Masuk“หากแม้นดวงหทัยเทพมังกรรัตติกาลแปรผันกลับยังมีดวงหทัยของหงส์น้อยอีกหนึ่งดวงคอยโอบอุ้มไม่ผันแปรจะกี่ภพกี่ชาติความรักนั้นยังมั่นคงเสมอ"
Lihat lebih banyakหลังจากตั้งป้ายศพของท่านพ่อท่านแม่เสร็จเฟิ่งหลานก็ฝันเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนางช่างหน้าตางดงามราวกับเทพธิดา“ข้าจะมาอยู่กับท่านนะท่านแม่”หญิงสาวพูดและส่งยิ้มให้เฟิ่งหลาน จากนั้นร่างของหญิงสาวนั้นก็กลายร่างเป็นหงส์สีแดงพุ่งเข้าใส่ในร่างของนางเฟิ่งหลานนางสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมาทันทีจากนั้นเฟิ่งหลานก็เอามือจับกุมที่ท้องของนาง ตอนนี้ในท้องกำลังจะมีเด็กสาวตัวน้อยมาเกิดเป็นบุตรของนางกับหมิงเยี่ย เฟิ่งหลานดีใจมากเช้าวันรุ่งขึ้นเฟิ่งหลานที่กำลังตื่นเต้นเรื่องลููกของนางจึงคิดจะบอกกับหมิงเยี่ยทันทีที่เขากลับจากไปชุมนุมกับเจ้าสำนักเหอหยาง เฟิ่งหลานกำลังเตรียมสำรับอาหารไว้ให้หมิงเยี่ยมากมายนางรอเขาอยู่หลายชั่วยามหมิงเยี่ยก็ยังไม่กลับมาจึงทำให้เฟิ่งหลานเป็นห่วงเขานัก“เฟิ่งหลานข้ากลับมาแล้ว”หมิงเยี่ยเรียกนาง“หมิงเยี่ยทำไมท่านถึงกลับมาช้านักข้ารอท่านมาหลายขัวยาม”เฟิ่งหลานบอก“พอดีรถม้าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยข้าขอโทษเจ้าด้วย”หมิงเยี่ยกล่าวและเดินมากอดภรรยาผู้เป็นที่รัก“หมิงเยี่ยข้ามีข่าวดีจะบอกท่าน”เฟิ่งหลานเอ่ย“ข่าวดีอะไรหรือเฟิ่งหลาน”หมิงเยี่ยถามนาง“ข้า..ข้าตั้งครรภ์แล้วหมิงเยี่ย”เฟิ่งหล
...วันเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนถึง 17 ปี หมิงเยี่ยและเฟิ่งหลานได้ให้กำเนิดบุตรสาวงดงามสวยไม่แพ้แม่ของนางเลยนามว่า "เฟิ่งเอ๋อร์" นางมีลักษณะนิสัยที่แสนซนและเก่งกาจไม่แพ้ท่านพ่อท่านแม่ของนางเลย เฟิ่งเอ๋อร์นางชอบแต่งตัวเป็นบุรุษ และชอบหนีออกไปเที่ยวในเมืองหลวงจนเฟิ่งหลานต้องบ่นนางอยู่บ่อยๆ... "เฟิ่งเอ๋อร์นี่เจ้าจะออกไปไหนอีก วันนี้ท่านอาเสวียนอี้จะมาเยี่ยมพวกเรา เขายังไม่เคยได้พบเจอหน้าของเจ้าเลยนะเฟิ่งเอ๋อร์ เจ้าควรจะอยู่พบเจอท่านอาเสวียนอี้สักหน่อย" เฟิ่งหลานนางนั่งบำเพ็ญเพียรตบะหลังจากที่พลังเซียนของนางกลับถึงได้หยั่งรู้ว่า