Share

ตอนที่ 21 เจ้านี่มัน!

last update Last Updated: 2026-01-14 20:20:16

ตอนที่ 21 เจ้านี่มัน!

 

หลิวจิ้งเหยียน ตุลาการใหญ่แห่งศาลต้าหลี่ เอนกายนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ภายในเขตบ้านพักทางการ

ร่างสูงเหยียดแขนรองศีรษะ สายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ถูกบดบังด้วยเรือนยอดไม้หนาแน่น

สายลมหนาวพัดผ่าน เสียงใบไม้เสียดสีกันแผ่วเบา

ทว่าในอกของเขา กลับไร้ความสงบ

เรื่องของเซี่ยหลัวเยี่ยนธิดาของแม่ทัพเซี่ย

สตรีที่องค์รัชทายาทพึงใจ

กลับหายตัวไปโดยไม่ทิ้งร่องรอย

ราวกับหมอกยามเช้า ที่จางหายทันทีเมื่อแสงอรุณแตะต้อง

ยิ่งคิด ยิ่งอึดอัด

เขาควรเริ่มต้นสืบจากจุดใด

หรือแท้จริงแล้ว นางวางหมากล้ำลึกกว่าที่เขาคาด

ในขณะที่หลิวจิ้งเหยียนหลับตาลง ปล่อยความคิดล่องลอย

พลันได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากใต้ต้นไม้

ตามมาด้วยเสียงสะอื้น

ปะปนกับถ้อยคำที่ขาดเป็นห้วง

เขาลืมตาขึ้นทันที มองลอดลงไปเบื้องล่าง

ใต้แสงจันทร์สลัว

ร่างผอมบางของคนผู้หนึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ

ใช้พลั่วขนาดเล็กขุดดินอย่างเงอะงะ

ข้างกายมีหนูสีขาวตัวเล็ก

นอนแน่นิ่ง ไร้ลมหายใจ

“เจ้าไปกินอะไรมา ถึงได้ท้องอืดตายเช่นนี้…เจ้าปุย”

เสียงนั้นสั่นเครือราวกับลมหายใจจะขาด

“หากเจ้าไม่อยู่ ข้าคงเหงามากแน่…”

หยดน้ำตาตกกระทบผืนดิน

ซึมลงไปพร้อมความอาลัย

“ไปเกิดใหม่เสียเถิด ใช้ชีวิตให้ดี อย่ากินไม่เลือกแบบนี้อีก…”

หลิวจิ้งเหยียนนิ่งค้าง

ไม่กล้าขยับแม้เพียงน้อย

ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านอก

กับการเห็นบุรุษผู้หนึ่ง…ร้องไห้ให้สัตว์ตัวเล็ก

น่าขันงั้นหรือ

หรือว่า…ชวนให้ขัดหูขัดตา

เขากระโดดลงจากต้นไม้ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังชัด

ไป๋อวี้หลงสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นอย่างตระหนก

ใบหน้าเปรอะเปื้อนทั้งน้ำตาและดิน ดูเลอะเทอะไร้ภาพลักษณ์

“เจ้าเป็นชายอกสามศอก”

หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยเสียงเย้ย

“มานั่งร้องไห้เช่นนี้ ไม่รู้สึกน่าอายหรือ”

สายตาคมกริบกวาดมอง

“ยามค่ำมืดแล้ว เหตุใดเจ้ายังไม่กลับบ้าน”

ไป๋อวี้หลงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างลืมตัว

ดินที่ติดอยู่บนมือกลับป้ายเต็มใบหน้า

หลิวจิ้งเหยียนชะงักไปเพียงชั่วลมหายใจ

ก่อนจะเท้าเอว ยกยิ้มขำหัวเราะออกมาเบา ๆ

ไป๋อวี้หลงมองเขาอย่างงุนงง

“ท่าน…หัวเราะอะไร”

เขาหันซ้ายหันขวา ตรวจดูตนเองอย่างไม่เข้าใจ

“หน้าเจ้า”

หลิวจิ้งเหยียนเชิดคางไปทางเขา

“เปื้อนดินราวลูกหมา”

ใบหน้าของไป๋อวี้หลงแดงก่ำในพริบตา

“ท่าน! ท่านหัวเราะเยาะข้าอีกแล้ว!”

“ไปให้พ้น!”

