Share

บทที่ 1.7

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-24 12:55:20

“เอาละ...เจ้าออกไปเถิด ข้าเพิ่งแต่งเข้ามาไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ในใจเจ้าห่วงใยข้า ข้าจำเอาไว้แล้ว กลับออกไปทำงานเถิด”

“...เจ้าค่ะ”

เสี่ยวอวี๋ขมวดคิ้วมองเสี่ยวฉวน นางเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนาย “คุณหนู”

“พี่ชายของเจ้าส่งข่าวมาแล้วหรือยัง” นางถามถึงเสี่ยวอู่พี่ชายของเสี่ยวอวี๋ที่ติดตามน้องชายไปชายแดนเหนือ

“ยังเลยเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าเย็นๆ จะลอบออกไปดู หากมีความเคลื่อนไหวข้าจะรีบเข้ามารายงานคุณหนู”

“อืม ยังมี...พรุ่งนี้ข้าจะไปที่ร้านบนตรอกหั่วเซิง เจ้าช่วยให้คนไปแจ้งท่านพ่อบ้านซู บอกให้เขามาพบข้าที่นั่น”

“เจ้าค่ะ”

“อย่าให้ผู้ใดรู้เล่า แม้แต่แม่นมสวีกับเสี่ยวฉวนก็ห้าม”

“ข้าน้อยจำเอาไว้แล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวอวี๋รับคำจากนั้นถอยออกไปอย่างว่าง่าย

อิงหลันเสวี่ยมองตามสาวใช้ตัวน้อยออกไปด้วยสายตาที่อ่อนลง ชาติก่อนตอนที่นางกำลังลำบาก ตอนที่นางใกล้สิ้นใจ มีเพียงเสี่ยวอวี๋เท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้าง คอยช่วยเหลือ ไม่จากไปไหน ไม่เอาใจออกห่าง ไม่ทรยศ

ตำหนักตะวันออก

หยางกวง...เดินเข้าไปด้วยรอยยิ้ม เขาเห็นหยางเหยียนกำลังก้มลงอ่านจดหมายร้องเรียนมากมายก็หัวเราะ

“รัชทายาทดูเหมือนกำลังงานยุ่ง ข้ามารบกวนหรือไม่”

“เสด็จอา...ท่านมาแล้ว? หม่ากงกงให้คนเตรียมชา”

“พ่ะย่ะค่ะ” หม่ากงกงรีบถอยออกไปสั่งการ เขาวกกลับมาก็เห็นว่ารัชทายาทบัดนี้ยิ้มออกแล้ว จากเมื่อครู่เคร่งเครียดกลับมีท่าทีผ่อนคลายขึ้นมาก

ความจริงแล้วรัชทายาทและหรงเจี้ยนหวางอายุไล่เลี่ยกัน แม้จะมีศักดิ์เป็นอาหลาน ทว่ามองเผินๆ กลับให้ความรู้สึกคล้ายเป็นสหายกันมากกว่า

“เสด็จอาจะทรงออกเดินทางเมื่อไหร่พ่ะย่ะค่ะ”

“วันนี้”

“วันนี้?! เร่งร้อนถึงเพียงนั้น??”

หยางกวงหัวเราะ “ก็ไม่ได้เร่งร้อน เพียงอยากไปชายแดนก่อนงานเลี้ยงในวังหลวง”

หยางเหยียนถึงขั้นเลิกคิ้ว “หรือว่า...ไทเฮาประสงค์จะให้ทรงรับชายา? นั่นมิใช่เรื่องดีหรอกหรือ?”

หยางกวงหรุบตาลงจิบชา ข้างหูคล้ายได้ยินเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา “หากรัชทายาทคิดว่าเป็นเรื่องดี มิสู้ทรงรับพวกนางเข้าตำหนักตะวันออกแทน...”

“ใครรับใครเข้าตำหนักนะ” เสียงสตรีดังขึ้นจากประตูทางเข้า

“ชายารัชทายาทหูไวมิใช่เล่น”

“หาไม่ข้าจะรู้หรือว่าท่านกำลังคิดจะให้รัชทายาทรับเช่อเฟย ศิษย์พี่ท่านว่างมากเหตุใดไม่รีบๆ ไปช่วยท่านพ่อกับพี่ใหญ่ที่ทางเหนือ มาลอยหน้าลอยตายุแยงชาวบ้านให้ทะเลาะเบาะแว้ง”

“เจ้าจะทะเลาะกับรัชทายาทเกี่ยวอะไรกับข้า อีกอย่างด้วยนิสัยนี้ของเขา ถึงเจ้าอยากทะเลาะด้วยก็ใช่ว่าเขาจะยอม มีแต่จะอ่อนข้อให้เจ้าชนะสิไม่ว่า”

