Share

เลิกเสแสร้งได้แล้ว

Penulis: l3oonm@
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-22 02:08:22

ฟางซินหันไปมองหน้าทุกคนอย่างตื่นตกใจ หญิงชราถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก ไม่ยอมพูดอะไรสักคำ เด็กหญิงที่นางเห็นเป็นคนแรกดูท่าจะร้อนใจและหวาดกลัว เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ไม่ยอมพูดออกมา ได้แต่กัดปากเอาไว้แน่น

“หึ ต่อให้นางไม่ยอมรับก็ต้องลากนางไปจวนหลี่” เสียงเย็นหน้าประตูห้อง ทำให้ฟางซินขนลุกไปทั้งตัว ยังไม่ทันได้เห็นหน้า นางก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่พูดทั้งโกรธแค้นและรังเกียจเป็นอย่างมาก

“จื้อเออร์ เจ้ายังไม่ถามญาติผู้น้องของเจ้าสักคำว่านางได้ทำหรือไม่ จะลากนางไปจวนหลี่ให้ได้เลยหรือ” หญิงชราหันไปมองที่หน้าประตูอย่างไม่พอใจ

“ท่านแม่ ท่านให้ท้ายนางจนร้ายกาจเช่นนี้ ต่อไปจะเข้าหน้าตระกูลหลี่ได้อย่างไรเจ้าคะ”

ฟางซินเม้มปากแน่น ใบหน้าของนางซีดขาว มองไปทางคนนั้นพูดทีคนนี้พูดทีอย่างไม่เข้าใจ คำพูดที่ใช้ดูเหมือนนางจะอยู่ในกองถ่ายยุคโบราณ แต่ว่า...นางมาตอนไหน หรือว่าผู้จัดการอุ้มมาตอนที่นางหลับ

“เอ่อ...เรื่องอะไรเจ้าคะ” นางไม่รู้ว่าควรถามเป็นภาษาไหนดี จึงใช้คำพูดตามพวกเขา

ดูเหมือนทุกคนจะเข้าใจไม่เหมือนฟางซิน นางอยากจะถามว่าตอนนี้เล่นเรื่องไหนอยู่ แต่สีหน้าของแต่ละคนที่แสดงออกมา ทั้งบุรุษที่อยู่ด้านนอกตอนนี้ปรากฏตัวอยู่ข้างเตียงนางแล้ว ยังไม่ทันจะมองใบหน้าของเขาให้ดีๆ ว่ามีหน้าตาเช่นใด ก็ถูกลากลงมาจากเตียง

ฟางซินจะทันตั้งตัวได้อย่างไร ถูกเขากระชากแรงเพียงนี้ นางได้แต่ร้องออกมา “โอ๊ยยยย” ขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรง ก้นยังกระแทกกับพื้นจนคนภายในห้องได้ยินเสียงชัดเจน

สตรีอีกสามคนที่อยู่ภายในห้องก็คิดไม่ถึงว่าบุรุษที่เข้ามาใหม่จะกระชากนางออกลงมาเช่นนี้

“เลิกเสแสร้งได้แล้ว!!! เจ้าทำเรื่องชั่วช้ายังมีหน้ามาถามผู้อื่นอีกหรือ”

“จื้อเออร์!!!” หญิงชรากับสตรีวัยกลางคนร้องออกมาอย่างตกใจ

ฟางซินเจ็บจนน้ำตาไหลออกมา นางสะบัดมือของเขาออกอย่างแรง ทั้งยังเงยหน้าขึ้นมองด้วยความโมโห “เป็นบ้าอะไร ถามดีๆ ต้องทำร้ายร่างกายด้วยหรือ” นางตวาดออกมาสุดเสียง แต่เสียงที่ออกมาทั้งแหบและเล็ก ราวกับเด็กที่ยังไม่โตเต็มที่

นอกจากทุกคนในห้องจะตกใจแล้ว ฟางซินเองก็ตกใจเช่นกัน ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้น เมื่อยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาดู ก็เห็นว่ายังเล็กกว่าเดิมจนน่าตกใจ พอฟางซินเงยหน้าขึ้นมองทุกคนที่ครั้ง แววตาที่สับสนของหญิงชรา หญิงวัยกลางคนและบุรุษตรงหน้าที่ดูพร้อมจะเข้ามากัดคอนางทุกเมื่อ เด็กหญิงที่เรียกตัวเองว่าเสี่ยวชิงก็ตัวสั่นกลัวจนคุกเข่าก้มหน้าอยู่กับพื้น เพียงชั่วอึดใจที่ฟางซินสังเกตทุกคน สติของนางก็ดับไปอีกครั้ง

