مشاركة

8

last update تاريخ النشر: 2026-05-06 14:30:08

เสียงของมู่หรงอู่งึมงำในลำคอจนนางได้ยินไม่ถนัด ครั้นตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นมาด้วยเสียงของใครบางคน

“ข้าหิวข้าว”

หลิวฟางซวงเลิกคิ้ว ดวงตาสีอำพันเบนไปยังเจ้าของเสียงแหบเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องนอนซึ่งอยู่ใกล้สุด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากเมื่อประสานสายตาเข้ากับเด็กชายในชุดสีดำสนิท ขับผิวสีขาวและดวงตาสีมรกต

อี้เฟิงหลงมองดูรอยยิ้มงดงามของเทพธิดาอย่างหวาดระแวง รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างประหลาด “ยิ้มทำไม”

“ก็เจ้ามิได้เป็นใบ้แล้ว ข้าย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา”

“หึ!” บุตรชายเทพมังกรเชิดคอสูงก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากถ้ำไป

ท่านผู้เฒ่าพาพวกเขามาอยู่ในสุดแดนพงไพรก็จริงอยู่ ทว่าหากเดินเลยถ้ำแห่งนี้ไปทางทิศทักษิณเพียงครึ่งลี้[1] ก็จะพบกับแปลงผักและสวนผลไม้มากมายที่ผู้เฒ่าจางกั๋วเหล่าปลูกไว้ให้พวกเขาได้เก็บเกี่ยวเอามากินได้

“ท่านอาซวง...” เด็กน้อยร้องครางเมื่อถูกหญิงสาวละความสนใจไปชั่วขณะหนึ่ง

พอเจ้าของดวงหน้างามรู้สึกตัวก็หันหน้ากลับมา “มู่หรงอู่ เจ้าหิวแล้วหรือยัง”

คำถามของหลิวฟางซวงเรียกให้มู่หรงอู่เบนสายตาไปมองผลส้มที่ตกอยู่ที่พื้นอย่างแสนเสียดาย

“ข้า...”

โครกๆๆ...

นางได้ยินเข้าก็หัวเราะเสียงใส ดูท่าท้องของเด็กน้อยจะตอบคำถามแทนเจ้าตัวเสียแล้ว

“หิวแล้วขอรับ” ร่างเล็กกล่าวเสียงอ่อนก่อนจะเดินเข้ามาหานาง ใจคิดอยากเอื้อมมือขึ้นไปจับมือของหญิงสาว ทว่าสุดท้ายก็เลือกที่จะจับชายแขนเสื้อยาวสีครามของนางแทน

หญิงสาวมองสีหน้าขัดเขินไม่ประสีประสาของเด็กน้อยก็เอียงคอมอง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งคล้ายพยายามทำความเข้าใจ

ผู้ที่ถือกำเนิดจากน้ำค้างเช่นนางไม่เคยผ่านการเป็นมนุษย์มาก่อน ด้วยเหตุนี้จึงไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ที่แตกต่างของมนุษย์มากนัก แต่ถ้าจะเปรียบเทียบกันระหว่างเด็กชายทั้งสาม มู่หรงอู่ก็ดูจะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายที่สุดแล้ว

“ข้าเองก็หิวแล้วเช่นกัน”

            หลิวฟางซวงย่นคิ้วทันทีเมื่อเสียงเล็กที่ดูร่าเริงจนเกินเหตุดังออกมาจากห้องนอนของตน เด็กชายข้างกายถึงกับตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ ดวงตาคู่งามของเทพธิดาเข้มขึ้นกว่าเดิม

            นางหันไปยังผู้ที่เพิ่งตื่น “อย่างเจ้าน่ะไม่ต้องกิน!”

            “ไม่ได้นะ” เด็กชายเรือนผมสีขาวที่ห่อด้วยผ้าห่มสีน้ำเงินกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากห้อง ดวงตาสีน้ำเงินเบิกโพลงอย่างแตกตื่น “ท่านอาพูดจริงรึ!”

