เข้าสู่ระบบชินหวางฝู่กำลังวุ่นวายตระเตรียมการ เซี่ยจื่อเตี๋ยกำลังช่วยเสียนจื่อเตรียมของใช้ที่จำเป็นระหว่างที่เขาเดินทางไปชายแดน นางเน้นหนักไปกับสมุนไพรห้ามเลือด ผงยาแก้ปวด ยาสมานแผล กระทั่งยาแก้ไข้นางก็ยังเตรียมเอาไว้ให้เขาเสียนจื่อมองนางที่เอาแต่คร่ำเครียดเตรียมของ แม้แต่เวลาจะนั่งสนทนากันก็แทบไม่มี เสียงถอนหายใจดังขึ้น “เสี่ยวเตี๋ยข้าอยากกินน้ำแกงสาลี่หวานของเจ้า”นางจึงเลิกคิ้วหันมามองเขา “อยากกินตอนนี้?”“ใช่”นางมองไปรอบๆ เพราะยังเตรียมของได้ไม่ครบ “เช่นนั้นข้าไปทำให้ท่านครู่เดียว”เขายิ้มออกมา “ข้าไปช่วยเจ้า”ในห้องครัวเล็กชายหนุ่มกำลังมองหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการทำน้ำแกงสาลี่หวาน “เจ้าไม่กังวลเลยหรือ”“กังวลเรื่องใด”“เรื่องที่ข้าไปออกรบ”นางเลิกคิ้วหันไปมองเขา “เหตุใดต้องกังวล ท่านเพิ่งไปครั้งแรกหรือก็เปล่า รีบไปรีบกลับมาก็สิ้นเรื่อง ข้ารู้ว่าท่านเก่งกาจไม่มีใครเหมาะที่จะนำทัพเท่ากับท่านอีกแล้ว”เขาขมวดคิ้ว “ก็ควรดีใจที่เจ้าเชื่อใจข้า แต่ว่า...ส่งคนรักไปชายแดนเหตุใดเจ้าไม่มีท่าทางกังวลเลย” เขาถอนหายใจพึมพำเสียงเบาคนเดียวหลังจากเตรียมของให้เขาเสร็จแล้วหญิงสาวก็รีบกลับจวน เสียนจื่อนั่
หยวนเผิงหน้าซีด “ทะ...ท่านก็คือ... ที่แท้ก็เป็นท่าน ท่านคือ...” เขาพึมพำหญิงสาวอมยิ้มมองเสียนจื่อที่กำลังจะเดินกลับมา ในมือของชายหนุ่มมีมันเผาหนึ่งหัว...ในที่สุดก็เลือกได้เสียที นางลุกขึ้นกล่าว “ใช่แล้วข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น เซี่ยจื่อเตี๋ย”หยวนเผิงประสานมือค้อมศีรษะ “ข้าน้อยไม่ได้... ข้าน้อยขออภัยที่ล่วงเกิน!!”“มิได้ๆ ข้าคงต้องขอตัวก่อน” นางเดินผ่านหยวนเผิงไปหาเสียนจื่อ“บุรุษหล่อเหลาผู้นั้นเจ้ารู้จัก??” เขาเลิกคิ้วถามนางนางเงยหน้าขึ้นมองเสียนจื่อ “หล่อเหลา??” นางหันกลับไปมองชายหนุ่มคนเมื่อครู่ “อ้อ...ก็พอดูได้” แต่ว่า...เมื่อหันกลับมามองใบหน้าของคนข้างๆ นางกลับยิ้มกว้าง นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าบุรุษหล่อเหลา “ท่านเลือกได้แล้วหรือ”เสียนจื่อยิ้มกว้าง “ได้แล้ว เจ้ารีบชิมดูว่าหวานหรือไม่” เขาบรรจงแกะมันเผานั้นส่งให้นางถึงปากสือเหยาที่เป็นเจ้าของเพิงน้ำชาอมยิ้ม ...มันเผาที่ท่านอ๋องยืนเลือกอยู่นานสองนาน แท้ที่จริงเขาไม่ได้เลือกให้ตัวเอง ทว่ากลับเดินไปเลือกให้ใต้เท้าหมอหญิงต่างหาก!!ปีที่สองที่โรงหมอแห่งราชสำนักทำการเปิด ศิษย์มากมายยังคงมาเรียนรู้แลกเปลี่ยน มีหมอหลายคนเข้ามาช่
