Masukเดิมทีคิดว่าความตายคือจุดสิ้นสุดของทุกสิ่ง ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าคุณหมอสาวอย่าง จื่อเตี๋ย กลับลืมตาขึ้นมาในร่างของเซี่ยซื่อ...เซี่ยจื่อเตี๋ย ฮูหยินน้อยตระกูลคหบดีอันมั่งคั่ง ชะตาเล่นตลกชีวิตผกผัน หลังแต่งให้บุรุษที่ไม่มีใจ นางไม่เพียงถูกหย่าขาดและถูกไล่ออกจากจวน ทว่ายังถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีชั่วช้าจิตใจอำมหิต!!! ถึงอย่างนั้นเมื่อติดตามผู้เป็นลุงออกจากเมืองหลวง เซี่ยจื่อเตี๋ยได้เรียนรู้วิชาแพทย์ผสมผสานระหว่างแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนโบราณ กระทั่งกลายเป็นหมอซึ่งรักษาได้แม้แต่บุรุษที่ขาก้าวลงไปยังปรโลกแล้ว!!! วังวนของความวุ่นวายม้วนชะตานางให้กลับเข้าเมืองหลวง ผู้คนชี้หน้าว่านางก็คือ...สตรีที่เคยถูกสามีหย่าขาด ทว่า...มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองนางแตกต่างจากสตรีอื่น เสียนจื่อ หรือ จื่อเสียนชินหวาง อนุชาฮ่องเต้ที่เดิมทีก็มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อรอความตาย เมื่อนางมอบความหวังให้ ทั้งยังทำให้เขามองเห็นแสงสว่างของวันพรุ่งนี้ เช่นนี้แล้วเมื่อถูกบุรุษหล่อเหลาล้ำเลิศ ทว่ากลับอ่อนแอปวกเปียกไล่ตาม นางที่ตั้งแต่แรกก็ไม่ได้มองผู้อื่น จะไม่ใจอ่อนให้เขาได้อย่างไร...
Lihat lebih banyakสายน้ำเย็นเยียบพรั่งพรู ความหนาวเหน็บเสียดแทงเข้าไปถึงไขกระดูก ร่างกายแข็งชาเริ่มรวดร้าว หน้าอกอัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะทานทน มือทั้งสองข้างที่พยายามแหวกว่ายเริ่มอ่อนแรง ชีวิตที่ดิ้นรนกำลังจะจบสิ้น
ชั่วอึดใจที่สติกำลังจะดับมอด จื่อเตี๋ยดันร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนกลับขึ้นไปบนฝั่ง ในใจอวยพรให้หนุ่มน้อยที่ตนเสี่ยงชีวิตกระโดดลงมาช่วยให้รอดชีวิต
ตกลงมาสองชีวิตอย่างน้อยก็รอดไปได้หนึ่ง... เพียงเท่านี้ก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว
ท่ามกลางพายุที่โหมกระโชก บนสะพานที่อัดแน่นไปด้วยรถที่เกิดอุบัติเหตุ หญิงสาวไม่ลังเลที่จะกระโดดลงมาช่วยเด็กที่กระเด็นตกลงไปในน้ำ ทว่าตอนที่กำลังพยายามช่วยกลับโดนเด็กที่ตกใจกอดรัด หญิงสาวพยายามเข้าหาอย่างถูกวิธี ทว่าคนกำลังตื่นตระหนกก็เรี่ยวแรงมากเหลือเกิน เมื่อดิ้นรนจนกอดหญิงสาวเอาไว้แน่น ทันทีที่ทั้งสองเริ่มหมดแรงก็จมลงไปพร้อมๆ กัน
ห้วงสุดท้ายของคุณหมอสาว จื่อเตี๋ยอมยิ้มกับตัวเองและพยายามคิดในแง่ที่ดี อย่างน้อยตัวหญิงสาวเองก็มีโอกาสได้ใช้ชีวิตมาแล้วช่วงหนึ่ง ตายไปตอนนี้ก็อาจจะมีคนพูดถึงในแง่ดี เพราะช่วยมาได้อีกหนึ่งชีวิต ให้เด็กคนนั้นมีโอกาสได้ใช้ชีวิตมากกว่านี้ ได้เข้าใจโลก ส่วนตัวหญิงสาวเอง...ก็ขอใช้ชีวิตในโลกหน้าก็แล้วกัน ชีวิตนี้ขอให้สิ้นสุดตรงนี้
ผู้จะใดรู้...ตอนลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ลมหายใจที่กำลังขาดห้วงกลับหลงเหลือเรี่ยวแรงให้ตะเกียกตะกาย เสียงตะโกนวุ่นวาย ข้างกายมีความเคลื่อนไหวคล้ายอีกคนกำลังพยายามเอาชีวิตรอด
หญิงสาวไม่ลังเลที่จะยื่นมือออกไปช่วย แม้ถูกกดลงไปใต้ผิวน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่ามือก็ยังพยายามดึงอีกฝ่ายขึ้นไปยังฝั่งที่ตื้นกว่า เรี่ยวแรงจมดิ่ง ลมหายใจกำลังจะกลั้นไม่ไหว น้ำเย็นเยียบถูกกลืนเข้าไปในท้อง เด็กชายตรงหน้ากลับพยายามดึงหญิงสาวลงไปให้ลึกขึ้น!!!