            “จริงสิ” นางพยักหน้ายืนยัน สีหน้าจริงจังยิ่ง

            “แต่... แต่ว่า...” หงหยางจูกลอกตาไปมาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะเดินมาเบียดร่างของมู่หรงอู่ให้กระเด็นไปอีกทางแล้วป้องปากกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน

            “มิเช่นนั้นข้าจะบอกพวกเขาว่าท่านนอนกรน”

            หลิวฟางซวงขมวดคิ้วทันควัน สีหน้าบ่งบอกว่าไม่เชื่อ “ข้าไม่ได้นอนกรนเสียหน่อย”

เจ้าเด็กผู้นี้คิดจะแกล้งหลอกอำนางหรืออย่างไร

            “ท่านไม่เชื่อก็ตามใจ” เด็กน้อยเจ้าเล่ห์ยักไหล่ คลี่ยิ้มกว้างจนเผยเขี้ยวยาวแหลมตามสายเลือด “แต่ข้าก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าพวกเขาอีกสองคนจะเชื่อหรือไม่”

            ผู้ฟังหัวเราะในลำคอ โน้มใบหน้าลงมาบีบปลายจมูกอีกฝ่ายเบาๆ “เช่นนั้นข้าก็จะฟ้องผู้เฒ่าว่าเจ้าเลื้อยเข้ามาในห้องนอนของข้าตามใจชอบ”

            คราวนี้ดูเหมือนว่านางจะจี้ได้ถูกจุด ใบหน้าที่แต่เดิมขาวซีดอยู่แล้วยิ่งซีดลงไปอีก หลิวฟางซวงผายมือออกไปเบื้องหน้า ยักคิ้วส่งให้เขาน้อยๆ ทีหนึ่ง “ตกลงว่าต่างฝ่ายต่างปิดเป็นความลับ?”

            “ก็...ได้” หงหยางจูกล่าวเสียงอ่อยก่อนจะตบมือเล็กลงบนมือนางเบาๆ

            หญิงสาวยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อข้อตกลงผ่านพ้นไปด้วยดี เมื่อยืนขึ้นเต็มความสูงก็หันไปมองเด็กชายผมดำอีกคนที่นั่งกอดเข่าร้องไห้กระซิกๆ อยู่ที่มุมห้องอย่างน่าสงสาร “หงหยางจู เมื่อครู่นี้เจ้ารังแกมู่หรงอู่” นางเบนสายตากลับมายังคนต้นเหตุที่ยืนหน้านิ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ “ดังนั้นเจ้าก็ต้องปลอบใจเขาอย่างลูกผู้ชาย เดินจูงมือเขาไปที่สวนผักก็แล้วกัน”

            “หา!”

            คราวนี้มิใช่แค่หงหยางจูเท่านั้นที่ตกใจ มู่หรงอู่เองก็ดีดกายลุกขึ้นมาพร้อมกับร้องถามเสียงหลง “ท่านอาซวง! แล้วท่านล่ะ!”

            หลิวฟางซวงโบกมือไปมาในอากาศ “ข้าขี้เกียจ... ขอรอพวกเจ้าอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน”

“แต่... แต่ว่า...” เด็กชายพยายามหาเหตุผลเพื่อให้นางไปด้วยกัน นัยน์ตาหวานหยดย้อยดั่งน้ำผึ้งเดือนห้าฉ่ำวาวออดอ้อนสุดฤทธิ์

หงหยางจูมองท่าทางของอีกฝ่ายแล้วก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาในลำคอ มือขาวซีดคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อของมู่หรงอู่

“เป็นลูกผู้ชายเสียเปล่า ต้องกล้าหาญหน่อย” กล่าวจบก็ออกแรงดึงลากเด็กชายที่อายุมากกว่า

แม้มู่หรงอู่จะพยายามขืนตัวเต็มที่ แต่ก็มิอาจต่อสู้กับพละกำลังของสายเลือดปีศาจที่วนเวียนอยู่ในตัวของหงหยางจู ครั้นลากไปจนจะพ้นออกจากถ้ำ ก็มีเสียงร้องครวญครางเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากรูปกระจับสีระเรื่อ

“ท่านอา...” มู่หรงอู่ผู้น่าสงสารลากเสียงยาว มองตามนางตาละห้อย จนกระทั่งร่างงดงามหายลับไปจากสายตา

[1] 1 ลี้ มีค่าเท่ากับ 500 เมตรในปัจจุบัน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   49

