تسجيل الدخول‘ฉินหร่วนเหอ’ เข้ามาอยู่ในร่างของสตรีชื่อแซ่เดียวกัน ที่สำคัญนางยังอยากจะเปลี่ยนโชคชะตาของเจ้าของร่าง ไม่ให้ท้ายที่สุดจบลงด้วยการสิ้นใจเพราะคลอดยาก หลังถูกสามีใช้ประโยชน์จากนั้นคิดจะเขี่ยทิ้ง!!! ม่านฝันบดบัง ห้วงกาลย้อนคืน ผู้ใดจะรู้ว่าโชคชะตาที่ถูกเปลี่ยนจะราบรื่นหรือไม่ วังวนอำนาจม้วนนางกลับเข้าสู่ความขัดแย้งในเมืองหลวง ด้วยชีวิตของสตรีหลังจวนล้วนต้องพึ่งพาบุรุษ การแบ่งแยกชนชั้น การแก่งแย่งชิงความโปรดปรานของสตรีเรือนหลัง แม้อยากพึ่งพาตัวเอง หาทางหนีและทางรอด ทว่าในยุคที่บุรุษเป็นใหญ่นั้นไม่ง่าย... ถึงอย่างนั้นใครจะทะเลาะกันแย่งชิงบุรุษที่โดดเด่นก็ทำไปเถิด นางขอยืนอยู่ในมุมเงียบๆ มองดูผู้คนเขาทะเลาะกันก็พอ!!
عرض المزيدไม่มีผู้ใดล่วงรู้จริงๆ หรอกว่าหลังความตายมีสิ่งใดรออยู่ เว้นเสียแต่คนผู้นั้นจะพานพบกับตัวเองจริงๆ จะเป็นความว่างเปล่าก็ดี จุดสิ้นสุดของทุกสิ่งก็ดี หรืออาจจะมีโลกอีกใบซึ่งรออยู่ คำตอบเหล่านั้นล้วนต้องเผชิญด้วยตัวเองจึงจะรู้แจ้ง ไม่มีใครสามารถกลับมาบอกเล่า ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าสิ่งที่เคยได้รับการบอกเล่านั้นถูกต้อง เป็นความจริง หากอยากรู้ทุกคนล้วนต้องเผชิญกับมันด้วยตัวเองทั้งสิ้น
ฉินหร่วนเหอ...นั่งมองสิ่งต่างๆ รอบตัวที่คล้ายมี คล้ายไม่มี เมฆหมอกหนาทึบ ความเย็นเยียบบาดผิว ความทรงจำสุดท้ายคือแสงไฟจากหน้ารถยนต์ที่สาดวาบขณะเดินข้ามถนน หลังจากนั้นตัวหญิงสาวเองก็มาโผล่ที่นี่ สถานที่โล่งกว้าง ไร้แสง ไม่มีผู้อื่น ไม่มีสิ่งใดทั้งสิ้น ข้างขายล้วนว่างเปล่า ไม่รู้วัน ไม่รู้เวลา ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ลึกๆ แม้ตระหนักว่าตัวเองคงตายไปแล้ว แต่ใจหนึ่งก็คล้ายมีความหวัง เพราะหากตายไม่ใช่ว่าทุกอย่างน่าจะจบสิ้น ต้องไม่มีความรู้สึก แต่นี่หญิงสาวเองกลับยังคงรู้สึก...หนาวเหน็บ
เสียงร่ำไห้ดังขึ้นไม่ไกลนัก... “ใครน่ะ?” หร่วนเหอพยายามเดินไปยังทิศทางของเสียง ทว่าไม่ว่าจะเดินไปเท่าไหร่ก็มองไม่เห็นเจ้าของเสียงร่ำไห้ที่น่าสงสารนั่น เมื่อเดินจนเหนื่อยก็เลือกที่จะยอมแพ้ “ทำไมคุณร้องไห้ได้น่าเศร้าจัง เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
ไม่คิด...มีคนตอบกลับมาจริงๆ “ข้ากำลังเศร้า ไม่สิ ข้ากำลังเคียดแค้น ข้าเกลียด เกลียดทุกสิ่ง เกลียดคนที่ทำให้ข้ารู้สึกเศร้า เสียใจ รู้สึกว่าชีวิตข้าไม่ได้รับความยุติธรรม”
ฉินหร่วนเหอถอนหายใจออกมาเบาๆ “ไม่ใช่ว่าต้องปล่อยวางแล้วหรือไง”
“เพราะอะไรต้องปล่อยวาง”
“ก็เรา...ตายแล้ว?”
