Share

ตอนที่ 22 ชีวิตใหม่

last update Huling Na-update: 2026-01-14 20:20:39

ตอนที่ 22 ชีวิตใหม่

เรือนไม้หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอย่างสงบ โครงสร้างโปร่งโล่ง รับลมและแสงแดดได้ทั่วถึง

บันไดไม้ทอดยาวขึ้นสู่ชั้นสองอย่างมั่นคง โถงด้านล่างยกพื้นขึ้นเล็กน้อย

จัดวางโต๊ะรับแขกไม้เนื้อดีอย่างเรียบง่ายแต่สง่างาม

ด้านหนึ่งถูกจัดวางด้วยตู้จนเต็มผนัง แขวนภาพวาดทิวทัศน์หมึกจีน และอักษรที่เขียนอย่างมีพลัง

ตรงเชิงบันไดตั้งแจกันทรงสูงปักดอกไม้ขนาดใหญ่ สีเรียบขรึมไว้บนโต๊ะไม้ทรงกลม

ใช้ประดับอย่างโดดเด่นแต่ไม่ฉูดฉาด

หน้าต่างบานกว้างเปิดรับลมให้พัดผ่านได้อย่างอิสระ ประตูทางเข้าใหญ่ตั้งอยู่กึ่งกลาง

เปิดออกไปเห็นสวนด้านหน้าบ้านที่ถูกเนรมิตขึ้นตามคำสั่งของเซี่ยหลัวเยี่ยน

ก้อนหินจากธารน้ำตกถูกขนย้ายมาจัดวางเป็นองค์ประกอบหลัก

 ดอกไม้สีสันฉูดฉาดถูกปลูกในถังไม้ใบเล็ก ๆ ต้นไม้ถูกขุดมาปลูกเป็นสัดส่วน

หินจากลำธารถูกนำมาแยกขนาดเล็กใหญ่ ไร่เรียงไปบนพื้นจนเป็นลวดลายวงกลม

เซี่ยหลัวเยี่ยนเรียกมันว่า

“สวนหิน”

ภายในเรือนเน้นความเรียบง่ายอย่างมีรสนิยม

นางใช้เวลาทั้งหมดไปกับการจัดตกแต่งเรือนหลังนี้ ร่วมสามถึงสี่วันกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง

คืนแรกที่ย้ายเข้ามา นางต้องนอนบนพื้นไม้เย็นเฉียบ มีเพียงฟูกบาง ๆ รองกายหนึ่งชั้น

หากเป็นเมื่อก่อนนางคงไม่อาจทน

แต่สำหรับคนที่ผ่านการนอนในคุกใต้ดินมาแล้ว นี่นับว่าดีเกินพอ

บ่าวรับใช้ทุกคนต่างมีหน้าที่ให้ทำไม่ได้หยุดมือ

เมื่อจัดห้องของนายเสร็จสิ้น พวกเขาก็แยกย้ายไปจัดที่หลับนอนของตนเอง

แบ่งสัดส่วนชายหญิงอย่างเป็นระเบียบ

ครั้นทุกอย่างภายในเรือนเรียบร้อยดี

เซี่ยหลัวเยี่ยนจึงไม่รอช้า

“เอ้อเหนียงเจ้าให้ จิ่วเยว่ เข้าไปในเมือง สืบข่าวท่านพ่อสักหน่อย”

“เจ้าค่ะคุณหนู”เอ้อเหนียงรับคำ สั่งบ่าวรับใช้นามว่าจิ่วเยว่

ทั้งไม่ลืมกำชับให้นางทำอย่างระมัดระวัง

เพื่อสืบข่าวกำหนดวันส่งตัวท่านแม่ทัพไปยังแคว้นเป่ยเซี่ยน

ไม่นาน เวลาบ่ายคล้อยรถม้าวิ่งเข้ามาในลานบ้าน

จิ่วเยว่เดินลงมา นางรีบเข้าไปรายงานทันที

เซี่ยหลัวเยี่ยนนั่งอยู่ข้างหน้าต่างบานใหญ่ นางกำลังวางแผนเปิดร้าน

“เรียนคุณหนู กำหนดส่งตัวท่านแม่ทัพคืออีกสองวันข้างหน้านี้เจ้าค่ะ”

จิ่วเยว่รายงาน เซี่ยหลัวเยี่ยนพยักหน้ารับเบา หัวใจของนางหนักอึ้งราวถูกกดทับ

เซี่ยหลัวเยี่ยนเริ่มคิดเตรียมตัวทันที

นางต้องไปส่งเขา…เป็นครั้งสุดท้าย

เพราะจากวันนี้ไป ชีวิตของนางจะไม่ใช่ของตนเองอีกต่อไป

นางจะมีชีวิตอยู่ เพื่อแก้แค้น

คนที่ทำให้นางและบิดาต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เสียก่อน

เสียงฆ้องดังขึ้นก้องถนน

ขบวนทหารเคลื่อนผ่านอย่างเชื่องช้า

 ฝีเท้าหนักแน่นกระแทกพื้นหินเป็นจังหวะเดียวกัน

รถเข็นนักโทษทำจากไม้หยาบถูกลากตามมา

โซ่เหล็กกระทบกันดังกังวาน

ปลุกความโกรธแค้นของผู้คนสองข้างทางให้เดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง

“คนทรยศ!”