ชั่วขณะที่ทั้งสองกำลังจะหมดแรง จื่อเตี่ยรวบรวมกำลังสุดท้ายลากอีกฝ่ายเข้ามา ออกแรงเฮือกหนึ่งเพื่อกอดคอเขาจากนั้นว่ายกลับขึ้นสู่ฝั่ง
“ช่วยด้วย!! คุณชายกับฮูหยินน้อยตกน้ำ!!”
ใครนะ??
...หญิงสาวไม่มีเวลามาเงยหน้าดูหรือตั้งใจฟัง ตอนลากคนขึ้นฝั่งมาได้ก็ถูกผลักออกจนลมหงาย ลมหายใจถูกสูดเข้าลึก เสียงไอถี่ๆ อย่างหมดแรงทำให้หน้าอกเจ็บร้าว
“คุณชายไม่หายใจแล้ว! คุณชาย...สิ้นใจแล้ว!!”
ได้ยินดังนั้นก็รวบรวมเรี่ยวแรงลุกพรวด ผลักคนรอบๆ ออกไป แตะชีพจรก็ยังรับรู้ได้แม้ไม่ชัดเจน หญิงสาวดันคางอีกฝ่ายขึ้นก้มลงฟังลมหายใจที่แทบไม่มี ตรวจสอบให้มั่นใจว่าในปากของเขาว่างเปล่า กระทั่งลงมือเป่าปากจากนั้นกดหน้าอกทำการผายปอด!!
“นางทำอะไร!”
“ฮูหยินน้อยเสียสติไปแล้ว!”
“ฮูหยินน้อยนางพยายามทำร้ายคุณชาย!?”
“แต่คุณชายไม่หายใจแล้ว?”
“นางบีบคอคุณชายน้อยทั้งที่เขาหมดหายใจไปแล้วหรือ?!”
เสียงสำลักจากเด็กชายคนนั้นดังขึ้น ทว่าตอนที่หญิงสาวยกมือออกจากหน้าอกของอีกฝ่าย ต้นแขนกลับถูกกระชากอย่างแรง ฝ่ามือใหญ่ของใครบางคนฟาดเพี๊ยะลงมาบนใบหน้า
จื่อเตี๋ยถึงกับมึนงงล้มพับลงไปบนพื้น อากาศหนาวเหน็บ เรี่ยวแรงถูกสูบออกไปจากร่าง ใบหน้าแสบร้อน ยังไม่พอยังถูกลากขึ้นไปกระทั่งตบซ้ำอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่หนักหนาเท่าครั้งแรก มองเห็นเจ้าของมือนั้นเป็นสตรีสวมชุดฮั่นฝู...
นี่มัน...เรื่องบ้าอะไรกัน!!
“ลากนางไปขังเอาไว้ที่ห้องเก็บฟืน!” สตรีผู้นั้นส่งเสียงตวาดด้วยความเกลียดชัง
“สตรีชั่วช้า ช่างอำมหิตนัก!”
“นางพยายามจะสังหารคุณชายน้อย”
“ฮูหยินน้อยเสียสติไปแล้ว!”
“สตรีโหดร้ายเช่นนี้เก็บนางเอาไว้ไม่ได้นะเจ้าคะ”
“ลากนางออกไป! ไม่มีคำสั่งข้าห้ามผู้ใดเข้าใกล้ห้องเก็บฟืน ห้ามผู้ใดเอาน้ำหรือของกินให้นาง!”
