Share

5

last update Tanggal publikasi: 2026-05-06 01:20:50

คิดพลางสะบัดมือเพื่อจุดเทียนไขในห้องให้สว่าง ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แล้วเรียกของสองสามสิ่งขึ้นมากองบนโต๊ะหินเบื้องหน้า

มู่หรงอู่ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างพร้อมชะเง้อคอมอง “ท่านอาซวงจะทำอันใด”

“เย็บผ้า”

ผู้ฟังกะพริบตาปริบๆ ปกติเขาเห็นท่านอาเสกโน่นเสกนี่มาโดยตลอด วันนี้ต้องมีวาระโอกาสพิเศษแน่

ท่านอาซวงเป็นเทพธิดาผู้งดงาม ทว่าบางครั้งก็ดูห่างเหินจนมู่หรงอู่แอบหวั่นใจ ดังนั้นเขาจึงคอยมองและสังเกตนางอยู่ตลอด ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายอาจทอดทิ้งจากพวกเขาไปได้ทุกเมื่อ

“เย็บผ้าทำไมหรือขอรับ”

“เย็บชุดให้เอ่อ...” หญิงสาวย่นคิ้วเล็กน้อยเมื่อพยายามนึกชื่อ “อี้เฟิงหลงกับหงหยางจู ถ้าหากว่าต้องเสกชุดให้พวกเขาทุกครั้งที่เปลี่ยนร่าง มีหวังพลังของข้าคงเสื่อมเร็วขึ้นหลายสิบปี”

คนผู้น้อยฟังคำอธิบายของอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจนัก อะไรคือพลังเสื่อม... เป็นเทพธิดามีพลังเสื่อมด้วยหรือ

มู่หรงอู่ยกมือเกาคางก่อนจะย้ายไปเกาที่ศีรษะ ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องขณะที่มองอีกฝ่ายสอดด้ายลอดห่วงเข็ม “ท่านคิดว่าอาจูกับอาหลงเกลียดกันหรือไม่”

“พวกเขาแค่ชอบทะเลาะกัน ไม่ได้เกลียดกันหรอก” หลิวฟางซวงวิเคราะห์ คนเกลียดกันจะเดินกลับมาด้วยกันได้อย่างไร

“แล้วท่านอา... เกลียดพวกเราไหม”

ผู้ถูกถามส่ายหน้าให้คำถามอันแสนซื่อของอีกฝ่าย “ถ้าหากว่าเกลียด แล้วข้าจะรับปากมาดูแลพวกเจ้ารึ”

เด็กชายรู้สึกราวกับยกภูเขาเล็กๆ ที่มีขนาดเท่าตนออกจากอก “แล้วท่านอารักพวกเราไหม”

คำถามต่อมาทำเอาหญิงสาวเผยสีหน้าคิดหนัก นางเป็นเทพธิดาจึงไม่อาจพูดปด ครั้นดวงตาสีอำพันเบนไปยังเตียงที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ก็กลั้นใจตอบออกไปตามความเป็นจริง

“อาจจะรักน้อยกว่าเตียงและการหลับใหลไปสักหน่อย”

มู่หรงอู่ฟังแล้วย่นคิ้ว ครุ่นคิดด้วยสีหน้าจริงจังยิ่ง

“แล้วมันดีหรือไม่ดีเล่า ท่านอา”

“ก็ต้องดีสิ” นางตอบด้วยความมั่นใจ

“อา...” เด็กน้อยยกมือขึ้นมาเกาหัว ครุ่นคิดเงียบๆ อยู่ในใจ

ท่านอาใช้เวลานอนอยู่บนเตียงยาวนานนัก ถ้าหากนางบอกว่ารักน้อยกว่าสักหน่อย... ก็หมายความว่ายังเยอะอยู่ดี

มู่หรงอู่คิดอย่างมาดมั่น ต่อไปเขาจะพยายามทำให้ท่านอารักพวกเขามากกว่าเตียงกับการนอนหลับให้จงได้!

