登入คำถามของหงหยางจูช่างตรงข้ามกับการกระทำโดยสิ้นเชิง แม้เขาจะพูดเหมือนขออนุญาต หากร่างมันวาวที่ห่อหุ้มไปด้วยเกล็ดขาวยวงสีงาช้างกลับเลื้อยเข้ามานอนขดอยู่ใกล้ๆ ลำคอเจ้าของเตียงอย่างถือวิสสาสะ
นางกระถดคอหนีเพราะรู้สึกจั๊กจี้ “แล้วมังกรอย่างอี้เฟิงหลงจะหนาวด้วยอีกคนหรือไม่” แม้จะไม่ค่อยอยากถือสาเด็ก ทว่าถ้าต้องนอนร่วมเตียงกับงูตัวหนึ่งและมังกรอีกตัวหนึ่งก็คงให้ความรู้สึกพิลึกอยู่ไม่ใช่น้อย
หงหยางจูพ่นลมหายใจ “เจ้านั่นพ่นไฟได้ ดูแล้วไม่น่าจะหนาว”
“หากเจ้าไปนอนกับเขาก็น่าจะอุ่นกว่านอนกับข้านะ” นางกล่าวทีเล่นทีจริง รู้ดีว่าคนทั้งสองเพิ่งจะตีกันมาแต่ก็อดที่จะแกล้งไม่ได้
อีกฝ่ายเชิดคอขึ้น หากมีแม่เบี้ยคงแผ่ไปแล้ว “ไม่เอาด้วยหรอก” กล่าวจบก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหยาะแหยะราวกับร่างไร้กระดูก ความอบอุ่นจากร่างของหญิงสาวช่วยให้ความหนาวยะเยือกเริ่มทุเลา ดวงตาคู่งามคล้ายอัญมณีปิดลงครึ่งหนึ่ง สบายตัวใกล้จะเคลิ้มหลับเต็มที
“แล้วมู่หรงอู่เล่า”
“ข้าไม่ชอบนอนร่วมเตียงกับบุรุษ”
หลิวฟางซวงเลิกคิ้วสูงอย่างไม่อยากเชื่อ เด็กผู้นี้อายุเพียงแค่หกขวบกลับพูดจาแก่แดดแก่ลม สายเลือดปีศาจที่ไหลเวียนในร่างนี่ดูเบามิได้เลยจริงๆ
แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถิด... ยามนี้นางเองก็ง่วง อยากนอนต่อจะแย่อยู่แล้ว
“เจ้าเปลี่ยนร่างคืนเป็นมนุษย์ได้หรือไม่” ร่างงูของเด็กชายเล็กถึงเพียงนี้ นางเกรงว่าถ้านอนหลับไปแล้วอาจเผลอทับเขาได้โดยไม่รู้ตัว จากความหวังดีอาจกลายเป็นทำให้ผู้ที่หวังมาพึ่งพิงไออุ่นแบนเข้าให้ได้
“ข้าเปลี่ยนร่างเดิมก็ได้ แต่ท่านต้องให้ข้ากอดท่านนะ”
“นั่นมัน...”
“แล้วก็...” เสียงเล็กลากยาวอย่างยานคางราวกับเพิ่งนึกขึ้นมาได้ “ยามนี้ข้ามิได้สวมเสื้อผ้า”
คราวนี้เทพธิดาผู้รับบทมาเป็นพี่เลี้ยงถึงกับพลิกตัวหนีไปอีกทางพร้อมกับปิดเปลือกตาลง “เช่นนั้นก็อยู่ในร่างนี้ต่อไปนั่นแหละดีแล้ว”
แสงแดดยามเช้าอ่อนละมุนกำลังดี ภายในห้องนอนแม้จะยังมืดสลัวแต่อุณหภูมิก็เริ่มอุ่นขึ้น
กลิ่นหอมของเหลียนฮวาเรียกให้เด็กชายที่กำลังปอกเปลือกส้มอยู่บนตั่งตัวยาวหันหน้าไปมอง ครั้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้มาใหม่เป็นใคร ก็ตกใจจนเผลอทำผมส้มที่ปอกไปครึ่งลูกหล่นตุ้บลงบนพื้น
“ไยท่านอาจึงตื่นเช้า...” มู่หรงอู่ขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีกเพราะเกรงว่าสิ่งที่เขาเห็นจะเป็นเพียงภาพมายาเท่านั้น
เทพธิดาสาวผู้ไม่เคยตื่นขึ้นมารับขวัญเสียงไก่โห่วันนี้เดินออกจากห้องนอนด้วยสีหน้ากึ่งหลับกึ่งตื่น นางยกมือเรียวขาวขึ้นมาปิดปากที่หาวหวอดพลางบ่นเสียงอ่อน “โดนงูรัดคอ”
นางอุตส่าห์กลัวว่าตนจะเผลอนอนทับเจ้างูน้อย แต่ผลสุดท้ายกลับกลายเป็นหงหยางจูที่รัดคอนางเสียแน่นจนนางถึงกับนอนต่อไม่ได้ มิหนำซ้ำเด็กชายผู้มีสายเลือดปีศาจผู้นั้นยังคืนร่างเป็นมนุษย์แล้วนอนหลับอุตุ ยึดเตียงที่แสนรักของนางไปอย่างน่าไม่อาย
“...งู” เสียงเล็กพึมพำก่อนที่เจ้าตัวจะกระโดดลงมาจากตั่งไม้ตัวยาว “เมื่อคืนอาจูไปนอนกับท่านอาซวงรึ!”
