LOGIN#แนวเกิดใหม่ กลับมาแก้แค้น เปลี่ยนชะตา# โปรยปก อิงหลันเสวี่ย คุณหนูใหญ่แห่ง จวนหย่งจื๋อปั๋ว การแต่งงานผูกผลประโยชน์ทับซ้อนสองจวนเข้าด้วยกัน ทว่าหลังแต่งงานทุกอย่างกลับเผยธาตุแท้ที่เห็นแก่ตัวของผู้คน สามีกลับจากชายแดนพร้อมสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ข้างกาย กล่าวอ้างใช้กฎเจ็ดขับข้อที่นางไร้ทายาท เพียงเพื่อปลดนางจากฐานะฮูหยินจวนโหว มารดามันเถิด!!! หลังไหว้ฟ้าดินไม่ทันเข้าห้องหอสามีก็ออกไปรบ เช่นนี้จะให้นางตั้งครรภ์กับป้านชาในห้องหอหรือไร!!! ความคับแค้นสุมอก ความเกลียดชังสั่งสมในใจ ถูกปลดไม่พอน้องชายยังถูกป้ายสีจนต้องจบชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม จวนหย่งจื๋อป๋อล่มสลาย จวนโหวกลับรุ่งเรืองด้วยสมบัติจากจวนปั๋วของนางเอง!!! ก่นด่าสาปแช่งสวรรค์ไม่ทันไร... อยู่ๆ นางก็ลืมตาขึ้นมาในวันแต่งงาน อิงหลันเสวี่ยกระชากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวหลังไหว้ฟ้าดิน นาง...พบว่าทุกอย่างกำลังเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม เพียงแต่ครั้งนี้...นางจะไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำอีกแล้ว!!!
View Moreแคว้นต้าฉู่ รัชศกอวี๋ฮว่าที่สิบสาม
สงครามชายแดนเหนือกินเวลานานกว่าปีครึ่ง ฮ่องเต้มีพระบัญชาให้เหล่าแม่ทัพและบรรดาท่านโหว ท่านปั๋ว รวมไปถึงแม่ทัพที่มีความสามารถระดมกำลังกันเพื่อรับมือชนเผ่าซยงหนูที่โหดร้ายเจ้าเล่ห์
ปีนั้น...หย่งจื๋อปั๋วนำทัพออกไปสมทบกับแม่ทัพเซี่ย ทว่าพลาดพลั้งต้องคมหอกของศัตรูจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ตระกูลอิงไร้แม่ทัพที่เหมาะสมเพื่อส่งไปยังชายแดน ด้วยอิงหมิงเฉิงเพิ่งจะอายุได้เพียงสิบสองเท่านั้น แม้มีศักดิ์เป็นซื่อจื่อจวนปั๋ว ทว่าแม้แต่เรี่ยวแรงจะจับดาบก็ยังไม่แข็งแกร่งพอ
ภายใต้สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดัน หากไม่อาจส่งแม่ทัพไปชายแดน ตระกูลอิงก็คงไม่อาจรักษาบรรดาศักดิ์เอาไว้ได้ เช่นนี้...จวนอี้ผิงโหวจึงหยิบยื่นข้อเสนอ
หากจวนปั๋วหมายแก้ปัญหาให้ลุล่วง จวนโหวเสนอให้สองจวนเกี่ยวดองผ่านการแต่งงาน คุณหนูใหญ่จวนปั๋ว อิงหลันเสวี่ย ปีนี้อายุครบสิบหกเพิ่งผ่านการปักปิ่น หากแต่งเข้าจวนโหวเป็นโหวฮูหยิน จวนโหวก็จะส่งอี้ผิงโหวจ้าวหลิวเป็นแม่ทัพเพื่อออกรบแทนจวนหย่งจื๋อปั๋ว
ข้อแม้ก็คือ...หนี้สินทั้งหมดของจวนโหว จวนปั๋วจะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบจ่ายให้ทั้งสิ้น!!!
