Beranda / รักโบราณ / ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี / บทที่ 5 : พี่ชายเจ็บหรือไม่

Share

บทที่ 5 : พี่ชายเจ็บหรือไม่

last update Tanggal publikasi: 2025-06-29 06:22:33

บทที่ 5 : พี่ชายเจ็บหรือไม่

          กระนั้นวาจาถากถางจากนางเจียง ก็ยังลอยมาตามสายลม คำว่าตัวอัปมงคล ตัวกินล้างกินผลาญ ด่าลามไปถึงครอบครัวของหวงชางทุกคน ด่าจนหลินลู่ฉีรู้ประวัติความเป็นมาของพวกเขาไม่มากก็น้อย

          นางเจียงกับหวงจงนั้นแม้จะเป็นปู่ย่าคนแล้ว แต่อายุเพียงแค่สี่สิบปลาย ๆ เท่านั้น บุตรชายทั้งสามคนอายุยังไม่ถึงสามสิบสักคน บุตรสาวเพียงคนเดียวนั้นน่าจะเพิ่งผ่านวัยปักปิ่นมา

          หลินลู่ฉีรู้ว่าคนอื่นไม่ยินดี ที่หวงชางกับฉินซื่อให้นางร่วมเดินทางไปด้วย ระหว่างทางจึงได้ยินวาจาเย้ยหยันอยู่ตลอดเวลา ไม่เว้นกระทั่งหลาน ๆ ของพวกเขาเอง ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องวิ่งมากลั่นแกล้งนางอยู่เรื่อย ดีที่หวงจื่อถงอยู่ข้างกาย เขาคอยตะโกนบอกบิดามารดาอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดปากเสียงกันอยู่ร่ำไป กระทั่งลงไม้ลงมือกันก็มี

          “นังตัวซวยพวกเจ้าเห็นหรือยัง พอมีนางเข้ามาหลาน ๆ ของข้าก็ตีกันเสียแล้ว”

          นางเจียงลูบหลังปลอบหลานชายสุดที่รักของตน หวงชุนฟงคือบุตรชายคนโต ที่เกิดจากหวงจื้อกับจ้าวซื่อ

          “ท่านแม่ฟงเอ๋อร์อายุเท่าไรแล้ว ยังมารังแกฉีฉีของพวกเรา นางก็แค่เด็กสองสามขวบเองนะเจ้าคะ”

          ฉินซื่อไม่ยินยอม เห็นอยู่ว่าเด็กโตรังแกเด็กเล็ก เหตุใดแม่สามีถึงได้กลับดำเป็นขาวได้ นางดึงตัวหลินลู่ฉีไปหลบอยู่ด้านหลัง

          นางเจียงถลึงตาใส่ด้วยความโกรธ “นังเด็กนอกคอกนั่นมันเป็นบรรพบุรุษของเจ้ารึสะใภ้สาม ถึงได้เห็นมันดีกว่าหลานในไส้ของตัวเอง”

          “ท่านแม่ฟงเอ๋อร์ผลักถงเอ๋อร์ของพวกเราก่อนนะขอรับ” หวงชางรับรู้มาตลอดว่ามารดา รักใคร่หลานชายจากบ้านใหญ่มากกว่าบุตรชายของตน ในใจขมฝาดอย่างบอกไม่ถูก

          “เจ้าสาม !”

          “ยายเฒ่า ! เจ้าดูสถานการณ์รอบ ๆ ตัวก่อน แหกตาดูเสียบ้าง ไม่ใช่เอาแต่เอะอะโวยวายเหมือนคนบ้า” เพราะความเคร่งเครียดจากการเดินทาง ทำให้หวงจงอดด่าทอคู่ชีวิตไม่ได้

          นางเจียงรีบมองไปรอบ ๆ ที่พักเหนื่อยยามเที่ยงของวัน นางพบเห็นว่ามีผู้ลี้ภัยมากหน้าหลายตา ต่างเฝ้ามองมายังครอบครัวของนาง สายตาเหมือนอยากเข้ามาแย่งชิงเสบียง ที่เหลืออยู่เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น พลันตื่นตระหนกในทันที

          คนในครอบครัวต่างหันไปมองรอบ ๆ ตัวเอง พบว่าบรรยากาศแปลกไป ดูเงียบวังเวงเหมือนผู้ลี้ภัยเหล่านั้น รอฟังสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่

