะคัดเลือกพระชายารองให้องค์รัชทายาท เพียงแต่ยังไม่พร้อมที่จะออกหน้าจัดงานเลี้ยงน้ำชาในวังหลวงด้วยตนเอง จึงวานให้ฮูหยินกั๋วกงที่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับนาง ช่วยดูคร่าวๆ ให้ก่อน

หลายจวนย่อมรู้ความนัยของงานเลี้ยงน้ำชาในครั้งนี้ จึงจับบุตรหลานแต่งตัวเสียจนงดงามชวนมอง แต่กลับกลายเป็นไม้ประดับให้ดอกไม้งามจากจวนตระกูลซูเสียได้ แต่เมื่อคิดว่าหมิงเยว่มีสัญญาหมั้นหมายกับจวนกั๋วกงแล้ว เถียนฟางซินก็เป็นเพียงแค่บุตรกำพร้าไร้บ้านเดิมหนุนหลังมิใช่ตัวเลือกที่ดีนัก จึงได้หายใจกันโล่งคอขึ้น

ฟางซินไม่สนว่าใครจะคู่กับใคร ยามนี้นางสนเพียงแต่จะหาลูกค้าเพิ่มได้มากเพียงใด เมื่อมีคุณหนูเข้ามาสอบถาม นางก็แนะนำให้อย่างดี ทั้งยังแนะนำสีผ้าที่เหมาะกับสีผิวของแต่ละคนด้วย นางยังไม่ลืมบอกเอ่ยถึงร้านเครื่องหอม จะเปิดตัวถุงเครื่องหอมที่พกติดตัวลายใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในเมืองหลวง หลายคนต่างก็ตั้งตารอคอย แต่อีกไม่น้อยก็อดที่จะเสียดสีนางไม่ได้

“จะเชื่อนางได้อย่างไร นางเพิ่งมาอยู่เมืองหลวงได้ไม่ถึงปี ของดีในเมืองหลวงนางเห็นทั่วแล้วหรือ ถึงพูดออกมาได้ว่าในเมืองหลวงไม่มีทางมีแน่”

ฟางซินไม่รู้ว่าแม่นางน้อยคนที่พูดเป็นผู้ใด แต่เมื่อเห็นอยู่ข้างหลี่หลิวอวี้ก็พอจะมองออกว่าคงไม่ได้ชื่นชอบนางนัก นางจึงอมยิ้มมองแต่ไม่พูด หมิงม่านเด็กน้อยปากย่อมไหว แต่ถูกฟางซินดึงรั้งเอาไว้ไม่ให้นางตอบโต้กลับ

“คุณหนูหม่าน่ารังเกียจนัก เปิดปากก็ดูแคลนผู้อื่นทันที”

“เบาเสียงหน่อย ประเดี๋ยวนางก็ได้ยิน นางจะพูดเช่นใดเจ้าต้องเก็บมาใส่ใจด้วยหรือ ปล่อยให้นางพูดให้ หากเราไม่ตอบโต้ประเดี๋ยวนางก็เงียบไปเอง”

แต่สิ่งที่ฟางซินคิดไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อผู้อาวุโสปล่อยให้เด็กสาวออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ ใกล้กับลานฝั่งของบุรุษเพื่อให้คุณชายที่มาร่วมงานได้แอบมองว่าสนใจคุณหนูจวนใดเป็นพิเศษ

คุณหนูหม่าก็เดินเข้ามาหาเรื่องฟางซินทันที เดิมทีก็ไม่ชื่นชอบฟางซินที่มีใบหน้าราวกับจิ้งจอกมัวเมาบุรุษให้ลุ่มหลงอยู่แล้ว ยิ่งเห็นชุดที่นางสวมใส่งดงามจนไม่อาจละสายตาได้ก็ยิ่งแค้นใจอยากจะทำให้นางเสียหน้าต่อหน้าคุณชายในงานเลี้ยง เพื่อที่จะได้ไม่มีผู้ใดสนใจนาง