หลิวฟางซวงผ่อนลมหายใจอย่างหนักหน่วงพร้อมกับพยักหน้ารับ เดิมทีนางไม่ชอบนอนกับผู้อื่นตั้งแต่พำนักอยู่บนสรวงสวรรค์ ถ้าหากไม่เห็นสีหน้าที่กำลังจมอยู่ในห้วงนิทราอย่างเป็นสุขของหงหยางจูแล้วละก็... ป่านนี้นางคงใช้พลังผลักอีกฝ่ายตกเตียงไปแล้ว
“เหตุใด...” มู่หรงอู่เบะปากทำท่าคล้ายจะร้องไห้ “อาจูขี้โกง ข้าเองก็อยากนอนกับท่านอาด้วย!”
ครานี้ผู้ฟังตื่นขึ้นอย่างเต็มตา เริ่มรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า
ไม่นะ... ขืนมานอนด้วยอีกคน มีหวังการนอนอันแสนสุขของนางต้องถูกทำลายลงไปมากกว่านี้แน่
“ไยจึงอยากมานอนกับข้าเล่า”
“ก็ข้า...” เด็กชายวัยหกขวบที่ยืนอยู่เบื้องหน้านางเริ่มบิดตัวไปมา สีหน้าท่าทางเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วจนน่าขัน แลดูน่าเอ็นดูตามประสาเด็กมนุษย์ “ข้าอยากนอนกอด... ทะ...ท่านอาซวง”
“แต่ข้าไม่...” หลิวฟางซวงกล่าวออกมาได้เพียงครึ่งหนึ่งก็เงียบไป หลังจากคิดไตร่ตรองอยู่ครึ่งหนึ่งก็เอ่ยถามอีกครั้ง “หากข้าสามารถพิสูจน์ได้ เจ้าจะยอมตัดใจจากข้าใช่หรือไม่” “ใช่” โฉมสะคราญพยักหน้าช้าๆ “เช่นนั้นก็ได้” อี้เฟิงหลงเป็นคนหัวรั้น ในเมื่อเป็นข้อเสนอของเขา อีกฝ่ายคงไม่มีทางบิดพลิ้วหากนางสามารถพิสูจน์ตนเองได้ หลิวฟางซวงคิดไปทางหนึ่ง โดยที่ไม่รู้เลยว่าอี้เฟิงหลงไม่เคยคิดที่จะทำตามที่พูด เขาไม่เชื่อหรอกว่าหญิงสาวจะไม่มีใจให้เขา จากการกระทำทุกอย่างที่แล้วมาก็สามารถพิสูจน์ได้ แต่ในเมื่อเป็นนางที่ดื้อรั้นอยากให้เขาตัดใจ เช่นนั้นเขาจะทำให้นางเห็นเองว่า คำพูดเพียงลมปากกับสิ่งที่ทำได้จริงนั้นมันต่างกัน! ทันทีที่นางรับปาก อี้เฟิงหลงก็เคลื่อนฝีปากเข้าหาอย่างอ่อนโยน แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองจะทะเลาะกัน แต่เขาก็ไม่คิดจะใช้ข้ออ้างนั้นทำร้ายความรู้สึกของนาง ชายหนุ่มมองว่าการจุมพิตเป็นสิ่งพิเศษ และผู้ที่จะได้รับมันจากเขามีเพียงแค่นางคนเดียวเท่านั้น... มังกรหนุ่มพยายามถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองผ
ผู้ที่ถูกยอกย้อนเอียงคอมองคนสูงกว่า อดไม่ได้ที่จะใช้ปลายนิ้วแตะลงบนริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างหยอกเย้า“อี้เฟิงหลง” จู่ๆ นัยน์ตาสีอำพันของหลิวฟางซวงก็ไหววูบ รอยยิ้มงามบนใบหน้าพลันหมองเศร้า “เราไม่ควรถลำลึกไปมากกว่านี้แล้ว”ร่างสูงโปร่งนิ่งค้างเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว นัยน์ตาสีมรกตคู่คมเบิกกว้างขึ้นหลิวฟางซวงถอนหายใจขณะที่ลดมือลง นึกไม่ถึงว่าข้อมือเรียวของตนจะถูกคนตัวสูงคว้าเอาไว้“ท่านหมายความว่าอย่างไร”เขาคิดว่าตนเองไม่ใช่เด็กน้อยที่ฟังคำไม่รู้ความ แต่ประโยคที่หญิงสาวกล่าวมาเมื่อครู่ เขากลับไม่เข้าใจมันเลยสักนิดอะไรคือ ‘ไม่ควรถลำลึกไปมากกว่านี้’นางไม่ได้มีใจให้เขาหรอกหรือ?