    第八章ท่านอากับความเกลียดชัง บรรยากาศอันคุ้นเคยของสุดแดนพงไพรกลับกลายเป็นบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยขึ้นมาเสียเฉยๆ “เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจยาวนี้คล้ายกับผู้ที่แบกโลกเอาไว้ทั้งใบ “สวรรค์ ข้าหลิวฟางซวงทำผิดมากนักหรือ ท่านอาจารย์... ที่ผ่านมาศิษย์ขอโทษที่ทำให้ท่านหนักใจ บัดนี้ศิษย์รู้แล้วว่าการเลี้ยงเด็กนั้นยากเย็นเพียงใด” หากเป็นผู้อื่นคงไม่มองว่าภารกิจเลี้ยงเด็กนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับสตรีขี้เกียจผู้รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจแล้ว เรื่องนี้นับว่าน่าปวดหัวนัก น่าปวดหัวเหลือเกิน คิดเสร็จก็ถอนหายใจอีกรอบ จนปัญญาจะคิดแล้วจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงตามเดิม หากล้มตัวได้ไม่นานก็มีเสียงเล็กราบเรียบดังขึ้นหน้าห้อง “ท่านอาซวง” “อี้เฟิงหลง” นางครางอย่างเกียจคร้าน เปลือกตาลืมขึ้นครึ่งหนึ่งขณะที่ดวงตาสีอำพันเบนไปมองที่มาของเสียง “เข้ามาสิ” เด็กชายเดินเข้ามาตามที่นางบอก สีหน้าราบเรียบเหมือนเช่นเคย“ยามนี้หงหยางจูขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ส่วนมู่หรงอู่กำลังเริ่มเรียนพิณ” “ดีแล้ว” เจ้าของกลิ่นกายหอมกรุ่นผ่อนลมหายใจ “เจ้าดูตัวเ

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   48

    “อี้เฟิงหลง หงหยางจู พวกเจ้าก็มาด้วยกันสิ” นางหันไปกล่าวกับเด็กชายอีกสองคน ก่อนจะเดินตามทิศทางที่มู่หรงอู่วิ่งไปอย่างเอื่อยเฉื่อย“ฮึ!” ผู้มีสายเลือดปีศาจอยู่ครึ่งหนึ่งยกมือกอดอก เดินเชิดหน้าตามไปโดยมีอี้เฟิงหลงกวาดสายตามองดูรอบๆ เมื่อไม่พบเห็นสิ่งใดผิดสังเกตจึงเดินตามไปหยุดยืนอยู่หน้าศาลา“ไหน ให้ข้าจับมือของเจ้าหน่อย”ชายชราแม้ดวงตามองไม่เห็นแต่หูมิได้บอด ยามได้ยินเสียงฝีเท้าเบาเคลื่อนเข้ามาใกล้ก็เคลื่อนมือจากสายพิณมาผายออกเบื้องหน้า มู่หรงอู่ยื่นมือส่งให้เขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ยามที่สองมือสัมผัสกัน คนเฒ่าก็ชะงักไปพักหนึ่ง ต่อมาถึงกล่าวเสียงเนิบนาบ“ผู้จะดีดพิณได้ดีนั้น จำต้องมีนิ้วมือเรียวยาวและยืดหยุ่น ขณะเดียวกันปลายนิ้วต้องแข็งแรงหนักแน่น มือของเจ้า... นับว่าใช้ได้ทีเดียว”หลิวฟางซวงมาถึงในจังหวะที่อีกฝ่ายปล่อยมือจากมือเล็กพอดี “ผู้อาวุโส เขายังเด็กนักจึงอาจจะสนใจเพียงประเดี๋ยวประด๋าว ข้าว่า...”“แม่นาง เจ้าลองดูที่ตาของเด็กผู้นี้” ชายชราตามืดบอดบอกกับนาง “ดูสิว่าแววตาของเขาเป็นเช่นไร”หลิวฟางซวงถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะหันมาจับจ้องดวงตาของมู่หรงอู่ดังที่อีกฝ่ายว่าแววตาของเด็กน้อยมุ่