“เป็นเพียงแม่นางน้อยผู้หนึ่ง อิจฉาอาอวี้จนจะผลักนางตกน้ำ ยังดีที่เจ้ากลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายเสียเอง หึ บุตรกำพร้าไม่มีบิดามารดาสั่งสอนก็เป็นเช่นนี้” คำพูดของคุณหนูหม่าทำให้คุณหนูที่เข้ามาพูดคุยกับฟางซินตกใจไม่น้อย บางคนมองฟางซินอย่างรังเกียจ บางคนก็มองอย่างเห็นใจที่ถูกรังแกว่าเป็นเด็กกำพร้า

ฟางซินมิได้มองคุณหนูหม่าเลย นางมองไปที่ตัวต้นเรื่องแทน หลี่หลิวอวี้แม้จะก้มหน้าแสร้งดึงตัวและพูดห้ามปรามคุณหนูหม่าเสียงดัง แต่มุมปากของนางกลับยกขึ้นอย่างพอใจ

ฟางซินอดจะหัวเราะในใจไม่ได้ นางเป็นถึงนักแสดงหากไม่แสดงฝีมือออกมาจะกลายเป็นเสียชื่อได้

ดวงตาของฟางซินค่อยๆ แดงเรื่อขึ้นทั้งยังมีน้ำตาเอ่อคลอชวนให้คนรู้สึกเวทนา “คุณหนูหม่าพูดเหมือนฮูหยินหลี่ไม่ผิด ข้าคิดว่าตัวเองถูกฮูหยินหลี่สั่งสอนเรื่องเป็นบุตรกำพร้าไร้บิดามารดาสั่งสอนไปแล้วเรื่องจะจบตั้งแต่ในจวนตระกูลหลี่ แต่ไม่คิดว่า...จะทำให้คุณหนูหลี่เจ็บแค้นจนคุณหนูหม่าต้องออกหน้าแทน” ฟางซินคุกเข่าลงตรงหน้าโดยที่คุณหนูหม่าและหลี่หลิวอวี้ไม่ทันตั้งตัว

“หากท่านต้องการให้ข้าโขกศีรษะอีกครั้งเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ข้าเองก็ยินดี” น้ำตาของนางไหลออกมาราวกับสั่งได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   บทแถม

    องค์ชายใหญ่วัยสิบสองหนาว กลายเป็นสหายของซูเฉิงหานด้วยมีความชอบที่คล้ายกัน องค์ชายรองกับสนิทสนมกับเถียนฮวนซูถึงแม้จะเรียกได้ว่าองค์ชายทั้งสองสนิทสนมกับฝาแฝด แต่น้อยครั้งนักที่จะได้เข้ามาเที่ยวเล่นในตำหนักเล่อฝูกงจู่ ด้วยบุตรสาวคนโตของซูเหยี่ยนจื้อ นับเป็นสาวงามไม่ต่างจากผู้เป็นมารดา ด้วยใบหน้าที่คล้ายฟางซินทำให้ซูเหยี่ยนจื้อหวงบุตรสาวคนโตของตนยิ่งนักซูเจียวหว่าน วัยเพียงหกหนาว ผิวขาวราวหิมะ ริมฝีปากแดงอิ่ม ดวงตากลมโตสว่างราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นก็อดที่จะหลงรักไม่ได้ จ้าวอินเถาเองก็มักจะเรียกให้นางเข้าไปพบในวังหลวง แต่ก็น้อยครั้งนัก ซูเหยี่ยนจื้อมักจะอ้างว่าบุตรีคนโตของตนร่างกายอ่อนแอ จึงมิให้ออกจากตำหนักแต่บ่าวไพร่ในจวนต่างก็รู้ดีว่าหว่านวานน้อยคนนี้มีร่างกายอ่อนแอเสียที่ไหน นางติดซูเฉิงหานยิ่งกว่าพี่ชายฝาแฝดของนางเสียอีก หากซูเฉิงหานปีนต้นไม้ นางก็ปีนตามองค์ชายรอง เยี่ยจวิน มาหาเถียนฮวนซูที่จวนเพื่อสอบถามเรื่องบทกลอน ทั้งสองจึงพากันมาสนทนาที่ศาลาริมน้ำในสวนดอกไม้ตุบ “โอ๊ยยย” เสียงร้องของเด็กสาวตัวน้อยดังขึ้น เถียนฮวนซูรู้ได้ทันทีว่าเป็นน้องสาวของตนจึงได้รีบวิ่งไป