เขาเอ่ยปากไล่ทั้งขยับถอยออกมา

แต่ระยะห่างนั้น…กลับใกล้เกินไป

กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยมากระทบปลายจมูก

ไม่ใช่น้ำหอม หรือกำยาน

หากเป็นกลิ่นสะอาด บริสุทธิ์ อย่างประหลาด

ภายใต้แสงจันทร์

คนสองคนยืนห่างกันเพียงช่วงแขน

ใบหน้าขาวนวลเรียวงาม

ดวงตาสุกใส ราวหยกขัดเงา

งดงาม…จนไม่ควรอยู่บนใบหน้าบุรุ

หลิวจิ้งเหยียนเผลอมองสบตา

หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไร้เหตุผล

เขาไม่เคยมองไป๋อวี้หลงใกล้เช่นนี้

ไม่เคยสังเกต…ว่าอีกฝ่ายจะงดงามถึงเพียงนี้

ความรู้สึกแปลกประหลาดเอ่อล้นขึ้นในอก

เขารีบเบือนหน้าหนี

ไม่อาจยอมรับความปั่นป่วนในใจตนเอง

ไป๋อวี้หลงกระพริบตาถี่ ๆ ก่อนเอ่ยถามแก้เก้อ

น้ำเสียงอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว

“แล้ว…ท่านมาทำอะไรตรงนี้”

หลิวจิ้งเหยียนตั้งสติ กลับมาทำสีหน้าเคร่งขรึมดังเดิม

“ข้ามานอนคิดเรื่องงาน”

“แล้วเจ้า เหตุใดยังไม่กลับ”

ทั้งสองต่างพูดราวกับต้องการกลบเกลื่อน

ไม่มีผู้ใดหลุดแสดงท่าทีที่สั่นไหวอยู่ในใจ

ไป๋อวี้หลงก้มลง วางร่างหนูขาวลงในหลุม

กลบดินอย่างแผ่วเบา

“ข้าอยู่ทำงานที่คั่งค้างกับเลี้ยงเจ้าปุย”

“แต่วันนี้มันไม่ออกมา ข้าเลยตามหา…”

คำพูดขาดห้วง

น้ำตาเอ่อขึ้นอีกครั้ง

เขาสูดน้ำมูกแรง ๆ กลั้นสะอื้น

ฝืนจนปากเบะ

หลิวจิ้งเหยียนส่ายหน้าอย่างระอา

“รีบฝังมันแล้วไปเสีย”

“เห็นแล้วข้าหงุดหงิด เป็นผู้ชายประสาอะไร”

กล่าวจบ เขาหันหลังเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์

ไป๋อวี้หลงทำหน้าเข่นเขี้ยวใส่แผ่นหลังนั้น

“คนอย่างท่านจะไปเข้าใจอะไร เลือดเย็น”

เขากระแทกพลั่วลงดินสองสามครั้ง

ก่อนที่จะไม่ลืมวางดอกไม้เล็ก ๆ ลงบนหลุม

แล้วจึงเดินจากไป

ปล่อยให้แสงจันทร์

และความสั่นไหวที่ไม่มีใครยอมรั

ค้างอยู่เบื้องหลัง

หลิวจิ้งเหยียนกลับสู่ห้องทำงาน

อ่านรายงานการติดตามเซี่ยหลัวเยี่ยนอีกครั้ง

“ตรอกบนถนน ห่างจากจวนเพียงสองช่วงตึก”

“เป็นตลาดคนพลุกพล่าน”

เขาครุ่นคิด

“นางเลือกหายตัวไปตรงนั้น ย่อมต้องมีคนช่วย”

ปากกาขีดเขียนข้อสงสัยเพิ่มอีกหลายบรรทัด

ไป๋อวี้หลงกลับมาจากการเก็บพลั่

เมื่อเดินเข้ามายังห้องหนังสือพบว่าหลิงจิ้งเหยียนอยู่ที่โต๊

จึงเกิดลังเล แต่กระเป๋าของเขายังวางอยู่ตรงชั้นหนังสือ ถัดไป

หลิวจิ้งเหยียนเงยหน้าขึ้นมาเห็นเข้า

“เหตุใดยังไม่ไปอีก”

น้ำเสียงเขาหงุดหงิดเกินจำเป็น

“รีบกลับไปล้างหน้าเถอะ อุจจาดตา”

“ข้าแค่เข้ามาเอากระเป๋า”

ไป๋อวี้หลงยกยิ้มเยาะ

“ไม่ได้ตั้งใจอยู่กวนท่านหรอก”

เขาเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกมาทันที

หลิวจิ้งเหยียนไม่ได้มองแม้สักน้อย

แต่หูกลับรับรู้ทุกฝีก้าว

ครั้นห้องกลับมาเงียบงัน

เขาจึงพึมพำกับตนเอง

“ข้าผิดปรกติหรือไม่…”

