مشاركة

8

last update تاريخ النشر: 2026-05-06 14:30:08

เสียงของมู่หรงอู่งึมงำในลำคอจนนางได้ยินไม่ถนัด ครั้นตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นมาด้วยเสียงของใครบางคน

“ข้าหิวข้าว”

หลิวฟางซวงเลิกคิ้ว ดวงตาสีอำพันเบนไปยังเจ้าของเสียงแหบเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องนอนซึ่งอยู่ใกล้สุด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากเมื่อประสานสายตาเข้ากับเด็กชายในชุดสีดำสนิท ขับผิวสีขาวและดวงตาสีมรกต

อี้เฟิงหลงมองดูรอยยิ้มงดงามของเทพธิดาอย่างหวาดระแวง รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างประหลาด “ยิ้มทำไม”

“ก็เจ้ามิได้เป็นใบ้แล้ว ข้าย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา”

“หึ!” บุตรชายเทพมังกรเชิดคอสูงก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากถ้ำไป

ท่านผู้เฒ่าพาพวกเขามาอยู่ในสุดแดนพงไพรก็จริงอยู่ ทว่าหากเดินเลยถ้ำแห่งนี้ไปทางทิศทักษิณเพียงครึ่งลี้[1] ก็จะพบกับแปลงผักและสวนผลไม้มากมายที่ผู้เฒ่าจางกั๋วเหล่าปลูกไว้ให้พวกเขาได้เก็บเกี่ยวเอามากินได้

“ท่านอาซวง...” เด็กน้อยร้องครางเมื่อถูกหญิงสาวละความสนใจไปชั่วขณะหนึ่ง

พอเจ้าของดวงหน้างามรู้สึกตัวก็หันหน้ากลับมา “มู่หรงอู่ เจ้าหิวแล้วหรือยัง”

คำถามของหลิวฟางซวงเรียกให้มู่หรงอู่เบนสายตาไปมองผลส้มที่ตกอยู่ที่พื้นอย่างแสนเสียดาย

“ข้า...”

โครกๆๆ...

นางได้ยินเข้าก็หัวเราะเสียงใส ดูท่าท้องของเด็กน้อยจะตอบคำถามแทนเจ้าตัวเสียแล้ว

“หิวแล้วขอรับ” ร่างเล็กกล่าวเสียงอ่อนก่อนจะเดินเข้ามาหานาง ใจคิดอยากเอื้อมมือขึ้นไปจับมือของหญิงสาว ทว่าสุดท้ายก็เลือกที่จะจับชายแขนเสื้อยาวสีครามของนางแทน

หญิงสาวมองสีหน้าขัดเขินไม่ประสีประสาของเด็กน้อยก็เอียงคอมอง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งคล้ายพยายามทำความเข้าใจ

ผู้ที่ถือกำเนิดจากน้ำค้างเช่นนางไม่เคยผ่านการเป็นมนุษย์มาก่อน ด้วยเหตุนี้จึงไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ที่แตกต่างของมนุษย์มากนัก แต่ถ้าจะเปรียบเทียบกันระหว่างเด็กชายทั้งสาม มู่หรงอู่ก็ดูจะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายที่สุดแล้ว

“ข้าเองก็หิวแล้วเช่นกัน”

            หลิวฟางซวงย่นคิ้วทันทีเมื่อเสียงเล็กที่ดูร่าเริงจนเกินเหตุดังออกมาจากห้องนอนของตน เด็กชายข้างกายถึงกับตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ ดวงตาคู่งามของเทพธิดาเข้มขึ้นกว่าเดิม

            นางหันไปยังผู้ที่เพิ่งตื่น “อย่างเจ้าน่ะไม่ต้องกิน!”

            “ไม่ได้นะ” เด็กชายเรือนผมสีขาวที่ห่อด้วยผ้าห่มสีน้ำเงินกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากห้อง ดวงตาสีน้ำเงินเบิกโพลงอย่างแตกตื่น “ท่านอาพูดจริงรึ!”