ทางหนึ่งรับเขาเป็นศิษย์ ทางหนึ่งมอบหมายให้เขาเปิดร้านหมอตระกูลหวังดังเดิม แม้แซ่หวังทว่าคนตระกูลหวังกลับไม่อาจสอดไม้สอดมือกับทรัพย์สินที่หญิงสาวยกให้หวังเหยียน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากกินแต่ก็ได้แต่นั่งมอง นี่เป็นการแก้แค้นคนใจแคบอย่างคนตระกูลหวังได้เป็นอย่างดี!!เพิงน้ำชาฝั่งตรงข้ามโรงหมอแห่งราชสำนัก เสียนจื่อรินชาส่งให้หญิงสาวทันทีที่นางเดินเข้ามานั่ง ผู้คนหันมามองทั้งสองคนด้วยสายตาสนอกสนใจข่าวลือมากมายหนาหู ชื่อเสียงแม้กู้คืนกลับมาได้ ทว่าอย่างไรนางก็เป็นสตรีที่เคยแต่งงานมาก่อน อีกทั้งยังเคยมีเรื่องมีราวจนหย่าขาดกับสามีคนก่อนตอนนี้ยังมีเรื่องพัวพันคลุมเครือกับจื่อเสียนชินหวาง ให้อย่างไรฐานะของนางก็ไม่มีใครมองว่าเหมาะสมกับเขาไม่ว่าจะไปที่ใดข้างกายนางก็จะมีเขาเสมอ ไม่ว่านางจะทำอะไรเขาเองก็จะวนเวียนอยู่เคียงข้าง นานวันเข้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะประกาศข่าวดี ขุนนางที่รอวันคัดค้านถูมือรอ ขุนนางที่รอคอยชมความครื้นเครงเบิกตาเพื่อชมดูความวุ่นวายถึงอย่างนั้นจนแล้วจนรอดโรงหมอแห่งราชสำนักเปิดได้ครบปี ข่าวดีที่ทุกคนรอวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังไม่ถูกประกาศมีครั้งหนึ่งเสนาบดีกรมคลังทนไม่ไหว ค
“ข้าทำเอง” นางแย่งมาจากมือใหญ่ใช้เช็ดจมูก นางยังไม่หน้าหนาพอถึงขั้นให้เขาเช็ดน้ำมูกให้นะ!! “มิใช่ดึกมากแล้วหรือ”เขามองไปด้านนอกที่มืดสนิทและเงียบงัน “เกรงว่าคงล่วงเข้ายามอิ๋น[1]แล้วกระมัง”หญิงสาวลืมตาเงยหน้าขึ้นมองเขา “ไม่กังวลเรื่องชื่อเสียงแล้ว?”“ของผู้ใดเล่า ข้า?”นางถลึงตามองเขา “ก็ใช่น่ะสิ เป็นถึงท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์กลับรั้งอยู่ในจวนของสตรีที่เคยถูกสามีหย่า ชื่อเสียงหลังจากวันนี้ท่านจะเอาไปไว้ที่ใด?”