Share

บทที่ 1.4

last update Tanggal publikasi: 2026-03-24 10:23:53

แต่งงานสามวันเจ้าสาวกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม อิงหลันเสวี่ยไปกราบคารวะบิดาที่ยังคงนอนซมบนเตียงไม่ได้สติ นางรู้ดีว่าอีกฝ่ายเหลือเวลาไม่มากแล้ว...

อิงหมิงเฉิงเข้ามาคารวะนางด้วยสีหน้าเป็นกังวล “พี่ใหญ่...ข้างนอกนั่นข่าวลือเกี่ยวกันท่านล้วนเป็นเรื่องเสียหาย ได้ยินพ่อบ้านซูกล่าวว่าท่านเป็นคนสั่งให้กระจายข่าวลือ เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรขอรับ”

นางมองน้องชายของตนที่แม้อายุเพียงสิบสอง ทว่าเขาก็มีความคิดความอ่านรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น “เฉิงเฉิง ตั้งแต่เด็กเจ้าเชื่อฟังพี่ใหญ่มาโดยตลอด ไม่ว่าพี่ใหญ่ให้เจ้าทำสิ่งใดเจ้าไม่เคยขัดเลย มีเรื่องหนึ่งพี่ใหญ่เห็นว่าสำคัญมาก ไม่อาจให้ผู้ใดทำ ไม่อาจไว้ใจผู้ใด เจ้า...ทำให้พี่ใหญ่ได้หรือไม่”

“เรื่องอะไรหรือขอรับ”

“เจ้า...ต้องไปที่ชายแดนเหนือ”

“ชายแดนเหนือ?? แต่พี่ใหญ่แต่งงานเพราะไม่อยากให้ข้าไปชายแดนเหนือมิใช่หรือขอรับ”

“ใช่ ไม่ให้เจ้าไปในฐานะหย่งจื๋อปั๋วซื่อจื่อ แต่ไปในฐานะผู้ส่งเสบียง เจ้าคิดว่าจะทำได้หรือไม่”

“ได้สิขอรับ ขอเพียงแบ่งเบาพี่ใหญ่ได้ข้าล้วนอยากทำ!”

“ดี...อีกห้าวัน ขอเวลาพี่ใหญ่ห้าวัน เรื่องนี้ห้ามเจ้าบอกผู้ใด แม้แต่ท่านแม่ก็บอกไม่ได้” นางมองเสี่ยวอู่คนสนิทของน้องชาย นี่คือหนึ่งในความหวังของนางที่จะปกป้องน้องชาย

“ขอรับ ข้าเชื่อฟังพี่ใหญ่”

เช้าวันถัดมานางให้แม่นมสวีกับเสี่ยวฉวนกลับจวนโหวไปก่อน ตัวนางกับเสี่ยวอวี๋แยกออกไปเดินในตลาด ใช้ข้ออ้างไปเดินตรวจร้านค้าของจวนปั๋ว ทว่านางกลับไปไม่ได้ไปที่ร้านค้าเพียงตรงไปยังตลาดค้าทาส

เสี่ยวอวี๋เอาตัวเองบดบังไม่ให้หญิงสาวถูกเดินชน แม้สงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามผู้เป็นนายให้มากความ เดินอยู่ค่อนวันก็ยังไม่รู้ว่าอิงหลันเสวี่ยกำลังมองหาสิ่งใด กระทั่ง...อยู่ๆ หญิงสาวก็ก้าวปราดเข้าไปหาชายร่างสูงกำยำผู้หนึ่ง

“คุณชายท่านนี้ช้าก่อน”

เสี่ยวอวี๋กล้าๆ กลัวๆ แต่ก็ปราดเข้าไปยืนขวางผู้เป็นนาย เอาตัวบังอีกฝ่ายราวกับกลัวว่าชายตรงหน้าจะทำร้ายผู้เป็นนาย “เสี่ยวอวี๋...ไม่เป็นไร” อิงหลันเสวี่ยส่ายหน้า