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   47

    ประเสริฐยิ่งนัก คงไม่มีเทพธิดาตนใดบนสรวงสวรรค์ที่หลับตาเดินเหินดังเช่นหลิวฟางซวงอีกแล้ว!ทว่า... หากยอมรับว่าสิ่งที่อี้เฟิงหลงพูดเป็นความจริง ก็มิเท่ากับว่าเขาเสียหน้าหรอกหรือ!ครุ่นคิดอย่างคุกรุ่นอยู่ในใจ ศักดิ์ศรีที่มีมันค้ำคอสั้นๆ ของร่างน้อย เจ้าตัวทนไม่ไหวรีบเดินเข้าไปเขย่าขาโฉมสะคราญ“ท่านอาซวงๆ” เขาร้องเรียก “ท่านอาซวงลืมตามองข้าหน่อย ข้าไม่มั่นใจว่ามนุษย์เหล่านั้นมองข้าเพราะเห็นผ่านม่านมนตราของท่านหรือไม่”และแล้วก็ได้ผลเมื่อหลิวฟางซวงลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า “ไม่... หรอก” นางตอบเสียงเอื่อยเฉื่อยก่อนจะหันไปมองรอบๆ “ถึงตลาดแล้วหรือ”ชาวบ้านทั้งหลายเห็นภาพดังกล่าวแล้วพากันผงะ เมื่อครู่นี้หญิงสาวเดินหลับมาเอง มิได้ตาบอดหรอกหรือ!คราแรกยอมเปิดทางเพราะเห็นแก่คนพิการที่ต้องใช้เด็กจูง สุดท้ายพอรู้สึกว่าโดนหลอก ผู้คนทั้งหลายจึงสมัครใจกันกรูเข้ามาเดินเบียดเสียด ปิดกั้นเส้นทางพร้อมกับจับจ่ายข้าวของกันอย่างเนืองแน่นเหมือนเดิมอี้เฟิงหลงขมวดคิ้วมองหงหยางจู “พอใจแล้วหรือยัง”เจ้างูยักไหล่ ไม่สนใจว่าจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน “ก็นิดนึง”เสียงที่พูดออกมาได้ไม่ชัดเจนเพราะฟันหน้าที่หายไปส่งผลให้

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   46

    “เจ้าลงจากเขาครานี้ก็คงหวังไปเยี่ยมเยือนนาง ฝากความคิดถึงของข้าถึงนางด้วย”“แล้วเรื่องทะเลสาบ...” กิเลนหนุ่มยังคงมิอาจเบาใจได้ จึงไต่ถามขึ้นมาอีกคราผู้อาวุโสหลับตาลงอย่างเชื่องช้า “ข้ารับรองว่าช่วงนี้ผนึกยังมิเสียหาย” “เช่นนั้นศิษย์ก็วางใจแล้ว” หลี่ลู่ร่ำลาผู้เป็นอาจารย์อีกสองสามประโยค จากนั้นก็แปลงกายเป็นกิเลนมุ่งหน้าเข้าสู่กลีบเมฆที่หนาทึบ ประเดี๋ยวอีกไม่นานคงมีพิรุณโปรยปรายลงมา เหอเหยาจวงลุกขึ้นจากโขดหินพลางเดินเอื่อยเฉื่อยไปที่ริมผา แววตาหยั่งลึกเก็บงำเรื่องราวมากมายความลับของสรวงสวรรค์ ผู้ใดเล่าเป็นผู้กำหนด “จางกั๋วเหล่า เรื่องนี้ข้าคงช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้” ชายชรายกมือไพล่หลัง มองผืนฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสียามตะวันใกล้ลับจากขอบฟ้า “เวลาเหลือไม่มากแล้ว...”สายลมพัดผ่านพาเอาใบไม้สีฉี่จื่อ[1] พลิ้วโชยไปยังที่ไกลแสนไกล นำพาเสียงถอนหายใจอย่างหนักหน่วงก้องสู่ใต้หล้าสรรพสิ่งในสามพิภพล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว ยินยอมหรือไม่ ดึงดันหรือไม่ ล้วนไร้ความหมาย...ท้องตลาดยามเช้าคับคั่งไปด้วยอาหาร ของสด ของคาว ของหวาน วางเรียงอย่างสวยงามอยู่บนโต๊ะและเพิง

