Share

ผ่านความตายมา นิสัยจึงเปลี่ยน

Penulis: l3oonm@
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-22 02:08:40

ฟางซินอดจะส่ายหน้าให้กับความคิดของสตรีในยุคนี้ไม่ได้ เพียงมาถึงในวันแรกเนื้อเรื่องที่รู้มาก็ไม่เป็นเช่นเดิมแล้ว ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ความจริงที่ต้องเผชิญกับเนื้อเรื่องในนิยายจะต่างกันมากน้อยเพียงใด

“พรุ่งนี้ ข้าต้องไปตระกูลหลี่หรือไม่”

“คุณชายใหญ่คงไม่ใจดำลากคุณหนูไปทั้งที่ยังไม่หายดีหรอกเจ้าค่ะ” ดูเหมือนเสี่ยวชิงเองก็ไม่มั่นใจ ฟางซินยิ่งก็ไม่อยากเชื่อในคำพูดของเสี่ยวชิง นางคิดว่าซูเหยี่ยนจื้อต้องลากนางไปแน่

“มีเจ้าที่ติดตามข้ามาผู้เดียวหรือ” ในห้องนอกจากเสี่ยวชิง ฟางซินก็ไม่เห็นผู้ใด

“มีแม่นมเหยาอีกคนเจ้าค่ะ ตั้งแต่คุณหนูตกน้ำ แม่นมก็เป็นลมไปเช่นกัน ยิ่งรู้ว่าคุณหนูไม่ได้สติถึงสองวัน แม่นมก็ล้มป่วยเจ้าค่ะ คุณหนู...ท่านตัดใจจากคุณชายใหญ่ซูเถิดเจ้าค่ะ”

“อืม...ไม่ต้องให้เจ้าบอก ข้าก็ไม่คิดจะข้องเกี่ยวกับเขาแล้ว”

“คุณหนูพูดจริงหรือเจ้าคะ” เสี่ยวชิงกับแม่นมเหยา อ้อนวอนให้ฟางซินเปลี่ยนใจอยู่หลายหน แต่นางดื้อรั้นเกิน ทั้งยังปักใจหลงใหลในรูปโฉมที่หล่อเหลาของซูเหยี่ยนจื้อ

“จริงอาจจะเป็นเพราะ...ผ่านความตายแล้วมามั้ง ข้าถึงได้รู้ว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร” อยู่ให้ห่างพระรองเลือดเย็นผู้นี้ไว้เป็นดีที่สุด ไว้ค่อยคิดหาหนทางย้ายไปอยู่ที่อื่น ไม่เกี่ยวข้องกันดีที่สุด “เจ้าไปพักเถิด ไม่ต้องอยู่เฝ้าข้าแล้ว ข้าจะนอนต่อ”

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจไม่ได้น้อย นางต้องการพักผ่อนแล้วเช่นกัน พรุ่งนี้คงจะเกิดเรื่องอีกไม่น้อย

ฟางซินนอนครุ่นคิดเรื่องที่นางเดินทางมาอยู่ในยุคโบราณได้อย่างไร แม้จะอ้างอิงจากนิยายหรือบทละครที่เคยแสดง ตัวเอกของเรื่องที่จะทะลุมิติมาส่วนมากจะต้องเกิดอุบัติเหตุ แต่นางเพียงแค่นอนหลับไปเท่านั้น เมื่อตื่นขึ้นก็มาโผล่ที่แห่งนี้แล้ว

ไม่รู้ว่าฟางซินหลับไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ถูกเสี่ยวชิงปลุกเสียแล้ว

“ข้าต้องไปที่ไหน” พิษไข้ที่หลงเหลือทำให้ฟางซินยังเรียกสติกลับมาไม่เต็มที่นัก

เสี่ยวชิงมองใบหน้าที่ซีดขาวของคุณหนูอย่างปวดใจ แต่นางก็ถูกเรือนหลักสั่งมา ให้เตรียมตัวฟางซินให้พร้อม จะพานางไปขอโทษคนตระกูลหลี่