“ฮูหยินท่านนี้มีเรื่องใดหรือ”

นางมองเขาขึ้นๆ ลงๆ หลายครั้งจากนั้นเอ่ยถาม “ท่านเป็นวรยุทธ์หรือไม่”

เขาพยักหน้า นางยิ้ม “ข้ากำลังมองหาคนช่วยงาน เป็นงานที่อันตรายมาก แต่ก็ค่าจ้างงามเช่นกัน ท่านสนใจหรือไม่”

อีกฝ่ายเลิกคิ้วมองไปรอบๆ “คนตั้งมากมายเหตุใดเลือกข้า”

“เพราะ...ท่านดูเหมือนเป็นคนดีฝีมือ อีกทั้งที่นี่เป็นตลาดค้าทาส มีเพียงพ่อค้าทาส คนซื้อ และคนขายแรงงานเท่านั้นจึงจะมาเดิน”

เขาก้มลงมองตัวเอง “ข้าคงดูไม่เหมือนคนซื้อ ไม่เหมือนพ่อค้าด้วย”

“หากท่านสนใจพวกเราก็นั่งลงสนทนา หากไม่ข้าจะไม่รบกวนเวลาของท่าน”

“ฮูหยิน...เชิญ”

อิงหลันเสวี่ยมองประเมินลั่วเป่ยหยวน จำได้ว่าเขาเป็นทหารรับจ้างฝีมือดี ขอเพียงมีค่าจ้างไม่ว่างานอะไรเขาพร้อมเสี่ยงชีวิต ชาติก่อนเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่รอดชีวิตกลับมาจากสงคราม มีผลงานในกองทัพไม่น้อย เห็นชัดว่าเป็นคนมีฝีมือ

มีคนเคยกล่าวถึงว่าลั่วเป่ยหยวนไม่ได้ตั้งใจสมัครไปเป็นทหาร เพียงแต่มารดาของเขาล้มป่วย เพราะต้องการเงินไปจ่ายค่ารักษามารดา เขาจึงขายตัวให้องครักษ์คนหนึ่งของกองทัพ ติดตามอีกฝ่ายไปรบยังชายแดนเหนือ จากนั้นจึงสร้างผลงานกลับมาจนกลายเป็นหนึ่งในนายกองผู้เก่งกาจ

“บอกท่านตามตรง ข้ามีน้องชายอยู่คนหนึ่ง เป็นทายาทที่ต้องสืบทอดบรรดาศักดิ์ของตระกูลในภายหน้า ดังนั้นข้าจึงอยากได้คนคุ้มกันข้างกายเขา ปกป้องดูแลให้เขากลับเมืองหลวงอยากปลอดภัย”

“ปกป้องเขาจากสิ่งใด”

“ชายแดนเหนือ”

ลั่วเป่ยหยวนเลิกคิ้ว “น้องชายของท่านเป็นทหาร?”

“มิใช่ น้องชายของข้าต้องไปส่งเสบียง”

เขาพยักหน้า “ค้าจ้างห้าร้อยตำลึงต่อหนึ่งรอบ”

“ข้าขอเสียมารยาทถาม เงินห้าร้อยตำลึงนี้ท่านจะนำไปใช้เรื่องใด”

“มารดาของข้าล้มป่วย”

“มารดาของท่าน?”

“ใช่แล้ว”

“หากข้ารับปากว่าจะรับมารดาของท่านมาไว้ในการดูแลของข้า เช่นนี้ท่านจะวางใจคุ้มครองปกป้องน้องชายของข้า อยู่ดูแลเขาชั่วระยะหนึ่งรวมไปถึงส่งข่าวคราวกลับมาหาข้าที่เมืองหลวงเป็นครั้งคราวได้หรือไม่”

อีกฝ่ายขมวดคิ้วมองนาง... “รับมารดาข้าไปดูแล?”