หยางเหยียนหัวเราะ “ชายารัก เจ้ามาเพราะอยากฝากของไปให้ท่านแม่ทัพทั้งสองกระมัง”

“ใช่แล้ว ศิษย์พี่ ท่านว่าสถานการณ์ทางนั้นน่ากังวลหรือไม่”

“มีสิ่งใดน่ากังวลกัน อาจารย์กับศิษย์พี่ใหญ่มิใช่อยู่ที่นั่นแล้ว? ยังมีสิ่งใดน่ากังวล”

“แน่ใจหรือว่าท่านไม่มีเรื่องปิดบังข้า ที่นั่นไม่มีเรื่องต้องกังวลจริงหรือ”

หยางกวงหัวเราะ “ข้าก็มิใช่จะออกเดินทางไปดูด้วยตัวเองอยู่นี่อย่างไรเล่า ยังไม่วางใจ?”

“แต่ว่า...” นางมองไปรอบๆ “ข้ากลับกังวลว่าองค์ชายรองจะ...”

“ชายารัก” หยางเหยียนปรามอีกฝ่าย “จะฝากของมิใช่หรือ หรือว่าจดหมาย ไม่เห็นเจ้านำสิ่งใดมาด้วย”

ชายารัชทายาทถอนหายใจ “ข้าเชื่อใจท่าน ดังนั้น...ข้าหวังว่าทั้งท่านพ่อ พี่ใหญ่ รวมไปถึงท่านศิษย์พี่ พวกท่านต้องปลอดภัยกลับมา”

หยางกวงยิ้ม “ได้ ข้ารับปากเจ้า” รอยยิ้มสุดท้ายของเขาที่มองหยางเหยียนฝาดเฝื่อนเล็กน้อย

ราชสำนักวุ่นวาย คานอำนาจกำลังสั่นคลอน สงครามยังไม่จบ แต่กลับมีขุนนางแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเกี่ยงกันให้ความช่วยเหลือ แม้แต่เสบียงก็กำลังถูกยักยอก ถูกลดทอน เรื่องนี้หยางกวงรับหน้าที่เดินทางไปสอบสวนด้วยตัวเองลับๆ ถามว่าน่ากังวลหรือไม่...ก็ต้องตอบว่าน่ากังวล

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 7.4 จบ

    “เพราะนางตั้งครรภ์หรือไม่ คนแรกก็เป็นท่านอ๋องน้อยเลย เช่นนี้ท่านอ๋องคงโปรดปรานนางมาก”“แต่ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องรักนางตั้งแต่แรกพบนี่นา ยังทรงประกาศว่านอกจากนางไม่ทรงรับสตรีใดเข้าจวน เว้นเพียงสตรีนางนั้นจะสามามารถเอาชนะเพลงกระบี่ของท่านอ๋องได้”“มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือ”“เหลวไหล”“ข้าก็ไม่เชื่อ”“แต่ว่า...นั่นนางแน่หรือ ข้าไม่เคยได้ยินว่าท่านอ๋องกับพระชายาจะเข้าเมืองหลวงนี่”“ไม่ใช่นางหรอก อาจเป็นเชื้อพระวงศ์สักพระองค์”“ถามนางกำนัลดูสิ”“ไม่เอาไม่กล้าถาม”“ก็ไม่เห็นงดงามเลยนี่นา ทั้งยังเคยถูกปลดมาแล้ว ถ้าใช่นางจริงๆ ละก็ข้าคงผิดหวังน่าดู นางมีดีอะไรจึงมัดใจท่านอ๋องไว้ได้”“ใช่นางหรือไม่เข้าไปดูใกล้ๆ สิ”“นางมีเด็กมาด้วยสองคนนะ หรือว่าจะใช่”“ข้าว่าใช่นางนะสตรีที่...”อิงหลันเสวี่ยค่อยๆ หันหลังกลับไปด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว...ข้าก็คือโหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้นที่พวกเจ้ากล่าวถึง ข้าก็คืออนุชายาผู้นั้นอีก และก็เป็นข้า...หรงเจี้ยนหวางเฟยผู้นั้นที่ไม่คู่ควรกับท่านอ๋อง สตรีที่พวกเจ้าพูดถึงเมื่อครู่คือข้าเอง”“ใครพูดถึงเจ้า” ชายหนุ่มหล่อเหลาสูงส่งเดินเข้ามาจากอีกฟาก สตรีชนชั้นสูงเหล่านั้นสะดุ้งเ