อาจจะเป็นเพราะนางหมดสติ ทุกคนจึงออกไปจากห้อง เหลือเพียงเสี่ยวชิงอีกคนที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงของนาง แม้ฟางซินจะตื่นขึ้นมาแล้ว แต่เสี่ยวชิงดูเหมือนจะไม่รู้ตัว ด้วยนางลืมตานิ่งๆ ไม่ขยับหรือส่งเสียงอะไรออกมา

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด แต่ฟ้าด้านนอกมืดไปเสียแล้ว ฟางซินคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนางกำลังฝัน แต่ยามนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แล้ว ลืมตาตื่นอีกครั้งภาพตรงหน้าก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน สิ่งที่ช่วยยืนยันอีกอย่างก็คงเป็นเสี่ยวชิง

ไหนบทละคร นิยายบอกว่าคนทะลุมิติมาจะมาพร้อมความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมยังไงเล่า แต่ดูเหมือนในร่างนี้ไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ให้เลย แม้แต่ชื่อเจ้าของร่างฟางซินก็ไม่รู้ว่ามีชื่อว่าอะไร

ความกลัวเริ่มเกาะกินใจ อดเสียดายชีวิตก่อนไม่ได้ ชื่อเสียงกำลังโด่งดัง ตำราโบราณเล่มนั้นก็ยังเสียดาย ฟางซินอดจะถอนหายใจออกมาไม่ได้

เพราะเสียงถอนหายใจของนางเรียกสติเสี่ยวชิงได้ดี “คุณหนูฟื้นแล้ว ให้บ่าวไปตาม...” เสียงของนางเงียบหายไป หากไปตามฮูหยินใหญ่หรือคุณชายใหญ่มา คงไม่แคล้วต้องลากคุณหนูไปลงโทษแน่

“เจ้า...เสี่ยวชิงหรือ แล้วข้าเล่า...ชื่ออันใด” ฟางซินหันไปมองใบหน้าของสาวใช้ที่ดูตกใจจนวิญญาณหลุดลอยไปแล้ว

“คุณหนู!!! ฮือออออ” นางส่งเสียงร้องออกมาจนฟางซินถึงกับสะดุ้ง

“เจ้า เจ้าร้องทำไม”

“คุณหนูเสียสติไปแล้วหรือเจ้าคะ”

“เอ่อ...ความจำเสื่อม คงแค่ความจำเสื่อมไม่ได้เสียสติ” ฟางซินไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะออกมาดี “เจ้าหยุดร้องแล้วเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดออกมา ข้าเป็นใคร แล้วเกิดอันใดขึ้น” ต้องรู้ก่อนถึงจะแก้ไขสถานการณ์ได้ถูก

“คุณหนูมีนามว่า เถียนฟางซิน เป็นบุตรีเพียงหนึ่งเดียวของเจ้าเมืองเจียงหนาน ทำให้คุณหนูและนายหญิงติดตามไปใช้ชีวิตอยู่ด้วย เมื่อครึ่งปีก่อนนายท่านกับฮูหยินประสบเคราะห์ร้ายถูกโจรที่บุกปล้นจวนสังหารจนจบชีวิต ตระกูลเถียนยามนี้มีเพียงคุณหนูที่เหลือรอดเพียงผู้เดียว”

ฟางซินอดตกใจไม่ได้ นางกับเจ้าของร่างมีชื่อเหมือนกัน เจ้าของร่างถูกรับตัวมาจากเมืองเจียงหนาน เพื่อมาพึ่งพาตระกูลซูในเมืองหลวง ตัวนางเป็นหลานสาวบ้านเดิมของฮูหยินผู้เฒ่าซู ด้วยเหลือเพียงนางที่เป็นญาติเพียงผู้เดียวจึงต้องรับมาอยู่ด้วย

ยามนี้ เถียนฟางซินอายุได้เพียงสิบสี่หนาวเท่านั้น ฮูหยินผู้เฒ่าไม่วางใจที่จะทิ้งนางไว้เจียงหนานเพียงลำพัง ด้วยสมบัติของตระกูลเถียนที่ทิ้งเอาไว้เรียกได้ว่ามหาศาล และไม่รู้ว่ากลุ่มโจรที่เอาชีวิตบิดามารดาของนาง จะตามมาเอาชีวิตนางด้วยอีกคนหรือไม่

นางเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเถียน เถียนเฉิง มารดามีนามว่า กงซีหว่าน จึงมีนิสัยดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย พอมาถึงตระกูลซู พบเจอญาติผู้พี่ก็หลงใหลในรูปลักษณ์ภายนอกที่ล่อลวงจิตใจคนในทันที นางเพิ่งเดินทางมาอยู่ได้เพียงสามเดือนก็ก่อเรื่องเสียแล้ว

ด้วยรู้มาว่า ซูเหยี่ยนจื้อ มีสตรีที่พึงใจอยู่แล้ว คือคุณหนูหลี่ หลี่หลิวอวี้ ทุกครั้งที่พบเจอหลี่หลิวอวี้ เถียนฟางซินจะแสดงอาการหึงหวงซูเหยี่ยนจื้อออกมาอย่างโจ่งแจ้ง เมื่อสองวันก่อนดูจะรุนแรงที่สุด หลี่หลิวอวี้ติดตามพี่ชายของนางมาที่จวนตระกูลซูเพื่อพูดคุยเรื่องตำรากับซูเหยี่ยนจื้อ เถียนฟางซินบังเอิญเห็นทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนมจึงอยากจะกลั่นแกล้งให้หลี่หลิวอวี้เสียหน้าต่อหน้าญาติผู้พี่ จึงวางแผนจะให้นางตกน้ำ แต่ไม่รู้ทำอีท่าไหนคนที่ตกน้ำถึงกลายเป็นนางไปได้

ฟางซินนอนตัวสั่นอยู่บนเตียง เหงื่อเย็นไหลออกมาทั่วทั้งร่าง หากนางเดาไม่ผิด ร่างเดิมของนางก็คือนางร้ายในเรื่อง ยอดรักราชัน เพียงแค่คิดถึงจุดจบของตนเองนางก็อยากจะหนีกลับเจียงหนานแล้ว

“เสี่ยวชิง...เหตุใดข้าถึงไม่ถูกสังหารเล่า” นางหันไปมองเสี่ยวชิงอย่างสงสัย

“ตอนที่คนร้ายเริ่มบุกเข้ามา ฮูหยินให้บ่าวกับแม่นมพาคุณหนูไปซ่อนตัวจึงรอดพ้นเคราะห์ร้ายไปได้ แต่ฮูหยินกับนายท่าน”

“...” ฟางซินนิ่งเงียบไป นางไม่รู้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้มีอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ ด้วยบิดาของเจ้าของร่างเป็นเจ้าเมืองตงฉิน

เมืองเจียงหนาน เป็นแหล่งผลิตเกลือใหญ่สุดของแคว้น ผลประโยชน์ไม่น้อยที่ต้องผ่านมือ ไม่รู้ว่าไปขัดขวางงานของผู้ใดเข้าหรือไม่

ฟางซินเอ่ยถามถึงสาเหตุการตาย ทั้งสิ่งที่น่าสงสัยหลายจุดกับเสี่ยวชิง แต่ดูเหมือนนางไม่ต้องการที่จะพูดออกมา ทั้งยังเกลี้ยกล่อมให้ฟางซินลืมเรื่องราวนี้ไปเสีย แล้วใช้ชีวิตอยู่ในจวนตระกูลซูให้ดี

“คุณหนู ต่อไปฮูหยินผู้เฒ่าซู ต้องหาบ้านสามีที่ดี ที่จะคุ้มครองท่านได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

“...” ใบหน้าของฟางซินบิดเบี้ยวอย่างไม่น่าดู ร่างนี้เพิ่งจะอายุสิบสี่หนาว จะให้รีบออกเรือนไปไหน แต่หากดูตามยุคที่นางมาอยู่ วัยนี้ก็มีคนที่ออกเรือนไปบ้างแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   บทแถม