“เหตุใดหัวใจต้องเต้นแรงกับไป๋อวี้หลงด้วย”

“หรือข้า…เป็นพวกชายตัดแขนเสื้อ”

ความคิดนั้นทำให้เขาพะอืดพะอม

จนต้องรีบสลัดมันทิ้ง

เขาไม่มีวันคิดเกินเลยกับบุรุษด้วยกันแน่

ก่อนความคิดของเขาจะทันได้เตลิดไปไกล

ชายชุดดำได้ก้าวเข้ามาในห้องหนังสือ ขัดจังหวะเสียก่อน

“นายท่าน พบเสื้อผ้าที่ถูกเปลี่ยนในตรอกหนึ่ง

ห่างจากจวนไปสองช่วงตึกขอรับ”

หลิวจิ้งเหยียนวางรายงานในมือลุกขึ้นด้วยความกระตือรือร้น

“แล้วมีเบาะแสอื่นหรือไม่”

เขาถามด้วยน้ำเสียงเฉียบเข้มอย่างสนใจ

“มีผู้พบรถม้าคันหนึ่ง จากวัดท้ายตลาด

มุ่งออกนอกเมืองไปทางทิศเหนือ ขอรับ”

ประกายในดวงตาของหลิวจิ้งเหยียนวาบขึ้น

ริมฝีปากยกยิ้มบาง

เบาะแส…เริ่มขยับแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ หัวใจพันธนาการ 2

    ภายในห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นระรัวของคนทั้งสองเมื่อเซี่ยหลัวเยี่ยนพ่ายแพ้ต่อแรงโม่จิ่งเหิงนางจึงนอนนิ่งภายใต้ร่างของเขาสองสายตาประสาน หนึ่งดวงเนตรสวยซึ้งปรากฏแววเคียดแค้นชิงชังหนึ่งดวงตาคมเข้มแฝงแววเย็นชาดุจน้ำแข็ง“เจ้าไม่กลัวข้าจะฆ่าเจ้าหรือ ถึงได้ปากกล้านัก” เสียงของเขาแผ่วต่ำ แต่ทรงพลังหลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาคมกล้าท้าทาย“ไม่ ในเมื่อท่านทำลายชีวิตข้าจนไม่มีอะไรเหลือ มันก็เหมือนกับตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”น้ำเสียงแน่วแน่ แฝงความแค้นลึกไม่ปิดบังรัชทายาทหนุ่มเหม่อมองริมฝีปากอวบอิ่มครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนขึ้นสบกับดวงเนตรงามที่สั่นไหวราวคลื่นในสายน้ำแววตาเขากระจ่างเย็นปนยั่วเย้า ปากบางยกยิ้มเย้ยหยัน“ข้าคงไม่ฆ่าเจ้าหรอก...แต่จะให้เจ้าตายทั้งเป็น อย่างที่เจ้าคิด”สิ้นถ้อยคำ เสียงลมหายใจก็ขาดห้วง ริมฝีปากหยาบกร้านแตะต้องลงอย่างฉับพลันความร้อนจากสัมผัสนั้นราวเปลวไฟที่เผาใจนางให้วูบไหวมือแกร่งข้างหนึ่งรวบข้อมือเรียวไว้เหนือศีรษะมั่นสายตาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา ลมหายใจของเขาหนักและถี่กระชั้นอีกมือหนึ่งปลดดึงอาภรณ์ออกจากร่างระหงส์เหลือเพียงเตี่ยวสีแดงเพลิง ที่ห่อ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 28 ใต้แสงจันทร์ หัวใจแห่งพันธนาการ 1