“ถูกต้อง”

“ในช่วงสงครามเช่นนี้?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 7.4 จบ

    “เพราะนางตั้งครรภ์หรือไม่ คนแรกก็เป็นท่านอ๋องน้อยเลย เช่นนี้ท่านอ๋องคงโปรดปรานนางมาก”“แต่ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องรักนางตั้งแต่แรกพบนี่นา ยังทรงประกาศว่านอกจากนางไม่ทรงรับสตรีใดเข้าจวน เว้นเพียงสตรีนางนั้นจะสามามารถเอาชนะเพลงกระบี่ของท่านอ๋องได้”“มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือ”“เหลวไหล”“ข้าก็ไม่เชื่อ”“แต่ว่า...นั่นนางแน่หรือ ข้าไม่เคยได้ยินว่าท่านอ๋องกับพระชายาจะเข้าเมืองหลวงนี่”“ไม่ใช่นางหรอก อาจเป็นเชื้อพระวงศ์สักพระองค์”“ถามนางกำนัลดูสิ”“ไม่เอาไม่กล้าถาม”“ก็ไม่เห็นงดงามเลยนี่นา ทั้งยังเคยถูกปลดมาแล้ว ถ้าใช่นางจริงๆ ละก็ข้าคงผิดหวังน่าดู นางมีดีอะไรจึงมัดใจท่านอ๋องไว้ได้”“ใช่นางหรือไม่เข้าไปดูใกล้ๆ สิ”“นางมีเด็กมาด้วยสองคนนะ หรือว่าจะใช่”“ข้าว่าใช่นางนะสตรีที่...”อิงหลันเสวี่ยค่อยๆ หันหลังกลับไปด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว...ข้าก็คือโหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้นที่พวกเจ้ากล่าวถึง ข้าก็คืออนุชายาผู้นั้นอีก และก็เป็นข้า...หรงเจี้ยนหวางเฟยผู้นั้นที่ไม่คู่ควรกับท่านอ๋อง สตรีที่พวกเจ้าพูดถึงเมื่อครู่คือข้าเอง”“ใครพูดถึงเจ้า” ชายหนุ่มหล่อเหลาสูงส่งเดินเข้ามาจากอีกฟาก สตรีชนชั้นสูงเหล่านั้นสะดุ้งเ

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 7.3

    เขาจุมพิตริมฝีปากนาง “เพราะข้ารักเจ้า เช่นนั้นไม่ว่าเจ้าอยากได้สิ่งใด อยากทำสิ่งใด ข้าล้วนสนับสนุน เช่นเดียวกันหากเจ้าไม่อยากทำ ไม่อยากเป็น ข้าจะไม่มีทางฝืนใจเจ้า ที่ข้าหวังคือรอยยิ้มของเจ้า ความสุขของเจ้า”นางซุกใบหน้าเข้ากับอกเขา “หม่อมฉันรักท่านอ๋องเพคะ”เขาหัวเราะ “ข้ารู้ ข้าก็รักเจ้าหลันเสวี่ยของข้า”“ท่านอ๋องมีความปรารถนาหรือไม่เพคะ”เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “มีสิ”“อะไรหรือเพคะ”“อยากให้เจ้าคลอดอ๋องน้อยสักคน หรือหากไม่ได้ ท่านหญิงน้อยสักคนก็ไม่เลว” นางชะงักไปทำให้เขาก้มลงมอง “ทำไมหรือ”“หม่อมฉันเพียงกังวล ด้วยฐานะของหม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่ได้หมายความว่าอยากเป็นชายาของท่านอ๋อง แต่...”“ข้าเข้าใจ เจ้ากลัวว่าบุตรของเจ้ากับข้าจะไม่ได้รับการยอมรับ??”“เพคะ” นางไม่ปฏิเสธ บุตรที่เกิดจากอนุชายาจะได้รับการยอมรับได้อย่างไร วันหน้านางกังวลว่าพวกเขาจะได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจ “อีกอย่าง...หากนานวันพวกเขาสะสมความน้อยเนื้อต่ำใจ โดนผู้คนเยาะเย้นดูถูก หม่อมฉันกลัวว่า...” หากวันหนึ่งพวกเขาหลงเริงในอำนาจ มีใจคิดคดต่อบัลลังก์ หลงวนกับการแก่งแย่งเช่นองค์ชายรอง...“หลันเสวี่ย”“เพคะ”“เจ้าเป็นคนเช่นไ