    องค์ชายใหญ่วัยสิบสองหนาว กลายเป็นสหายของซูเฉิงหานด้วยมีความชอบที่คล้ายกัน องค์ชายรองกับสนิทสนมกับเถียนฮวนซูถึงแม้จะเรียกได้ว่าองค์ชายทั้งสองสนิทสนมกับฝาแฝด แต่น้อยครั้งนักที่จะได้เข้ามาเที่ยวเล่นในตำหนักเล่อฝูกงจู่ ด้วยบุตรสาวคนโตของซูเหยี่ยนจื้อ นับเป็นสาวงามไม่ต่างจากผู้เป็นมารดา ด้วยใบหน้าที่คล้ายฟางซินทำให้ซูเหยี่ยนจื้อหวงบุตรสาวคนโตของตนยิ่งนักซูเจียวหว่าน วัยเพียงหกหนาว ผิวขาวราวหิมะ ริมฝีปากแดงอิ่ม ดวงตากลมโตสว่างราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นก็อดที่จะหลงรักไม่ได้ จ้าวอินเถาเองก็มักจะเรียกให้นางเข้าไปพบในวังหลวง แต่ก็น้อยครั้งนัก ซูเหยี่ยนจื้อมักจะอ้างว่าบุตรีคนโตของตนร่างกายอ่อนแอ จึงมิให้ออกจากตำหนักแต่บ่าวไพร่ในจวนต่างก็รู้ดีว่าหว่านวานน้อยคนนี้มีร่างกายอ่อนแอเสียที่ไหน นางติดซูเฉิงหานยิ่งกว่าพี่ชายฝาแฝดของนางเสียอีก หากซูเฉิงหานปีนต้นไม้ นางก็ปีนตามองค์ชายรอง เยี่ยจวิน มาหาเถียนฮวนซูที่จวนเพื่อสอบถามเรื่องบทกลอน ทั้งสองจึงพากันมาสนทนาที่ศาลาริมน้ำในสวนดอกไม้ตุบ “โอ๊ยยย” เสียงร้องของเด็กสาวตัวน้อยดังขึ้น เถียนฮวนซูรู้ได้ทันทีว่าเป็นน้องสาวของตนจึงได้รีบวิ่งไป

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   บทสรุป

    ผ่านมาสามปี เด็กแฝดทั้งสองเติบโตขึ้นจนรู้ความ ฟางซินก็เริ่มตั้งครรภ์อีกครั้ง สี่คนพ่อแม่ลูกยังคงสลับไปพักระหว่างสองจวนอย่างเสมอเด็กแฝด พอเริ่มรู้ความ จึงพบความแตกต่างของตนเอง เหตุใดทั้งสองจึงใช้แซ่ไม่เหมือนกัน อีกทั้งเหตุใดท่านพ่อถึงไม่ได้พักอยู่ในตระกูลซู แต่มาอยู่ในตำหนักกงจู่ของท่านฟางซินจึงต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เข้าใจง่ายให้ทั้งสองได้รับรู้ หลังจากที่ซูเฉิงหานได้รู้ว่าต่อไป ตนเองจะต้องไปอยู่ตระกูลซูก็เริ่มไม่สดใสร่าเริงเช่นเดิม“หานเออร์ ไม่รักท่านปู่ท่านย่าหรือ เจ้าเป็นพี่ชายคนโต ต่อไปต้องปกป้องน้องๆ ทุกคน ซูเออร์เป็นน้องชายของเจ้า ถึงแม้ว่าเขาจะใช้คนละแซ่กับเจ้า แต่ก็เกิดจากข้าและท่านแม่ของเจ้าเหมือนกัน ยามนี้เจ้าอาจจะยังไม่เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องให้เจ้าสองพี่น้องใช้ต่างแซ่ แต่ต่อไปเจ้าจะเข้าใจพ่อและแม่” ซูเหยี่ยนจื้อค่อยๆ พูดสอนสองพี่น้อง ที่ดูจะมึนงง ยังไม่เข้าใจเรื่องราวกระจ่างนัก“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าใช้แซ่ซูหรือแซ่เถียนไม่สำคัญ แต่ท่านจะไม่ทิ้งข้าใช่หรือไม่ขอรับ” ฟางซินมองบุตรชายอย่างรักใคร่ ก่อนจะดึงตัวเขาเข้ามาสวมกอด“แม่กับพ่อจะทิ้งเจ้าได้อย่างไร หานเออร์ ใช้แซ่

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   เสียงอ้อนวอนของซูเหยี่ยนจื้อ