“รับเงินหลวงแล้วยังคิดคด!”

“สมควรแล้วที่ถูกส่งไปเป่ยเซี่ยนแดนทุรกันดาร!”

เสียงด่าทอสาดซัดไม่ขาดสาย ก้อนดิน เศษไม้ และขนมแห้งถูกขว้างใส่รถเข็นเป็นระยะ

ท่ามกลางฝูงชน เซี่ยหลัวเยี่ยนสวมเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินเข้ม

หนวดเคราปลอมบดบังใบหน้า นางกดหมวกต่ำ

เดินเบียดไปกับผู้คน สีหน้าหยาบกร้านไม่ต่างจากชาวบ้านคนอื่น

แต่สายตานาง

จับจ้องไปที่คนในกรงขังเพียงคนเดียว

เซี่ยอวี้เทียนนั่งอยู่ในลูกกรงไม้ ร่างกายซูบผอมลงกว่าเดิม

ทว่าหลังยังตั้งตรง ดวงตาสงบนิ่งไม่หวั่นไหวราวขุนเขา

หัวใจเซี่ยหลัวเยี่ยนบีบรัดแน่น

แต่ริมฝีปากกลับต้องขยับ

“ถุย!”

นางถ่มน้ำลายลงพื้น ตะโกนเสียงหยาบให้กลมกลืน

“แก่ปูนนี้แล้วยังคิดก่อกบฏ! ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย!”

เสียงของนางดังชัด เจตนาให้เขาได้ยิน

เซี่ยอวี้เทียนขยับสายตาขึ้น

เพียงเล็กน้อย

จังหวะนั้นเอง

สายตาทั้งสองสบกัน

เพียงชั่วพริบตาเดียว

แต่ยาวนานราวชั่วชีวิต

เซี่ยหลัวเยี่ยนเม้มริมฝีปาก มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำหมั่นโถวแน่นขึ้น ก่อนจะตะโกนอีกครั้ง

“เอาไปกินเสียสิ!”

“นักโทษอย่างเจ้าจะได้ไม่ชิงตายกลางทางเสียก่อน!”

พร้อมคำด่า นางเหวี่ยงแขนออกไป หมั่นโถวลอยผ่านลูกกรงไม้เข้าไปอย่างแม่นยำ

ชาวบ้านรอบข้างหัวเราะเยาะ บ้างตะโกนซ้ำตาม

ไม่มีผู้ใดเอะใจ

มีเพียงเซี่ยอวี้เทียน

เขารับหมั่นโถวนั้นไว้ มองมันชั่วครู่ ดวงตาที่เคยสงบนิ่งสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที

ก่อนจะซ่อนมันเข้าไปในอกเสื้ออย่างแนบเนียน

แล้วเขาจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

มองไปยังฝูงชน

มองผ่านผู้คน

มองมาหานาง

รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า

อ่อนโยน…และมั่นคง

เขาส่ายหน้าเบา ๆ ราวกับเอ่ยโดยไม่เปล่งเสียง

‘ไม่ต้องห่วงพ่อ’เซี่ยหลัวเยี่ยนยืนแข็งค้าง

ลมหายใจติดขัดอยู่ในอก

แต่สีหน้ายังคงแข็งกระด้าง นางหันหน้าหนี

ตะโกนด่าตามคนอื่นต่อไป ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

ขบวนเคลื่อนผ่านไป

ฝุ่นทรายลอยคลุ้ง

ร่างของเซี่ยอวี้เทียนค่อย ๆ เลือนหายไปกับเสียงโซ่และเสียงฝีเท้าทหาร

ดวงตาของเซี่ยหลัวเยี่ยนร้อนผ่าว

หยาดน้ำตาคลอเบ้า

แต่มันไม่ไหล

เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

น้ำตาของนาง

จะถูกเปลี่ยนเป็นแรงแค้น

เหนือถนนสายเดียวกันนั้น

โรงเตี๊ยมไม้เก่าแก่ตั้งอยู่ริมทาง บนชั้นสองมีระเบียงยื่นออกมา

สามารถมองเห็นขบวนเคลื่อนผ่านได้ชัดเจน

ชายผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น

ร่างสูงสง่าในชุดสีเข้มเรียบสนิท ชายเสื้อปลิวเบา ๆ ตามแรงลม

ดวงตาคมกริบทอดมองลงเบื้องล่าง ราวกับเหยี่ยวที่โฉบอยู่เหนือผืนป่า

หลิวจิ้งเหยียน

เขามองฝูงชนที่ส่งเสียงอึกทึก

มองขบวนทหาร

มองนักโทษในลูกกรง

ก่อนที่สายตาจะหยุดลง

หยุดที่ชายคนหนึ่งในเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม

หนวดเคราหยาบ

ท่าทางก้าวร้าว

การตะโกนด่าทอไม่ต่างจากชาวบ้านทั่วไป

แต่หลิวจิ้งเหยียนไม่มองเพียงเปลือกนอก

เขาเห็น “จังหวะ”

จังหวะที่สายตาคนผู้นั้นไม่เคยมองสิ่งอื่นนอกจากเซี่ยอวี้เทียน

จังหวะที่แขนเหวี่ยงหมั่นโถวเข้าไปในกรงขัง

ดวงตาของหลิวจิ้งเหยียนหรี่ลงเล็กน้อย

“น่าสนใจ…”

ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง

เย็นเฉียบ

ไร้ความรู้สึก

เขามองเห็นการสบตาเพียงชั่วพริบตานั้น

มองเห็นรอยยิ้มของนักโทษ

มองเห็นความนิ่งที่ฝืนซ่อนไว้ใต้ความหยาบกระด้าง

ทั้งหมดนั้น

ไม่อาจหลุดพ้นสายตาพญาเหยี่ยว

หลิวจิ้งเหยียนไม่พูดสิ่งใดอีก

เพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย

เงาร่างสองสามร่างปรากฏขึ้นด้านหลัง

ราวกับหลุดออกมาจากอากาศ

“ตามนางไป”

เสียงเขาเรียบ เย็น

“อย่าให้รู้ตัว”

“ขอรับ”

ร่างเหล่านั้นหายไปในพริบตา

เซี่ยหลัวเยี่ยนไม่รู้ตัวเลยว่า ตั้งแต่วินาทีที่นางหันหลังออกจากถนน

ทุกย่างก้าวได้ตกอยู่ในการติดตามแล้ว

นางเลือกเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง

เพื่อลบคราบปลอมบนใบหน้า

เปลี่ยนเส้นทางการเดินและทิศทางหลายครั้ง

ทุกก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

แต่เงาร่างกลุ่มนั้น

ยังคงตามนางไป

ไม่ใกล้

ไม่ไกล

ไม่ปรากฏตัว

ราวกับเงาของต้นไม้ที่ทอดตามยามอาทิตย์คล้อย

จนกระทั่งนางออกจากเมือง

เข้าสู่เส้นทางป่า

และหยุดลงที่เรือนไม้หลังงามที่ซึ่งนางใช้ซ่อนตัว

เงาร่างเหล่านั้นจึงหยุดอยู่ไกลออกไป

พวกเขาบันทึกตำแหน่งที่ตั้ง

ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เกินจำเป็น

เมื่อแน่ใจแล้ว

เงาร่างเหล่านั้นจึงวิ่งกลับไปเพื่อรายงาน

ค่ำคืนเดียวกัน

หลิวจิ้งเหยียนยังคงยืนอยู่ที่ลานกว้างด้านหน้าห้องหนังสือของศาลต้าหลี่

“รายงาน นายท่าน”

ร่างหนึ่งคุกเข่าลง

“นางกลับออกไปที่เรือนไม้ในป่าทางทิศเหนือนอกเมือง ไม่ใช่ที่พักชั่วคราว

มีบ่าวรับใช้หลายคน การจัดวางเป็นระเบียบ คล้ายเตรียมอยู่ยาวขอรับ”

หลิวจิ้งเหยียนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ

รอยยิ้มปรากฏขึ้น

 “พวกเจ้ามีหน้าที่จับตาดูนางต่อไป”

“อย่าให้นางจับได้”

“ข้าจะไปกราบทูลรายงานองค์รัชทายาท”

“เซี่ยหลัวเยี่ยน เจ้าช่างปั่นหัวคนได้จริง ๆ”

หลิวจิ้งเหยียนพึมพำ สิ่งที่เขาพูดไม่ได้เกินไปสักน้อย

เพราะหากองค์รัชทายาททรงรู้เรื่องนี้

ยังคงเป็นเขาที่ต้องปวดหัวที่สุด

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status