            “จริงสิ” นางพยักหน้ายืนยัน สีหน้าจริงจังยิ่ง

            “แต่... แต่ว่า...” หงหยางจูกลอกตาไปมาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะเดินมาเบียดร่างของมู่หรงอู่ให้กระเด็นไปอีกทางแล้วป้องปากกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน

            “มิเช่นนั้นข้าจะบอกพวกเขาว่าท่านนอนกรน”

            หลิวฟางซวงขมวดคิ้วทันควัน สีหน้าบ่งบอกว่าไม่เชื่อ “ข้าไม่ได้นอนกรนเสียหน่อย”

เจ้าเด็กผู้นี้คิดจะแกล้งหลอกอำนางหรืออย่างไร

            “ท่านไม่เชื่อก็ตามใจ” เด็กน้อยเจ้าเล่ห์ยักไหล่ คลี่ยิ้มกว้างจนเผยเขี้ยวยาวแหลมตามสายเลือด “แต่ข้าก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าพวกเขาอีกสองคนจะเชื่อหรือไม่”

            ผู้ฟังหัวเราะในลำคอ โน้มใบหน้าลงมาบีบปลายจมูกอีกฝ่ายเบาๆ “เช่นนั้นข้าก็จะฟ้องผู้เฒ่าว่าเจ้าเลื้อยเข้ามาในห้องนอนของข้าตามใจชอบ”

            คราวนี้ดูเหมือนว่านางจะจี้ได้ถูกจุด ใบหน้าที่แต่เดิมขาวซีดอยู่แล้วยิ่งซีดลงไปอีก หลิวฟางซวงผายมือออกไปเบื้องหน้า ยักคิ้วส่งให้เขาน้อยๆ ทีหนึ่ง “ตกลงว่าต่างฝ่ายต่างปิดเป็นความลับ?”

            “ก็...ได้” หงหยางจูกล่าวเสียงอ่อยก่อนจะตบมือเล็กลงบนมือนางเบาๆ

            หญิงสาวยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อข้อตกลงผ่านพ้นไปด้วยดี เมื่อยืนขึ้นเต็มความสูงก็หันไปมองเด็กชายผมดำอีกคนที่นั่งกอดเข่าร้องไห้กระซิกๆ อยู่ที่มุมห้องอย่างน่าสงสาร “หงหยางจู เมื่อครู่นี้เจ้ารังแกมู่หรงอู่” นางเบนสายตากลับมายังคนต้นเหตุที่ยืนหน้านิ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ “ดังนั้นเจ้าก็ต้องปลอบใจเขาอย่างลูกผู้ชาย เดินจูงมือเขาไปที่สวนผักก็แล้วกัน”

            “หา!”

            คราวนี้มิใช่แค่หงหยางจูเท่านั้นที่ตกใจ มู่หรงอู่เองก็ดีดกายลุกขึ้นมาพร้อมกับร้องถามเสียงหลง “ท่านอาซวง! แล้วท่านล่ะ!”

            หลิวฟางซวงโบกมือไปมาในอากาศ “ข้าขี้เกียจ... ขอรอพวกเจ้าอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน”

“แต่... แต่ว่า...” เด็กชายพยายามหาเหตุผลเพื่อให้นางไปด้วยกัน นัยน์ตาหวานหยดย้อยดั่งน้ำผึ้งเดือนห้าฉ่ำวาวออดอ้อนสุดฤทธิ์

หงหยางจูมองท่าทางของอีกฝ่ายแล้วก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาในลำคอ มือขาวซีดคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อของมู่หรงอู่

“เป็นลูกผู้ชายเสียเปล่า ต้องกล้าหาญหน่อย” กล่าวจบก็ออกแรงดึงลากเด็กชายที่อายุมากกว่า