เพื่อรักษาบรรดาศักดิ์ให้น้องชาย อิงหลันเสวี่ยจำใจตกลงรับข้อเสนอนี้ นางเคยพบจ้าวหลิว ซื่อจื่อจวนโหวครั้งหนึ่ง พบว่าเขาเป็นบุรุษที่ไม่ได้เลวร้ายนัก เช่นนี้นางจึงหวังว่าการแต่งงานที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายนี้ ในที่สุดจะจบลงด้วยความปรองดองของแต่ละฝ่าย
นาง...คิดผิด
งานแต่งเพิ่งเริ่ม... ไหว้ฟ้าดินจบลงยังไม่ทันได้เข้าห้องหอ ราชโองการก็ถูกส่งมาอย่างเร่งร้อน จ้าวหลิวจะต้องออกเดินทางไปยังชายแดนเหนือทันทีไม่อาจรั้งรอ
เช่นนี้...เจ้าสาวจึงถูกทิ้งเอาไว้ในห้องหอเพียงลำพังอย่างไร้ทางเลือก นำมาซึ่งความอับอายทว่าก็ไม่อาจตำหนิผู้ใด
สองเดือนหลังจากนั้น อิงหลันเสวี่ยกลายเป็นโหวฮูหยินที่ต้องดูแลและแบกรับภาระของสองจวน ทั้งจวนโหว จวนปั๋ว ค่าใช้จ่ายทั้งหมด หนี้สิน รวมไปถึงเสบียงที่ต้องถูกส่งไปยังชายแดนเหนืออีกด้วย!!!
ยามศึกสงครามทำการค้าให้ได้กำไรนั้นยากยิ่ง การจะจุนเจือผู้คนนับร้อยนับพันนั้นยากกว่า ข้าวปลาขาดแคลน เสบียงกรังเริ่มหายาก ทรัพย์สมบัติของจวนปั๋วถูกคนจวนโหวผลาญไปกว่าครึ่ง ทั้งที่หญิงสาวพยายามตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก ทว่าคนของจวนโหวกลับสร้างเรื่องไม่เว้นวันให้นางปวดศีรษะจนต้องกุมขมับ
น้องสามีติดการพนันหนี้สินก้อนใหญ่ ถูกเจ้าหนี้ตามมาทำร้ายถึงหน้าจวน นางต้องเป็นคนตามไปจ่ายหนี้สินนั้นให้
น้องสาวสามีใช้จ่ายมือเติบ แม้ในยามสงครามยังซื้อหาเครื่องประดับ จัดงานชมบุปผาอย่างใจกว้าง ยังมีมารดาของสามีที่เป็นเพียงอนุจวนโหว ถูกคนหลอกเอาเงินไปลงทุนและถูกโกงเงินไปไม่น้อย ร้อนถึงนางที่ต้องตามล้างตามเช็ด
ปัญหามากมายทำให้อิงหลันเสวี่ยล้มป่วย ในยามคับขันนางได้สติ คนของจวนปั๋วกลับมาชายแดนเพื่อส่งข่าว
อิงหมิงเฉิง น้องชายของนางอยากแบ่งเบาภาระจึงอาสาคุ้มกันเสบียงไปชายแดนด้วยตัวเอง กว่านางจะรู้เรื่องก็สายไปเสียแล้ว ข่าวการรบอันหนักหน่วงทำให้กองเสบียงถูกลอบโจมตี กระทั่งมีคนของกองทัพแจ้งมาว่าน้องชายของนางลอบสมคบกับศัตรู ส่งมอบเสบียงให้ชนเผาซงหนู แทนที่จะส่งมอบเสบียงให้ทหารของต้าฉู่!!!
ชายแดนวุ่นวายนานนับปี อิงหลันเสวี่ยแทบจะสูญสิ้นทุกอย่าง เมื่อสามีกลับมานางหวังมีที่พึ่งพิงทั้งทางใจและทางกาย
ถึงอย่างนั้น...นึกไม่ถึงว่าเขากลับพาสตรีนางหนึ่งกลับมาด้วย ...เสียนมู่ ญาติผู้น้องที่แอบติดตามเขาไปออกรบยังชายแดน อีกฝ่ายยังถึงกับตั้งครรภ์แล้วอีกด้วย!!!
ความสิ้นหวังทำให้นางล้มป่วย ร่างกายส่งผลทำให้จิตใจอ่อนแอ การสูญเสียทำให้นางสิ้นหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ ในขณะที่กำลังคิดจะปล่อยวาง กลับได้พบคนสนิทของน้องชายที่หนีตายกลับมาได้
นางพบว่า...น้องชายของนางถูกใส่ร้าย เขาไม่ได้สมคบคิดกับศัตรู แต่เพราะไปล่วงรู้ความลับของจ้าวหลิวเข้าเช่นนี้จึงถูกลอบสังหาร!!