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   บทสรุป

    ผ่านมาสามปี เด็กแฝดทั้งสองเติบโตขึ้นจนรู้ความ ฟางซินก็เริ่มตั้งครรภ์อีกครั้ง สี่คนพ่อแม่ลูกยังคงสลับไปพักระหว่างสองจวนอย่างเสมอเด็กแฝด พอเริ่มรู้ความ จึงพบความแตกต่างของตนเอง เหตุใดทั้งสองจึงใช้แซ่ไม่เหมือนกัน อีกทั้งเหตุใดท่านพ่อถึงไม่ได้พักอยู่ในตระกูลซู แต่มาอยู่ในตำหนักกงจู่ของท่านฟางซินจึงต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เข้าใจง่ายให้ทั้งสองได้รับรู้ หลังจากที่ซูเฉิงหานได้รู้ว่าต่อไป ตนเองจะต้องไปอยู่ตระกูลซูก็เริ่มไม่สดใสร่าเริงเช่นเดิม“หานเออร์ ไม่รักท่านปู่ท่านย่าหรือ เจ้าเป็นพี่ชายคนโต ต่อไปต้องปกป้องน้องๆ ทุกคน ซูเออร์เป็นน้องชายของเจ้า ถึงแม้ว่าเขาจะใช้คนละแซ่กับเจ้า แต่ก็เกิดจากข้าและท่านแม่ของเจ้าเหมือนกัน ยามนี้เจ้าอาจจะยังไม่เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องให้เจ้าสองพี่น้องใช้ต่างแซ่ แต่ต่อไปเจ้าจะเข้าใจพ่อและแม่” ซูเหยี่ยนจื้อค่อยๆ พูดสอนสองพี่น้อง ที่ดูจะมึนงง ยังไม่เข้าใจเรื่องราวกระจ่างนัก“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าใช้แซ่ซูหรือแซ่เถียนไม่สำคัญ แต่ท่านจะไม่ทิ้งข้าใช่หรือไม่ขอรับ” ฟางซินมองบุตรชายอย่างรักใคร่ ก่อนจะดึงตัวเขาเข้ามาสวมกอด“แม่กับพ่อจะทิ้งเจ้าได้อย่างไร หานเออร์ ใช้แซ่

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   เสียงอ้อนวอนของซูเหยี่ยนจื้อ

    มีเพียงชุนมามาที่ยังมีสติ นางอดขำกับท่าทางโง่งมของนายท่านไม่ได้ จึงได้แต่ยิ้มขอบคุณหมอหลวง ก่อนจะพาเดินออกไปส่งด้านนอก และมอบตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้อย่างใจกว้าง ชุนมามายังส่งสาวใช้ไปแจ้งที่จวนตระกูลซูและจวนกั๋วกงเรื่องที่ฟางซินนางตั้งครรภ์แล้ว ของที่เตรียมเอาไว้ ก็ให้เสี่ยวชิงเป็นผู้นำไปมอบให้แทนอ้อ...ลืมบอกไป เสี่ยวชิงแต่งงานกับอาต๋าเมื่อสามเดือนที่แล้ว ทั้งคู่ได้รับสินสอดและสินเดิมจากฟางซินไปไม่น้อย เรียกได้ว่า หากออกไปตั้งตัวก็ทำให้อยู่อย่างสุขสบายได้ เพียงแต่ทั้งคู่เลือกที่จะอยู่เคียงข้างผู้เป็นนายต่อไปซูเหยี่ยนจื้อก้มมองท้องที่ยังมองไม่ออกของฟางซินอย่างยินดี องค์รัชทายาทได้พระโอรสพระองค์แรกจากจ้าวอินเถา เมื่อห้าเดือนก่อน และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น เฟยเมี่ยวตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง หากจะบอกว่าเป็นความชอบของฟางซินก็ย่อมได้ เมื่อนางเขียนสูตรอาหารบำรุงร่างกายให้เฟยเมี่ยวกินดื่มมาหลายเดือน“ข้าเป็นอันใดไป” ฟางซินรู้สึกมึนหัวจนไม่อาจลุกขึ้นนั่งได้“เจ้าตั้งครรภ์แล้วซินซิน” ซูเหยี่ยนจื้อล้มตัวลงนอนด้านข้างของนาง พร้อมทั้งดึงตัวนางเข้ามาสวมกอดเอาไว้อย่างหลวมๆ ด้วยกลัวว่าจะโดนท้อง