แม้มู่หรงอู่จะพยายามขืนตัวเต็มที่ แต่ก็มิอาจต่อสู้กับพละกำลังของสายเลือดปีศาจที่วนเวียนอยู่ในตัวของหงหยางจู ครั้นลากไปจนจะพ้นออกจากถ้ำ ก็มีเสียงร้องครวญครางเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากรูปกระจับสีระเรื่อ

“ท่านอา...” มู่หรงอู่ผู้น่าสงสารลากเสียงยาว มองตามนางตาละห้อย จนกระทั่งร่างงดงามหายลับไปจากสายตา

[1] 1 ลี้ มีค่าเท่ากับ 500 เมตรในปัจจุบัน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   125

    “แต่ข้าไม่...” หลิวฟางซวงกล่าวออกมาได้เพียงครึ่งหนึ่งก็เงียบไป หลังจากคิดไตร่ตรองอยู่ครึ่งหนึ่งก็เอ่ยถามอีกครั้ง “หากข้าสามารถพิสูจน์ได้ เจ้าจะยอมตัดใจจากข้าใช่หรือไม่” “ใช่” โฉมสะคราญพยักหน้าช้าๆ “เช่นนั้นก็ได้” อี้เฟิงหลงเป็นคนหัวรั้น ในเมื่อเป็นข้อเสนอของเขา อีกฝ่ายคงไม่มีทางบิดพลิ้วหากนางสามารถพิสูจน์ตนเองได้ หลิวฟางซวงคิดไปทางหนึ่ง โดยที่ไม่รู้เลยว่าอี้เฟิงหลงไม่เคยคิดที่จะทำตามที่พูด เขาไม่เชื่อหรอกว่าหญิงสาวจะไม่มีใจให้เขา จากการกระทำทุกอย่างที่แล้วมาก็สามารถพิสูจน์ได้ แต่ในเมื่อเป็นนางที่ดื้อรั้นอยากให้เขาตัดใจ เช่นนั้นเขาจะทำให้นางเห็นเองว่า คำพูดเพียงลมปากกับสิ่งที่ทำได้จริงนั้นมันต่างกัน! ทันทีที่นางรับปาก อี้เฟิงหลงก็เคลื่อนฝีปากเข้าหาอย่างอ่อนโยน แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองจะทะเลาะกัน แต่เขาก็ไม่คิดจะใช้ข้ออ้างนั้นทำร้ายความรู้สึกของนาง ชายหนุ่มมองว่าการจุมพิตเป็นสิ่งพิเศษ และผู้ที่จะได้รับมันจากเขามีเพียงแค่นางคนเดียวเท่านั้น... มังกรหนุ่มพยายามถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองผ

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   124

    ผู้ที่ถูกยอกย้อนเอียงคอมองคนสูงกว่า อดไม่ได้ที่จะใช้ปลายนิ้วแตะลงบนริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างหยอกเย้า“อี้เฟิงหลง” จู่ๆ นัยน์ตาสีอำพันของหลิวฟางซวงก็ไหววูบ รอยยิ้มงามบนใบหน้าพลันหมองเศร้า “เราไม่ควรถลำลึกไปมากกว่านี้แล้ว”ร่างสูงโปร่งนิ่งค้างเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว นัยน์ตาสีมรกตคู่คมเบิกกว้างขึ้นหลิวฟางซวงถอนหายใจขณะที่ลดมือลง นึกไม่ถึงว่าข้อมือเรียวของตนจะถูกคนตัวสูงคว้าเอาไว้“ท่านหมายความว่าอย่างไร”เขาคิดว่าตนเองไม่ใช่เด็กน้อยที่ฟังคำไม่รู้ความ แต่ประโยคที่หญิงสาวกล่าวมาเมื่อครู่ เขากลับไม่เข้าใจมันเลยสักนิดอะไรคือ ‘ไม่ควรถลำลึกไปมากกว่านี้’นางไม่ได้มีใจให้เขาหรอกหรือ?ใบหน้าหล่อเหลาของเทพมังกรซึ่งมีสายเลือดมนุษย์ไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่งเผยความเจ็บปวดหลิวฟางซวงพลันใจหาย นางไม่เคยเห็นอี้เฟิงหลงแสดงสีหน้าเช่นนี้มาก่อน มันช่างสร้างความรู้สึกรวดร้าวและอึดอัดจนนางแทบหายใจไม่ออกตามเขาไปด้วย “ข้า... ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับเจ้า”บรรยากาศหวานละมุนระหว่างคนทั้งคู่สลายไปในพริบตา“ไม่” เขาไม่ได้รัดข้อมือบางเสียจนอีกฝ่ายรู้สึกเจ็บ หากมันก็แน่นหนาพอที่จะทำให้นางสะบัดไม่หลุด “ท่านไม่มีสิทธิ์ที่จะ