อีกฝ่ายเงียบไปนานมาก นานจนหญิงสาวคิดว่าอีกฝ่ายคงจากไปแล้ว “รู้ อะไรหรือไม่” ตอนที่อีกฝ่ายส่งเสียงหญิงสาวแทบสะดุ้ง “อะไร” แต่ก็ยังถามกลับไป
“ตอนข้าอายุได้เพียงสิบสาม มารดาของข้าสิ้นใจจากไป ตัวข้าถูกรับเข้าสำนักปราชญ์ ได้รับการชื่นชมจากหัวหน้าสำนักปราชญ์ว่าเป็นยอดสตรีในหมู่สตรีนับหมื่นในเมืองหลวง ไม่ว่าจะเล่นหมาก แต่งกลอน คัดอักษรข้าล้วนเป็นเลิศ ตอนอายุสิบห้าบิดาอยากรับข้ากลับจวน ข้าไม่กลับเพราะในใจหมายแต่งให้ศิษย์พี่ ด้วยคาดหวังว่าข้าจะได้เป็นหนึ่งสตรีที่เคียงข้างหนึ่งปราชญ์ยอดคน”
“แล้วไม่สมหวัง?” หญิงสาวถาม
อีกฝ่ายถอนหายใจ “สมหวังสิ ข้าได้แต่งให้เข้าสมปรารถนา ปีนั้นหลังปักปิ่นข้าปฏิเสธที่จะกลับเข้าตระกูล ปฏิเสธบิดาที่อยากรับข้ากลับตระกูล รั้งอยู่ที่สำนักปราชญ์ดังตั้งใจ หลังปักปิ่นจึงแต่งให้ศิษย์พี่และได้เป็นฮูหยินของเขา”
“แล้วเกิดอะไรขึ้น สมปรารถนาแล้วเหตุใดไม่มีความสุข”
“ข้าอ่อนต่อโลกเกินไป ในใจของข้าปักใจในตัวศิษย์พี่ เชื่อใจเขาโดยไม่เคยกังขา ไม่เคยคิดสักนิดว่าตลอดหลายปีที่รู้จักกัน แท้ที่จริงล้วนเป็นการหลอกลวง เขาช่าง...เล่นละครตบตาผู้คนได้เก่งกาจเหลือเกิน จนแม้แต่ข้าเองก็ไม่สงสัยสักนิด เขาแสร้งทำเป็นรักข้า ห่วงใยข้า หวงแหนข้า ทำเพื่อข้าแทบทุกอย่าง ทั้งที่ความจริงแล้วในใจของเขามีสตรีอื่น ปีนั้นข้าตั้งครรภ์เขากลับพาศิษย์พี่ที่เป็นสตรีนางหนึ่งกลับมา บอกว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งครรภ์หากเขาไม่รับเป็นบิดา ศิษย์พี่ผู้นั้นก็จะถูกจับถ่วงน้ำ ข้าเชื่อใจเขาจึงยอมให้เขารับนางเป็นอนุ รับเด็กคนนั้นเป็นบุตร กระทั่งมารู้ทีหลังว่าพวกเขาต่างหากคือคู่รักที่พลัดพราก เขาแต่งกับข้าก็เพราะข้าเป็นหลานสาวของยอดปราชญ์แห่งยุค ฐานะของข้าจะช่วยปูทางให้เขาในสำนักปราชญ์”
เสียงสะอื้นดังขึ้นอีกครั้ง “ข้า...โง่งมเหลือเกิน เห็นพวกเขาสนิทสนม เห็นสามีเมตตาต่อสตรีอื่น ข้ากลับยังเชื่อใจเขาไม่หวาดระแวงเขาสักนิด กระทั่งตอนที่ข้ากำลังเจ็บท้องจะคลอด ข้ามองหาเขา หวังว่าเขาจะมาอยู่ข้างกายข้า นึกไม่ถึง...”
“อะไร เกิดอะไรขึ้น” ฉินหร่วนเหอเอ่ยถาม
“สาวใช้บอกว่าสามีของข้าไปเฝ้าอยู่ที่ห้องอีกห้อง สตรีผู้นั้นเองก็กำลังเจ็บท้องใกล้คลอด...”
ฉินหร่วนเหอพลันรู้สึกโกรธขึ้นมา “สารเลว!”
เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง “ข้า...คลอดยาก หมอที่ทำคลอดเองก็มาถึงช้า กระทั่งได้ยินว่าหมอที่ทำคลอดถูกส่งไปอีกห้อง สามีของข้าเป็นคนลากเขาไปด้วยตัวเอง เสียงเย็นชาของเขาทำให้ข้าเคียดแค้นยิ่งนัก เขากล่าวกับหมอว่าข้าไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่เรียกร้องความสนใจไปอย่างนั้น ไม่ได้จะคลอดตอนนี้เสียหน่อย”
“บ้าเอ้ย! ผู้ชายสารเลวนั่น...”
เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นอีก “ตอนมีคนเข้ามาในห้องข้ายังหวังว่าเป็นเขา แต่ที่ไหนได้กลับเป็นแม่นมที่สามีของข้ารับเข้ามา นางจับข้ากรอกยา ข้าไม่อาจขัดขืนจนดื่มไปจนหมดจึงรู้ว่ายานั่นยิ่งทำให้ข้าเสียเลือดมาก พวกเขาคิดจะให้ข้า...คลอดยากจนสิ้นใจ!!”
ฉินหร่วนเหอถึงกับพูดไม่ออก
“เจ้าว่าข้าควรเคียดแค้นหรือไม่”
นอกจากถอนหายใจแล้วยังจะทำอะไรได้อีกละ “ในเมื่อมันผ่านไปแล้ว เราปล่อยวางดีหรือไม่”
“ปล่อยวาง? จะให้ข้าปล่อยวางได้อย่างไร พวกเขาสังหารข้า สังหารลูกในครรภ์ของข้าที่ยังไม่ทันมีโอกาสได้มีชีวิต!!”
อันที่จริงก็เข้าใจได้ที่อีกฝ่ายจะแค้น “ชีวิตก็เป็นเรื่องยากแบบนี้ ตัดสินใจพลาดเลือกผิดไปแล้วก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ทำใจเสียเถิด ถือเสียว่า...”
“แล้วเจ้าเล่าเหตุใดติดอยู่ที่นี่”
ฉินหร่วนเหอชะงัก “ไม่รู้สิ คง...ยังไม่รู้ตัวเองว่าตายแล้วมั้ง ที่แน่ๆ รู้ว่าถูกรถชน”
“แล้วในชีวิตไม่มีสิ่งใดเสียใจหรือ”
“ก็...ไม่หรอก เกิดมาตัวคนเดียว ตายไปก็จากไปคนเดียว ชีวิตก็มีแค่นี้”
“ดูเจ้าไม่ค่อยใส่ใจกับสิ่งใดนัก ไม่ยึดติด ไม่มีสิ่งใดเสียใจภายหลัง”
“ก็ไม่ถึงขั้นนั้นหรอก เอาจริงๆ คงเพราะในชีวิตไม่ได้เจอเรื่องร้ายอย่างคุณเลยไม่เข้าใจ แต่ถ้าฉันเป็นคุณฉันจะปล่อยวางค่ะ แค้นไปคนพวกนั้นก็ไม่ได้รับรู้แล้ว มิสู้จากไปอย่างสงบ”
“สงบ?...แต่ในใจของข้า...”
“นั่นสินะคะ”
“เจ้ารู้สึกว่าข้าโง่งมหรือไม่”
“ไม่หรอกค่ะ คนเรามีทางเลือก มีความคิด มีสิ่งที่ตัดสินใจไม่เหมือนกัน”
“แล้วหากเป็นเจ้า สมมุติ หากเจ้าเป็นข้า เจ้าจะมองเห็นการหลอกลวงพวกนี้หรือไม่”
“ก็...ไม่รู้สิคะ อาจเพราะคุณรักเขาดังนั้นถึงมองไม่ออก ฉันไม่ได้รักเขาดังนั้นถึงไม่มีอะไรมาบดบังสายตาและความรู้สึก”
“นั่นสินะ หากเป็นเจ้าบางทีชะตาชีวิตนี้อาจเปลี่ยนไป เจ้าอยากอยู่หรือว่าอยากกลับไปสู่ความว่างเปล่าเล่า”
“ใครกันละคะที่อยากจะตาย ใครๆ ก็อยากมีชีวิตกันทั้งนั้น” ฉินหร่วนเหอแค่นหัวเราะ
“แล้วหากให้เจ้าอยู่ต่อแทนข้าเล่า”
“อะไรนะ”
“เจ้า...กลับไปแทนข้า”
“ไม่สิ เดี๋ยว!” บางอย่างดึงหญิงสาวจากด้านหลัง ร่างลอยหวือ ฉินหร่วนเหอตกตะลึง “เดี๋ยว ฉันยังไม่ตกลงเลย กลับไปแทน? นั่นเท่ากับไปเป็นสตรีที่แต่งงานแล้ว?! แถมยังท้องกำลังคลอด?! ไม่เอา!! ฉันยังโสด ซิง แถมยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ!! นี่!”