ใบหน้าหล่อเหลาของเทพมังกรซึ่งมีสายเลือดมนุษย์ไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่งเผยความเจ็บปวดหลิวฟางซวงพลันใจหาย นางไม่เคยเห็นอี้เฟิงหลงแสดงสีหน้าเช่นนี้มาก่อน มันช่างสร้างความรู้สึกรวดร้าวและอึดอัดจนนางแทบหายใจไม่ออกตามเขาไปด้วย “ข้า... ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับเจ้า”บรรยากาศหวานละมุนระหว่างคนทั้งคู่สลายไปในพริบตา“ไม่” เขาไม่ได้รัดข้อมือบางเสียจนอีกฝ่ายรู้สึกเจ็บ หากมันก็แน่นหนาพอที่จะทำให้นางสะบัดไม่หลุด “ท่านไม่มีสิทธิ์ที่จะ
ทว่าหลังจากที่ถ่ายทอดพลังทั้งหมดให้แก่หลิวฟางซวง ชายชราก็สามารถปล่อยวางความรู้สึกผิดหวังที่สมมานานหลายหมื่นปีได้สำเร็จถึงหลิวฟางซวงจะเป็นเศษเสี้ยวพลังและวิญญาณของคนผู้นั้น แต่นางก็มิใช่เฉินว่านเซิงนางมองมู่หรงอู่ด้วยสายตาของผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก มิใช่สายตาของสตรีที่มองบุรุษผู้หนึ่งด้วยความเสน่หา สองศิษย์อาจารย์ผลัดกันเดินหมากโดยมีเฉียนอวี่เป็นผู้นับคะแนน กว่าเหอเหยาจวงจะดึงตนเองออกมาจากห้วงอดีตอันไกลโพ้น เขาก็พบว่ากระดานหมากนี้ใกล้จะจบลงเสียแล้ว เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ชายชรารู้สึกว่าปลายนิ้วของตนเองเริ่มอ่อนแรง ภาพเบื้องหน้าเริ่มจางลงเรื่อยๆ จนแทบกลายเป็นสีขาวโพลน ในที่สุด... เขาก็จะได้พบกับเฉินว่านเซิงเสียที กริ๊ก! หมากสีขาวจากมือเหี่ยวย่นตกลงสู่พื้น ชายชราหลับตาลงอย่างเชื่องช้า มุมปากยกยิ้มนิดๆ ใบหน้าผ่องใสแลดูสงบประหนึ่งว่าเขาเพียงแค่นอนหลับไปเท่านั้น สองพี่น้องฝาแฝดรีบปาดความเปียกชื้นที่หางตาทิ้ง คุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับทำความเคารพขั้นสูงสุด “...น้อมส่งท่านอาจารย์” แม้จ