“ฮูหยินใหญ่กับคุณชายใหญ่จะพาคุณหนูไปขอโทษคนตระกูลหลี่เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงก้มหน้าลงเตรียมรับโทสะจากฟางซิน

“อืม เช่นนั้นก็เตรียมตัวเถิด” สาวใช้เงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เชื่อ

แม้ฟางซินจะไม่เคยทุบตีบ่าวไพร่ แต่อย่างน้อยนางก็ต้องโวยวายอาละวาดอย่างไม่ยินยอม ไม่ใช่รับปากอย่างว่าง่ายเช่นนี้

“มีอันใด” ฟางซินเห็นเสี่ยวชิงนิ่งเงียบไป

“ปะ เปล่าเจ้าค่ะ”

เสี่ยวชิงรีบลุกขึ้นไปเตรียมน้ำล้างหน้าให้ฟางซินทันที ฟางซินเพียงนั่งรออยู่บนเตียง ก็มีสาวใช้สองสามคนเข้ามาปรนนิบัตินางล้างหน้าบ้วนปากช่างแสนสุขสบาย ข้าวต้มปลาเนื้อเนียนชามไม่ใหญ่มากนักถูกยกมาวางตรงหน้า นางเพียงแค่ตักเข้าปากกินให้อิ่มเป็นพอ

“เพิ่มอีกได้หรือไม่” นางยิ้มออกมาอย่างเขินอาย

“ดะ ได้เจ้าค่ะ มิใช่ว่าคุณหนูกลัวจะสวมใส่เสื้อผ้าไม่งามหรือเจ้าคะ”

“ไม่ ไม่ ข้ากำลังโตควรจะกินให้เยอะหน่อย ข้าวต้มถ้วยเล็กเพียงนี้จะไปอิ่มได้อย่างไร” นางโบกมืออย่างไม่เห็นด้วย

ร่างนี้เพียงแค่สิบสี่หนาวเท่านั้น ยังเป็นเด็กที่ยังไม่โตเต็มวัย ที่ผ่านมาไม่รู้ไปเอาความคิดมาจากไหน กลัวตัวเองอ้วนเสียได้

เสี่ยวชิงงุนงงกับความเปลี่ยนแปลงที่มากเกินไปของคุณหนู แต่เมื่อคิดย้อนดูความทรงจำของคุณหนูไม่เหลือเลย เช่นนี้จะไม่ใช่เรื่องดีหรือ นางรีบให้สาวใช้ไปยกข้าวต้มมาเพิ่มทันที

หลังจากฟางซินเติมท้องจนอิ่มแล้ว นางก็ถูกพาตัวไปที่เรือนหลัก แม้แต่เส้นทางภายในจวนตระกูลซูนางก็หลงลืมไปจนสิ้น

ฟางซินอดที่จะชื่นชมการตกแต่งสวนและการจัดวางเรือนพักของตระกูลซูไม่ได้ หากคนในกองถ่ายได้มาเห็นสถานที่เช่นนี้ไม่รู้ว่าจะตื่นตาเช่นที่นางเป็นอยู่หรือไม่

ร่างกายของเจ้าของร่างเดิมอ่อนแอไม่น้อยเลย เดินเพียงหนึ่งเค่อ (ประมาณ15นาที) ก็เหนื่อยหอบแล้ว สาวใช้ต้องเข้ามาช่วยประคองฟางซินที่ใบหน้าเริ่มจะมีเหงื่อซึมออกมา

"ซินซิน เหตุใดเจ้าไม่นั่งเกี้ยวมา” ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นใบหน้าของหลานสาวห่างๆ มีเหงื่อซึมออกมาไม่น้อยจึงได้ถามออกมาอย่างแปลกใจ