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 7.2

    หลี่กงกงหัวเราะ “เช่นนั้นปีหน้ากระหม่อมจะให้ท่านอ๋องส่งดอกหลานจื่อมาให้พระองค์สักสิบกระถาง ท่านอ๋องไม่มีทางปฏิเสธ”“ช่างเถิดๆ เราไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย” เพิ่งพูดจบก็หันไปมองหลี่กงกง “สิบกระถางพอแขวนที่ตำหนักเราหรือไม่”หลี่กงกงพยักหน้า “พอแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”อิงหลันเสวี่ย...หลับฝันในความฝันนางหวนคืนไปยังวันแต่งงาน อนุชายา...ตำแหน่งนี้นางเคยปฏิเสธเพราะตัวนางไม่ได้รับการยอมรับ ไม่ใช่เพราะนางทะเยอทะยานอยากได้ตำแหน่งหรงเจี้ยนหวางเฟยนางใช้ความอดทน ความมั่นคงหนักแน่น ใช้เวลาพิสูจน์ว่าความรู้สึกของนางไม่ได้เป็นเพียงภาพลวงตา ระหว่างนั้นก็ใช้หมู่บ้านหลงเฉิง ทำความดีด้วยการส่งเสบียงไปยังชายแดนยามเกิดความไม่สงบก่อร่างสร้างตัวจากร้านค้าในมือ ทำให้จวนปั๋วกลับมามั่งคั่ง กระทั่งสามารถแบ่งปัน ตอบแทนคืนให้แคว้นต้าฉู่ผ่านโรงทาน ผ่านเสบียงกรังของทหาร ผ่านการสร้าง บูรณะวัดวาอาราม กอบกู้ชื่อเสียงที่ด่างพร้อยของตนขึ้นให้เป็นที่ยอมรับเวลาสามปี นางยังคงสม่ำเสมอในความรู้สึก ยังคงมั่นคง ยึดมั่นต่อความรักที่นางมีให้หรงเจี้ยนหวาง เขียนจดหมาย ส่งของฝาก ของกิน ของใช้ อดทนรอคอยและหวังว่าสักวันนางคงมีโอกาสได้พบเขา

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 7.1

    พิเศษการแต่งอนุชายาที่ยิ่งใหญ่ของหรงเจี้ยนหวาง ถูกทหารแดนตะวันออกกล่าวขานส่งต่อคำพูดไปจนถึงเมืองหลวง นายทหารทุกคนล้วนเรียกอนุชายาท่านอ๋องว่า ‘นายหญิง!!’“ไม่ใช่ว่านางเป็นเพียงสตรีที่เคยถูกสามีหย่าหรือ เหตุใดยังได้เป็นอนุชายาท่านอ๋องเล่า”“เจ้าไม่รู้อะไร ท่านอ๋องน่ะนับตั้งแต่กลับเมืองหลวงก็เสี่ยงชีวิตช่วยนางตั้งไม่รู้กี่ครั้ง”“ข้าได้ยินมาว่านางมีความดีความชอบนี่ เสบียงชายแดนล้วนเป็นจวนปั๋วที่ออกหน้าส่งไปทุกทาง ขาดแคลนหรือถูกปล้น ก็ล้วนเป็นจวนปั๋วทั้งสิ้นที่ส่งเสบียงไม่ขาด ขนาดเจ้ากรมคลังยังเกรงใจนางถึงสามส่วนยามพบกัน”“ได้ยินมาว่าไทเฮาไม่ชอบนาง แต่ยังไงก็ยังเรียกนางเข้าเฝ้าทุกเดือน เดือนละครั้ง เห็นว่าท่านอ๋องส่งจดหมาย ส่งของฝากมาให้นางทุกเดือน แม้แต่ฝ่าบาทกับไทเฮายังได้รับข่าวจากท่านอ๋องไม่บ่อยเท่านางเลย”“ข้าก็เคยได้ยินนะ ตอนนั้นเกิดเรื่องวุ่นวายที่องค์ชายรองก่อกบฏ ท่านอ๋องช่วยชีวิตนางจนบาดเจ็บสาหัส ทว่าฝ่าบาทกับไทเฮากลับไม่เห็นด้วยที่จะให้นางแต่งเข้าจวนอ๋อง ตอนนั้นดูเหมือนนางเพิ่งหย่าสามีได้ไม่นาน”“หย่ากับสามีแล้วอย่างไร ถูกปลดแล้วอย่างไร บุรุษที่ปลดนางนับว่าเป็นตัวอะไร ก็บุรุษสา