ฉินหร่วนเหอมองเซียวเหยียนเฟิงอยู่นานมาก “เพราะมีคนที่ท่านอ๋องไม่เห็นด้วย และไม่อยากให้เข้ารับตำแหน่งผู้ดูแลสูงสุดของสำนักศึกษาหลวงหรือเพคะ”“เจ้าเป็นคนฉลาด ตำแหน่งผู้ดูแลสูงสุดของสำนักศึกษาหลวงสำคัญมาก ไม่ใช่ว่าใครก็จะเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ขุนนางใหม่ ขุนนางเก่า ผลประโยชน์ ขั้วอำนาจที่มีใจคิดจะรวบรวมอำนาจ หากคนที่เข้ารับตำแหน่งนี้ไม่มีคุณธรรม ไม่เห็นแก่บ้านเมือง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม เช่นนั้นแคว้นต้าเหลียงก็คงทำๆได้เพียงรอวันล่มสลาย”“แล้วท่านอ๋องอยู่ขั้วอำนาจใดเพคะ” เขาเลิกคิ้วมองนาง “หม่อมฉันถามก็เพราะมั่นใจว่าท่านตาไม่มีทางเลือกฝ่าย”“ข้ารู้”“รู้แล้วก็ยังคิดจะสนับสนุนท่านตา?”“ใช่”“จะไม่ทรงทวงบุญคุณเรื่องนี้ภายหลัง?”เขาหัวเราะ “กลับกันเป็นเจ้าที่เป็นต่อมิใช่หรือ เจ้ามีคำขอจากข้าถึงสามข้อ” เขามองนางด้วยสายตาหนักแน่น “ข้าสาบานจะไม่ใช้ประโยชน์ ไม่ร้องขอสิ่งใดจากอาจารย์สวี จะปล่อยให้เขาทำ ตัดสินใจ และเลือกสิ่งที่สมควร ขอเพียงเขาเข้ารับตำแหน่งผู้ดูแลสูงสุดของสำนักศึกษาหลวง ข้าเซียวเหยียนเฟิงจะคุ้มครอง ป้องกัน ทำทุกทางเพื่อให้ท่านอาจารย์สวีปลอดภัยไร้กังวลในเมืองหลวง”“ดูเหมือนทรงมั่
แม้รู้ว่าหลีกเลี่ยงยากแต่นางก็ยังหวังว่าสวีเซิ่งจะไม่ได้มาได้ยินด้วยตัวเองเช่นนี้อวี๋หรงหลันวางแผนซ้อนแผนของนางนางตระหนักดี ทว่าฉินหร่วนเหอพยายามแล้วที่จะกันท่านตาของนางออกไป คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับจงใจให้คนไปหลอกท่านตาของนางมาที่นี่ คราแรกยังคิดว่าคนที่มาจะมีเพียงอาจารย์อาวุโส ตอนนี้ท่านตาของนางเองก็เป็นหนึ่งในพยานรู้เห็นในการเปิดโปงความสัมพันธ์ฉินหร่วนเหอไม่มีทางเลือก ตอนนี้นางเป็นเพียงเด็กที่ยังไม่ปักปิ่น เด็กโง่งมที่ถูกหลอกใช้ เด็กสาวที่หลงคิดว่าภาพลวงคือความจริงใจ คู่กิ่งทองใบหยกที่ผู้คนมาดหมายว่าอย่างไรหลังจากนี้ก็ต้องมีข่าวดี นางแสดงท่าทีสะเทือนใจรับไม่ได้ มองคนสองคนที่ยังคงยื้อแย่งแขนเสื้อ เซี่ยเฉินที่เรียกนางและบอกว่าเขาอธิบายได้“พวกท่าน...พวกท่าน...” นางจงใจมองไปที่มือของอวี๋หรงหลันที่กอดแขนเซี่ยเฉินไม่ปล่อย “ศิษย์น้องอวี๋ ข้าเห็นท่านเป็นดังสหายที่สนิทที่สุด แต่ท่าน... ท่าน.... พวกท่านทั้งสองคนทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร!” บทที่นางต้องแสดงต่อจากนี้คือร้องไห้แล้ววิ่งหนีไป ซึ่งฉินหร่วนเหอก็ทำได้อย่างแนบเนียน“เจ้าหยุดอยู่ตรงนั้น!” นั่นเป็นเสียงทรงอำนาจของสวีเซิ่ง “ผู้ใดจะตามน