“เรือนหลักมิได้ไกลจากเรือนพักของข้ามากนัก เดินออกกำลังเสียหน่อยไข้จะได้ลดเร็วเจ้าค่ะ”

นางหันไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินใหญ่จินซื่อ ฮูหยินรองหลางซื่อ และซูเหยี่ยนจื้อ ก่อนจะถูกบอกให้นั่งลงในตำแหน่งของตนเอง

สายตาของฮูหยินผู้เฒ่าอดจะมองตำหนิจินซื่อและซูเหยี่ยนจื้อไม่ได้ ที่ต้องการไปขอโทษคนตระกูลหลี่ ทั้งที่ฟางซินยังมิทันหายดี หลางซื่อก็เหมือนต้องการรอดูเรื่องสนุกนางได้แต่อมยิ้มมองหน้าพี่สะใภ้

ฮูหยินผู้เฒ่ามีบุตรชายสองคน คือซูยวนกับซูเหวิน บุตรีซูจิ้งเหยา ออกเรือนไปกับรองเจ้ากรมศาลต้าเยี่ย บุตรอนุที่เหลือต่างก็แบ่งแยกเรือนออกไปเป็นสายรองหมดแล้ว

ซูยวนกับจินซื่อมีบุตรชายหญิงสองคน ซูเหยี่ยนจื้อบุตรชายคนโต ยามนี้อายุสิบเจ็ดหนาว อีกสองปีก็จะเข้าร่วมสอบจิ้นซื่อแล้ว บุตรีซูหมิงเยว่อายุสิบสี่หนาวเท่ากับฟางซิน มีสัญญาหมั้นหมายอยู่กับจวนกั๋วกง อีกสองปีนางก็จะออกเรือนแล้ว

ซูเหวินกับหลางซื่อ มีบุตรชายหญิงสามคน ซูเหยี่ยนหวงบุตรชายคนโตอายุสิบห้าหนาวกำลังเรียนอยู่ที่สำนักศึกษา ซูเหยี่ยนรุ่ยบุตรชายคนรองอายุสิบสามหนาวกำลังเรียนอยู่ในสำนักศึกษาเช่นกัน บุตรีคนเล็กซูหมิงม่านวัยเพียงเจ็ดหนาว ส่วนบุตรของอนุอีกหลายคนนักเสี่ยวชิงยังไม่ได้เอ่ยเล่าให้ฟางซินฟัง เมื่อเห็นหน้านางก็คงจะบอกเองว่าผู้ใดเป็นใคร

จินซื่อกับหลางซื่อก็ชิงดีชิงเด่นในที่ลับที่แจ้งกันมาตลอด เหตุมาจากอำนาจควบคุมดูแลจวน ถึงแม้ยามนี้อำนาจจะอยู่ในมือของจินซื่อ แต่นางก็ต้องถามความเห็นจากฮูหยินผู้เฒ่าในหลายเรื่องอยู่ดี

การที่ฟางซินไม่ได้นั่งเกี้ยวมาที่เรือนหลักในวันนี้ก็เป็นเพราะจินซื่อออกคำสั่งลงไปด้วยการจะลงโทษที่นางก่อเรื่องใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่าไม่รู้เรื่องนี้ด้วย หลางซื่อจึงนั่งรอชมจินซื่อถูกตำหนิอย่างมีความสุข

“ญาติผู้น้องพูดไม่ผิด หากมัวแต่นอนอยู่บนเตียงแล้วเมื่อไหร่จะหายดี” ซูเหยี่ยนจื้อปรายตามองไปทางฟางซินที่ก้มหน้าลงน้อยๆ อย่างเย็นชา

ฟางซินได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ ตัวนางเป็นผู้อาศัยจะร้องขอสิ่งใดได้ การยืมจมูกคนอื่นหายใจไม่ใช่เรื่องดีนัก เจ้าของร่างเดิมก็คงทำตัวให้คนนึกรังเกียจเอาไว้ไม่น้อย ถึงได้มีแต่คนมองนางด้วยสายตาไม่พอใจอยู่หลายส่วน