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   คิดจะขุดต้นเหมยมาปลูก

    สองสามีภรรยาคู่ใหม่ ยกน้ำชาคารวะผู้อาวุโสทุกคนในจวนตระกูลซู ผู้อาวุโสมอบของขวัญให้ทั้งคู่ ก่อนจะลุกกลับไปนั่งประจำที่ของตนเอง และเริ่มนำของที่เตรียมมามอบให้ทุกคนในตระกูลซูซูเหวินและหลางซื่อสีหน้าเหมือนกลืนหวงเหลียนอย่างไรอย่างนั้น ข้าวของที่ฟางซินนำมามอบให้ ห้าคันรถ บ้ารองได้เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แต่ไม่ใช่กับหมิงม่านนางได้เครื่องประดับ ผ้าไหมเนื้อดี ของเล่นที่ฟางซินนางเลือกมีอีกหนึ่งหีบใหญ่“ขอบคุณเจ้าค่ะพี่สะใภ้ ข้าคิดไว้แล้วว่าท่านไม่ลืมน้องสาวเช่นข้าแน่นอน” หมิงม่านถือกำไลสีเลือดไว้ในมืออย่างชอบใจ ตอนนี้นางอายุใกล้เก้าหนาวแล้ว ย่อมต้องรักสวยรักงามเป็นธรรมดา“ข้าจะลืมเจ้าได้อย่างไร หากไม่มีสิ่งใดทำ ไว้ไปค้างที่ตำหนักของข้าหลายวันๆ ก็แล้วกัน”“จริงนะเจ้าคะ พี่ใหญ่ท่านอย่าห้ามข้าเล่า” หมิงม่านยกมือห้ามซูเหยี่ยนจื้อที่เหมือนอยากจะห้ามไม่ให้นางไป“หึ พูดมากเกินไปแล้ว เจ้าจะไปทำไม ไม่ต้องเรียนกับอาจารย์หญิงหรืออย่างไร” ซูเหยี่ยนจื้อปรายตามองหมิงม่าน จนนางต้องหุบปากและนั่งเล่นกำไลในมือไปแทนหลังจากกินมื้อเข้าร่วมกับทุกคน ซูเหยี่ยนจื้อแยกตัวไปพูดคุยกับซูยวนที่ห้องตำรา หลางซื่อที่ไม่รู้จ