    มีเพียงชุนมามาที่ยังมีสติ นางอดขำกับท่าทางโง่งมของนายท่านไม่ได้ จึงได้แต่ยิ้มขอบคุณหมอหลวง ก่อนจะพาเดินออกไปส่งด้านนอก และมอบตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้อย่างใจกว้าง ชุนมามายังส่งสาวใช้ไปแจ้งที่จวนตระกูลซูและจวนกั๋วกงเรื่องที่ฟางซินนางตั้งครรภ์แล้ว ของที่เตรียมเอาไว้ ก็ให้เสี่ยวชิงเป็นผู้นำไปมอบให้แทนอ้อ...ลืมบอกไป เสี่ยวชิงแต่งงานกับอาต๋าเมื่อสามเดือนที่แล้ว ทั้งคู่ได้รับสินสอดและสินเดิมจากฟางซินไปไม่น้อย เรียกได้ว่า หากออกไปตั้งตัวก็ทำให้อยู่อย่างสุขสบายได้ เพียงแต่ทั้งคู่เลือกที่จะอยู่เคียงข้างผู้เป็นนายต่อไปซูเหยี่ยนจื้อก้มมองท้องที่ยังมองไม่ออกของฟางซินอย่างยินดี องค์รัชทายาทได้พระโอรสพระองค์แรกจากจ้าวอินเถา เมื่อห้าเดือนก่อน และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น เฟยเมี่ยวตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง หากจะบอกว่าเป็นความชอบของฟางซินก็ย่อมได้ เมื่อนางเขียนสูตรอาหารบำรุงร่างกายให้เฟยเมี่ยวกินดื่มมาหลายเดือน“ข้าเป็นอันใดไป” ฟางซินรู้สึกมึนหัวจนไม่อาจลุกขึ้นนั่งได้“เจ้าตั้งครรภ์แล้วซินซิน” ซูเหยี่ยนจื้อล้มตัวลงนอนด้านข้างของนาง พร้อมทั้งดึงตัวนางเข้ามาสวมกอดเอาไว้อย่างหลวมๆ ด้วยกลัวว่าจะโดนท้อง

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   คิดจะขุดต้นเหมยมาปลูก

    สองสามีภรรยาคู่ใหม่ ยกน้ำชาคารวะผู้อาวุโสทุกคนในจวนตระกูลซู ผู้อาวุโสมอบของขวัญให้ทั้งคู่ ก่อนจะลุกกลับไปนั่งประจำที่ของตนเอง และเริ่มนำของที่เตรียมมามอบให้ทุกคนในตระกูลซูซูเหวินและหลางซื่อสีหน้าเหมือนกลืนหวงเหลียนอย่างไรอย่างนั้น ข้าวของที่ฟางซินนำมามอบให้ ห้าคันรถ บ้ารองได้เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แต่ไม่ใช่กับหมิงม่านนางได้เครื่องประดับ ผ้าไหมเนื้อดี ของเล่นที่ฟางซินนางเลือกมีอีกหนึ่งหีบใหญ่“ขอบคุณเจ้าค่ะพี่สะใภ้ ข้าคิดไว้แล้วว่าท่านไม่ลืมน้องสาวเช่นข้าแน่นอน” หมิงม่านถือกำไลสีเลือดไว้ในมืออย่างชอบใจ ตอนนี้นางอายุใกล้เก้าหนาวแล้ว ย่อมต้องรักสวยรักงามเป็นธรรมดา“ข้าจะลืมเจ้าได้อย่างไร หากไม่มีสิ่งใดทำ ไว้ไปค้างที่ตำหนักของข้าหลายวันๆ ก็แล้วกัน”“จริงนะเจ้าคะ พี่ใหญ่ท่านอย่าห้ามข้าเล่า” หมิงม่านยกมือห้ามซูเหยี่ยนจื้อที่เหมือนอยากจะห้ามไม่ให้นางไป“หึ พูดมากเกินไปแล้ว เจ้าจะไปทำไม ไม่ต้องเรียนกับอาจารย์หญิงหรืออย่างไร” ซูเหยี่ยนจื้อปรายตามองหมิงม่าน จนนางต้องหุบปากและนั่งเล่นกำไลในมือไปแทนหลังจากกินมื้อเข้าร่วมกับทุกคน ซูเหยี่ยนจื้อแยกตัวไปพูดคุยกับซูยวนที่ห้องตำรา หลางซื่อที่ไม่รู้จ