“เจ้าดีขึ้นแล้วหรือไม่” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้ฟางซินรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาไม่น้อย นางหันไปยิ้มเอาใจฮูหยินผู้เฒ่า

“ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ”

แม้ปากจะบอกว่าดีขึ้นแล้ว แต่คนมีตาคนใดจะดูไม่ออก ใบหน้าของนางยังไร้สีเลือดอยู่ ยิ่งท่าทางที่รู้ความของนางยิ่งทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าปวดใจมากกว่าเดิม แต่ตระกูลหลี่ก็มีอำนาจในราชสำนักไม่น้อย หากผิดใจกันคงไม่เป็นผลดีกับบุตรชายสองคนที่ทำงานอยู่ในราชสำนัก ซูเหยี่ยนจื้อ เสนอให้รีบพาตัวฟางซินไปยอมรับผิด เพื่อหวังให้ตระกูลหลี่คลายโทสะ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงเห็นด้วยในทันที

“เอาเถิด ป้าสะใภ้ใหญ่กับญาติผู้พี่ของเจ้าจะพาเจ้าไปขอขมาคนตระกูลหลี่ ในเมื่อเจ้าทำผิดก็สมควรจะไปแต่เนิ่นๆ เสีย”

ฟางซินพยักหน้ารับ นางไม่มีความทรงจำเดิมของเจ้าของร่าง จึงไม่รู้เรื่องราวตั้งแต่ต้น ในเมื่อเสี่ยวชิงเล่าให้นางฟังแล้ว ว่าเป็นเจ้าของร่างเดิมที่มีความคิดอยากจะทำให้หลี่หลิวอวี้เสียหน้าก่อน ตัวนางในตอนนี้จึงต้องมารับผลแทน

“เช่นนั้นก็ไปได้แล้ว” ซูเหยี่ยนจื้อลุกออกไปเป็นคนแรก จินซื่อถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินตามบุตรชายไป ฟางซินจึงต้องเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   บทแถม

    องค์ชายใหญ่วัยสิบสองหนาว กลายเป็นสหายของซูเฉิงหานด้วยมีความชอบที่คล้ายกัน องค์ชายรองกับสนิทสนมกับเถียนฮวนซูถึงแม้จะเรียกได้ว่าองค์ชายทั้งสองสนิทสนมกับฝาแฝด แต่น้อยครั้งนักที่จะได้เข้ามาเที่ยวเล่นในตำหนักเล่อฝูกงจู่ ด้วยบุตรสาวคนโตของซูเหยี่ยนจื้อ นับเป็นสาวงามไม่ต่างจากผู้เป็นมารดา ด้วยใบหน้าที่คล้ายฟางซินทำให้ซูเหยี่ยนจื้อหวงบุตรสาวคนโตของตนยิ่งนักซูเจียวหว่าน วัยเพียงหกหนาว ผิวขาวราวหิมะ ริมฝีปากแดงอิ่ม ดวงตากลมโตสว่างราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นก็อดที่จะหลงรักไม่ได้ จ้าวอินเถาเองก็มักจะเรียกให้นางเข้าไปพบในวังหลวง แต่ก็น้อยครั้งนัก ซูเหยี่ยนจื้อมักจะอ้างว่าบุตรีคนโตของตนร่างกายอ่อนแอ จึงมิให้ออกจากตำหนักแต่บ่าวไพร่ในจวนต่างก็รู้ดีว่าหว่านวานน้อยคนนี้มีร่างกายอ่อนแอเสียที่ไหน นางติดซูเฉิงหานยิ่งกว่าพี่ชายฝาแฝดของนางเสียอีก หากซูเฉิงหานปีนต้นไม้ นางก็ปีนตามองค์ชายรอง เยี่ยจวิน มาหาเถียนฮวนซูที่จวนเพื่อสอบถามเรื่องบทกลอน ทั้งสองจึงพากันมาสนทนาที่ศาลาริมน้ำในสวนดอกไม้ตุบ “โอ๊ยยย” เสียงร้องของเด็กสาวตัวน้อยดังขึ้น เถียนฮวนซูรู้ได้ทันทีว่าเป็นน้องสาวของตนจึงได้รีบวิ่งไป

