Masukเพียงดื่มน้ำชาจอกแรกที่ผู้เป็นมารดาเลี้ยงมอบให้ซุนฮวาก็กลายเป็นสตรีร้ายกาจ ปีนขึ้นเตียงท่านอ๋องผู้เป็นคู่หมายของน้องสาวจำใจกล้ำกลืนสถานะพระชายาตัวแทนเป็นเพียงเงาของผู้อื่นในสายตาของสวามี
Lihat lebih banyak"ว้าย!!!"
เสียงร้องของสาวใช้สกุลกัวดังขึ้น ก่อนที่ประตูบานนั้นจะถูกมือบางของสาวใช้กระชากให้ปิดลงทันที
"เกิดอะไรขึ้น เหตุใดเจ้าจึงต้องกรีดร้องโวยวายเสียงดัง"
สาวใช้นามว่าลี่ลี่ไม่กล้าที่จะเอ่ยวาจาออกไป มือเรียวยกปิดหน้าตนเองพลางส่ายหน้าไปมา หญิงสาวผู้มาใหม่เกิดความสงสัยกับท่าทางของสาวใช้ผู้นั้น นางจึงยกมือขึ้นเตรียมจะผลักประตูเข้าไป ทว่าสาวใช้กลับรีบห้ามผู้เป็นนาย จนทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงงสงสัย
เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?
"คุณหนูรองเจ้าคะอย่าเปิดไปเลยเจ้าค่ะ" แต่ยิ่งห้ามกลับเหมือนยิ่งยุเข้าไปใหญ่ ไม่เพียงไม่ฟังเท่านั้นหากแต่กัวหลี่หนิง กลับเลือกที่จะผลักประตูเข้าไปในทันที
"ทะ...ท่านอ๋อง...ท่านกับพี่หญิง..."
ดวงตาหงส์เบิกกว้างด้วยความตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า กัวหลี่หนิงในตอนนี้สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบไปถึงกระดูก นิ้วเรียวชี้ไปทางที่คนทั้งสองอยู่ด้วยความตื่นตะลึง ทว่ายังไม่ทันได้ทำสิ่งใดร่างบอบบางก็ล้มพับลงเสียก่อน
"คุณหนูรอง!!!" สาวใช้ตัวน้อยรีบเข้ามารับร่างของเจ้านายตนเองเป็นการด่วน
"หนิงเอ๋อร์!!!"
จ้าวฉงซานลุกขึ้นจากเตียง เพื่อจะไปรับร่างบอบบางของสตรีอันเป็นที่รัก ทว่าเสียงร้องอย่างตกใจของสาวใช้ก็ดังขึ้นเสียก่อน ทำให้เขาต้องก้มลงไปมองยังเรือนร่างกำยำที่เปลือยเปล่าของตนเอง
"บัดซบ!!! นี่มันเรื่องบ้าอันใด เจ้าเป็นใครเหตุใดจึงมาอยู่ที่เตียงของข้า" เสียงเข้มตวาดออกไป
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าด้านนอกก็กรูกันเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เสนาบดีกัวฉางเฉา มองบุรุษรูปงามที่มีเพียงผ้าห่มปิดช่วงล่าง ใบหน้าเหี่ยวย่นเริ่มเคร่งขรึม สัญชาตญาณบอกว่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เมื่อประมุขของจวนเสตามองเข้าไปในห้องด้านใน ก็พบกับร่างอรชรที่มีเพียงผ้าห่มผืนบางปกคลุม ใบหน้ากัวฉางเฉาก็เขียวคล้ำขึ้นมาทันที
"กัวซุนฮวานังลูกไม่รักดี ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!!!"
เสนาบดีกัวฉางเฉาตวาดออกไปเสียงดัง ก่อนจะปรายตามองไปยังบุรุษสูงศักดิ์อีกคนที่อยู่ในสภาพไม่ต่างจากบุตรี
"ข้าต้องขอเรียนเชิญท่านอ๋องที่ห้องหนังสือพ่ะย่ะค่ะ" เสนาบดีกัวกดข่มโทสะที่กำลังปะทุ เอ่ยออกชื่อท่านอ๋องอย่างนอบน้อม และหันกลับไปอุ้มร่างอรชรของบุตรสาวคนรองที่นอนหมดสติอยู่ที่พื้นออกไปทันที
"คุณหนูลุกขึ้นเถอะเจ้าค่ะ" สาวใช้คนสนิทรีบเข้าไปปลุกเจ้านายตนเอง นางก้มหน้าไม่กล้าสบตาคมที่มองมาทางนางและคุณหนูของนางเหมือนจะแผดเผาให้ตกตายไปเสีย
"นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่เสี่ยวอี้" เสียงแหบแห้งของกัวซุนฮวาถามขึ้น พร้อมกับขยับตัวลุก ใบหน้างามเหยเกเพราะความปวดร้าวที่ระบมไปทั่วกาย
"นั่นน่ะสิข้าเองก็อยากจะรู้ว่าคุณหนูในห้องหออย่างเจ้ามาอยู่ที่เตียงของข้าได้เช่นไร!!!" เสียงทุ้มต่ำคำรามขึ้นอย่างเดือดดาล ร่างอรชรค่อย ๆ หันไปมองก่อนจะเบิกตากว้างและกระเถิบถอยหลังอย่างตกใจ
"ทะ...ท่านอ๋อง!!!"