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   พาเขยใหม่กลับบ้านเดิม

    สหายคนอื่นต่างก็ทยอยเข้ามาคารวะสุราซูเหยี่ยนจื้อ องค์รัชทายาทรั้งอยู่หลังจากหานตงฉางถูกพาออกไปแล้วอีกเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น ด้วยเห็นสายตาของสหายที่มองมาอย่างขอความเห็นใจ หากองค์รัชทายาทยังไม่เสด็จกลับ ซูเหยี่ยนจื้อก็ไม่อาจปลีกตัวหลบหนีเข้าห้องหอได้ซูเหยี่ยนจื้อเดินวนคารวะสุรามงคลทุกคนครบหนึ่งรอบก็แอบหนีเข้าห้องหอไปแล้ว ฟางซินหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หนาหลายชั้นออก ชุนมามาก็นำอาหารเข้ามาให้นางรองท้องก่อน ยังทานไม่เรียบร้อย ซูเหยี่ยนจื้อก็เดินโซเซเข้ามาในห้องหอ โดยมีอาต๋าและเสี่ยวไฉช่วยประคองเข้ามา“บ่าวจะไปเตรียมน้ำแกงสร่างเมามาให้เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงเหลือบมองอาต๋าอย่างเขินอายก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป“ท่านกินอะไรมาหรือยัง” ฟางซินถลึงตามองซูเหยี่ยนจื้อที่จ้องมองนางราวกับอยากจะกลืนกินลงไปตอนนี้เสีย ทั้งที่ผ่านในห้องยังมีคนอยู่ไม่น้อยเลย“ไม่กินแล้ว พวกเจ้าออกไปเถิด” ซูเหยี่ยนจื้อส่งสายตาให้ชุนมามาพาสาวใช้ภายในห้องออกไป“เจ้าค่ะ” ชุนมามาอมยิ้มก่อนจะโบกมือให้สาวใช้พาออกไป ดูท่าน้ำแกงสร่างเมาคงไม่ต้องดื่มแล้วซูเหยี่ยนจื้อยิ้มกรุ้มกริ่มมองฟางซินที่เริ่มจะระแวงแล้ว “ทะ ท่าน ท่านจะอาบน้ำก่อนหร

  • ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย   เจ้าบ่าวนั่งอยู่ในเกี้ยว

    ซูเหยี่ยนจื้อที่โดนถากถางกับมีสีหน้าระรื่นยิ้มรับเรื่องสนุกที่เกิดขึ้น “พระองค์มิทรงอยากมาอยู่กับกระหม่อม เหตุใดถึงไม่กลับไปเล่าพ่ะย่ะค่ะ”“เหอะ” องค์รัชทายาทจะกลับได้อย่างไร ทั้งเฟยเมี่ยวและจ้าวอินเถา ต่างรบเร้าให้เขาช่วยออกหน้ามาอยู่ที่จวนตระกูลซู เพื่อแสดงให้คนทั้งเมืองหลวงเห็นว่า องค์รัชทายาทเห็นด้วยที่ซูเหยี่ยนจื้อแต่งเข้าตำหนักกงจู่ และให้ความสำคัญกับทั้งสองคนมากเพียงใดหานตงฉางเองก็มาร่วมด้วยเช่นกัน ภรรยาของตนมิอาจกลับมาช่วยเหลืองานที่บ้านเดิมได้ และซูเหยี่ยนจื้อเองก็เป็นสหายของเขา ตอนที่เขาเองจึงต้องมานั่งเบื่อไม่ต่างจากองค์รัชทายาทหานตงฉางอดจะถากถางออกมาไม่ได้ “เจ้านี่มัน...ช่างทำให้ผู้คนอิจฉาไม่จบสิ้นเสียจริง แต่งช้ากว่าสหายคนอื่น ทั้งยังไม่ต้องช่วยผู้ใดออกสินสอด แต่พวกข้าต้องนำของมาช่วยเติมสินเจ้าบ่าวให้เจ้า”“เจ้าเปลี่ยนมาแต่งเข้าตระกูลซูดีหรือไม่ ข้าจะได้มอบทรัพย์สินทั้งหมดให้เจ้าดูแลแทน”“พอเลย!!! ท่านพ่อ ท่านแม่ข้ามิได้พูดง่ายเช่นเจ้า อีกอย่างข้ายังต้องสืบทอดตำแหน่งกั๋วกงต่อจากบิดา จะยอมยกให้เจ้ารองผู้โง่เขลาได้อย่างไร” แต่ละจวนก็มีเรื่องภายในจวนที่แตกต่างออกไป จวนกั๋ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status