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   บทสรุป

    ผ่านมาสามปี เด็กแฝดทั้งสองเติบโตขึ้นจนรู้ความ ฟางซินก็เริ่มตั้งครรภ์อีกครั้ง สี่คนพ่อแม่ลูกยังคงสลับไปพักระหว่างสองจวนอย่างเสมอเด็กแฝด พอเริ่มรู้ความ จึงพบความแตกต่างของตนเอง เหตุใดทั้งสองจึงใช้แซ่ไม่เหมือนกัน อีกทั้งเหตุใดท่านพ่อถึงไม่ได้พักอยู่ในตระกูลซู แต่มาอยู่ในตำหนักกงจู่ของท่านฟางซินจึงต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เข้าใจง่ายให้ทั้งสองได้รับรู้ หลังจากที่ซูเฉิงหานได้รู้ว่าต่อไป ตนเองจะต้องไปอยู่ตระกูลซูก็เริ่มไม่สดใสร่าเริงเช่นเดิม“หานเออร์ ไม่รักท่านปู่ท่านย่าหรือ เจ้าเป็นพี่ชายคนโต ต่อไปต้องปกป้องน้องๆ ทุกคน ซูเออร์เป็นน้องชายของเจ้า ถึงแม้ว่าเขาจะใช้คนละแซ่กับเจ้า แต่ก็เกิดจากข้าและท่านแม่ของเจ้าเหมือนกัน ยามนี้เจ้าอาจจะยังไม่เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องให้เจ้าสองพี่น้องใช้ต่างแซ่ แต่ต่อไปเจ้าจะเข้าใจพ่อและแม่” ซูเหยี่ยนจื้อค่อยๆ พูดสอนสองพี่น้อง ที่ดูจะมึนงง ยังไม่เข้าใจเรื่องราวกระจ่างนัก“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าใช้แซ่ซูหรือแซ่เถียนไม่สำคัญ แต่ท่านจะไม่ทิ้งข้าใช่หรือไม่ขอรับ” ฟางซินมองบุตรชายอย่างรักใคร่ ก่อนจะดึงตัวเขาเข้ามาสวมกอด“แม่กับพ่อจะทิ้งเจ้าได้อย่างไร หานเออร์ ใช้แซ่

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   เสียงอ้อนวอนของซูเหยี่ยนจื้อ

    มีเพียงชุนมามาที่ยังมีสติ นางอดขำกับท่าทางโง่งมของนายท่านไม่ได้ จึงได้แต่ยิ้มขอบคุณหมอหลวง ก่อนจะพาเดินออกไปส่งด้านนอก และมอบตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้อย่างใจกว้าง ชุนมามายังส่งสาวใช้ไปแจ้งที่จวนตระกูลซูและจวนกั๋วกงเรื่องที่ฟางซินนางตั้งครรภ์แล้ว ของที่เตรียมเอาไว้ ก็ให้เสี่ยวชิงเป็นผู้นำไปมอบให้แทนอ้อ...ลืมบอกไป เสี่ยวชิงแต่งงานกับอาต๋าเมื่อสามเดือนที่แล้ว ทั้งคู่ได้รับสินสอดและสินเดิมจากฟางซินไปไม่น้อย เรียกได้ว่า หากออกไปตั้งตัวก็ทำให้อยู่อย่างสุขสบายได้ เพียงแต่ทั้งคู่เลือกที่จะอยู่เคียงข้างผู้เป็นนายต่อไปซูเหยี่ยนจื้อก้มมองท้องที่ยังมองไม่ออกของฟางซินอย่างยินดี องค์รัชทายาทได้พระโอรสพระองค์แรกจากจ้าวอินเถา เมื่อห้าเดือนก่อน และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น เฟยเมี่ยวตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง หากจะบอกว่าเป็นความชอบของฟางซินก็ย่อมได้ เมื่อนางเขียนสูตรอาหารบำรุงร่างกายให้เฟยเมี่ยวกินดื่มมาหลายเดือน“ข้าเป็นอันใดไป” ฟางซินรู้สึกมึนหัวจนไม่อาจลุกขึ้นนั่งได้“เจ้าตั้งครรภ์แล้วซินซิน” ซูเหยี่ยนจื้อล้มตัวลงนอนด้านข้างของนาง พร้อมทั้งดึงตัวนางเข้ามาสวมกอดเอาไว้อย่างหลวมๆ ด้วยกลัวว่าจะโดนท้อง