ตอนที่ 49 ตั้งกระโจมรอบอารามชี"ท่านอ๋องจะไม่เข้าไปหรือพ่ะย่ะค่ะ"จ้าวฉงซานหลับตาลงเส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นมา มือหนากำเข้าหากันแน่น ยังไม่ทันได้ตอบองครักษ์คนสนิทออกไปก็เห็นร่างอรชรที่แสนโหยหา เดินแบกถังน้ำไปเติมในถังใหญ่ข้างตัวเรือน ใบหน้าหวานเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ซุนฮวายกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลจะเข้าตาออก มือบางยกขึ้นโบกพัดเพื่อให้ร่างกายได้คลายร้อน นางเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า แสงแดดวันนี้ช่างแรงจ้าเสียเหลือเกิน ร่างบางเดินไปนั่งพักบนท่อนไม้ที่ถูกตัดเอาไว้ ขาเรียวยื่นออกไปกำปั้นน้อย ๆ ก็ทุบลงไปเพื่อคลายความเมื่อยล้า"แม่นางกัวเหตุใดจึงมายกน้ำเช่นนี้ ไม่ใช่ข้าบอกแล้วหรือว่าหน้าที่นี้เจ้าไม่จำเป็นต้องทำ" เสียงกึ่งตำหนิอย่างไม่จริงจังนักของซือไท่ผู้หนึ่งที่บวชอยู่ในอารามกล่าวขึ้น พร้อมกับหยิบถังน้ำสอดใส่ไม้ขึ้นมาหาบเสียเอง ซุนฮวาหดขากลับอย่างรวดเร็ว"ซุนฮวาทำได้เจ้าค่ะ ไม่ใช่เรื่องยากอันใด" ซุนฮวาลุกขึ้นยืนหมายจะเดินไปแย่งชิงหาบไม้นั้นมาถือเอาไว้ทว่าเมื่อลุกขึ้นเดินไปได้สามก้าวร่างบางก็เซเหมือนจะล้มลง จ้าวฉงซานถลาออก
ตอนที่ 48 ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ซุนฮวายกแขนขึ้นดันต้นไม้ใหญ่เอาไว้ นางค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งที่โคนต้นไม้ ไม้กวาดที่ถือไว้ถูกวางลงด้านข้าง ร่างบอบบางสูดลมหายใจเข้าลึกพร้อมกับยกมือขึ้นคลึงไปที่ขมับทั้งสองข้าง"แม่นางกัวเจ้าเวียนหัวอีกแล้วเหรอ" เสียงอ่อนโยนถามขึ้น พร้อมกับยื่นกระบอกไม้ไผ่ให้หญิงสาวซุนฮวายกมือขึ้นรับกระบอกไม้ไผ่นั้นมาอย่างนึกขอบคุณ ก่อนจะยกขึ้นดื่มด้วยความกระหาย น้ำเย็นไหลผ่านลำคอทำให้อาการหน้ามืดก่อนหน้าดีขึ้น"ขอบคุณท่านซือไท่เจ้าค่ะ อาจเพราะข้าเงยหน้านานเกินไปจึงเวียนศีรษะเช่นนี้" ร่างระหงรีบบอกออกไปทันที เพราะไม่อยากให้ซือไท่เป็นกังวล"อืม...เอาเถอะหากทำไม่ไหวเจ้าก็ไปพักเถิด อย่าได้ฝืนร่างกายเลย อาการเจ้าไม่สู้ดีนักเดี๋ยวให้อาซิงไปตามหมอในเมืองขึ้นมาตรวจดูหน่อยแล้วกัน" หญิงชรามองสตรีร่างบอบบางที่เหมือนว่าหากมีลมพัดผ่านมาแรง ๆ สักครั้งนางก็คงจะปลิวไปกับสายลม"ซุนฮวาขอบคุณท่านซือไท่เจ้าค่ะ" ซุนฮวาย่อกายกล่าวขอบคุณ ใบหน้าหวานดูซีดเซียวทว่ายังคงยิ้มแย้ม เมื่อเห็นซือไท่ชราพยักหน้าให้ นางจึงรีบถามคำถามเดิมออกไปอีกครั้ง"ท่านซือไท่เจ้าคะ ซุนฮวามีความตั้งใจอยากจะปลงผมบวชเข้า