第二十二章ท่านอากับความรู้สึกที่มิอาจหลบหนี ครั้นการจัดตั้งตำแหน่งหน้าที่ครบถ้วนเรียบร้อย การประชุมบนเผ่าสวรรค์ก็เป็นอันสิ้นสุด ทว่าน่าแปลกนักที่ครานี้ปรามจารย์แห่งสำนักไร้นามกลับไม่มาร่วมด้วย มีหลายคนสงสัย แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าปริปากถาม คาดว่าในเมื่อหลิวฟางซวงปรากฏกายขึ้นแล้ว ผู้ที่ปิดบังฐานะที่แท้จริงของนางอย่างเหอเหยาจวงคงกลัวความผิดจนไม่ยอมมาสู้หน้า ...หากความจริงมันมิใช่อย่างนั้นแม้แต่น้อย ครั้นเฉียนอวี่เก็บกวาดภายในห้องศาสตราวุธเสร็จเรียบร้อย นางก็ทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์โดยการไปเรียกตัวผู้ที่ถูกกักบริเวณให้ออกมาพบ เฉียนเสวี่ยทั้งประหลาดใจทั้งกังวล จิ้งจอกหนุ่มรีบมุ่งหน้าไปยังห้องโถงด้วยความรู้สึกหน่วงๆ ในอก ในเมื่อท่านอาจารย์ถ่ายทอดพลังปราณให้หลิวฟางซวงจนหมดสิ้น เช่นนั้นก็เท่ากับว่าเวลาของเขา... ความคิดของชายหนุ่มสะดุดลงเมื่อเขาและน้องสาวฝาแฝดเดินทางมาถึงสถานที่อันคุ้นเคย กลิ่นอายสูงส่งที่มักจะเป็นสัญญาณบอกกล่าวพวกเขาถึงตัวตนของเหอเหยาจวงกลับว่างเปล่า ร่างที่ปกติมักจะนั
สงครามครั้งก่อนเผ่ามารตั้งเป้าหมายในการยึดครองแดนมนุษย์ก่อนแล้วค่อยกระจายขึ้นบนและลงล่าง มาคราวนี้พวกมันระมัดระวังมากกว่าเดิม พวกเขาเองก็ไม่สามารถยึดวิธีตั้งแผนรับมือเหมือนก่อนได้อีก“อี้ปั๋ว เรื่องนี้เจ้าจะตัดสินใจคนเดียวไม่ได้” เทพมังกรแห่งคาบสมุทรซีไห่กล่าวเสียงขรึม “เผ่าเทพมังกรผู้ปกครองคาบสมุทรมิได้มีเพียงเจ้าคนเดียว”เทพมังกรอี้ปั๋วตวัดสายตาไปมองผู้กล่าวอย่างเย็นชา “จากการโจมตีเมื่อคราก่อน ก็มีเพียงทะเลตงไห่ที่ต้องรับมือตามลำพัง คาบสมุทรอีกสามแห่งมิเห็นจะแยแส”“นั่น...!” ศิษย์เอกอันดับหนึ่งแห่งสำนักไร้นามที่เพิ่งมาถึงมาทันได้เห็นอี้ปั๋วจ้องเขม็งไปยังเทพมังกรผู้ปกครองคาบสมุทรแห่งอื่นพอดี บรรยากาศร้อนๆ หนาวๆ ส่งผลให้แม่ทัพหนุ่มที่ค่อนข้างบอบช้ำจากศึกที่ผ่านมาลอบกลืนน้ำลาย ช่างน่าปวดหัวแทนท่านลุงของเขาโดยแท้...ทันใดนั้นเอง บานประตูที่เพิ่งปิดลงก็ถูกแรงดันมหาศาลจากภายนอกพัดตึงจนเกิดเสียงดังลั่นเซี่ยโหยวฮว้าเพิ่งเดินทางมาถึงได้ไม่นานจึงยืนอยู่บริเวณใกล้บานประตูมากที่สุด ครั้นสามารถเห็นผู้มาใหม่ได้อย่างชัดเจนก็เบิกตากว้าง“น้องสาม!”เทพธิดาสาวผู้ก้าวผ่านธรณีป
“หลังจากจอมมารถอยทัพ ท่านพ่อก็ตามท่านเทพเอ้อหลางขึ้นไปประชุมบนสวรรค์” ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ “ข้าเองก็ต้องไปรายงานเช่นเดียวกัน” “ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าเป็นห่วงท่านอาจารย์กับศิษย์น้อง เมื่อท่านเสร็จสิ้นธุระแล้ว รบกวนท่านไปที่หุบเขาไกลภพได้หรือไม่” ยิ่งหลี่ลู่พูดคุยกับชายหนุ่มมากเท่าไร อาการที่เขาเก็บซ่อนไว้ก็เริ่มแสดงออมามากขึ้น