การยั่วยุเท่านั้นที่ทำให้เห็นผลเร็วขึ้น...ฉินหร่วนเหอไม่รอให้นางถึงช่วงวัยปักปิ่น ไม่รอให้การไว้ทุกข์จบสิ้นอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเรื่องนี้นางยังมีแผนอื่น แผนที่จะทำให้นางตัดขาดและสิ้นสุดความสัมพันธ์โดยสิ้นเชิงกับเซี่ยเฉิน!!!เดิมทีนางให้โอกาสเขาแล้ว ให้เวลาเพื่อที่เขาจะได้ใกล้ชิดและทำความรู้จักกับอวี๋หรงหลันใหม่อีกครั้งหลังแยกจาก เวลาที่จะเลือกในสิ่งที่ใจของเขาปรารถนาอย่างแท้จริง เพราะนางเองก็หวังว่าเขาจะเลือกอวี๋หรงหลัน ไม่ใช่ความทะเยอทะยานในใจที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทว่าจนแล้วจนรอดถึงวันนี้เขาก็ไม่เคยกล่าวถึงญาติผู้น้อง ไม่เคยกล่าวถึงสัญญาหมั้นหมายเก่าก่อน เขายังคงเหมือนเดิมคือเข้ามาเอาอกเอาใจนาง พานางออกไปเที่ยว กล่าวเป็นนัยว่าเขาจะอยู่เคียงข้างนางตลอดไปวันนี้นางตั้งใจทำขนมตั้งแต่ช่วงสาย ก่อนเวลามื้อเที่ยงก็เดินออกไปกับเสี่ยวชวน จงใจเดินผ่านสำนักปราชญ์ที่กำลังคึกคักเพราะกำลังกินอาหาร “ศิษย์น้องฉินเจ้าไม่เคยมาที่นี่เลย มีเรื่องสำคัญหรือ”“ศิษย์พี่ข้าทำขนมเจ้าค่ะจึงนำมาให้ท่านตา ส่วนหนึ่งยังแบ่งมาให้ศิษย์พี่เซี่ย ท่านเห็นเขาหรือไม่เจ้าคะ”“ศิษย์พี่เซี่ย” หลายคนทำท่าทางซุบซิบ บางคนถึงขั
บทกวียอดคนที่แท้จริงคือผู้ที่มีคุณธรรมในใจอย่างแท้จริงของสวีเซิ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบทกวีที่ดีที่สุด ฮ่องเต้มีราชโองการยกย่องคุณธรรมของอาจารย์แห่งปราชญ์ ยอดคนแห่งยุค อีกทั้งสวีเซิ่งยังได้รับพระราชทานป้ายอักษรฝีพระหัตถ์ของฮ่องเต้ รวมไปถึงของพระราชทานอีกมากมาย เนื่องจากเขาอุทิศบทกวีบทนั้นให้สำนักปราชญ์ ทุกคนสามารถคัดลอกและนำออกไปเผยแพร่ ทุกคนสามารถนำไปอ่านและเรียนรู้ ทุกสำนักศึกษาสามารถครอบครองเพื่อนำไปสอนสั่งเหล่าศิษย์ยอดแห่งกวีที่ทุกคนสามารถเข้าถึง นี่จึงจะเป็นการเสียสละอย่างแท้จริง ผู้ใดบ้างไม่รู้ว่าบทกวีเล่มหนึ่งของปราชญ์สวีราคาสูงราวกับหยกล้ำค่า ตระกูลสวีสายหลักทุกวันนั้นมั่งคั่งก็เพราะบทกวีของเขา บัดนี้มีบทกวีเล่มใหม่ออกมา อีกทั้งผู้คนยังสามารถหาซื้อได้ในราคาถูก ทุกที่ล้วนสามารถซื้อหา ทุกแห่งล้วนหยิบยืมไป อ่านและศึกษาเรียนรู้ เช่นนี้แล้วจะไม่ให้ผู้คนในแคว้นยกย่องสวีเซิ่งได้อย่างหลังรับราชโองการฉินหร่วนเหอแสดงความยินดีกับผู้เป็นตา นางเหลือบมองเซี่ยเฉินที่มีท่าทีอึดอัด เห็นทีแล้วหลายๆ อย่างคงไม่เป็นไปดังเช่นที่เขาตั้งใจ ตอนนี้เกรงว่าญาติผู้น้องของเขาคงมาถึงแล้ว อีกทั้งเขายังคงห

