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 6.10

    ---ท่านอ๋อง---หิมะกำลังละลายแล้ว ดอกเหมยเบ่งบานและกำลังจะร่วงโรย เมืองหลวงนับว่าอากาศดีมากจริงๆ ที่หมู่บ้านตอนนี้กำลังจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง หัวหน้าหมู่บ้านเพิ่งมีข่าวดี ฮูหยินของเขาคลอดบุตรชายในที่สุดปีนี้ข้าวเปลือกนับว่าได้ผลดีมาก ตามคำแนะนำของท่านอ๋อง ทำให้ผลผลิตปีนี้ดีกว่าทุกปี ฝ่าบาทยังพระราชทานป้ายอักษรแขวนเอาไว้เหนือทางเข้าหมู่บ้าน ตอนนี้หมู่บ้านหลงเฉิงกลายเป็นหมู่บ้านแห่งคุณความดี หลังจากที่ชายแดนได้รับเสบียงจากหมู่บ้านไม่ขาดน้องชายของหม่อมฉัน ตอนนี้ได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าองครักษ์เกราะดำ ยกความดีความชอบนี้ให้ท่านอ๋อง แม่ทัพเซี่ยรับเขาเป็นศิษย์ ฝึกปรือฝีมือเขาอย่างเข้มงวด ทำให้เขาไม่กล้าหย่อนวินัยแม้แต่น้อยสามปีแล้ว...ยังคงไม่คลายความคำนึง ขอท่านอ๋องดูแลถนอมวรกาย---หลันเสวี่ยของท่าน---เพิ่งอ่านจดหมายฉบับล่าสุดของอิงหลันเสวี่ยจบ จวินจิ่งที่มีสีหน้าเคร่งเครียด เขาเดินเข้ามารายงานชายหนุ่มที่ยังคงรั้งอยู่ที่ป้อม“ท่านอ๋อง มีราชโองการมาจากเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ”“ราชโองการ??”“พ่ะย่ะค่ะ”ชายหนุ่มมองคนสนิท “มีเรื่องอะไร”“คือ...หลี่กงกงมากับ...อนุชายาพ่ะย่ะค่ะ ท่านหญิงสุ่ยหยาง บุญส