    ยามราตรีอันเยียบเย็น ลมหนาวพัดพาเกล็ดหิมะปลิวบางเบา แสงจันทร์สีเงินสาดต้องระเบียงชั้นสองของห้องนอน เงาไม้ไหวสะท้อนบนพื้นดั่งระลอกน้ำแห่งความลับ เซี่ยหลัวเยี่ยน ในอาภรณ์ผ้าแพรสีอ่อนกับผ้าคลุมขนสัตว์สีขาวนวล สะบัดพลิ้วในสายลม ใบหน้าละไมต้องแสงจันทร์ราวรูปแกะสลักจากหยกขาว ดวงตาคู่งามซึ้งนั้นกลับแฝงความแข็งกร้าว ตรงหน้านาง คือบุรุษผู้สูงศักดิ์ โม่จิ่งเหิง รัชทายาทแห่งแผ่นดิน ผู้มีสายตาเยือกเย็นและรอยยิ้มที่คล้ายเย้ยหยันโลกทั้งปวง จุมพิตเร่าร้อนเอาแต่ใจของโม่จิ่งเหิง กับความตึงเครียดของเซี่ยหลัวเยี่ยนพลุ่งพล่านใต้แสงจันทร์ส่องสว่าง เซี่ยหลัวเยี่ยนพยายามผลักอกแกร่ง จนดิ้นพ้นอ้อมแขนที่พันธนาการไว้ “พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องหม่อมฉันเช่นนี้นะเพคะ” เสียงของหลัวเยี่ยนสั่นน้อย ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคง นางพยายามปกปิดความกลัวและสับสนที่ตีวนอยู่ในอก โม่จิ่งเหิงแค่นยิ้มเย็น เสียงหัวเราะในลำคอเบาแต่กรีดใจคนฟัง “เจ้าเป็นคนของข้า เหตุใดข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้” คำพูดเรียบง่ายนั้น กลับหนักหนาดั่งหินพันชั่งที่ถาโถมลงบนหัวใจนาง หลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาแข็งกร้าว “พระองค์ได้โปรดให้เกียรติหม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 27 เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

    ศาลาริมน้ำใต้จันทร์กระจ่าง แสงจันทร์สาดนวลทั่วผืนหล้า ดาวดาราระยิบระยับดังโปรยเกล็ดเพชรกลางฟากฟ้า สายลมเหมันต์พัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงครวญเบา ๆ สายน้ำใต้ศาลาเคลื่อนไหวแผ่วเบา สะท้อนเงาจันทร์เป็นระลอกคลื่นงดงาม ใต้แสงเงินอันเยือกเย็นนั้น เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีครามเข้มยืนทอดพระเนตรดวงจันทร์อยู่ริมระเบียงศาลา เส้นผมดำขลับปลิวไหวตามแรงลม ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นแลดูงดงามประหนึ่งภาพวาด แต่กลับแฝงไว้ด้วยความโดดเดี่ยวที่จับใจ เมื่อหลิวจิ้งเหยียนก้าวเข้าสู่ศาลา ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ องค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ทรงยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์เพียงลำพัง ราวกับถูกตัดขาดจากโลกทั้งปวง “ทูลองค์รัชทายาท…” เสียงของหลิวจิ้งเหยียนขาดห้วงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างหนักแน่น “หม่อมฉันรู้ที่ซ่อนตัวของคุณหนูเซี่ยหลัวเยี่ยนแล้วพะย่ะค่ะ” ร่างสูงตระหง่านพลันหันกลับมา แววตาที่สะท้อนแสงจันทร์นั้นเจิดจรัสวาบขึ้นในบัดดล “นางอยู่ที่ใด” พระสุรเสียงของโม่จิ่งเหิงนิ่งเรียบ ทว่ามีความตื่นเต้นซ่อนอยู่ภายในที่ยากจะปิดบัง “นอกเมืองไปทางทิศเหนือพะย่ะค่ะ” หลิวจิ้งเหยียนตอบโดยมิ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 26 ฟ้าหลังฝน

    เรือนไม้กลางป่า ในห้วงเหมันต์ ลมหนาวยามราตรีพัดต้องยอดสนให้เอนเอียง เสียงไม้ไผ่กระทบกันดังแว่วอยู่ในความเงียบของผืนป่า แสงจันทร์ขาวนวลลอดผ่านม่านหมอกบางต้องพื้นไม้บนเรือนเรียบง่ายกลางป่า เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เก่าซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารและสมุดบัญชี เสียงดีดลูกคิด “แกรก ๆ” ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความตั้งใจของหญิงผู้เป็นนายเหนือบ่าวทั้งหลาย เซี่ยหลัวเยี่ยน บุตรีแม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนที่เคยรุ่งเรือง เพียงไม่ถึงเดือนจวนถูกยึด บิดาถูกเนรเทศไปเมืองทุรกันดารทรัพย์ถูกอายัดเข้าคลังหลวง ยังดีที่บิดาและนางไหวตัวทันนำทรัพย์สินของมีค่าเคลื่อนย้ายออกมาพอให้อยู่ได้อย่างสบายตลอดชาติ หากลำพังตัวเองคงไม่ลำบาก ยังมีบ่าวที่ติดตามมาอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องดูแล บัดนี้นางจึงต้องลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยสองมือตนเอง เพื่อพลิกฟื้นฐานะตนเองอีกครั้ง “ท่านพ่อบ้าน หลงจู๊ที่ข้าให้ไปช่วยดูแลร้านอาหารในเมืองหลวง เป็นเช่นไรบ้าง?” น้ำเสียงของนางอ่อนโยน ทว่าแฝงด้วยอำนาจและความมั่นใจ มือเรียวไม่หยุดเคลื่อนไหวเหนือเม็ดลูกคิด พ่อบ้านชราผู้ยืนอยู่เบื้องหน้ารีบค้อมศีรษะต่ำ ตอบด้วยเสียงนอบน้อม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 25 จงฉงจื่อ