บุตรสาวของนางคือเนื้อคู่ของเสวียนอี้ที่มาเกิดในรอบหลายพันปีเพราะสวรรค์ลิขิตให้นางมาเกิดในโลกมนุษย์นางเลยอยากให้พวกเขาทั้งสองได้พบเจอกันสักครั้งเพราะที่ผ่านมาพวกเขาคลาดกันตลอด แต่เฟิ่งเอ๋อร์นางมีนิสัยที่ไม่ชอบให้ให้มาบังคับเลยไม่เคยที่จะเชื่อฟังสักนิด เพราะตัวเฟิ่งเอ๋อร์เองก็พอจะรู้ว่านางตั้งใจอยากจะจับคู่ให้กับเฟิ่งเอ๋อร์ดูตัวกับเสวียนอี้ "ท่านแม่ข้ารู้นะว่าท่านคิดจะทำอะไร" เฟิ่งเอ๋อร์เอ่ยขึ้นมาเรื่องอะไรที่นางจะต้องทำตามใจท่านแม่ของนางด้วย อีกอย่างทำไมนางถึงต้องอย
...เสวียนอี้ช่วยเฟิ่งหลานจัดงานศพให้ท่านพ่อท่านแม่ของนาง ในงานเฟิ่งหลานในชุดสีขาวไว้ทุกข์นางเศร้าโศกที่ต้องสูญเสียท่านพ่อท่านแม่ไปพร้อมกัน เพราะนางไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นหลังจากที่นางและพวกเขามีความสุขกันแค่ไม่กี่วัน นางนั่งมองโลงศพของท่านพ่อท่านแม่ นางทำใจไม่ได้น้ำตาหลั่งไหลไม่หยุด อีกทั้งหมิงเยี่ยยังอาการบาดเจ็บสาหัสนางไม่รู้จะรักษาเค้าได้เช่นไร ตอนนั้นเองมีเทพเซียนองค์หนึ่งมาปรากฎกายและบอกกับนาง""หากเจ้าอยากรักษาเขาต้องเอา"ดวงหทัย"ครึ่งนึงของเจ้าแลกกับของเขาเพราะส่วนนึงมาจากคำสาปของเจ้า เจ้าจะยอมหรือไม่" เฟิ่งหลานได้ยินเช่นนั้นนางก็ตอบทันที"อย่าว่าแต่ "ดวงหทัย" ครึ่งหนึ่งเลยแม้กระทั่งชีวิตของข้า ข้าก็ให้เขาได้ เพราะข้ารักเขามากยิ่งนัก" เฟิ่งหลานกล่าวทั้งน้ำตาชีวิตนี้หากไม่มีหมิงเยี่ยนางก็พร้อมจะตายกับเขาดีกว่าอยู่แบบทรมานโดยที่ไม่เหลือใคร เสวียนอี้ได้ยินเช่นนั้นก็สงสารนางเหลือเกินยิ่งเห็นนางร้องไห้ไม่หยุด เขาก็เจ็บปวดใจที่ช่วยอะไรนางไม่ได้เลยได้แต่พยายามปลอบใจนางเท่านั้น เฟิ่งหลานกลับเดินไปที่ห้องนอนของนางกับเขา นางลงนั่งข้างกายหมิงเยี่ยที่นอนหลับไม่รู้สึกตั
"หลังจากที่ทั้งสองตื่นนอน ก็พากันไปที่ห้องโถงของจวนเพื่อกินข้าวเช้า เฟิ่งเซียงและฮูหยินเฟยสั่งให้พ่อครัวทำอาหารเพื่อมาบำรุงทั้งสองคน อาหารเต็มโต๊ะมีอาหารที่ช่วยบำรุงทั้งนั้น""พวกเจ้าทั้งสองคนต้องกินเยอะๆนะจะได้แข็งแรงแม่กับพ่อของเจ้าอยากอุ้มหลานแล้วจะชายหรือหญิงได้หมด" หลังจากที่ทั้งสองได้ยินก็เขินอายเพราะคิดไม่ถึงว่าท่านพ่อกับท่านแม่จะรีบเร่งเช่นนี้ "ท่านพ่อท่านแม่พวกท่านอย่าเร่งบำรุงพวกข้าแบบนี้สิเจ้าคะ ก่อนที่ลูกจะมีหลานให้พวกท่านลูกกับหมิงเยี่ยคงสมบรูณ์อ้วนเป็นหมูอย่างแน่นอนเจ้าคะ"เฟิ่งหลานพูดจบทุกคนก็หัวเราะบรรยากาศบนโต๊ะอาหารของจวนสกุลเฟิ่งอบอวลไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าความสุขนั้นกำลังจะหายไปจนเหลือแต่ความเศร้าโศกและการสูญเสีย ...