อิงหลันเสวี่ยรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย หมายลุกขึ้นทวงความเป็นธรรมให้น้องชาย ให้ตัวเอง รวมไปถึงจวนปั๋ว
นึกไม่ถึง...สามีกลับลงมือก่อนก้าวหนึ่ง เขาส่งหนังสือหย่ามาให้นาง อ้างใช้กฎเจ็ดขับ[1] กล่าวว่านางไร้ทายาทสืบสกุล ปลดนางจากการเป็นโหวฮูหยิน ยึดทรัพย์สินของจวนปั๋วไปอย่างไร้ยางอายไม่พอ เขายังให้คนใกล้ชิดลอบวางยาพิษนางในทุกๆ วันจนนางค่อยๆ สิ้นใจไปช้าๆ!!!
[1] 七出 ชีชู คือฝ่ายสามี “ขับ” ภรรยาออกจากบ้านหากมีพฤติกรรมตรงกับข้อใดข้อหนึ่งใน เช่น ไม่ปรนนิบัติพ่อแม่สามี ไม่มีบุตร คบชู้ อิจฉาริษยา มีโรคร้ายแรง พูดมาก และลักขโมย การหย่าร้างลักษณะนี้ฝ่ายชายเป็นฝ่ายขับภรรยา ภรรยาไม่มีสิทธิ์ขับสามี ฉะนั้นหญิงที่ถูกหย่าร้างจึงได้รับความอับอาย ที่ทนไม่ไหวฆ่าตัวตายไปก็มีไม่น้อย
“เพราะนางตั้งครรภ์หรือไม่ คนแรกก็เป็นท่านอ๋องน้อยเลย เช่นนี้ท่านอ๋องคงโปรดปรานนางมาก”“แต่ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องรักนางตั้งแต่แรกพบนี่นา ยังทรงประกาศว่านอกจากนางไม่ทรงรับสตรีใดเข้าจวน เว้นเพียงสตรีนางนั้นจะสามามารถเอาชนะเพลงกระบี่ของท่านอ๋องได้”“มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือ”“เหลวไหล”“ข้าก็ไม่เชื่อ”“แต่ว่า...นั่นนางแน่หรือ ข้าไม่เคยได้ยินว่าท่านอ๋องกับพระชายาจะเข้าเมืองหลวงนี่”“ไม่ใช่นางหรอก อาจเป็นเชื้อพระวงศ์สักพระองค์”“ถามนางกำนัลดูสิ”“ไม่เอาไม่กล้าถาม”“ก็ไม่เห็นงดงามเลยนี่นา ทั้งยังเคยถูกปลดมาแล้ว ถ้าใช่นางจริงๆ ละก็ข้าคงผิดหวังน่าดู นางมีดีอะไรจึงมัดใจท่านอ๋องไว้ได้”“ใช่นางหรือไม่เข้าไปดูใกล้ๆ สิ”“นางมีเด็กมาด้วยสองคนนะ หรือว่าจะใช่”“ข้าว่าใช่นางนะสตรีที่...”อิงหลันเสวี่ยค่อยๆ หันหลังกลับไปด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว...ข้าก็คือโหวฮูหยินที่ถูกปลดผู้นั้นที่พวกเจ้ากล่าวถึง ข้าก็คืออนุชายาผู้นั้นอีก และก็เป็นข้า...หรงเจี้ยนหวางเฟยผู้นั้นที่ไม่คู่ควรกับท่านอ๋อง สตรีที่พวกเจ้าพูดถึงเมื่อครู่คือข้าเอง”“ใครพูดถึงเจ้า” ชายหนุ่มหล่อเหลาสูงส่งเดินเข้ามาจากอีกฟาก สตรีชนชั้นสูงเหล่านั้นสะดุ้งเ