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   45

    เหอเหยาจวงสีหน้าเคร่งขรึม ยกมือขึ้นมาทาบชิดริมฝีปากเจ้าศิษย์ที่ริอ่านส่งเสียงดัง “ชู่ๆๆ อย่าเสียดัง ประเดี๋ยวก็ครบแล้ว ไม่เกินวันสองวันนี้ บิดาของเจ้าต้องขึ้นไปรายงาน”“หมายความว่าต้องรออีก?”“ใช่ รอก่อน” น้ำเสียงของผู้กล่าวสงบเยือกเย็น ผิดกับอีกฝ่ายที่ร้อนดังไฟแผดเผา“ท่านอาจารย์ เรื่องใหญ่เช่นนี้จะใจเย็นได้อย่างไร หาก...” หลี่ลู่พูดเพียงเท่านั้นก็หุบปากพร้อมกับตรงมาทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นเบื้องหน้าผู้ที่อบรมสั่งสอนตนมาหลายพันปี ยามที่สายตาของเหอเหยาจวงมองมาตรงๆ เขาก็มักจะเกรงใจและสำนึกได้ว่าตนเองเผลอทำตัวเสียมารยาทไปเสียแล้วเหอเหยาจวงยกยิ้มนิดๆ ที่มุมปากคล้ายพึงพอใจ ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเขาหาใช่มีฐานะเป็นเพียงศิษย์ แต่เขายังเป็นอนาคตของเผ่ากิเลน เป็นคลื่นลูกต่อไปของสามพิภพหกดินแดน หากเยือกเย็นและสุขุมมากขึ้น ย่อมเป็นประโยชน์ต่อเขาและผู้อื่นในภายภาคหน้า“ท่านอาจารย์ ท่านยังไม่บอกศิษย์เลยว่ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร” ในที่สุดชายหนุ่มก็ระงับความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่เหอเหยาจวงเหม่อมองผืนฟ้า “เจ้าสี่”ดวงตาของหลี่ลู่เบิกกว้างมากขึ้น สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาฉับพลัน “หมายความว่าศิษย์น้องสี่มีคำทำนาย

  • ข้าขอนอนสักงีบเถิด   44

    หงหยางจูพูดพลางเดินตรงเข้ามาหาหญิงสาวคนเดียวในที่นี้ และด้วยความเคยชินก็ใช้ตัวกระแทกร่างอ่อนปวกเปียกของเด็กน้อยที่เกะกะอยู่ก่อนหน้านี้ออกไป นึกไม่ถึงว่าจะกะจังหวะพลาดเมื่อคนที่ถูกชนออกไปสะบัดข้อมือตามการตอบสนองของร่างกายอึก!มู่หรงอู่หน้าซีดขาว ผิดพลาดไปแล้ว เขาไม่ได้ตั้งใจ!หลังมือของเจ้าของใบหน้าหวานกระแทกโดนปากของเด็กชายประเดี๋ยวเดียว วัตถุสีขาวสะอาดก็พุ่งกระเด็นออกมาจากปากของหงหยางจูหล่นตุ้บลงบนพื้นผู้มีประสบการณ์มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็รู้สึกว่าวันนี้ฟ้าได้เข้าข้างเขาเสียทีฟันหลอแล้ว... ในที่สุดก็ถึงคราวของเจ้าปีศาจงูบ้างที่ต้องถูกเยาะเย้ย!อี้เฟิงหลงแสยะยิ้มทันควัน “ไหน ข้ามีประสบการณ์มาก่อน เจ้าอ้าปากให้ข้าดูหน่อย ต้องห้ามเลือดที่ไหลก่อนนะ”เด็กชายเจ้าของเรือนผมสีขาวรีบยกมือขึ้นมาตะครุบปาก ถลึงตาใส่ผู้กล่าวอย่างเคียดแค้น“อุบอากเอี๋ยวอี้!” ...หุบปากเดี๋ยวนี้!“พูดจาภาษาอันใด ฟังไม่รู้ความ” บุตรชายเทพมังกรเงี่ยหูทรงแหลมเข้ามาใกล้ “ไหน พูดอีกทีสิ”ก่อนหน้านี้หงหยางจูล้อเลียนเรื่องที่เขาฟันหลอมาก็มาก หากมีโอกาสเอาคืน มีหรือที่จะไม่เอาคืน!“อากไอ้อ่อนเออะ!” ...ฝากไว้ก่อนเถอะ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status