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   พาเขยใหม่กลับบ้านเดิม

    สหายคนอื่นต่างก็ทยอยเข้ามาคารวะสุราซูเหยี่ยนจื้อ องค์รัชทายาทรั้งอยู่หลังจากหานตงฉางถูกพาออกไปแล้วอีกเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น ด้วยเห็นสายตาของสหายที่มองมาอย่างขอความเห็นใจ หากองค์รัชทายาทยังไม่เสด็จกลับ ซูเหยี่ยนจื้อก็ไม่อาจปลีกตัวหลบหนีเข้าห้องหอได้ซูเหยี่ยนจื้อเดินวนคารวะสุรามงคลทุกคนครบหนึ่งรอบก็แอบหนีเข้าห้องหอไปแล้ว ฟางซินหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หนาหลายชั้นออก ชุนมามาก็นำอาหารเข้ามาให้นางรองท้องก่อน ยังทานไม่เรียบร้อย ซูเหยี่ยนจื้อก็เดินโซเซเข้ามาในห้องหอ โดยมีอาต๋าและเสี่ยวไฉช่วยประคองเข้ามา“บ่าวจะไปเตรียมน้ำแกงสร่างเมามาให้เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงเหลือบมองอาต๋าอย่างเขินอายก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป“ท่านกินอะไรมาหรือยัง” ฟางซินถลึงตามองซูเหยี่ยนจื้อที่จ้องมองนางราวกับอยากจะกลืนกินลงไปตอนนี้เสีย ทั้งที่ผ่านในห้องยังมีคนอยู่ไม่น้อยเลย“ไม่กินแล้ว พวกเจ้าออกไปเถิด” ซูเหยี่ยนจื้อส่งสายตาให้ชุนมามาพาสาวใช้ภายในห้องออกไป“เจ้าค่ะ” ชุนมามาอมยิ้มก่อนจะโบกมือให้สาวใช้พาออกไป ดูท่าน้ำแกงสร่างเมาคงไม่ต้องดื่มแล้วซูเหยี่ยนจื้อยิ้มกรุ้มกริ่มมองฟางซินที่เริ่มจะระแวงแล้ว “ทะ ท่าน ท่านจะอาบน้ำก่อนหร

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   เจ้าบ่าวนั่งอยู่ในเกี้ยว

    ซูเหยี่ยนจื้อที่โดนถากถางกับมีสีหน้าระรื่นยิ้มรับเรื่องสนุกที่เกิดขึ้น “พระองค์มิทรงอยากมาอยู่กับกระหม่อม เหตุใดถึงไม่กลับไปเล่าพ่ะย่ะค่ะ”“เหอะ” องค์รัชทายาทจะกลับได้อย่างไร ทั้งเฟยเมี่ยวและจ้าวอินเถา ต่างรบเร้าให้เขาช่วยออกหน้ามาอยู่ที่จวนตระกูลซู เพื่อแสดงให้คนทั้งเมืองหลวงเห็นว่า องค์รัชทายาทเห็นด้วยที่ซูเหยี่ยนจื้อแต่งเข้าตำหนักกงจู่ และให้ความสำคัญกับทั้งสองคนมากเพียงใดหานตงฉางเองก็มาร่วมด้วยเช่นกัน ภรรยาของตนมิอาจกลับมาช่วยเหลืองานที่บ้านเดิมได้ และซูเหยี่ยนจื้อเองก็เป็นสหายของเขา ตอนที่เขาเองจึงต้องมานั่งเบื่อไม่ต่างจากองค์รัชทายาทหานตงฉางอดจะถากถางออกมาไม่ได้ “เจ้านี่มัน...ช่างทำให้ผู้คนอิจฉาไม่จบสิ้นเสียจริง แต่งช้ากว่าสหายคนอื่น ทั้งยังไม่ต้องช่วยผู้ใดออกสินสอด แต่พวกข้าต้องนำของมาช่วยเติมสินเจ้าบ่าวให้เจ้า”“เจ้าเปลี่ยนมาแต่งเข้าตระกูลซูดีหรือไม่ ข้าจะได้มอบทรัพย์สินทั้งหมดให้เจ้าดูแลแทน”“พอเลย!!! ท่านพ่อ ท่านแม่ข้ามิได้พูดง่ายเช่นเจ้า อีกอย่างข้ายังต้องสืบทอดตำแหน่งกั๋วกงต่อจากบิดา จะยอมยกให้เจ้ารองผู้โง่เขลาได้อย่างไร” แต่ละจวนก็มีเรื่องภายในจวนที่แตกต่างออกไป จวนกั๋ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status