เด็กชายรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา ความปลอดภัยที่เพิ่มพูนส่งผลให้เจ้าตัวใจชื้น แสดงออกมาอย่างมีชีวิตชีวาตามภาษาเด็กโดยการหัวเราะและอมยิ้มอยู่คนเดียว เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะยกมือทั้งสองขึ้นมาเท้าคาง ดวงตาหวานที่โดดเด่นตั้งแต่เด็กจับจ้องผู้ที่ปักเข็มลงไปบนผ้าอย่างสนอกสนใจ

“ท่านอาซวง ท่านใช้มนตราเย็บให้มิได้หรือ”

“ไม่ได้ เวทมนตร์ทุกอย่างล้วนมีขีดจำกัด หากจะให้มันซึมเข้าผิวหนังในระหว่างที่แปลงกายอยู่ในร่างเทพหรือปีศาจ ข้าจะต้องใช้ด้ายและผ้าวิเศษ เย็บพวกมันด้วยมือจึงจะได้ผล”

“ท่าน... จะเย็บให้แค่อาจูกับอาหรง?” ร่างเล็กถาม สีหน้าดูคาดหวังอย่างเปิดเผย

“ใช่ ถ้าพวกเขาชอบเปลี่ยนร่างอยู่เรื่อยๆ อย่างน้อยเสื้อก็จะได้ไม่ขาด จนกว่าพวกเขาจะควบคุมการใช้ฤทธิ์ได้...” ผู้กล่าวชะงักไปชั่วครู่ “หือ... แต่ถ้าพวกเขาถอดเสื้อผ้าก็คงไม่ต้องกลัวเรื่องขาด”

เทพธิดาผู้ขี้เกียจเริ่มหาทางออกที่ไม่ต้องลงแรงให้ตนเอง ผิดกับเด็กชายที่เผยสีหน้าผิดหวังออกมาวูบหนึ่ง ทว่าเพียงพริบตาต่อมาก็งงเป็นไก่ตาแตกเมื่อผู้ที่กำลังนั่งเย็บผ้ากลับทิ้งของในมือลงบนโต๊ะ ปิดปากหาวแล้วเดินตรงไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียงนุ่ม

“ทะ...ท่านอาซวงไม่เย็บชุดแล้วหรือขอรับ”

“ข้าเบื่อแล้ว”

มู่หรงอู่เบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อหู เขาเห็นกับตาว่าหลิวเฟิงซวงปักด้ายขึ้นลงไปเพียงสามครั้งเท่านั้น!

“แต่...”

“งานเย็บปักมันต้องใช้เวลา”

“แต่ว่า... ท่านผู้เฒ่า” ท่านผู้เฒ่าเคยสอนเขาว่าอย่าหนึ่งผลัดซ้ำซาก[1]

แม้นอยากจะพูดแต่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก ในเมื่อท่านอนของหญิงสาวมันดูสบายเสียจนเขาเกรงใจที่จะชักจูงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมาเย็บชุดต่อ

[1] หนึ่งผลัดซ้ำซาก (一拖再拖) ตรงกับสำนวนไทยว่า ผัดวันประกันพรุ่ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   130

    ณ แดนมาร เวลาเดียวกัน ในพื้นที่รกร้างว่างเปล่าเต็มไปด้วยไอมารซึ่งเป็นหมอกควันสีดำ ดินแดนแห่งนี้ปราศจากแสงตะวันและจันทราในยามค่ำคืน กระทั่งมารยังมีการแบ่งแยกชนชั้น ยิ่งรูปร่างของผู้ใดใกล้เคียงกับมนุษย์มากเท่าใด ก็หมายความว่าระดับพลังของพวกเขายิ่งสูงขึ้นเท่านั้น เหนือภูเขาใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายมีวังสีดำขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน บนบัลลังก์ที่ประดับด้วยหัวกะโหลกมีร่างในอาภรณ์สีโลหิตนั่งพาดขาข้างหนึ่งบนที่เท้าแขน มือใหญ่ของบุรุษที่ดูรูปร่างภายนอกเหมือนอายุยี่สิบปลายๆ นวดคลึงเข้าที่ศีรษะ นัยน์ตากลมโตสีแดงเข้มตัดกับใบหน้าขาวซีดฉายแววสับสนและเคียดแค้นเป็นอย่างยิ่ง พลังของเขายังไม่ฟื้นกลับมาเต็มที่ แต่เขาต้องการแก้แค้น! ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกมันให้หมด! สี่พันกว่าปีที่เผ่าสวรรค์กักขังเขาให้ทนทุกข์ทรมานอยู่ใต้ก้นบึ้งของทะเลสาบ มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและแสนทรมาน จนเขาแทบจะลืมชื่อของตนเองไปแล้ว ...ต่ำช้ำ! การถูกกักขังมันช่างทรมานกว่าการตายมากนัก เขานี่แหละที่จะทำให้พวกมันเสียใจกับการเลือกที่จ