ชั่วแวบสุดท้ายก่อนหมดสติหญิงสาวกวาดสายตาผ่านผู้คนมากมายที่กำลังยืนมุงดู ชุดฮั่นฝู สำเนียงที่ใช้พูด บรรยากาศรอบๆ ที่ดูไม่คุ้นเคย ที่นี่ไม่ใช่สะพานสูง ไม่มีรถเมล์ ไม่มีตำรวจ ไม่มีรถพยาบาล
ตอนถูกลากออกไปจากสวนริมบึงบัวขนาดใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มเจ้าของฝ่ามือหนักหน่วงบนซีกแก้ม ดวงตาเกลียดชังของผู้คนโดยรอบ
จื่อเตี๋ยแต่สงสัย...นี่กำลังถ่ายหนังกันอยู่??
แต่ว่า...หญิงสาวไม่ใช่นักแสดงนี่ เป็นแค่หมอสาวที่ดวงซวยเกิดอุบัติเหตุหลังเลิกงานและกระโดดลงไปช่วยคนเท่านั้นเอง ว่าแต่...เด็กชายคนที่เพิ่งไปช่วยมาคนนั้นเล่า
อีกฝ่ายมองตามมาด้วยสายตาสงสัย คิ้วเข้มมุ่นลงมองนาง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่บอกใครทั้งนั้นว่าที่เขารอดมาได้ก็เพราะ...หญิงสาวเป็นคนลากเขาขึ้นมา!!!
ชินหวางฝู่กำลังวุ่นวายตระเตรียมการ เซี่ยจื่อเตี๋ยกำลังช่วยเสียนจื่อเตรียมของใช้ที่จำเป็นระหว่างที่เขาเดินทางไปชายแดน นางเน้นหนักไปกับสมุนไพรห้ามเลือด ผงยาแก้ปวด ยาสมานแผล กระทั่งยาแก้ไข้นางก็ยังเตรียมเอาไว้ให้เขาเสียนจื่อมองนางที่เอาแต่คร่ำเครียดเตรียมของ แม้แต่เวลาจะนั่งสนทนากันก็แทบไม่มี เสียงถอนหายใจดังขึ้น “เสี่ยวเตี๋ยข้าอยากกินน้ำแกงสาลี่หวานของเจ้า”นางจึงเลิกคิ้วหันมามองเขา “อยากกินตอนนี้?”“ใช่”นางมองไปรอบๆ เพราะยังเตรียมของได้ไม่ครบ “เช่นนั้นข้าไปทำให้ท่านครู่เดียว”เขายิ้มออกมา “ข้าไปช่วยเจ้า”ในห้องครัวเล็กชายหนุ่มกำลังมองหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการทำน้ำแกงสาลี่หวาน “เจ้าไม่กังวลเลยหรือ”“กังวลเรื่องใด”“เรื่องที่ข้าไปออกรบ”นางเลิกคิ้วหันไปมองเขา “เหตุใดต้องกังวล ท่านเพิ่งไปครั้งแรกหรือก็เปล่า รีบไปรีบกลับมาก็สิ้นเรื่อง ข้ารู้ว่าท่านเก่งกาจไม่มีใครเหมาะที่จะนำทัพเท่ากับท่านอีกแล้ว”เขาขมวดคิ้ว “ก็ควรดีใจที่เจ้าเชื่อใจข้า แต่ว่า...ส่งคนรักไปชายแดนเหตุใดเจ้าไม่มีท่าทางกังวลเลย” เขาถอนหายใจพึมพำเสียงเบาคนเดียวหลังจากเตรียมของให้เขาเสร็จแล้วหญิงสาวก็รีบกลับจวน เสียนจื่อนั่
หยวนเผิงหน้าซีด “ทะ...ท่านก็คือ... ที่แท้ก็เป็นท่าน ท่านคือ...” เขาพึมพำหญิงสาวอมยิ้มมองเสียนจื่อที่กำลังจะเดินกลับมา ในมือของชายหนุ่มมีมันเผาหนึ่งหัว...ในที่สุดก็เลือกได้เสียที นางลุกขึ้นกล่าว “ใช่แล้วข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น เซี่ยจื่อเตี๋ย”หยวนเผิงประสานมือค้อมศีรษะ “ข้าน้อยไม่ได้... ข้าน้อยขออภัยที่ล่วงเกิน!!”