เขาหัวเราะ “ข้าต้องสนใจไปไยว่าผู้คนข้างนอกนั่นจะคิดอย่างไรกับข้า ข้าสนเพียงเจ้าจะคิดเช่นไรไม่ดีกว่าหรือ”นางสบตาคมเข้มของเขานิ่ง เขาเองก็ไม่ยอมหลบมือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มของนางทีหนึ่ง “แต่หากเจ้าถือสา ชื่อเสียงของข้านี้ให้อย่างไรก็ต้องรบกวนเจ้ารับผิดชอบ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะไม่ทอดทิ้งข้า”“ท่าทางคล้ายเจ้าสาวกำลังจะถูกทอดทิ้งของท่านนี่มันอย่างไรกัน เป็นถึงจื่อเสียนชินหวางผู้ใดจะกล้าทำลายชื่อเสียงท่าน อีกอย่างท่านเป็นบุรุษ!”เขาหัวเราะกอดนางแน่นขึ้น “ท่าทางจะดีขึ้นแล้วจริงๆ ข้าสมควรกลับออกไปแล้วจริงๆ แต่...เจ้าดื่มยาก่อนข้าจึงจะกลับไป” เขาขยับลุกวางนางพิงหัวเตียง ประตูห้องถูกแง
“อืม” นางหลับตาลงจริงๆ รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก “ท่านพูดอะไรหน่อยสิ หาไม่คงหลับก่อนโจ๊กกับยามาถึง เรื่องข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง”เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “คิดว่าเจ้าคงอยากรู้ หวังเหยียนไปยังจวนว่าการ ตีกลองร้อนทุกข์ให้เจ้า ยอมรับโทษโบยยี่สิบไม้จากการทำให้ชื่อเสียงของเจ้าด่างพร้อย กลับจวนยังถูกคนตระกูลหวังโบยลงโทษซ้ำอีกสิบไม้”นางชะงักจากนั้นถอนหายใจออกมา “เขาเป็นคนไม่เลว แม้หลงผิดไปแต่ก็เพราะถูกคนตระกูลหวังปิดหูปิดตา ตอนนั้นเขายังเด็กตอนนี้โตแล้วกลับเข้าอกเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น”แม้เป็นทายาททั้งยังเป็นบุตรชาย ทว่าก็เป็นเพียงบุตรนอกสสมรส เป็นบุตรชายที่เกิดจากอนุ ตอนนี้หวังคุ่นแต่งงานใหม่แล้ว มีฮูหยินเอก ไม่นานเขาก็จะมีทายาทสายตรงเชิดหน้าชูตาหวังเหยียนเล่าจะกลายเป็นอะไรในตระกูลหวัง ยิ่งเขาออกตัวแก้ต่างให้นาง หักหน้าคนตระกูลหวังเช่นนี้ เกรงว่าในอนาคตก็คงไม่มีใครในตระกูลสนับสนุนแล้ว“เขาเป็นอย่างไรบ้าง”“สาวใช้ออกมาตามหมอแล้ว อาการยังนับว่าน่ากังวล ทว่าอย่างไรก็เป็นคนตระกูลหวัง แม้ไม่ได้รับการดูแลดีเหมือนเมื่อก่อน แต่คงนับว่าปลอดภัยดีได้กระมัง”นางพยักหน้าถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เบี่ยงหน้าซุกเข้าไ
“ตระกูลหวังช่างดีดลูกคิดรางแก้วเก่งเหลือเกิน ไม่เพียงไม่อยากเสียหน้า แต่ยังคิดจะดึงคนที่เคยทำลายกลับเข้าจวน ฐานะขุนนางขั้นห้าของใต้เท้าหมอหญิงนี่ช่าง...