          ความเงียบงันเช่นนี้ไม่ดีนักเชียว เหมือนคนกำลังวางแผนร้ายสุ่มโจมตีอยู่ ผู้ใหญ่ในครอบครัวขนลุกกับสายตาของผู้ลี้ภัยรอบข้าง ต่างกุมมือบุตรหลานของตนเองเอาไว้แน่น

          “ตาเฒ่าพวกเราไปเก็บผักป่ากันเถอะ เผื่อค่ำคืนนี้จะได้มีอาหารตกถึงท้องบ้าง ไป ๆ”

          นางเจียงตะโกนเสียงดัง ๆ หมายให้คนอื่นได้รู้ ว่าครอบครัวของนางก็ไม่มีอาหารแล้วเหมือนกัน

          “พวกเราก็ไปเก็บเห็ดป่ากันเถอะ เผื่อโชคดีคืนนี้จะได้ไม่หิวโหยอีกต่อไป”

          หวงชางเข้าใจสถานการณ์แล้ว เขาตะโกนเสียงดังขึ้นบ้าง พลางดึงมือภรรยากับเด็ก ๆ เดินหลบเข้าไปในป่าด้านข้าง ไม่อยู่บนท้องถนนอีกต่อไป

          เมื่อคนในครอบครัวเห็นดังนั้น ต่างพากันเดินตามหลังพวกเขาเข้าป่าไป เมื่อรู้สึกว่าห่างจากถนนมาได้ระยะหนึ่งแล้ว พวกเขาก็หยุดนั่ง หารือกันที่ใต้ต้นไม้ใหญ่

          แม้เจตนาของพวกเขาต้องการปิดบัง แต่ความจริงแล้วนั่นเหมือนเป็นการเปิดเผยความจริงมากกว่า หลินลู่ฉีลอบถอนหายใจเบา ๆ หากผู้ลี้ภัยคนอื่นฉลาดเสียหน่อย เกรงว่าจะรู้ว่าพวกเขากำลังหาทางปกปิดความจริงอยู่

          “เกือบไปแล้ว”

          หวงจงส่ายหน้าให้ทุกคน เมื่อครู่พวกเขาราวกับวิ่งหนีโจรผู้ร้ายมาก็ไม่ปาน สภาพเหงื่อแตกหน้าซีดเซียวกันหมด

          “สายตาพวกนั้นดูเหมือนอยากเข้ามาแย่งห่อผ้าของพวกเราก็ไม่ปาน”

          หลินซื่อชื่อเดิมคือหลินหรานเป็นสะใภ้รองของบ้าน สามีของนางคือหวงเต๋อ ทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกันสองคน หวงหลันฮวาอายุเจ็ดปี หวงหนิงเอ๋อร์อายุสี่ปี

          เรื่องเด็กในบ้านทะเลาะกันกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย เมื่อเทียบกับเหตุการณ์น่ากลัวก่อนหน้า

          “ท่านพ่อข้าว่าคืนนี้พวกเราหาที่ปลอดภัยค้างคืน และต้องมีคนเฝ้ายามตอนนอนด้วย” หวงจื้อรีบออกความเห็น

          หวงจงพยักหน้าเห็นด้วย “จริงอย่างเจ้าใหญ่ว่ามา เสบียงเราเหลือน้อยแล้ว อีกตั้งสามวันกว่าจะถึงอำเภอหยาง”

          พวกผู้ใหญ่หารือที่พักค่ำคืนนี้ หลินลู่ฉีได้แต่ทอดถอนหายใจออกมา นางก็แค่เด็กสามขวบ อีกทั้งยังเป็นตัวปัญหาสำหรับครอบครัวนี้ จึงพยายามทำตัวเองให้เล็กน้อยที่สุด เพื่อที่คนบ้านสามจะได้ไม่ถูกเพ่งเล็ง นางคงทำได้เพียงแค่นี้จริง ๆ

          “พี่ชายเจ็บหรือไม่”

          นางเอื้อมมือน้อย ๆ ไปแตะที่รอยฟกช้ำตรงใบหน้าของพี่ชายตัวน้อย

          “มะไม่เจ็บ”