“มิได้ๆ ข้าคงต้องขอตัวก่อน” นางเดินผ่านหยวนเผิงไปหาเสียนจื่อ“บุรุษหล่อเหลาผู้นั้นเจ้ารู้จัก??” เขาเลิกคิ้วถามนางนางเงยหน้าขึ้นมองเสียนจื่อ “หล่อเหลา??” นางหันกลับไปมองชายหนุ่มคนเมื่อครู่ “อ้อ...ก็พอดูได้” แต่ว่า...เมื่อหันกลับมามองใบหน้าของคนข้างๆ นางกลับยิ้มกว้าง นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าบุรุษหล่อเหลา “ท่านเลือกได้แล้วหรือ”เสียนจื่อยิ้มกว้าง “ได้แล้ว เจ้ารีบชิมดูว่าหวานหรือไม่” เขาบรรจงแกะมันเผานั้นส่งให้นางถึงปากสือเหยาที่เป็นเจ้าของเพิงน้ำชาอมยิ้ม ...มันเผาที่ท่านอ๋องยืนเลือกอยู่นานสองนาน แท้ที่จริงเขาไม่ได้เลือกให้ตัวเอง ทว่ากลับเดินไปเลือกให้ใต้เท้าหมอหญิงต่างหาก!!ปีที่สองที่โรงหมอแห่งราชสำนักทำการเปิด ศิษย์มากมายยังคงมาเรียนรู้แลกเปลี่ยน มีหมอหลายคนเข้ามาช่
ทางหนึ่งรับเขาเป็นศิษย์ ทางหนึ่งมอบหมายให้เขาเปิดร้านหมอตระกูลหวังดังเดิม แม้แซ่หวังทว่าคนตระกูลหวังกลับไม่อาจสอดไม้สอดมือกับทรัพย์สินที่หญิงสาวยกให้หวังเหยียน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากกินแต่ก็ได้แต่นั่งมอง นี่เป็นการแก้แค้นคนใจแคบอย่างคนตระกูลหวังได้เป็นอย่างดี!!เพิงน้ำชาฝั่งตรงข้ามโรงหมอแห่งราชสำนัก เสียนจื่อรินชาส่งให้หญิงสาวทันทีที่นางเดินเข้ามานั่ง ผู้คนหันมามองทั้งสองคนด้วยสายตาสนอกสนใจข่าวลือมากมายหนาหู ชื่อเสียงแม้กู้คืนกลับมาได้ ทว่าอย่างไรนางก็เป็นสตรีที่เคยแต่งงานมาก่อน อีกทั้งยังเคยมีเรื่องมีราวจนหย่าขาดกับสามีคนก่อนตอนนี้ยังมีเรื่องพัวพันคลุมเครือกับจื่อเสียนชินหวาง ให้อย่างไรฐานะของนางก็ไม่มีใครมองว่าเหมาะสมกับเขาไม่ว่าจะไปที่ใดข้างกายนางก็จะมีเขาเสมอ ไม่ว่านางจะทำอะไรเขาเองก็จะวนเวียนอยู่เคียงข้าง นานวันเข้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะประกาศข่าวดี ขุนนางที่รอวันคัดค้านถูมือรอ ขุนนางที่รอคอยชมความครื้นเครงเบิกตาเพื่อชมดูความวุ่นวายถึงอย่างนั้นจนแล้วจนรอดโรงหมอแห่งราชสำนักเปิดได้ครบปี ข่าวดีที่ทุกคนรอวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังไม่ถูกประกาศมีครั้งหนึ่งเสนาบดีกรมคลังทนไม่ไหว ค
“ข้าทำเอง” นางแย่งมาจากมือใหญ่ใช้เช็ดจมูก นางยังไม่หน้าหนาพอถึงขั้นให้เขาเช็ดน้ำมูกให้นะ!! “มิใช่ดึกมากแล้วหรือ”เขามองไปด้านนอกที่มืดสนิทและเงียบงัน “เกรงว่าคงล่วงเข้ายามอิ๋น[1]แล้วกระมัง”หญิงสาวลืมตาเงยหน้าขึ้นมองเขา “ไม่กังวลเรื่องชื่อเสียงแล้ว?”“ของผู้ใดเล่า ข้า?”