Share

ตอนที่ 21 เจ้านี่มัน!

last update Huling Na-update: 2026-01-14 20:20:16

ตอนที่ 21 เจ้านี่มัน!

 

หลิวจิ้งเหยียน ตุลาการใหญ่แห่งศาลต้าหลี่ เอนกายนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ภายในเขตบ้านพักทางการ

ร่างสูงเหยียดแขนรองศีรษะ สายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ถูกบดบังด้วยเรือนยอดไม้หนาแน่น

สายลมหนาวพัดผ่าน เสียงใบไม้เสียดสีกันแผ่วเบา

ทว่าในอกของเขา กลับไร้ความสงบ

เรื่องของเซี่ยหลัวเยี่ยนธิดาของแม่ทัพเซี่ย

สตรีที่องค์รัชทายาทพึงใจ

กลับหายตัวไปโดยไม่ทิ้งร่องรอย

ราวกับหมอกยามเช้า ที่จางหายทันทีเมื่อแสงอรุณแตะต้อง

ยิ่งคิด ยิ่งอึดอัด

เขาควรเริ่มต้นสืบจากจุดใด

หรือแท้จริงแล้ว นางวางหมากล้ำลึกกว่าที่เขาคาด

ในขณะที่หลิวจิ้งเหยียนหลับตาลง ปล่อยความคิดล่องลอย

พลันได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากใต้ต้นไม้

ตามมาด้วยเสียงสะอื้น

ปะปนกับถ้อยคำที่ขาดเป็นห้วง

เขาลืมตาขึ้นทันที มองลอดลงไปเบื้องล่าง

ใต้แสงจันทร์สลัว

ร่างผอมบางของคนผู้หนึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ

ใช้พลั่วขนาดเล็กขุดดินอย่างเงอะงะ

ข้างกายมีหนูสีขาวตัวเล็ก

นอนแน่นิ่ง ไร้ลมหายใจ

“เจ้าไปกินอะไรมา ถึงได้ท้องอืดตายเช่นนี้…เจ้าปุย”

เสียงนั้นสั่นเครือราวกับลมหายใจจะขาด

“หากเจ้าไม่อยู่ ข้าคงเหงามากแน่…”

หยดน้ำตาตกกระทบผืนดิน

ซึมลงไปพร้อมความอาลัย

“ไปเกิดใหม่เสียเถิด ใช้ชีวิตให้ดี อย่ากินไม่เลือกแบบนี้อีก…”

หลิวจิ้งเหยียนนิ่งค้าง

ไม่กล้าขยับแม้เพียงน้อย

ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านอก

กับการเห็นบุรุษผู้หนึ่ง…ร้องไห้ให้สัตว์ตัวเล็ก

น่าขันงั้นหรือ

หรือว่า…ชวนให้ขัดหูขัดตา

เขากระโดดลงจากต้นไม้ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังชัด

ไป๋อวี้หลงสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นอย่างตระหนก

ใบหน้าเปรอะเปื้อนทั้งน้ำตาและดิน ดูเลอะเทอะไร้ภาพลักษณ์

“เจ้าเป็นชายอกสามศอก”

หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยเสียงเย้ย

“มานั่งร้องไห้เช่นนี้ ไม่รู้สึกน่าอายหรือ”

สายตาคมกริบกวาดมอง

“ยามค่ำมืดแล้ว เหตุใดเจ้ายังไม่กลับบ้าน”

ไป๋อวี้หลงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างลืมตัว

ดินที่ติดอยู่บนมือกลับป้ายเต็มใบหน้า

หลิวจิ้งเหยียนชะงักไปเพียงชั่วลมหายใจ

ก่อนจะเท้าเอว ยกยิ้มขำหัวเราะออกมาเบา ๆ

ไป๋อวี้หลงมองเขาอย่างงุนงง

“ท่าน…หัวเราะอะไร”

เขาหันซ้ายหันขวา ตรวจดูตนเองอย่างไม่เข้าใจ

“หน้าเจ้า”

หลิวจิ้งเหยียนเชิดคางไปทางเขา

“เปื้อนดินราวลูกหมา”

ใบหน้าของไป๋อวี้หลงแดงก่ำในพริบตา

“ท่าน! ท่านหัวเราะเยาะข้าอีกแล้ว!”

“ไปให้พ้น!”

เขาเอ่ยปากไล่ทั้งขยับถอยออกมา

แต่ระยะห่างนั้น…กลับใกล้เกินไป

กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยมากระทบปลายจมูก

ไม่ใช่น้ำหอม หรือกำยาน

หากเป็นกลิ่นสะอาด บริสุทธิ์ อย่างประหลาด

ภายใต้แสงจันทร์

คนสองคนยืนห่างกันเพียงช่วงแขน

ใบหน้าขาวนวลเรียวงาม

ดวงตาสุกใส ราวหยกขัดเงา

งดงาม…จนไม่ควรอยู่บนใบหน้าบุรุ

หลิวจิ้งเหยียนเผลอมองสบตา

หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไร้เหตุผล

เขาไม่เคยมองไป๋อวี้หลงใกล้เช่นนี้

ไม่เคยสังเกต…ว่าอีกฝ่ายจะงดงามถึงเพียงนี้

ความรู้สึกแปลกประหลาดเอ่อล้นขึ้นในอก

เขารีบเบือนหน้าหนี

ไม่อาจยอมรับความปั่นป่วนในใจตนเอง

ไป๋อวี้หลงกระพริบตาถี่ ๆ ก่อนเอ่ยถามแก้เก้อ

น้ำเสียงอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว

“แล้ว…ท่านมาทำอะไรตรงนี้”