ช่วงที่เขาสูญเสียดวงตา กิเลนหนุ่มยังถูกโจมตีด้วยฝ่ามือและพลังวัตรอันแข็งแกร่งจากเผ่ามารไปหลายต่อหลายครั้ง ความจริงแล้วเขาบาดเจ็บภายในสาหัส แต่เพื่อมิให้คนในเผ่าต้องเป็นกังวลและเสียขวัญ ชายหนุ่มจึงต้องข่มความรู้สึกเจ็บไว้จนใบหน้าซีดขาว เซี่ยโหยวฮว้าเติบโตมาพร้อมกับหลี่ลู่ มีหรือที่เขาจะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่“ข้าเองก็ตั้งใจจะทำเช่นนั้น”ร่างในเสื้อเกราะกล่าวเสร็จก็เรียกกระปุกยาออกมาจากความว่างเปล่าแล้วยื่นส่งให้คนที่ทำหน้ามึน “นี่เป็นยาที่ข้านำมาจากแดนเทพ หากเจ้าไม่อยากหมดสติไปตรงนี้ก็รีบกินเสีย”หลี่ลู่ขมวดคิ้ว แต่ก็รีบส่งเม็ดโอสถเข้าปากอย่างไม่เกี่ยงงอน “นี่ข้าติดหนี้คงขี้งกหรอกหรือนี่”เซี่ยโหยวฮ
คิดพลางสะบัดมือเพื่อจุดเทียนไขในห้องให้สว่าง ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แล้วเรียกของสองสามสิ่งขึ้นมากองบนโต๊ะหินเบื้องหน้ามู่หรงอู่ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างพร้อมชะเง้อคอมอง “ท่านอาซวงจะทำอันใด”“เย็บผ้า”ผู้ฟังกะพริบตาปริบๆ ปกติเขาเห็นท่านอาเสกโน่นเสกนี่มาโดยตลอด วันนี้ต้องมีวาระโอกาสพิเศษแน่ท่านอาซวง
ผู้ฟังนิ่งไปพักหนึ่ง มองใบหน้าของทั้งสองสลับกันไปมา เริ่มคาดเดาอะไรได้บางส่วน “พวกเจ้าทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้?”หงหยางจูยักคิ้วพลางป้องปากคล้ายกระซิบกับหญิงสาว “เจ้ามังกรหวงภาพพจน์อย่างกับอะไรดี...”“แล้วเหตุใดจึงกลับกันมาในสภาพเช่นนี้ได้” นางหมายถึงการเดินตัวเปล่ากลับมาที่นี่ทั้งที่เป็นช่วงชุนเทียน
หลิวฟางซวงเห็นสภาพดังกล่าวก็เลิกคิ้วขึ้นมาข้างหนึ่ง…ผู้ใดสั่งสอนให้เดินแก้ผ้ามาเยี่ยงนี้!มู่หรงอู่วิ่งไปหลบอยู่หลังร่างอรชรด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ การต่อสู้อันดุเดือดยังสร้างความขนลุกขนพองให้เขาไม่สร่างซาการกระทำของเด็กมนุษย์ผิดกับหลิวฟางซวงที่กะพริบตาปริบๆ มองร่างที่กำลังย่ำเดินตรงมาหานางด้วยส
第一章ท่านอาเป็นสตรีผู้เกียจคร้าน การนอนหลับอย่างเต็มอิ่มส่งผลให้ผู้ตื่นนอนมีสีหน้าสดชื่นแจ่มใส ท้องฟ้ายามเย็นแต่งแต้มด้วยฝูงวิหคโผบินกลับรังเสมือนภาพวาด หวนให้นึกถึงความสุขสงบของบ้านที่จากมา หลิวฟางซวงยืดแขนบิดขี้เกียจเพื่อขับไล่ความเมื่อยล้า ดวงหน้างามพริ้มดั่งหญิงสาววัยสิบแ







![สองพยัคฆ์ขย่มนางพญามังกร (3p) - [PWP] - [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)