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   คิดจะขุดต้นเหมยมาปลูก

    สองสามีภรรยาคู่ใหม่ ยกน้ำชาคารวะผู้อาวุโสทุกคนในจวนตระกูลซู ผู้อาวุโสมอบของขวัญให้ทั้งคู่ ก่อนจะลุกกลับไปนั่งประจำที่ของตนเอง และเริ่มนำของที่เตรียมมามอบให้ทุกคนในตระกูลซูซูเหวินและหลางซื่อสีหน้าเหมือนกลืนหวงเหลียนอย่างไรอย่างนั้น ข้าวของที่ฟางซินนำมามอบให้ ห้าคันรถ บ้ารองได้เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แต่ไม่ใช่กับหมิงม่านนางได้เครื่องประดับ ผ้าไหมเนื้อดี ของเล่นที่ฟางซินนางเลือกมีอีกหนึ่งหีบใหญ่“ขอบคุณเจ้าค่ะพี่สะใภ้ ข้าคิดไว้แล้วว่าท่านไม่ลืมน้องสาวเช่นข้าแน่นอน” หมิงม่านถือกำไลสีเลือดไว้ในมืออย่างชอบใจ ตอนนี้นางอายุใกล้เก้าหนาวแล้ว ย่อมต้องรักสวยรักงามเป็นธรรมดา“ข้าจะลืมเจ้าได้อย่างไร หากไม่มีสิ่งใดทำ ไว้ไปค้างที่ตำหนักของข้าหลายวันๆ ก็แล้วกัน”“จริงนะเจ้าคะ พี่ใหญ่ท่านอย่าห้ามข้าเล่า” หมิงม่านยกมือห้ามซูเหยี่ยนจื้อที่เหมือนอยากจะห้ามไม่ให้นางไป“หึ พูดมากเกินไปแล้ว เจ้าจะไปทำไม ไม่ต้องเรียนกับอาจารย์หญิงหรืออย่างไร” ซูเหยี่ยนจื้อปรายตามองหมิงม่าน จนนางต้องหุบปากและนั่งเล่นกำไลในมือไปแทนหลังจากกินมื้อเข้าร่วมกับทุกคน ซูเหยี่ยนจื้อแยกตัวไปพูดคุยกับซูยวนที่ห้องตำรา หลางซื่อที่ไม่รู้จ