หลิวจิ้งเหยียนตั้งสติ กลับมาทำสีหน้าเคร่งขรึมดังเดิม

“ข้ามานอนคิดเรื่องงาน”

“แล้วเจ้า เหตุใดยังไม่กลับ”

ทั้งสองต่างพูดราวกับต้องการกลบเกลื่อน

ไม่มีผู้ใดหลุดแสดงท่าทีที่สั่นไหวอยู่ในใจ

ไป๋อวี้หลงก้มลง วางร่างหนูขาวลงในหลุม

กลบดินอย่างแผ่วเบา

“ข้าอยู่ทำงานที่คั่งค้างกับเลี้ยงเจ้าปุย”

“แต่วันนี้มันไม่ออกมา ข้าเลยตามหา…”

คำพูดขาดห้วง

น้ำตาเอ่อขึ้นอีกครั้ง

เขาสูดน้ำมูกแรง ๆ กลั้นสะอื้น

ฝืนจนปากเบะ

หลิวจิ้งเหยียนส่ายหน้าอย่างระอา

“รีบฝังมันแล้วไปเสีย”

“เห็นแล้วข้าหงุดหงิด เป็นผู้ชายประสาอะไร”

กล่าวจบ เขาหันหลังเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์

ไป๋อวี้หลงทำหน้าเข่นเขี้ยวใส่แผ่นหลังนั้น

“คนอย่างท่านจะไปเข้าใจอะไร เลือดเย็น”

เขากระแทกพลั่วลงดินสองสามครั้ง

ก่อนที่จะไม่ลืมวางดอกไม้เล็ก ๆ ลงบนหลุม

แล้วจึงเดินจากไป

ปล่อยให้แสงจันทร์

และความสั่นไหวที่ไม่มีใครยอมรั

ค้างอยู่เบื้องหลัง

หลิวจิ้งเหยียนกลับสู่ห้องทำงาน

อ่านรายงานการติดตามเซี่ยหลัวเยี่ยนอีกครั้ง

“ตรอกบนถนน ห่างจากจวนเพียงสองช่วงตึก”

“เป็นตลาดคนพลุกพล่าน”

เขาครุ่นคิด

“นางเลือกหายตัวไปตรงนั้น ย่อมต้องมีคนช่วย”

ปากกาขีดเขียนข้อสงสัยเพิ่มอีกหลายบรรทัด

ไป๋อวี้หลงกลับมาจากการเก็บพลั่

เมื่อเดินเข้ามายังห้องหนังสือพบว่าหลิงจิ้งเหยียนอยู่ที่โต๊

จึงเกิดลังเล แต่กระเป๋าของเขายังวางอยู่ตรงชั้นหนังสือ ถัดไป

หลิวจิ้งเหยียนเงยหน้าขึ้นมาเห็นเข้า

“เหตุใดยังไม่ไปอีก”

น้ำเสียงเขาหงุดหงิดเกินจำเป็น

“รีบกลับไปล้างหน้าเถอะ อุจจาดตา”

“ข้าแค่เข้ามาเอากระเป๋า”

ไป๋อวี้หลงยกยิ้มเยาะ

“ไม่ได้ตั้งใจอยู่กวนท่านหรอก”

เขาเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกมาทันที

หลิวจิ้งเหยียนไม่ได้มองแม้สักน้อย

แต่หูกลับรับรู้ทุกฝีก้าว

ครั้นห้องกลับมาเงียบงัน

เขาจึงพึมพำกับตนเอง

“ข้าผิดปรกติหรือไม่…”

“เหตุใดหัวใจต้องเต้นแรงกับไป๋อวี้หลงด้วย”

“หรือข้า…เป็นพวกชายตัดแขนเสื้อ”

ความคิดนั้นทำให้เขาพะอืดพะอม

จนต้องรีบสลัดมันทิ้ง

เขาไม่มีวันคิดเกินเลยกับบุรุษด้วยกันแน่

ก่อนความคิดของเขาจะทันได้เตลิดไปไกล

ชายชุดดำได้ก้าวเข้ามาในห้องหนังสือ ขัดจังหวะเสียก่อน

“นายท่าน พบเสื้อผ้าที่ถูกเปลี่ยนในตรอกหนึ่ง

ห่างจากจวนไปสองช่วงตึกขอรับ”

หลิวจิ้งเหยียนวางรายงานในมือลุกขึ้นด้วยความกระตือรือร้น

“แล้วมีเบาะแสอื่นหรือไม่”

เขาถามด้วยน้ำเสียงเฉียบเข้มอย่างสนใจ

“มีผู้พบรถม้าคันหนึ่ง จากวัดท้ายตลาด

มุ่งออกนอกเมืองไปทางทิศเหนือ ขอรับ”

ประกายในดวงตาของหลิวจิ้งเหยียนวาบขึ้น

ริมฝีปากยกยิ้มบาง

เบาะแส…เริ่มขยับแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status