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   129

    ผู้ที่กำลังจมอยู่ในห้วงคิดมิทันได้สังเกตเห็นสีหน้าโล่งอกของอี้เฟิงหลง กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งก็เป็นยามที่เจ้าของร่างสูงโปร่งเข้ามาใช้ตั่งร่วมกัน แล้วเอนกายใช้ตักนุ่มหนุนแทนหมอน“อี้เฟิงหลง...”ผู้มีกลิ่นกายหอมกรุ่นงุนงงยิ่งนัก ไฉนจู่ๆ บรรยากาศจึงเปลี่ยนกลายเป็นเช่นนี้ไปได้“ข้าเหนื่อยเหลือเกิน” มันไม่ใช่เสียงออดอ้อนที่นางมักจะได้ยินจากมู่หรงอู่หรือหงหยางจู น้ำเสียงเป็นความอ่อนเพลียจากใจจริง“เจ้าควรกลับไปพักผ่อน” เขาเหนื่อยถึงเพียงนี้ยังใช้เวลาพักมาหานางเพื่อขอโทษแทนอี้ปั๋ว“หากกลับไป... ประเดี๋ยวก็มีคนมาหาอีก” คนหลับตาตอบเสียงงัวเงียหลิวฟางซวงหลุดหัวเราะพรืด “เจ้าเองก็มีคราวที่ทำตัวเป็นเด็กอยู่เหมือนกันสินะ”ผู้ที่ปกติมักจะปฏิเสธปิดปากเงียบ ลมหายใจของเขาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ชายหนุ่มผล็อยหลับภายในระยะเวลาอันสั้น บ่งบอกว่าเขาคงเหนื่อยมากจริงๆเมื่อคืนหลิวฟางซวงก็นอนไม่หลับเพราะใครบางคน นิ้วเรียวงามของนางไล้ลงบนเรือนผมสีดำเหลือบเขียวอย่างเบามือ ความนุ่มสบายของมันชวนให้หญิงสาวมีสีหน้าผ่อนคลายนางจำไม่ได้แล้วว่าจุดที่ทำให้สถานะของนางกับเขาเริ่มเปลี่ยนมาในทิศทางดังกล่าว มันอาจเกิดขึ้นมานานกว่า

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   128

    จางหั๋วเหล่าพยักหน้าน้อยๆ “จริงดังเจ้าว่า” อี้ปั๋วได้ฟังข้อสรุปเช่นนั้นก็หันหน้าไปยังบุตรชาย “เจ้านำทหารของเราส่วนหนึ่งออกไปลาดตระเวนดูรอบๆ” เขามิได้สั่งการในฐานะบิดา แต่ในฐานะราชันของตงไห่อี้เฟิงหลงประสานมือ “ทราบแล้ว”ก่อนที่เจ้าของร่างสูงโปร่งจะจากไป สายตาของเขาก็หันไปยังหญิงสาวคล้ายต้องการพูดบางสิ่ง แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไปทำหน้าที่ของตนเองหงหยางจูที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ส่งเสียงหัวเราะในลำคอ ครั้นจางกั๋วเหล่ากับอี้ปั๋วพูดคุยปรึกษากันก็โน้มกายเข้าไปกระซิบข้างใบหูหญิงสาว“ระหว่างท่านกับอี้เฟิงหลงมีบางอย่างใช่หรือไม่”เดิมทีชายหนุ่มคิดจะแกล้งให้เทพธิดาสาวตกใจเล่น แต่การตอบรับของนางกลับไม่เป็นดังคาด“หากจะว่ามีก็คงมี” ร่างระหงกล่าวเสียงเอื่อยเฉื่อยพลางมองเขาด้วยแววตากังวล “หากเจ้าต้องใช้พลังเพื่อผนึกไอมาร เจ้าจะไม่เหนื่อยแย่หรือ”หงหยางจูได้ฟังเช่นนั้นก็ยกยิ้ม เขาสู้หลิวฟางซวงไม่ได้จริงๆ “ข้ายอมแพ้ท่านแล้ว”หลิวฟางซวงขมวดคิ้วมากกว่าเดิม นางได้ท้าแข่งอะไรกับหงหยางจูหรือ? ไยนางจึงจำไม่ได้“หงหยางจู” จางกั๋วเหล่าส่งเสียงเรียกหลังจากพูดคุยกับอี้ปั๋วเรียบร้อยดีแ