เหนียงซีที่ทุกคนเห็นว่าร่างนางได้สลายหายไปนั้นแท้จริงแล้วดวงจิตของนางยังอยู่มิได้แตกสลายไปด้วย ดวงจิตของนางเคียดแค้นทั้งเฟิ่งหลานและ หมิงเยี่ย ดวงจิตของนางจึงไปอาศัยร่างของปีศาจแมวตัวหนึ่งเพื่อที่จะกลับมาฆ่าเฟิ่งหลาน เหนียงซีในร่างของปีศาจแมวมาที่จวนของสกุลเฟิ่ง นางไล่ทำร้ายคนรับใช้จนบาดเจ็บล้มตายหลายคน ฮุยเอ๋อร์เห็นว่า
🥮 ไปเที่ยวโลกมนุษย์🥮 เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินเสวียนอี้พูดแบบนั้นนางก็พลันคิดตามกับคำพูดของเขาซึ่งอาจจะเป็นจริงอย่างคำพูดของเสวียนอี้ก็เป็นได้เพราะเทพหมิงเยี่ยนั้นไม่เคยสนใจสตรีหรือเทพธิดาตนใดเลยจริง ๆ และสตรีที่สามารถเข้าใกล้เขาได้นั้นก็มีแค่เทพสายวารีเพียงเท่านั้นแล้วเหตุใดนางถึงจะต้องมาเสี
🥮ความรู้สึกใต้ต้นท้อ🥮 หลังจากที่ทักทายเสร็จแล้วเฟิ่งหลานก็ลงมาจากอ้อมแขนของหมิงเยี่ยและยืนลงตรงหน้าพร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสไร้เดียงสาให้กับเขา จู่ ๆ หมิงเยี่ยก็รู้สึกใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจากนั้นก็มีรอยแดงๆบนใบหน้าขึ้นมาบนหน้าของเขา “เอ่อ..เทพหมิงเยี่ยท่านไม่ค่อยสบายหรือเหตุใด
🥮กระท่อมท้ายสวรรค์🥮 เสวียนอี้ได้ยินสิ่งที่เฟิ่งหลานเอ่ยพรรณาถึงเทพหมิงเยี่ยเขาก็เริ่มรู้สึกอิจฉาเทพหมิงเยี่ยเหลือเกินที่เทพธิดาน้อยใหญ่ต่างพากันหลงเสน่ห์เทพมังกรตนนี้รวมถึงเฟิ่งหลานธิดาหงส์ที่เขาแอบรักมาเนิ่นนานด้วย“ที่เจ้าดีใจขนาดนี้แสดงว่าเจ้าคงจะชอบเขามากจริงๆ” เสวียนอี้ถามเฟิ่งหลานด้
🥮เจอกันครั้งแรก🥮 หมิงเยี่ยได้ยินที่เฟิ่งหลานบ่นออกมาเขาจึงหันไปมองนางและส่งสายตาที่ไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ “นี่!ทำไมเจ้าถึงปีนขึ้นไปบนต้นไม้กันเหตุใดเจ้าไม่เก็บแล้วเอาลงมากินดี ๆ ” หมิงเยี่ยถามเฟิ่งหลาน เมื่อเฟิ่งหลานได้ยินที่เทพหมิงเยี่ยนั้นเอ่ยตำหนิเฟิ่งหลานจึงเอ่ยวาจายอกย้อนใส่เขาทั