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 6.9

    แล้ว...นางก็สะอื้นออกมาเสียงเบา “หม่อมฉันไม่เสียใจ ไม่เสียใจที่รักท่านอ๋อง”เขาไม่ได้ตอบนาง เพียงยืนเงียบอยู่เช่นนั้น ปล่อยให้นางกอดเท่าที่นางต้องการ ไม่นานนักน้องชายของนางก็มา “ท่านอ๋องกระหม่อมจะส่งเสด็จกลับ”“อืม ดูแลพี่สาวเจ้าให้ดี เส้นผมสักเส้นก็ห้ามหายไป”“กระหม่อมรับบัญชา”คืนนั้น...อิงหลันเสวี่ยปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ ปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอ ปล่อยให้ตัวเองอาลัยอาวรณ์อย่างถึงที่สุด กระทั่งรุ่งสางนางก็ล้างหน้าเปลี่ยนชุด จากนั้นออกจากจวนกลับไปยังหมู่บ้านหลงเฉิงพืชพรรณ ข้าวเปลือก ธัญพืช เมล็ดพันธุ์ หมู่บ้านหลงเฉิงเป็นที่หนึ่งในการส่งเสบียงให้กับชายแดน ทั้งเหนือ ใต้ ออก และตะวันตก ผลผลิตในแต่ละฤดูกาลล้วนถูกแบ่งออกจากส่วนที่เป็นของหญิงสาว ส่งออกไปสมทบเป็นเสบียงให้กับทหารชายแดนในนามของจวนปั๋ว ทว่าผู้คนล้วนตระหนักดีว่านางเป็นคนส่งเสบียงเหล่านั้นอิงหมิงเฉิงเข้ารับตำแหน่งองครักษ์หลวงตั้งแต่อายุได้เพียงสิบห้าปี เขาทำหน้าที่องครักษ์ของรัชทายาท อยู่ทำงานใกล้ชิดเป็นคนสนิทที่รัชทายาทไว้วางพระทัยหนึ่งปีหลังจากที่หรงเจี้ยนหวางกลับแดนตะวันออก ผู้คนยังคงกล่าวถึงหรงเจี้ยนหวางเฟยที่ไม่ได้เข้าแม้แต่ปร

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 1.7

    “เอาละ...เจ้าออกไปเถิด ข้าเพิ่งแต่งเข้ามาไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ในใจเจ้าห่วงใยข้า ข้าจำเอาไว้แล้ว กลับออกไปทำงานเถิด”“...เจ้าค่ะ”เสี่ยวอวี๋ขมวดคิ้วมองเสี่ยวฉวน นางเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนาย “คุณหนู”“พี่ชายของเจ้าส่งข่าวมาแล้วหรือยัง” นางถามถึงเสี่ยวอู่พี่ชายของเสี่ยวอวี๋ที่ติดตามน้องชายไปชายแดนเห

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 1.6

    จวนอี้ผิงโหวเดิมทีก็มีเพียงเปลือกนอกที่กลวงโบ๋ มีเพียงบรรดาศักดิ์ ชื่อเสียง หน้าตา ฐานะ หากแต่ไร้ซึ่งกำลังทรัพย์!!!เงินทองเท่านั้นที่สามารถเติมเต็มความปรารถนาของจวนโหวได้ หาไม่คนตระกูลจ้าวไหนเลยจะยอมให้จ้าวหลิวออกไปเสี่ยงชีวิตเช่นนี้!!จ้าวหลิวเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของอี้ผิงโหว ฮูหยินเอกของอี้ผิง

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 1.5

    “ไม่ผิด” นางสบตาเขานิ่งด้วยประกายมั่นคง “มารดาของท่านจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งค่ายา ค่าหมอ สาวใช้ ที่พัก ความปลอดภัยในเมืองหลวง”ลั่วเป่ยหยวนมองนางราวกับมองคนเสียสติ “ค่าจ้างห้าร้อยตำลึงไม่ดีกว่าหรือ เหตุใดจึงต้องยอมจ่ายมากมายถึงเพียงนั้น”“มารดาของท่านสำคัญต่อท่าน น้องชายของข้าก็สำคัญต่อข้าเ

  • ข้าก็คือ...โหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้น!!   บทที่ 1.3

    แม่นมสวีเดินเข้ามาในห้องและรู้สึกประหลาดใจที่เห็นผู้เป็นนายเปลี่ยนชุดแล้ว “คุณหนู?”“ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง”“ราชโองการทำให้ท่านเขยต้องออกเดินทางทันทีเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นก็ไปเถิด ข้าจะออกไปส่งท่านโหวเดินทาง”ชาติก่อนนางไม่ได้ออกไปส่งเพราะเชื่อฟังแม่นมสวี เจ้าสาวที่เพิ่งแต่งเข้าไม่ควรออกจากห้องหอ กว่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status