          หวงจื่อถงรู้สึกอายน้องสาวเล็กน้อย เขากล้าหาญออกไปขวางหน้าไม่ให้หวงชุนฟงทำร้ายนาง แต่กลับถูกผลัก จนหน้าคว่ำกระแทกพื้นเสียได้ นี่มันน่าขายหน้าจริง ๆ

          หลินลู่ฉีมองเด็กน้อยที่แสร้งทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ก่อนเอ่ยกับเขาเบา ๆ ว่า “ขอบคุณ”

          “น้องสาวเจ้าน่ารักจัง” หวงจื่อถงตาเป็นประกายด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าน้องสาวตัวน้อย จะเอ่ยคำว่าขอบคุณเขาออกมา รีบหันไปอวดกับน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง

          “เหยาเอ๋อร์น้องสาวขอบคุณพี่ชายด้วย”

          “อื้ม” หวงจื่อเหยาไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่ชายถึงดีใจ นางพยักหน้าเห็นดีเห็นงามกับเขาไปด้วย

          หลินลู่ฉีมองสองพี่น้องรักใคร่กันดี ในใจรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา อย่างน้อยในบรรดาสามบ้านของตระกูลหวง บ้านสามน่าจะเป็นคนมีจิตใจดีงามที่สุดแล้ว บ้านใหญ่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้น เหตุเพราะมีนางเจียงคอยให้ท้าย

          บ้านรองออกแนวขี้ขลาดไหลตามผู้อื่นไปเรื่อย เหตุเพราะมีแต่บุตรสาว เลยถูกนางเจียงมองข้ามไป ตลอดทางที่ผ่านมานางได้ยินเสียงบ่นด่าว่า เป็นตัวขาดทุนอยู่บ่อยครั้ง ไม่แปลกหากพวกเขาจะหวาดกลัวและขาดความมั่นใจ

          บ้านใหญ่นั้นมีบุตรชายทั้งสองของพวกเขา ได้เรียนหนังสือด้วยกันทั้งคู่ แม้ยากจนเพียงใดหวงจงก็ยังอยากให้คนในตระกูล ได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตมีความรู้ ดังนั้นหลานชายทั้งสองจากบ้านใหญ่ จึงเปรียบเสมือนความหวังของครอบครัว

          ขณะที่หวงไป๋หลานบุตรสาววัยปักปิ่นของนางเจียงกับหวงจง อยู่ในวัยสามารถออกเรือนได้แล้ว หากไม่เกิดเรื่องภัยแล้งกับการจลาจลขึ้นเสียก่อน พวกเขาคงให้แม่สื่อไปหาคู่หมั้นหมายที่ดีให้นาง หวงไป๋หลานนั้นหน้าตางดงามที่สุดในหมู่บ้าน มีหรือจะหาคู่ครองที่ดีไม่ได้ นางเจียงแทบไม่ให้นางหยิบจับอะไร เพราะต้องการสินสอดมากพอ ที่จะจุนเจือหลานชายทั้งสองให้เล่าเรียนจนจบได้

          ทั้งหมดหาที่โล่งใต้ต้นไม้เพื่อค้างแรมกันคืนนี้ โดยให้แบ่งเวลาในการเฝ้ายามกัน หลินลู่ฉีรู้สึกไม่สู้ดีนัก ยามใดที่นางเกิดความกระวนกระวายใจเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าเรื่องร้ายกำลังจะเกิดขึ้น หวงจื่อเหยานอนกอดฉินซื่อ ถัดไปก็เป็นหลินลู่ฉี ส่วนหวงจื่อถงนอนด้านข้างกับหวงชางผู้เป็นบิดา

          ยามโฉ่ว(01.00-02.59)

          เป็นเวรเฝ้ายามของหวงจื้อ ทว่าเขาเผลอหลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้า มีเงาคนย่องเบาเข้ามาจากที่ไกล ๆ หลินลู่ฉีลืมตาขึ้นในความมืด นางสะกิดฉินซื่อเบา ๆ

          “ฉีฉีมีอะไร” ฉินซื่องัวเงียขึ้นมาถาม “เจ้าปวดเบารึ”

          “ท่านป้าข้าเหมือนได้ยินเสียงคน” นางเอ่ยเสียงค่อย

          ฉินซื่อผลุนผลันลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ นางขยับเข้าไปสะกิดบอกสามี แม้ตัวเองไม่ได้ยินเสียงคนที่ว่าก็ตาม แต่ต้องป้องกันอันตรายไว้ก่อน