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 7.3

    เขาจุมพิตริมฝีปากนาง “เพราะข้ารักเจ้า เช่นนั้นไม่ว่าเจ้าอยากได้สิ่งใด อยากทำสิ่งใด ข้าล้วนสนับสนุน เช่นเดียวกันหากเจ้าไม่อยากทำ ไม่อยากเป็น ข้าจะไม่มีทางฝืนใจเจ้า ที่ข้าหวังคือรอยยิ้มของเจ้า ความสุขของเจ้า”นางซุกใบหน้าเข้ากับอกเขา “หม่อมฉันรักท่านอ๋องเพคะ”เขาหัวเราะ “ข้ารู้ ข้าก็รักเจ้าหลันเสวี่ยของข้า”“ท่านอ๋องมีความปรารถนาหรือไม่เพคะ”เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “มีสิ”“อะไรหรือเพคะ”“อยากให้เจ้าคลอดอ๋องน้อยสักคน หรือหากไม่ได้ ท่านหญิงน้อยสักคนก็ไม่เลว” นางชะงักไปทำให้เขาก้มลงมอง “ทำไมหรือ”“หม่อมฉันเพียงกังวล ด้วยฐานะของหม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่ได้หมายความว่าอยากเป็นชายาของท่านอ๋อง แต่...”“ข้าเข้าใจ เจ้ากลัวว่าบุตรของเจ้ากับข้าจะไม่ได้รับการยอมรับ??”“เพคะ” นางไม่ปฏิเสธ บุตรที่เกิดจากอนุชายาจะได้รับการยอมรับได้อย่างไร วันหน้านางกังวลว่าพวกเขาจะได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจ “อีกอย่าง...หากนานวันพวกเขาสะสมความน้อยเนื้อต่ำใจ โดนผู้คนเยาะเย้นดูถูก หม่อมฉันกลัวว่า...” หากวันหนึ่งพวกเขาหลงเริงในอำนาจ มีใจคิดคดต่อบัลลังก์ หลงวนกับการแก่งแย่งเช่นองค์ชายรอง...“หลันเสวี่ย”“เพคะ”“เจ้าเป็นคนเช่นไ

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 7.2

    หลี่กงกงหัวเราะ “เช่นนั้นปีหน้ากระหม่อมจะให้ท่านอ๋องส่งดอกหลานจื่อมาให้พระองค์สักสิบกระถาง ท่านอ๋องไม่มีทางปฏิเสธ”“ช่างเถิดๆ เราไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย” เพิ่งพูดจบก็หันไปมองหลี่กงกง “สิบกระถางพอแขวนที่ตำหนักเราหรือไม่”หลี่กงกงพยักหน้า “พอแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”อิงหลันเสวี่ย...หลับฝันในความฝันนางหวนคืนไปยังวันแต่งงาน อนุชายา...ตำแหน่งนี้นางเคยปฏิเสธเพราะตัวนางไม่ได้รับการยอมรับ ไม่ใช่เพราะนางทะเยอทะยานอยากได้ตำแหน่งหรงเจี้ยนหวางเฟยนางใช้ความอดทน ความมั่นคงหนักแน่น ใช้เวลาพิสูจน์ว่าความรู้สึกของนางไม่ได้เป็นเพียงภาพลวงตา ระหว่างนั้นก็ใช้หมู่บ้านหลงเฉิง ทำความดีด้วยการส่งเสบียงไปยังชายแดนยามเกิดความไม่สงบก่อร่างสร้างตัวจากร้านค้าในมือ ทำให้จวนปั๋วกลับมามั่งคั่ง กระทั่งสามารถแบ่งปัน ตอบแทนคืนให้แคว้นต้าฉู่ผ่านโรงทาน ผ่านเสบียงกรังของทหาร ผ่านการสร้าง บูรณะวัดวาอาราม กอบกู้ชื่อเสียงที่ด่างพร้อยของตนขึ้นให้เป็นที่ยอมรับเวลาสามปี นางยังคงสม่ำเสมอในความรู้สึก ยังคงมั่นคง ยึดมั่นต่อความรักที่นางมีให้หรงเจี้ยนหวาง เขียนจดหมาย ส่งของฝาก ของกิน ของใช้ อดทนรอคอยและหวังว่าสักวันนางคงมีโอกาสได้พบเขา