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   123

    ทว่าหลังจากที่ถ่ายทอดพลังทั้งหมดให้แก่หลิวฟางซวง ชายชราก็สามารถปล่อยวางความรู้สึกผิดหวังที่สมมานานหลายหมื่นปีได้สำเร็จถึงหลิวฟางซวงจะเป็นเศษเสี้ยวพลังและวิญญาณของคนผู้นั้น แต่นางก็มิใช่เฉินว่านเซิงนางมองมู่หรงอู่ด้วยสายตาของผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก มิใช่สายตาของสตรีที่มองบุรุษผู้หนึ่งด้วยความเสน่หา สองศิษย์อาจารย์ผลัดกันเดินหมากโดยมีเฉียนอวี่เป็นผู้นับคะแนน กว่าเหอเหยาจวงจะดึงตนเองออกมาจากห้วงอดีตอันไกลโพ้น เขาก็พบว่ากระดานหมากนี้ใกล้จะจบลงเสียแล้ว เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ชายชรารู้สึกว่าปลายนิ้วของตนเองเริ่มอ่อนแรง ภาพเบื้องหน้าเริ่มจางลงเรื่อยๆ จนแทบกลายเป็นสีขาวโพลน ในที่สุด... เขาก็จะได้พบกับเฉินว่านเซิงเสียที กริ๊ก! หมากสีขาวจากมือเหี่ยวย่นตกลงสู่พื้น ชายชราหลับตาลงอย่างเชื่องช้า มุมปากยกยิ้มนิดๆ ใบหน้าผ่องใสแลดูสงบประหนึ่งว่าเขาเพียงแค่นอนหลับไปเท่านั้น สองพี่น้องฝาแฝดรีบปาดความเปียกชื้นที่หางตาทิ้ง คุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับทำความเคารพขั้นสูงสุด “...น้อมส่งท่านอาจารย์” แม้จ

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   122

    第二十二章ท่านอากับความรู้สึกที่มิอาจหลบหนี ครั้นการจัดตั้งตำแหน่งหน้าที่ครบถ้วนเรียบร้อย การประชุมบนเผ่าสวรรค์ก็เป็นอันสิ้นสุด ทว่าน่าแปลกนักที่ครานี้ปรามจารย์แห่งสำนักไร้นามกลับไม่มาร่วมด้วย มีหลายคนสงสัย แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าปริปากถาม คาดว่าในเมื่อหลิวฟางซวงปรากฏกายขึ้นแล้ว ผู้ที่ปิดบังฐานะที่แท้จริงของนางอย่างเหอเหยาจวงคงกลัวความผิดจนไม่ยอมมาสู้หน้า ...หากความจริงมันมิใช่อย่างนั้นแม้แต่น้อย ครั้นเฉียนอวี่เก็บกวาดภายในห้องศาสตราวุธเสร็จเรียบร้อย นางก็ทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์โดยการไปเรียกตัวผู้ที่ถูกกักบริเวณให้ออกมาพบ เฉียนเสวี่ยทั้งประหลาดใจทั้งกังวล จิ้งจอกหนุ่มรีบมุ่งหน้าไปยังห้องโถงด้วยความรู้สึกหน่วงๆ ในอก ในเมื่อท่านอาจารย์ถ่ายทอดพลังปราณให้หลิวฟางซวงจนหมดสิ้น เช่นนั้นก็เท่ากับว่าเวลาของเขา... ความคิดของชายหนุ่มสะดุดลงเมื่อเขาและน้องสาวฝาแฝดเดินทางมาถึงสถานที่อันคุ้นเคย กลิ่นอายสูงส่งที่มักจะเป็นสัญญาณบอกกล่าวพวกเขาถึงตัวตนของเหอเหยาจวงกลับว่างเปล่า ร่างที่ปกติมักจะนั