          “พี่ชางเหมือนฉีฉีจะได้ยินเสียงคน” นางกระซิบบอกเขาเบา ๆ

          หวงชางรีบลุกขึ้นมาพร้อมปลุกบุตรชายให้ลุกขึ้นด้วยเสียงที่เบาที่สุด “เจ้ากับลูก ๆ รออยู่นี่ก่อน ข้าจะไปดูพี่ใหญ่”

          บอกแล้วก็รีบย่องเดินไปหาพี่ชายที่เฝ้ายามอยู่ พบว่าอีกฝ่ายนั้นคอพับนอนหลับไปแล้วจริง ๆ เสียงคนเหยียบใบไม้แห้งดังมาจากที่ไกล ๆ หวงชางรีบปลุกพี่ชาย แล้วพากันกลับไปยังที่พักแรมของทุกคน

          “อาอี้เจ้ารีบไปปลุกทุกคนให้ตื่นเร็วเข้า มีคนมุ่งหน้ามาทางเราจริง ๆ” เสียงกระซิบกระซาบของพวกเขา ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นตามไปด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี   บทที่ 252 : ฮูหยินลูกแย่งที่นอนข้า  (จบ)

    บทที่ 252 : ฮูหยินลูกแย่งที่นอนข้า หวงชางพยักหน้าลงเล็กน้อย “ได้ต่อไปข้ากับอาอี้จะเรียกเจ้าว่าอี้หาน เจ้ากลับบ้านเดิมภรรยาทั้งที เหตุใดต้องหอบของขวัญมามากมายถึงเพียงนี้” “แค่ของขวัญเล็กน้อยเท่านั้น” หลินลู่ฉีรีบฟ้อง “ดีที่ข้าห้ามเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นสามีข้าคงขนมาทั้งคลังเป็นแน่” “เจ้าเด็กนี่เรียกสามีข้าเต็มปากเต็มคำ หน้าไม่อายจริง ๆ” ฉินซื่ออดเย้านางไม่ได้ “ท่านป้าท่านล้อข้า” “แต่งงานกันแล้วย่อมเป็นเรื่องธรรมดา อี้หานต่อไปก็รักและดูแลฉีฉีของพวกข้าให้ดี ๆ อย่าทำให้นางต้องเสียใจรู้ไหม” “ขอรับท่านป้าข้ารับปากท่าน ข้าซุนอี้หาน

  • ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี   บทที่ 251 : ข้าอายุสิบแปดปีเองนะ จะรีบร้อนมีลูกไปทำไม   

    บทที่ 251 : ข้าอายุสิบแปดปีเองนะ จะรีบร้อนมีลูกไปทำไม หลังจากกินมื้อกลางวันอิ่มกันแล้ว พ่อบ้านได้นำกล่องของขวัญ กับจดหมายมามอบให้หลินลู่ฉี บอกว่าเป็นของท่านอาจารย์ของนางมอบให้ในวันแต่งงาน “อาจารย์ปู่อย่างนั้นรึ” หลินลู่ฉีรีบเปิดซองจดหมายอ่านก่อนเป็นอันดับแรก เนื้อหาในนั้นเป็นการขอโทษ ที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานแต่งของนางได้ เพราะระยะทางอยู่ไกลนับพันลี้ แม้เดินทางด้วยม้าเร็วก็คงมาไม่ทันอยู่ดี จึงได้ส่งของขวัญกับจดหมายมาให้แทน นอกจากคำอวยพรแล้ว อาจารย์ปู่ยังมอบป้ายไม้แกะสลักให้นางอีกด้วย ซุนอี้หาน “นี่ป้ายอะไรกัน” “อาจารย์ปู่เขียนบอกว่า เป็นป้ายประจำตัวเจ้าของตำหนักยา” “ตำหนักยา ? นั่นไม่ใช

  • ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี   บทที่ 250 : เมื่อกี้ไม่ใช่ว่าทำกันไปแล้วหรือ