น่าดึงดูด” ร่างสูงก้าวเข้ามา ด้านหลังยังขุนนางมากมายติดตามมาด้วย“แม้แต่คนที่เคยรังเกียจไม่อยากอยู่ร่วมโลก ยังสามารถอ่อนน้อมไม่ถือสาเรื่องในอดีต เข้าใจผิดนานนับปี เกลียดชังนานนับชาติ ทว่ากล่าวประโยคเดียวหนังสือหย่าก็เป็นโมฆะแล้ว ช่างทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจเสียจริง”นอกจากเสียนจื่อผู้ใดจะกล่าวประโยคเชือดเฉือนเช่นนี้ให้ฟังดูสุภาพนุ่มนวลได้อีก“ชื่อเสียงของสตรีผู้หนึ่ง กลับแก้ไขได้ด้วยประโยคที่กล่าวว่า...เป็นเรื่องเข้าใจผิด” ชายหนุ่มหัวเราะ “ข้ารู้จักกับใต้เท้าหมอหญิงมาก็นับว่าสักพัก ไม่เคยรู้ว่านางเป็นคนใจกว้างถึงเพียงนี้”“หม่อมฉันมิได้หมายความเช่นนั้น ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ารีบแก้ “ที่หม่อมฉันหมายถึงก็คือ...ตระกูลหวังจะต้องชดเชยให้เท้าหมอหญิงแน่นอน”“อย่างเช่น...จะคืนสินเดิมให้?” เสียนจื่อไม่ยอมปล่อย“เพคะแน่นอน เรื่องนั้นตระกูลหวังย่อมรีบจัดการคืนสินเดิมให้ใต้เท้าหมอหญิง”“อย่างเช่น...สินสอดที่นางควรได้?”“นั่นก็ด้วยเพค
เสียนจื่อไม่ได้ถาม กลับเล่นหมากกระดานนั้นกับนางเงียบๆ ทว่าเสียงหนึ่งกลับดังขึ้นขัด “ข้าต้องการเก้าอี้เช่นกันกับเขา สามารถไปไหนมาไหนได้”เซี่ยจื่อเตี๋ยหันกลับไปหลังวางหมาก “ได้สิ จ่ายเงินมาสองพันตำลึง”เสียนจื่อกลั้นหัวเราะวางหมากดำลงกระดาน“สะ...สองพันตำลึง เซี่ยจื่อเตี๋ยเจ้าเป็นหมอมิใช่หรือ หมอที่
ดึกมากแล้วตอนที่เสียนจื่อรู้สึกตัวขึ้นมากลางดึก เขาคอแห้งดังนั้นจึงควานมือหาน้ำดื่ม นึกไม่ถึงริมหน้าต่างกลับมีเงาคนขยับลุก มองในความมืดก็เห็นเซี่ยจื่อเตี๋ยงัวเงียเดินเข้ามา นางยังคงสวมชุดสีเหลืองบนตัวมีคราบโคลนหลงเหลือ “ดื่มน้ำหรือ”“ท่านหมอเซี่ย?”“อืมข้าเอง” นางรินน้ำส่งให้เขาจากนั้นเดินกลับไปทิ้
เซี่ยจื่อเตี๋ยเดินแหวกเข้าไปกลางวง “ถอยออกไป!” นางสั่งจากนั้นมือแตะหาชีพจร หญิงสาวประคองใบหน้าของหวังเจียวเจียวขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าในปากไม่มีสิ่งใดอยู่ จากนั้นก้มลงประคองให้อีกฝ่ายอ้าปากแล้ว...เป่าลมเข้าไป“นางทำอะไร!!”“เป็นสตรีด้วยกันแท้ๆ จุมพิตสตรีด้วยกันด้วยเหตุใด!!”หลังจากนั้นหญิงสาวก็วางมือ
“ข้า...หวังเหยียน คิดว่าท่านจากเมืองหลวงไปไม่กี่ปีคงจะจำข้าได้ เห็นท่านยังคงสบายดี ข้าผู้นี้ก็ดีใจยิ่งนัก เห็นท่านได้เป็นหมอหลวงหญิง ทั้งยังมีตำแหน่งขุนนางข้า...ยินดีกับท่านด้วย”“อ้อ..เอ่อ เกรงใจไปแล้ว” นางกล่าวด้วยความงุนงง ก่อนจากกันอีกฝ่ายยังจงเกลียดจงชัง อีกทั้งทันทีที่กลับมาถึงเมืองหลวง นางก็