เขาจุมพิตริมฝีปากนาง “เพราะข้ารักเจ้า เช่นนั้นไม่ว่าเจ้าอยากได้สิ่งใด อยากทำสิ่งใด ข้าล้วนสนับสนุน เช่นเดียวกันหากเจ้าไม่อยากทำ ไม่อยากเป็น ข้าจะไม่มีทางฝืนใจเจ้า ที่ข้าหวังคือรอยยิ้มของเจ้า ความสุขของเจ้า”นางซุกใบหน้าเข้ากับอกเขา “หม่อมฉันรักท่านอ๋องเพคะ”เขาหัวเราะ “ข้ารู้ ข้าก็รักเจ้าหลันเสวี่ยของข้า”“ท่านอ๋องมีความปรารถนาหรือไม่เพคะ”เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “มีสิ”“อะไรหรือเพคะ”“อยากให้เจ้าคลอดอ๋องน้อยสักคน หรือหากไม่ได้ ท่านหญิงน้อยสักคนก็ไม่เลว” นางชะงักไปทำให้เขาก้มลงมอง “ทำไมหรือ”“หม่อมฉันเพียงกังวล ด้วยฐานะของหม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่ได้หมายความว่าอยากเป็นชายาของท่านอ๋อง แต่...”“ข้าเข้าใจ เจ้ากลัวว่าบุตรของเจ้ากับข้าจะไม่ได้รับการยอมรับ??”“เพคะ” นางไม่ปฏิเสธ บุตรที่เกิดจากอนุชายาจะได้รับการยอมรับได้อย่างไร วันหน้านางกังวลว่าพวกเขาจะได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจ “อีกอย่าง...หากนานวันพวกเขาสะสมความน้อยเนื้อต่ำใจ โดนผู้คนเยาะเย้นดูถูก หม่อมฉันกลัวว่า...” หากวันหนึ่งพวกเขาหลงเริงในอำนาจ มีใจคิดคดต่อบัลลังก์ หลงวนกับการแก่งแย่งเช่นองค์ชายรอง...“หลันเสวี่ย”“เพคะ”“เจ้าเป็นคนเช่นไ
หลี่กงกงหัวเราะ “เช่นนั้นปีหน้ากระหม่อมจะให้ท่านอ๋องส่งดอกหลานจื่อมาให้พระองค์สักสิบกระถาง ท่านอ๋องไม่มีทางปฏิเสธ”“ช่างเถิดๆ เราไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย” เพิ่งพูดจบก็หันไปมองหลี่กงกง “สิบกระถางพอแขวนที่ตำหนักเราหรือไม่”หลี่กงกงพยักหน้า “พอแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”อิงหลันเสวี่ย...หลับฝันในความฝันนางหวนคืนไปยังวันแต่งงาน อนุชายา...ตำแหน่งนี้นางเคยปฏิเสธเพราะตัวนางไม่ได้รับการยอมรับ ไม่ใช่เพราะนางทะเยอทะยานอยากได้ตำแหน่งหรงเจี้ยนหวางเฟยนางใช้ความอดทน ความมั่นคงหนักแน่น ใช้เวลาพิสูจน์ว่าความรู้สึกของนางไม่ได้เป็นเพียงภาพลวงตา ระหว่างนั้นก็ใช้หมู่บ้านหลงเฉิง ทำความดีด้วยการส่งเสบียงไปยังชายแดนยามเกิดความไม่สงบก่อร่างสร้างตัวจากร้านค้าในมือ ทำให้จวนปั๋วกลับมามั่งคั่ง กระทั่งสามารถแบ่งปัน ตอบแทนคืนให้แคว้นต้าฉู่ผ่านโรงทาน ผ่านเสบียงกรังของทหาร ผ่านการสร้าง บูรณะวัดวาอาราม กอบกู้ชื่อเสียงที่ด่างพร้อยของตนขึ้นให้เป็นที่ยอมรับเวลาสามปี นางยังคงสม่ำเสมอในความรู้สึก ยังคงมั่นคง ยึดมั่นต่อความรักที่นางมีให้หรงเจี้ยนหวาง เขียนจดหมาย ส่งของฝาก ของกิน ของใช้ อดทนรอคอยและหวังว่าสักวันนางคงมีโอกาสได้พบเขา