ตอนที่ 47 ความเจ็บปวดร่วมสิบวันที่ผ่านไป เทียนเย่าและหลี่หยงก็ยังไม่พบแม้แต่เงาของพระชายา ทั้งสองตรวจทุกจุดของประตูเมืองก็ไม่มีสตรีลักษณะดังกล่าวออกนอกเมืองแม้แต่คนเดียว อย่าว่าแต่สตรีเพียงคนเดียวเลย ช่วงก่อนหน้านั้นเกิดกบฏหมิงเต๋อแน่นอนว่าประตูเมืองย่อมถูกปิดไม่ให้ผู้ใดเข้าออก หากจะมีผู้ใดเข้าออกนั้นต้องได้รับใบอนุญาตจากท่านเจ้าเมืองเสียก่อน"ซานเอ๋อร์..."ฮองเฮาฟางหรงเดินเข้ามายังตำหนักท้ายจวน ก็เห็นบุตรชายนั่งดื่มสุราอยู่กับกองอาภรณ์ที่ดูเหมือนจะยังทำไม่แล้วเสร็จ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือลูกสะใภ้ของนางนั่นเองที่ทำขึ้นมา"ถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่" จ้าวฉงซานหันไปมองพระมารดาด้วยดวงตาแดงก่ำ ตั้งแต่ซุนฮวาหายตัวไปเขาไม่เคยกลับออกไปจากตำหนักของนางเลยสักครั้ง เขาใช้ชีวิตอยู่แต่ในตำหนักแห่งนี้ทุกคืนวันผ่านไปช่างแสนยากเย็น การหายใจเข้าออกช่างเจ็บปวดเหมือนคมกระบี่เสียดแทงลงไปในปอดลึก หากนอนหลับแล้วไม่ต้องรู้สึกเช่นนี้อีก เขาก็อยากจะหลับไปตลอดกาล"ลุกขึ้นเถิด เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง ยังตามหาน้องไม่เจออีกหรือ"จ้าวฟางหรงเดินเข้าไปพยุง
ตอนที่ 46 ครอบครัวเพียงคนเดียวย้อนกลับไปทางด้านซุนฮวาเมื่อวันที่ท่านอ๋องออกไปจากจวน นางไม่ปฏิเสธว่ารู้สึกเป็นห่วงเขามากเพียงใด ขาก็ยังเดินไม่ได้ ไหนจะต้องไปร่วมวางแผนการรบอีก สายตาเศร้ามองตามสวามีที่เดินออกไปอย่างห่วงใยโกรธก็ส่วนโกรธห่วงก็ส่วนห่วง จะทำเช่นไรได้ใครใช้ให้นางรักเขาไปแล้วตั้งแต่ต้นทว่าคนทางนี้ก็น่าห่วงไม่น้อยไปกว่ากัน ชีวิตซุนฮวานอกจากเสี่ยวอี้สาวใช้คนสนิทแล้วก็คงจะไม่มีผู้ใดอีกแล้ว"โอ๊ย!!!...หม่อมฉันยอมแล้วเพคะพระชายารอง อย่าได้ตีอีกเลยพระชายาก็รู้ว่าหม่อมฉันไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น โอ๊ย!!!"เสียงร้องของเสี่ยวอี้ดังออกมาจากลานกว้างของจวน ซุนฮวายกกระโปรงขึ้นแล้วรีบเดินไปอย่างร้อนใจ ยิ่งเดินเข้ามาใกล้เท่าไรก็ยิ่งได้ยินเสียงสาวใช้ร้องดังขึ้นเท่านั้น จิ้นผิงที่เข้าไปห้ามก็ถูกไม้ของพระชายารองฟาดลงไปที่กลางศีรษะ เลือดสีแดงไหลออกมาอาบใบหน้าซุนฮวาเดินเข้าไปแย่งไม้จากมือของพระชายารองและโยนทิ้งไปทันที บ่าวรับใช้ต่างก็กลั้นใจมองอย่างตกใจความอดทนของนางหมดสิ้นลงแล้ว"ท่านอ๋องบอกให้เจ้าโบยนางหรือ นางเป็นสาวใช้ขอ