    ยามค่ำหลังราชกิจสงบ ลมราตรีพัดผ่านสวนหลวง กลิ่นดอกเหมยลอยคลุ้งปะปนกับไอเย็นของน้ำค้าง ใต้เงาจันทร์เสี้ยวที่ทอดผ่านม่านไม้ไผ่ องค์รัชทายาทประทับอยู่เพียงลำพังในศาลาแก้วกลางสวน พระองค์มิได้สวมฉลองพระองค์หรูหราเช่นในท้องพระโรง แต่ทรงฉลองพระองค์ผ้าแพรเรียบสีเทาอ่อน ผมดำยาวรวบไว้หลวม ๆ เผยให้เห็นพระพักตร์ที่อ่อนวัยแต่เฉียบลึก เมื่อเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงประตูศาลา พระเนตรของรัชทายาทก็เหลือบมองเพียงครู่ ก่อนจะเอื้อนรับด้วยเสียงเรียบเย็น “เจ้ามาแล้วหรือ — จงฉงจื่อ” ชายหนุ่มคุกเข่าลง ก้มศีรษะต่ำ “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้เรียกหม่อมฉันยามนี้ หม่อมฉันมาทันทีพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทยกถ้วยชา พลิกฝาเบา ๆ กลิ่นชาเหมยลอยอวลในอากาศ พระเนตรทอดมองสายน้ำในถ้วย แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงแผ่วแต่มีแรงกดดันยิ่งกว่าพายุ “ในท้องพระโรงวันนี้... เจ้ากล้าก้าวออกมาอาสาท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนาง ทั้งที่รู้ว่ามันอาจทำให้เจ้ากลายเป็นศัตรูของหลายคน เจ้ามีเหตุผลใด?” จงฉงจื่อยังคุกเข่าอยู่ ทอดสายตาไปยังพื้นศาลาที่สะท้อนแสงจันทร์ “หม่อมฉันมิได้คิดถึงศัตรูหรือมิตรพ่ะย่ะค่ะ คิดเพียงว่า หากราษฎรต้องอดอยาก ท้อง

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 24 พิสูจน์ความสามารถ

    เสียงระฆังยามอรุณกังวานสะท้อนอยู่ใต้เพดานสูงของท้องพระโรง เสียงนั้นเยียบเย็นราวสะท้อนจากหินหยกที่ปูอยู่ทั่วพื้น แสงแรกของวันลอดผ่านม่านไหมทองบางเบา ทาบลงบนพื้นหินเย็นเฉียบเหมือนคมดาบในฤดูหนาว ขุนนางทั้งสองแถวค้อมศีรษะลงพร้อมเพรียงอย่างเคารพ แต่ใต้ท่าทีสงบเสงี่ยมกลับซ่อนแววตาที่เฉียบคมราวอสรพิษในพงหญ้า ทุกคนต่างมีความคิดของตนเอง และรอเพียงจังหวะจะขยับหมาก เหนือบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้ประทับสงบนิ่ง พระหัตถ์วางบนพนักบัลลังก์อย่างอ่อนแรง แต่สายพระเนตรกลับเลื่อนไปยังฮองเฮาแทบทุกครั้งที่มีผู้กราบทูล เหมือนว่าการตัดสินใจของแผ่นดินนี้ มิได้อยู่ในพระองค์มานานแล้ว เสียงอัครเสนาบดีดังขึ้นหนักแน่นแต่เรียบเย็น “ทูลฝ่าบาท หัวเมืองทางใต้บัดนี้ประสบอุทกภัยรุนแรง บ้านเรือนพังพินาศ ขวัญกำลังใจของราษฎรตกต่ำยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว แสงอรุณกระทบชุดขุนนางสีครามเข้มเป็นประกาย เงาร่างทอดยาวราวเสาในท้องพระโรง จากนั้นเขากล่าวเรียกขุนนางท้องถิ่นให้ถวายรายงาน ชายผู้นั้นยกมือคำนับ สีหน้าเคร่งขรึมราวแบกความทุกข์ของแผ่นดินไว้ทั้งผืน “ฝ่าบาท... น้ำหลากรุนแรงกว่าทุกปีพ่ะย่ะค่ะ บ้านเรือนหลายพันห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status