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 7.1

    พิเศษการแต่งอนุชายาที่ยิ่งใหญ่ของหรงเจี้ยนหวาง ถูกทหารแดนตะวันออกกล่าวขานส่งต่อคำพูดไปจนถึงเมืองหลวง นายทหารทุกคนล้วนเรียกอนุชายาท่านอ๋องว่า ‘นายหญิง!!’“ไม่ใช่ว่านางเป็นเพียงสตรีที่เคยถูกสามีหย่าหรือ เหตุใดยังได้เป็นอนุชายาท่านอ๋องเล่า”“เจ้าไม่รู้อะไร ท่านอ๋องน่ะนับตั้งแต่กลับเมืองหลวงก็เสี่ยงชีวิตช่วยนางตั้งไม่รู้กี่ครั้ง”“ข้าได้ยินมาว่านางมีความดีความชอบนี่ เสบียงชายแดนล้วนเป็นจวนปั๋วที่ออกหน้าส่งไปทุกทาง ขาดแคลนหรือถูกปล้น ก็ล้วนเป็นจวนปั๋วทั้งสิ้นที่ส่งเสบียงไม่ขาด ขนาดเจ้ากรมคลังยังเกรงใจนางถึงสามส่วนยามพบกัน”“ได้ยินมาว่าไทเฮาไม่ชอบนาง แต่ยังไงก็ยังเรียกนางเข้าเฝ้าทุกเดือน เดือนละครั้ง เห็นว่าท่านอ๋องส่งจดหมาย ส่งของฝากมาให้นางทุกเดือน แม้แต่ฝ่าบาทกับไทเฮายังได้รับข่าวจากท่านอ๋องไม่บ่อยเท่านางเลย”“ข้าก็เคยได้ยินนะ ตอนนั้นเกิดเรื่องวุ่นวายที่องค์ชายรองก่อกบฏ ท่านอ๋องช่วยชีวิตนางจนบาดเจ็บสาหัส ทว่าฝ่าบาทกับไทเฮากลับไม่เห็นด้วยที่จะให้นางแต่งเข้าจวนอ๋อง ตอนนั้นดูเหมือนนางเพิ่งหย่าสามีได้ไม่นาน”“หย่ากับสามีแล้วอย่างไร ถูกปลดแล้วอย่างไร บุรุษที่ปลดนางนับว่าเป็นตัวอะไร ก็บุรุษสา

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 6.10

    ---ท่านอ๋อง---หิมะกำลังละลายแล้ว ดอกเหมยเบ่งบานและกำลังจะร่วงโรย เมืองหลวงนับว่าอากาศดีมากจริงๆ ที่หมู่บ้านตอนนี้กำลังจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง หัวหน้าหมู่บ้านเพิ่งมีข่าวดี ฮูหยินของเขาคลอดบุตรชายในที่สุดปีนี้ข้าวเปลือกนับว่าได้ผลดีมาก ตามคำแนะนำของท่านอ๋อง ทำให้ผลผลิตปีนี้ดีกว่าทุกปี ฝ่าบาทยังพระราชทานป้ายอักษรแขวนเอาไว้เหนือทางเข้าหมู่บ้าน ตอนนี้หมู่บ้านหลงเฉิงกลายเป็นหมู่บ้านแห่งคุณความดี หลังจากที่ชายแดนได้รับเสบียงจากหมู่บ้านไม่ขาดน้องชายของหม่อมฉัน ตอนนี้ได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าองครักษ์เกราะดำ ยกความดีความชอบนี้ให้ท่านอ๋อง แม่ทัพเซี่ยรับเขาเป็นศิษย์ ฝึกปรือฝีมือเขาอย่างเข้มงวด ทำให้เขาไม่กล้าหย่อนวินัยแม้แต่น้อยสามปีแล้ว...ยังคงไม่คลายความคำนึง ขอท่านอ๋องดูแลถนอมวรกาย---หลันเสวี่ยของท่าน---เพิ่งอ่านจดหมายฉบับล่าสุดของอิงหลันเสวี่ยจบ จวินจิ่งที่มีสีหน้าเคร่งเครียด เขาเดินเข้ามารายงานชายหนุ่มที่ยังคงรั้งอยู่ที่ป้อม“ท่านอ๋อง มีราชโองการมาจากเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ”“ราชโองการ??”“พ่ะย่ะค่ะ”ชายหนุ่มมองคนสนิท “มีเรื่องอะไร”“คือ...หลี่กงกงมากับ...อนุชายาพ่ะย่ะค่ะ ท่านหญิงสุ่ยหยาง บุญส