    บทที่ 250 : เมื่อกี้ไม่ใช่ว่าทำกันไปแล้วหรือ ภายในห้องหอซุนอี้หานกำลังเงี่ยหูฟังเสียงจากนอกประตู เมื่อรู้ว่าคนเหล่านั้นไม่อยู่แล้ว จึงได้หันไปทางเจ้าสาวที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงนอน เจ้าไปนั่งบนเตียงตั้งเมื่อไหร่ ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านั่งอยู่บนเก้าอี้รึ ซุนอี้หานทั้งขำทั้งเอ็นดูนาง หลินลู่ฉีกำลังนั่งด้วยความรู้สึกประหม่าแกมตื่นเต้น นางมองผ่านชายผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดง เห็นเพียงหัวรองเท้าเจ้าบ่าวที่เดินมาหยุดอยู่ เขาเอื้อมจับชายผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ค่อย ๆ ยกขึ้นตลบไปไว้ด้านหลัง เจ้าสาวผู้มีใบหน้าอันงดงาม ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเขินอาย ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มเข้าออก คล้ายคนไม่รู้จะเอ่ยคำพูดใดออกมา “ฉีฉีเจ้างามมาก” ดวงตาปรือเยิ้มมองเจ้าสาวอย่างลุ่มหลง

  • ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี   บทที่ 249 : ใครจะหย่ากับข้า !

    บทที่ 249 : ใครจะหย่ากับข้า ! บรรดาญาติสหายและคนรู้จัก ที่พากันมาส่งตัวเจ้าสาว ต่างยืนดูพิธีการตรงหน้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มกันทุกคน “ตอนแรกข้าอยากเสนอตัวแบกเจ้าสาวด้วยตัวเอง แต่ว่าคิดไปคิดมาข้าเทียบหวงจื่อถงไม่ได้จริง ๆ เขามีความเป็นพี่ชายมากกว่าข้าเสียอีก” เซี่ยเฉินจิ่นเอ่ยเบา ๆ เซี่ยเฉินฟู่กอดอกมองภาพตรงหน้า แล้วพยักหน้าลงเบา ๆ “ท่านแบกพี่สาวไม่ไหวหรอก เกิดทำเจ้าสาวหกล้มขึ้นมา ทำฤกษ์มงคลเสียหายหมด ให้พี่จื่อถงแบกนั่นแหละดีแล้ว” เซี่ยเฉินจิ่น “...” เจ้ายังใช่น้องชายข้าอยู่ไหม ฉวีฮูหยิน “ต่อไปนางก็มีครอบครัวของตัวเอง มีสามีลูกมีหลานเต็มบ้าน ไม่เดือดร้อนพวกเจ้าให้เป็นห่วงนางหรอก” ครอบครัวตระกูลเซี่ยยืนมองเกี้ยวเจ้าสา

  • ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี   บทที่ 248 : ข้าซุนอี้หานขอสาบานด้วยชีวิต ข้าจะไม่มีวันทำให้นางเสียใจเด็ดขาด 

    บทที่ 248 : ข้าซุนอี้หานขอสาบานด้วยชีวิต ข้าจะไม่มีวันทำให้นางเสียใจเด็ดขาด “ฉีฉี” ฉินซื่อลูบศีรษะของนางอย่างอ่อนโยน น้ำตาพลันเอ่อคลอเบ้าตามนางไปด้วย ทั้งลูบทั้งกอดปลอบโยนนาง “เด็กน้อยในวันนั้น ได้นำพาครอบครัวของพวกเรา เดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวมาไกลถึงเพียงนี้ รู้ไหมว่าป้าภูมิใจในตัวของเจ้ามากแค่ไหน” “ท่านป้า ฮะฮรึก...ฮือ ๆ ๆ” เป็นครั้งแรกที่ฉินซื่อได้เห็นหลินลู่ฉี ปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาเช่นนี้ เหมือนกำแพงความเข้มแข็งในใจของนาง ได้พังทลายลงแล้ว “เด็กดีไม่ร้อง ๆ เจ้าสาวจะตาบวมหมดงามเอาได้” “ขะข้า...ฮะฮรึก จะไม่ร้องแล้ว ฮะฮรึก !” คนพูดสะอื้นเป็นจังหวะ “เจ้

  • ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี   บทที่ 247 : หวีครั้งแรกขอให้ชีวิตคู่ยืนยาว    