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   121

    สงครามครั้งก่อนเผ่ามารตั้งเป้าหมายในการยึดครองแดนมนุษย์ก่อนแล้วค่อยกระจายขึ้นบนและลงล่าง มาคราวนี้พวกมันระมัดระวังมากกว่าเดิม พวกเขาเองก็ไม่สามารถยึดวิธีตั้งแผนรับมือเหมือนก่อนได้อีก“อี้ปั๋ว เรื่องนี้เจ้าจะตัดสินใจคนเดียวไม่ได้” เทพมังกรแห่งคาบสมุทรซีไห่กล่าวเสียงขรึม “เผ่าเทพมังกรผู้ปกครองคาบสมุทรมิได้มีเพียงเจ้าคนเดียว”เทพมังกรอี้ปั๋วตวัดสายตาไปมองผู้กล่าวอย่างเย็นชา “จากการโจมตีเมื่อคราก่อน ก็มีเพียงทะเลตงไห่ที่ต้องรับมือตามลำพัง คาบสมุทรอีกสามแห่งมิเห็นจะแยแส”“นั่น...!” ศิษย์เอกอันดับหนึ่งแห่งสำนักไร้นามที่เพิ่งมาถึงมาทันได้เห็นอี้ปั๋วจ้องเขม็งไปยังเทพมังกรผู้ปกครองคาบสมุทรแห่งอื่นพอดี บรรยากาศร้อนๆ หนาวๆ ส่งผลให้แม่ทัพหนุ่มที่ค่อนข้างบอบช้ำจากศึกที่ผ่านมาลอบกลืนน้ำลาย ช่างน่าปวดหัวแทนท่านลุงของเขาโดยแท้...ทันใดนั้นเอง บานประตูที่เพิ่งปิดลงก็ถูกแรงดันมหาศาลจากภายนอกพัดตึงจนเกิดเสียงดังลั่นเซี่ยโหยวฮว้าเพิ่งเดินทางมาถึงได้ไม่นานจึงยืนอยู่บริเวณใกล้บานประตูมากที่สุด ครั้นสามารถเห็นผู้มาใหม่ได้อย่างชัดเจนก็เบิกตากว้าง“น้องสาม!”เทพธิดาสาวผู้ก้าวผ่านธรณีป