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   127

    หลิวฟางซวงได้สติ นัยน์ตาสีอำพันเบนไปยังผู้เรียก “ศิษย์พี่ใหญ่”ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงชะลูดเข้ามาเดินอยู่ข้างๆ นาง ในเมื่อพวกเขาเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมอาจารย์ ผู้อื่นจึงมองว่าการสนิทสนมกันจึงเป็นเรื่องปกติเซี่ยโหยวฮว้าซึ่งอยู่ในชุดเกราะเต็มยศมีสีหน้าเคร่งขรึม “เมื่อคืนข้าฟังเรื่องราวของ ‘ผู้รักษา’ มาจากท่านพ่อ” เขาเว้นจังหวะพลางยกมือกอดอก “หากจอมมารสูญสลาย เจ้าเองก็จะสูญสลายด้วย ถูกหรือไม่”เทพธิดาสาวพยักหน้ารับด้วยท่าทีสงบ ราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องราวของตนเอง“เจ้าอย่าทำตัวแบบนี้” เซี่ยโหยวฮว้าดุนาง “ศิษย์น้องสาม เจ้าอย่าลืมสิว่าเจ้าเป็นศิษย์น้องของข้าก่อนจะเป็นผู้รักษา” หลิวฟางซวงช้อนมองเขา “แล้วอย่างไร” “เจ้าไม่จำเป็นต้องแบกภาระทั้งหมดไว้บนบ่า ศิษย์พี่ศิษย์น้องของเจ้าไม่ใช่คนไร้ความสามารถ เรียนรู้ที่จะพึ่งพาพวกเราเสียบ้าง” นางกลายเป็น ‘ผู้รักษา’ แล้วอย่างไร นางยกสถานะตนเองไปแล้วอย่างไร ในสายตาของเขา หลิวฟางซวงก็ยังเป็นเทพธิดาสุดเกียจคร้านคนเดิมที่ไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น คราวก่อนที่นางช่วยเหลือคนจนโดนลงโทษ นางก็ทำไ

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   126

    เซียนค้างคาวเผือกเรียกบางสิ่งออกมาจากความว่างเปล่า ก่อนจะส่งต่อมันให้แก่นาง “นี่เป็นชุดที่พระแม่ซิหวังหมู่ประธานให้แก่เจ้า” หลิวฟางซวงจ้องมองอาภรณ์สีชมพูอ่อนสีกลีบบัวที่ประดับด้วยไข่มุกเม็ดใสราวกับน้ำค้างด้วยแววตาเหม่อลอย “ทรง...ให้อภัยข้าแล้วใช่หรือไม่” เสียงของนางสั่นนิดๆ “เด็กโง่เอ๋ย” เขาส่ายหน้า “หากเทียบกับเรื่องที่เจ้าทำผิด การยอมสละตนเองเผื่อสามภพภูมิย่อมยิ่งใหญ่กว่า” เรื่องนี้ทั้งหลิวฟางซวงและจางกั๋วเหล่าต่างไม่เคยบอกแก่คนทั้งสาม สาเหตุที่ทำให้หลิวฟางซวงถูกทำโทษให้ลงมายังโลกมนุษย์เป็นเพราะนางช่วยเทพธิดาตนหนึ่งแหกออกจากคุก สาเหตุก็เพราะเทพธิดาผู้นั้นหลงรักกับมาร และนางก็ตั้งครรภ์ จากสงครามเมื่อสี่พันกว่าปีก่อน เผ่ามารกำเริบเสิบสานอยากครอบครองสามภพ ทว่าหลังจากที่สงครามยุติลง เผ่ามารต่างก็อยู่กันอย่างสงบเสงี่ยมเพราะไร้ซึ่งผู้นำ แต่ถึงกระนั้น เผ่าสวรรค์ก็มิอาจให้อภัยต่อผู้ที่เข่นฆ่าพวกพ้อง มันเป็นความแค้นที่ฝังลึกอยู่ในใจของใครหลายๆ คน ดังนั้นเรื่องนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกับศักดิ

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   125

    “แต่ข้าไม่...” หลิวฟางซวงกล่าวออกมาได้เพียงครึ่งหนึ่งก็เงียบไป หลังจากคิดไตร่ตรองอยู่ครึ่งหนึ่งก็เอ่ยถามอีกครั้ง “หากข้าสามารถพิสูจน์ได้ เจ้าจะยอมตัดใจจากข้าใช่หรือไม่” “ใช่” โฉมสะคราญพยักหน้าช้าๆ “เช่นนั้นก็ได้” อี้เฟิงหลงเป็นคนหัวรั้น ในเมื่อเป็นข้อเสนอของเขา อีกฝ่ายคงไม่มีทางบิดพลิ้วหากนางสามารถพิสูจน์ตนเองได้ หลิวฟางซวงคิดไปทางหนึ่ง โดยที่ไม่รู้เลยว่าอี้เฟิงหลงไม่เคยคิดที่จะทำตามที่พูด เขาไม่เชื่อหรอกว่าหญิงสาวจะไม่มีใจให้เขา จากการกระทำทุกอย่างที่แล้วมาก็สามารถพิสูจน์ได้ แต่ในเมื่อเป็นนางที่ดื้อรั้นอยากให้เขาตัดใจ เช่นนั้นเขาจะทำให้นางเห็นเองว่า คำพูดเพียงลมปากกับสิ่งที่ทำได้จริงนั้นมันต่างกัน! ทันทีที่นางรับปาก อี้เฟิงหลงก็เคลื่อนฝีปากเข้าหาอย่างอ่อนโยน แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองจะทะเลาะกัน แต่เขาก็ไม่คิดจะใช้ข้ออ้างนั้นทำร้ายความรู้สึกของนาง ชายหนุ่มมองว่าการจุมพิตเป็นสิ่งพิเศษ และผู้ที่จะได้รับมันจากเขามีเพียงแค่นางคนเดียวเท่านั้น... มังกรหนุ่มพยายามถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองผ

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   7

    คำถามของหงหยางจูช่างตรงข้ามกับการกระทำโดยสิ้นเชิง แม้เขาจะพูดเหมือนขออนุญาต หากร่างมันวาวที่ห่อหุ้มไปด้วยเกล็ดขาวยวงสีงาช้างกลับเลื้อยเข้ามานอนขดอยู่ใกล้ๆ ลำคอเจ้าของเตียงอย่างถือวิสสาสะนางกระถดคอหนีเพราะรู้สึกจั๊กจี้ “แล้วมังกรอย่างอี้เฟิงหลงจะหนาวด้วยอีกคนหรือไม่” แม้จะไม่ค่อยอยากถือสาเด็ก ทว่าถ

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   6

    “อ้อ... เจ้าพูดถึงท่านผู้เฒ่าขึ้นมาก็ดีแล้ว” เสียงหวานปานระฆังแก้วยืดยานกว่าปกติเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงความง่วงงุนที่เริ่มเข้ามาจับจองพื้นที่ในจิตใต้สำนึก “ข้ายังไม่รู้เลยว่าพวกเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”“ท่านอาซวงอยากรู้หรือขอรับ” มู่หรงอู่ถาม ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดารานับพันดวงอยู

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   4

    ผู้ฟังนิ่งไปพักหนึ่ง มองใบหน้าของทั้งสองสลับกันไปมา เริ่มคาดเดาอะไรได้บางส่วน “พวกเจ้าทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้?”หงหยางจูยักคิ้วพลางป้องปากคล้ายกระซิบกับหญิงสาว “เจ้ามังกรหวงภาพพจน์อย่างกับอะไรดี...”“แล้วเหตุใดจึงกลับกันมาในสภาพเช่นนี้ได้” นางหมายถึงการเดินตัวเปล่ากลับมาที่นี่ทั้งที่เป็นช่วงชุนเทียน

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   3

    หลิวฟางซวงเห็นสภาพดังกล่าวก็เลิกคิ้วขึ้นมาข้างหนึ่ง…ผู้ใดสั่งสอนให้เดินแก้ผ้ามาเยี่ยงนี้!มู่หรงอู่วิ่งไปหลบอยู่หลังร่างอรชรด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ การต่อสู้อันดุเดือดยังสร้างความขนลุกขนพองให้เขาไม่สร่างซาการกระทำของเด็กมนุษย์ผิดกับหลิวฟางซวงที่กะพริบตาปริบๆ มองร่างที่กำลังย่ำเดินตรงมาหานางด้วยส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status