นางถลึงตามองเขา “ก็ใช่น่ะสิ เป็นถึงท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์กลับรั้งอยู่ในจวนของสตรีที่เคยถูกสามีหย่า ชื่อเสียงหลังจากวันนี้ท่านจะเอาไปไว้ที่ใด?”เขาหัวเราะ “ข้าต้องสนใจไปไยว่าผู้คนข้างนอกนั่นจะคิดอย่างไรกับข้า ข้าสนเพียงเจ้าจะคิดเช่นไรไม่ดีกว่าหรือ”นางสบตาคมเข้มของเขานิ่ง เขาเองก็ไม่ยอมหลบมือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มของนางทีหนึ่ง “แต่หากเจ้าถือสา ชื่อเสียงของข้านี้ให้อย่างไรก็ต้องรบกวนเจ้ารับผิดชอบ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะไม่ทอดทิ้งข้า”“ท่าทางคล้ายเจ้าสาวกำลังจะถูกทอดทิ้งของท่านนี่มันอย่างไรกัน เป็นถึงจื่อเสียนชินหวางผู้ใดจะกล้าทำลายชื่อเสียงท่าน อีกอย่างท่านเป็นบุรุษ!”เขาหัวเราะกอดนางแน่นขึ้น “ท่าทางจะดีขึ้นแล้วจริงๆ ข้าสมควรกลับออกไปแล้วจริงๆ แต่...เจ้าดื่มยาก่อนข้าจึงจะกลับไป” เขาขยับลุกวางนางพิงหัวเตียง ประตูห้องถูกแง
“อืม” นางหลับตาลงจริงๆ รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก “ท่านพูดอะไรหน่อยสิ หาไม่คงหลับก่อนโจ๊กกับยามาถึง เรื่องข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง”เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “คิดว่าเจ้าคงอยากรู้ หวังเหยียนไปยังจวนว่าการ ตีกลองร้อนทุกข์ให้เจ้า ยอมรับโทษโบยยี่สิบไม้จากการทำให้ชื่อเสียงของเจ้าด่างพร้อย กลับจวนยังถูกคนตระกูลหวังโบย
“ตระกูลหวังช่างดีดลูกคิดรางแก้วเก่งเหลือเกิน ไม่เพียงไม่อยากเสียหน้า แต่ยังคิดจะดึงคนที่เคยทำลายกลับเข้าจวน ฐานะขุนนางขั้นห้าของใต้เท้าหมอหญิงนี่ช่าง...น่าดึงดูด” ร่างสูงก้าวเข้ามา ด้านหลังยังขุนนางมากมายติดตามมาด้วย“แม้แต่คนที่เคยรังเกียจไม่อยากอยู่ร่วมโลก ยังสามารถอ่อนน้อมไม่ถือสาเรื่องในอดีต เข
เสียนจื่อไม่ได้ถาม กลับเล่นหมากกระดานนั้นกับนางเงียบๆ ทว่าเสียงหนึ่งกลับดังขึ้นขัด “ข้าต้องการเก้าอี้เช่นกันกับเขา สามารถไปไหนมาไหนได้”เซี่ยจื่อเตี๋ยหันกลับไปหลังวางหมาก “ได้สิ จ่ายเงินมาสองพันตำลึง”เสียนจื่อกลั้นหัวเราะวางหมากดำลงกระดาน“สะ...สองพันตำลึง เซี่ยจื่อเตี๋ยเจ้าเป็นหมอมิใช่หรือ หมอที่
ดึกมากแล้วตอนที่เสียนจื่อรู้สึกตัวขึ้นมากลางดึก เขาคอแห้งดังนั้นจึงควานมือหาน้ำดื่ม นึกไม่ถึงริมหน้าต่างกลับมีเงาคนขยับลุก มองในความมืดก็เห็นเซี่ยจื่อเตี๋ยงัวเงียเดินเข้ามา นางยังคงสวมชุดสีเหลืองบนตัวมีคราบโคลนหลงเหลือ “ดื่มน้ำหรือ”“ท่านหมอเซี่ย?”“อืมข้าเอง” นางรินน้ำส่งให้เขาจากนั้นเดินกลับไปทิ้






Ulasan-ulasan