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   120

    “หลังจากจอมมารถอยทัพ ท่านพ่อก็ตามท่านเทพเอ้อหลางขึ้นไปประชุมบนสวรรค์” ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ “ข้าเองก็ต้องไปรายงานเช่นเดียวกัน” “ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าเป็นห่วงท่านอาจารย์กับศิษย์น้อง เมื่อท่านเสร็จสิ้นธุระแล้ว รบกวนท่านไปที่หุบเขาไกลภพได้หรือไม่” ยิ่งหลี่ลู่พูดคุยกับชายหนุ่มมากเท่าไร อาการที่เขาเก็บซ่อนไว้ก็เริ่มแสดงออมามากขึ้น ช่วงที่เขาสูญเสียดวงตา กิเลนหนุ่มยังถูกโจมตีด้วยฝ่ามือและพลังวัตรอันแข็งแกร่งจากเผ่ามารไปหลายต่อหลายครั้ง ความจริงแล้วเขาบาดเจ็บภายในสาหัส แต่เพื่อมิให้คนในเผ่าต้องเป็นกังวลและเสียขวัญ ชายหนุ่มจึงต้องข่มความรู้สึกเจ็บไว้จนใบหน้าซีดขาว เซี่ยโหยวฮว้าเติบโตมาพร้อมกับหลี่ลู่ มีหรือที่เขาจะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่“ข้าเองก็ตั้งใจจะทำเช่นนั้น”ร่างในเสื้อเกราะกล่าวเสร็จก็เรียกกระปุกยาออกมาจากความว่างเปล่าแล้วยื่นส่งให้คนที่ทำหน้ามึน “นี่เป็นยาที่ข้านำมาจากแดนเทพ หากเจ้าไม่อยากหมดสติไปตรงนี้ก็รีบกินเสีย”หลี่ลู่ขมวดคิ้ว แต่ก็รีบส่งเม็ดโอสถเข้าปากอย่างไม่เกี่ยงงอน “นี่ข้าติดหนี้คงขี้งกหรอกหรือนี่”เซี่ยโหยวฮ

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   5

    คิดพลางสะบัดมือเพื่อจุดเทียนไขในห้องให้สว่าง ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แล้วเรียกของสองสามสิ่งขึ้นมากองบนโต๊ะหินเบื้องหน้ามู่หรงอู่ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างพร้อมชะเง้อคอมอง “ท่านอาซวงจะทำอันใด”“เย็บผ้า”ผู้ฟังกะพริบตาปริบๆ ปกติเขาเห็นท่านอาเสกโน่นเสกนี่มาโดยตลอด วันนี้ต้องมีวาระโอกาสพิเศษแน่ท่านอาซวง

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   4

    ผู้ฟังนิ่งไปพักหนึ่ง มองใบหน้าของทั้งสองสลับกันไปมา เริ่มคาดเดาอะไรได้บางส่วน “พวกเจ้าทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้?”หงหยางจูยักคิ้วพลางป้องปากคล้ายกระซิบกับหญิงสาว “เจ้ามังกรหวงภาพพจน์อย่างกับอะไรดี...”“แล้วเหตุใดจึงกลับกันมาในสภาพเช่นนี้ได้” นางหมายถึงการเดินตัวเปล่ากลับมาที่นี่ทั้งที่เป็นช่วงชุนเทียน

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   3

    หลิวฟางซวงเห็นสภาพดังกล่าวก็เลิกคิ้วขึ้นมาข้างหนึ่ง…ผู้ใดสั่งสอนให้เดินแก้ผ้ามาเยี่ยงนี้!มู่หรงอู่วิ่งไปหลบอยู่หลังร่างอรชรด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ การต่อสู้อันดุเดือดยังสร้างความขนลุกขนพองให้เขาไม่สร่างซาการกระทำของเด็กมนุษย์ผิดกับหลิวฟางซวงที่กะพริบตาปริบๆ มองร่างที่กำลังย่ำเดินตรงมาหานางด้วยส

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   2

    第一章ท่านอาเป็นสตรีผู้เกียจคร้าน การนอนหลับอย่างเต็มอิ่มส่งผลให้ผู้ตื่นนอนมีสีหน้าสดชื่นแจ่มใส ท้องฟ้ายามเย็นแต่งแต้มด้วยฝูงวิหคโผบินกลับรังเสมือนภาพวาด หวนให้นึกถึงความสุขสงบของบ้านที่จากมา หลิวฟางซวงยืดแขนบิดขี้เกียจเพื่อขับไล่ความเมื่อยล้า ดวงหน้างามพริ้มดั่งหญิงสาววัยสิบแ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status