    บทที่ 247 : หวีครั้งแรกขอให้ชีวิตคู่ยืนยาว หลินลู่ฉีไปหาฉินซื่อที่เรือน พบว่านางกำลังปักชุดเจ้าสาวให้ตัวเองอยู่ หวงจื่อเหยาที่ได้เวลาใกล้คลอดแล้ว นางมาหามารดาเพื่อดูว่ามีอะไรให้ช่วยบ้าง “ท้องโตขนาดนี้ยังขึ้นรถม้าไปโน่นมานี่อีก ชุดเจ้าสาวของฉีฉีข้าทำเองได้เจ้าไม่ต้องช่วย” เสียงของฉินซื่อเอ่ยบ่นบุตรสาว ดังออกมาจากเรือนของนาง “ท่านแม่ฉีฉีของพวกเราจะออกเรือนทั้งที นางไม่ยอมรับสินเดิมจากพวกเรา มีเพียงชุดแต่งงานนี่แหละ ที่พวกเราพอจะทำให้นางได้” หลินลู่ฉีกระแอมเบา ๆ สองแม่ลูกก็หันมามองนางในทันที “เจ้ามาแอบฟังข้ากับท่านแม่พูดคุยกันใช่ไหม” “พี่จื่อเหยาท่านใส่ร้ายข้า” นางออดอ้อนเป็นเด็กน้อยทันที &ld

  • ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี   บทที่ 12 : ท่านยายหมี่ข้ากับถงเอ๋อร์ได้ไก่ป่ามาหนึ่งตัวขอรับ

    บทที่ 12 : ท่านยายหมี่ข้ากับถงเอ๋อร์ได้ไก่ป่ามาหนึ่งตัวขอรับ เมื่อกลับไปถึงเรือนของท่านยายหมี่ พบหม่าซูเหวินมายืนชะเง้อคอมองเข้าไปในเรือนอยู่ก่อนหน้าแล้ว “เหวินเอ๋อร์มาหายายหรือลูก” ท่านยายหมี่ทักถามนาง “ข้านึกว่าพวกท่านอยู่ในเรือนกัน ข้ามาดูครอบครัวพี่ชายหวงชางเจ้าค่ะท

  • ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี   บทที่ 11 : ก้อนหินนี่นา

    บทที่ 11 : ก้อนหินนี่นา ราวสองเค่อพวกเขาได้เดินมาถึงแหล่งเก็บผักป่าของชาวบ้าน แถวนี้เหลือผักป่าให้เก็บไม่มากนัก ฉินซื่อมองไปทางท่านยายหมี่ เอ่ย “ท่านนั่งเล่นกับเด็ก ๆ ใต้ต้นไม้เถอะเจ้าค่ะ ผักป่าตรงนี้มีไม่เยอะ ข้าเก็บครู่เดียวก็หมดแล้ว” “ได้ ๆ เจ้าไปเถอะ” ท่านยายหมี่เด

  • ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี   บทที่ 10 : เย้ ๆ ข้ามีน้ำตาลกิน...แล้ว

    บทที่ 10 : เย้ ๆ ข้ามีน้ำตาลกิน...แล้ว ด้านหลังหมู่บ้านหยางฮัว ในเรือนท่านยายหมี่ ทุกคนตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยความเกรงใจเจ้าของเรือน หวงชางหาบถังไม้ไปตักน้ำที่ลำธาร ฉินซื่อทำอาหารเช้าให้ท่านยายหมี่ หวงจื่อถงทำความสะอาดลานบ้าน มีเพียงเด็กน้อยสองคน ที่นั่งแกว่งเท้าไปมา ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกั

  • ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี   บทที่ 9 : เช่าเรือนท่านยายหมี่

    บทที่ 9 : เช่าเรือนท่านยายหมี่ ไม่ช้านางหูก็กลับมาพร้อมข่าวดี ท่านยายหมี่ยินดีให้เช่าเรือนส่วนหนึ่ง เรื่องค่าเช่าแล้วแต่ผู้ใหญ่บ้านจะกำหนดให้ นางไม่เรื่องมาก ขอแค่มีรายได้เข้ามาบ้างก็เป็นพอ คืนนี้สามารถเข้าไปอาศัยอยู่ที่เรือนของนางได้เลย “ท่านยายจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าให้ข้าตั้งหนึ่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status