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 6.9

    แล้ว...นางก็สะอื้นออกมาเสียงเบา “หม่อมฉันไม่เสียใจ ไม่เสียใจที่รักท่านอ๋อง”เขาไม่ได้ตอบนาง เพียงยืนเงียบอยู่เช่นนั้น ปล่อยให้นางกอดเท่าที่นางต้องการ ไม่นานนักน้องชายของนางก็มา “ท่านอ๋องกระหม่อมจะส่งเสด็จกลับ”“อืม ดูแลพี่สาวเจ้าให้ดี เส้นผมสักเส้นก็ห้ามหายไป”“กระหม่อมรับบัญชา”คืนนั้น...อิงหลันเสวี่ยปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ ปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอ ปล่อยให้ตัวเองอาลัยอาวรณ์อย่างถึงที่สุด กระทั่งรุ่งสางนางก็ล้างหน้าเปลี่ยนชุด จากนั้นออกจากจวนกลับไปยังหมู่บ้านหลงเฉิงพืชพรรณ ข้าวเปลือก ธัญพืช เมล็ดพันธุ์ หมู่บ้านหลงเฉิงเป็นที่หนึ่งในการส่งเสบียงให้กับชายแดน ทั้งเหนือ ใต้ ออก และตะวันตก ผลผลิตในแต่ละฤดูกาลล้วนถูกแบ่งออกจากส่วนที่เป็นของหญิงสาว ส่งออกไปสมทบเป็นเสบียงให้กับทหารชายแดนในนามของจวนปั๋ว ทว่าผู้คนล้วนตระหนักดีว่านางเป็นคนส่งเสบียงเหล่านั้นอิงหมิงเฉิงเข้ารับตำแหน่งองครักษ์หลวงตั้งแต่อายุได้เพียงสิบห้าปี เขาทำหน้าที่องครักษ์ของรัชทายาท อยู่ทำงานใกล้ชิดเป็นคนสนิทที่รัชทายาทไว้วางพระทัยหนึ่งปีหลังจากที่หรงเจี้ยนหวางกลับแดนตะวันออก ผู้คนยังคงกล่าวถึงหรงเจี้ยนหวางเฟยที่ไม่ได้เข้าแม้แต่ปร

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 1.6

    จวนอี้ผิงโหวเดิมทีก็มีเพียงเปลือกนอกที่กลวงโบ๋ มีเพียงบรรดาศักดิ์ ชื่อเสียง หน้าตา ฐานะ หากแต่ไร้ซึ่งกำลังทรัพย์!!!เงินทองเท่านั้นที่สามารถเติมเต็มความปรารถนาของจวนโหวได้ หาไม่คนตระกูลจ้าวไหนเลยจะยอมให้จ้าวหลิวออกไปเสี่ยงชีวิตเช่นนี้!!จ้าวหลิวเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของอี้ผิงโหว ฮูหยินเอกของอี้ผิง

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 1.5

    “ไม่ผิด” นางสบตาเขานิ่งด้วยประกายมั่นคง “มารดาของท่านจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งค่ายา ค่าหมอ สาวใช้ ที่พัก ความปลอดภัยในเมืองหลวง”ลั่วเป่ยหยวนมองนางราวกับมองคนเสียสติ “ค่าจ้างห้าร้อยตำลึงไม่ดีกว่าหรือ เหตุใดจึงต้องยอมจ่ายมากมายถึงเพียงนั้น”“มารดาของท่านสำคัญต่อท่าน น้องชายของข้าก็สำคัญต่อข้าเ

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 1.4

    แต่งงานสามวันเจ้าสาวกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม อิงหลันเสวี่ยไปกราบคารวะบิดาที่ยังคงนอนซมบนเตียงไม่ได้สติ นางรู้ดีว่าอีกฝ่ายเหลือเวลาไม่มากแล้ว...อิงหมิงเฉิงเข้ามาคารวะนางด้วยสีหน้าเป็นกังวล “พี่ใหญ่...ข้างนอกนั่นข่าวลือเกี่ยวกันท่านล้วนเป็นเรื่องเสียหาย ได้ยินพ่อบ้านซูกล่าวว่าท่านเป็นคนสั่งให้กระจายข่าว

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 1.3

    แม่นมสวีเดินเข้ามาในห้องและรู้สึกประหลาดใจที่เห็นผู้เป็นนายเปลี่ยนชุดแล้ว “คุณหนู?”“ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง”“ราชโองการทำให้ท่านเขยต้องออกเดินทางทันทีเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นก็ไปเถิด ข้าจะออกไปส่งท่านโหวเดินทาง”ชาติก่อนนางไม่ได้ออกไปส่งเพราะเชื่อฟังแม่นมสวี เจ้าสาวที่เพิ่งแต่งเข้าไม่ควรออกจากห้องหอ กว่า

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status