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   พาเขยใหม่กลับบ้านเดิม

    สหายคนอื่นต่างก็ทยอยเข้ามาคารวะสุราซูเหยี่ยนจื้อ องค์รัชทายาทรั้งอยู่หลังจากหานตงฉางถูกพาออกไปแล้วอีกเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น ด้วยเห็นสายตาของสหายที่มองมาอย่างขอความเห็นใจ หากองค์รัชทายาทยังไม่เสด็จกลับ ซูเหยี่ยนจื้อก็ไม่อาจปลีกตัวหลบหนีเข้าห้องหอได้ซูเหยี่ยนจื้อเดินวนคารวะสุรามงคลทุกคนครบหนึ่งรอบก็แอบหนีเข้าห้องหอไปแล้ว ฟางซินหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หนาหลายชั้นออก ชุนมามาก็นำอาหารเข้ามาให้นางรองท้องก่อน ยังทานไม่เรียบร้อย ซูเหยี่ยนจื้อก็เดินโซเซเข้ามาในห้องหอ โดยมีอาต๋าและเสี่ยวไฉช่วยประคองเข้ามา“บ่าวจะไปเตรียมน้ำแกงสร่างเมามาให้เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงเหลือบมองอาต๋าอย่างเขินอายก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป“ท่านกินอะไรมาหรือยัง” ฟางซินถลึงตามองซูเหยี่ยนจื้อที่จ้องมองนางราวกับอยากจะกลืนกินลงไปตอนนี้เสีย ทั้งที่ผ่านในห้องยังมีคนอยู่ไม่น้อยเลย“ไม่กินแล้ว พวกเจ้าออกไปเถิด” ซูเหยี่ยนจื้อส่งสายตาให้ชุนมามาพาสาวใช้ภายในห้องออกไป“เจ้าค่ะ” ชุนมามาอมยิ้มก่อนจะโบกมือให้สาวใช้พาออกไป ดูท่าน้ำแกงสร่างเมาคงไม่ต้องดื่มแล้วซูเหยี่ยนจื้อยิ้มกรุ้มกริ่มมองฟางซินที่เริ่มจะระแวงแล้ว “ทะ ท่าน ท่านจะอาบน้ำก่อนหร

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   เจ้าบ่าวนั่งอยู่ในเกี้ยว

    ซูเหยี่ยนจื้อที่โดนถากถางกับมีสีหน้าระรื่นยิ้มรับเรื่องสนุกที่เกิดขึ้น “พระองค์มิทรงอยากมาอยู่กับกระหม่อม เหตุใดถึงไม่กลับไปเล่าพ่ะย่ะค่ะ”“เหอะ” องค์รัชทายาทจะกลับได้อย่างไร ทั้งเฟยเมี่ยวและจ้าวอินเถา ต่างรบเร้าให้เขาช่วยออกหน้ามาอยู่ที่จวนตระกูลซู เพื่อแสดงให้คนทั้งเมืองหลวงเห็นว่า องค์รัชทายาทเห็นด้วยที่ซูเหยี่ยนจื้อแต่งเข้าตำหนักกงจู่ และให้ความสำคัญกับทั้งสองคนมากเพียงใดหานตงฉางเองก็มาร่วมด้วยเช่นกัน ภรรยาของตนมิอาจกลับมาช่วยเหลืองานที่บ้านเดิมได้ และซูเหยี่ยนจื้อเองก็เป็นสหายของเขา ตอนที่เขาเองจึงต้องมานั่งเบื่อไม่ต่างจากองค์รัชทายาทหานตงฉางอดจะถากถางออกมาไม่ได้ “เจ้านี่มัน...ช่างทำให้ผู้คนอิจฉาไม่จบสิ้นเสียจริง แต่งช้ากว่าสหายคนอื่น ทั้งยังไม่ต้องช่วยผู้ใดออกสินสอด แต่พวกข้าต้องนำของมาช่วยเติมสินเจ้าบ่าวให้เจ้า”“เจ้าเปลี่ยนมาแต่งเข้าตระกูลซูดีหรือไม่ ข้าจะได้มอบทรัพย์สินทั้งหมดให้เจ้าดูแลแทน”“พอเลย!!! ท่านพ่อ ท่านแม่ข้ามิได้พูดง่ายเช่นเจ้า อีกอย่างข้ายังต้องสืบทอดตำแหน่งกั๋วกงต่อจากบิดา จะยอมยกให้เจ้ารองผู้โง่เขลาได้อย่างไร” แต่ละจวนก็มีเรื่องภายในจวนที่แตกต่างออกไป จวนกั๋ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status