พิเศษการแต่งอนุชายาที่ยิ่งใหญ่ของหรงเจี้ยนหวาง ถูกทหารแดนตะวันออกกล่าวขานส่งต่อคำพูดไปจนถึงเมืองหลวง นายทหารทุกคนล้วนเรียกอนุชายาท่านอ๋องว่า ‘นายหญิง!!’“ไม่ใช่ว่านางเป็นเพียงสตรีที่เคยถูกสามีหย่าหรือ เหตุใดยังได้เป็นอนุชายาท่านอ๋องเล่า”“เจ้าไม่รู้อะไร ท่านอ๋องน่ะนับตั้งแต่กลับเมืองหลวงก็เสี่ยงชีวิตช่วยนางตั้งไม่รู้กี่ครั้ง”“ข้าได้ยินมาว่านางมีความดีความชอบนี่ เสบียงชายแดนล้วนเป็นจวนปั๋วที่ออกหน้าส่งไปทุกทาง ขาดแคลนหรือถูกปล้น ก็ล้วนเป็นจวนปั๋วทั้งสิ้นที่ส่งเสบียงไม่ขาด ขนาดเจ้ากรมคลังยังเกรงใจนางถึงสามส่วนยามพบกัน”“ได้ยินมาว่าไทเฮาไม่ชอบนาง แต่ยังไงก็ยังเรียกนางเข้าเฝ้าทุกเดือน เดือนละครั้ง เห็นว่าท่านอ๋องส่งจดหมาย ส่งของฝากมาให้นางทุกเดือน แม้แต่ฝ่าบาทกับไทเฮายังได้รับข่าวจากท่านอ๋องไม่บ่อยเท่านางเลย”“ข้าก็เคยได้ยินนะ ตอนนั้นเกิดเรื่องวุ่นวายที่องค์ชายรองก่อกบฏ ท่านอ๋องช่วยชีวิตนางจนบาดเจ็บสาหัส ทว่าฝ่าบาทกับไทเฮากลับไม่เห็นด้วยที่จะให้นางแต่งเข้าจวนอ๋อง ตอนนั้นดูเหมือนนางเพิ่งหย่าสามีได้ไม่นาน”“หย่ากับสามีแล้วอย่างไร ถูกปลดแล้วอย่างไร บุรุษที่ปลดนางนับว่าเป็นตัวอะไร ก็บุรุษสา
เห็นท่าทีที่เป็นอริของจวิ้นจู่...ดูเหมือนข่าวลือในวังหลวงจะรวดเร็วกว่าที่นางคาด หรงเจี้ยนหวางเพิ่งเดินมาหานางก่อนมาถึงตำหนักลี่หยาง แต่ดูเหมือนคนที่นี่จะล่วงรู้กันแล้ว!!!“เจ้าน่ะหรือคุณหนูใหญ่จวนปั๋ว”“เพคะไทเฮา”“ไหน...เข้ามาใกล้ๆ ให้ข้าเห็นหน้าชัดๆ” หญิงสาวเดินเข้าไปอีกสองก้าว “ไกลไปใกล้เข้ามาอี
“มิใช่มีข่าวลือว่าท่านโหวกำลังตามหาชู้รักของโหวฮูหยินหรอกหรือ”ทุกคนถึงขั้นกลั้นหายใจมองหรงเจี้ยนหวาง ...ในใจคิดไปแล้วว่าชู้รักของอิงหลันเสวี่ยก็คือเขา หยางกวงเดินไปหยุดตรงหน้าอิงหลันเสวี่ย หญิงสาวไม่แม้แต่จะเหลือบมองเขา เพียงยืนเงียบหรุบตาลงต่ำ“ข้าดีใจจริงๆ ที่คำขู่ของข้าทำให้เจ้ากลัวจนไม่กล้าบอก
“ท่านคิดหรือว่าผ่านวันนี้ไป จวนโหวแห่งนี้จะมีที่ยืนสำหรับข้า สงสัยข้าที่ทำหน้าที่ดูแลจวน ก็เท่ากับไม่ไว้ใจข้า ในเมื่อไม่ไว้ใจตัวข้าอยู่ที่นี่ไปก็ไร้ประโยชน์ ข้อตกลงระหว่างสองจวนบัดนี้นับว่าบรรลุผล ข้าทำหน้าที่ของข้า ท่านทำหน้าที่ของท่าน ในเมื่อกลับมาครั้งนี้ท่านมีฮูหยินที่เพียบพร้อมแถมนางยังตั้งครร
“ท่านโหว หนี้สินของของจวนโหว ฮูหยินจ่ายคืนให้จนหมด เป็นเงินจำนวนสองหมื่นหนึ่งพันตำลึงทอง เงินหมุนเวียนเป็นสินเดิมของฮูหยินจำนวนหนึ่งหมื่นตำลึง ไม่รวมที่ดินและเครื่องประดับของมีค่าที่จำนำได้ บวกกับเงินเบี้ยหวัดของท่านโหวเดือนละสามร้อยตำลึง หนึ่งปีเป็นเงินจำนวนทั้งหมดสามพันหกร้อยตำลึง กระนั้นเมื่อช่ว






reviews