Share

ตอนที่ 22 ชีวิตใหม่

last update Last Updated: 2026-01-14 20:20:39

ตอนที่ 22 ชีวิตใหม่

เรือนไม้หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอย่างสงบ โครงสร้างโปร่งโล่ง รับลมและแสงแดดได้ทั่วถึง

บันไดไม้ทอดยาวขึ้นสู่ชั้นสองอย่างมั่นคง โถงด้านล่างยกพื้นขึ้นเล็กน้อย

จัดวางโต๊ะรับแขกไม้เนื้อดีอย่างเรียบง่ายแต่สง่างาม

ด้านหนึ่งถูกจัดวางด้วยตู้จนเต็มผนัง แขวนภาพวาดทิวทัศน์หมึกจีน และอักษรที่เขียนอย่างมีพลัง

ตรงเชิงบันไดตั้งแจกันทรงสูงปักดอกไม้ขนาดใหญ่ สีเรียบขรึมไว้บนโต๊ะไม้ทรงกลม

ใช้ประดับอย่างโดดเด่นแต่ไม่ฉูดฉาด

หน้าต่างบานกว้างเปิดรับลมให้พัดผ่านได้อย่างอิสระ ประตูทางเข้าใหญ่ตั้งอยู่กึ่งกลาง

เปิดออกไปเห็นสวนด้านหน้าบ้านที่ถูกเนรมิตขึ้นตามคำสั่งของเซี่ยหลัวเยี่ยน

ก้อนหินจากธารน้ำตกถูกขนย้ายมาจัดวางเป็นองค์ประกอบหลัก

 ดอกไม้สีสันฉูดฉาดถูกปลูกในถังไม้ใบเล็ก ๆ ต้นไม้ถูกขุดมาปลูกเป็นสัดส่วน

หินจากลำธารถูกนำมาแยกขนาดเล็กใหญ่ ไร่เรียงไปบนพื้นจนเป็นลวดลายวงกลม

เซี่ยหลัวเยี่ยนเรียกมันว่า

“สวนหิน”

ภายในเรือนเน้นความเรียบง่ายอย่างมีรสนิยม

นางใช้เวลาทั้งหมดไปกับการจัดตกแต่งเรือนหลังนี้ ร่วมสามถึงสี่วันกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง

คืนแรกที่ย้ายเข้ามา นางต้องนอนบนพื้นไม้เย็นเฉียบ มีเพียงฟูกบาง ๆ รองกายหนึ่งชั้น

หากเป็นเมื่อก่อนนางคงไม่อาจทน

แต่สำหรับคนที่ผ่านการนอนในคุกใต้ดินมาแล้ว นี่นับว่าดีเกินพอ

บ่าวรับใช้ทุกคนต่างมีหน้าที่ให้ทำไม่ได้หยุดมือ

เมื่อจัดห้องของนายเสร็จสิ้น พวกเขาก็แยกย้ายไปจัดที่หลับนอนของตนเอง

แบ่งสัดส่วนชายหญิงอย่างเป็นระเบียบ

ครั้นทุกอย่างภายในเรือนเรียบร้อยดี

เซี่ยหลัวเยี่ยนจึงไม่รอช้า

“เอ้อเหนียงเจ้าให้ จิ่วเยว่ เข้าไปในเมือง สืบข่าวท่านพ่อสักหน่อย”

“เจ้าค่ะคุณหนู”เอ้อเหนียงรับคำ สั่งบ่าวรับใช้นามว่าจิ่วเยว่

ทั้งไม่ลืมกำชับให้นางทำอย่างระมัดระวัง

เพื่อสืบข่าวกำหนดวันส่งตัวท่านแม่ทัพไปยังแคว้นเป่ยเซี่ยน

ไม่นาน เวลาบ่ายคล้อยรถม้าวิ่งเข้ามาในลานบ้าน

จิ่วเยว่เดินลงมา นางรีบเข้าไปรายงานทันที

เซี่ยหลัวเยี่ยนนั่งอยู่ข้างหน้าต่างบานใหญ่ นางกำลังวางแผนเปิดร้าน

“เรียนคุณหนู กำหนดส่งตัวท่านแม่ทัพคืออีกสองวันข้างหน้านี้เจ้าค่ะ”

จิ่วเยว่รายงาน เซี่ยหลัวเยี่ยนพยักหน้ารับเบา หัวใจของนางหนักอึ้งราวถูกกดทับ

เซี่ยหลัวเยี่ยนเริ่มคิดเตรียมตัวทันที

นางต้องไปส่งเขา…เป็นครั้งสุดท้าย

เพราะจากวันนี้ไป ชีวิตของนางจะไม่ใช่ของตนเองอีกต่อไป

นางจะมีชีวิตอยู่ เพื่อแก้แค้น

คนที่ทำให้นางและบิดาต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เสียก่อน

เสียงฆ้องดังขึ้นก้องถนน

ขบวนทหารเคลื่อนผ่านอย่างเชื่องช้า

 ฝีเท้าหนักแน่นกระแทกพื้นหินเป็นจังหวะเดียวกัน

รถเข็นนักโทษทำจากไม้หยาบถูกลากตามมา

โซ่เหล็กกระทบกันดังกังวาน

ปลุกความโกรธแค้นของผู้คนสองข้างทางให้เดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง

“คนทรยศ!”

“รับเงินหลวงแล้วยังคิดคด!”

“สมควรแล้วที่ถูกส่งไปเป่ยเซี่ยนแดนทุรกันดาร!”

เสียงด่าทอสาดซัดไม่ขาดสาย ก้อนดิน เศษไม้ และขนมแห้งถูกขว้างใส่รถเข็นเป็นระยะ

ท่ามกลางฝูงชน เซี่ยหลัวเยี่ยนสวมเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินเข้ม

หนวดเคราปลอมบดบังใบหน้า นางกดหมวกต่ำ

เดินเบียดไปกับผู้คน สีหน้าหยาบกร้านไม่ต่างจากชาวบ้านคนอื่น

แต่สายตานาง

จับจ้องไปที่คนในกรงขังเพียงคนเดียว

เซี่ยอวี้เทียนนั่งอยู่ในลูกกรงไม้ ร่างกายซูบผอมลงกว่าเดิม

ทว่าหลังยังตั้งตรง ดวงตาสงบนิ่งไม่หวั่นไหวราวขุนเขา

หัวใจเซี่ยหลัวเยี่ยนบีบรัดแน่น

แต่ริมฝีปากกลับต้องขยับ

“ถุย!”

นางถ่มน้ำลายลงพื้น ตะโกนเสียงหยาบให้กลมกลืน

“แก่ปูนนี้แล้วยังคิดก่อกบฏ! ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย!”

เสียงของนางดังชัด เจตนาให้เขาได้ยิน

เซี่ยอวี้เทียนขยับสายตาขึ้น

เพียงเล็กน้อย

จังหวะนั้นเอง

สายตาทั้งสองสบกัน

เพียงชั่วพริบตาเดียว

แต่ยาวนานราวชั่วชีวิต

เซี่ยหลัวเยี่ยนเม้มริมฝีปาก มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำหมั่นโถวแน่นขึ้น ก่อนจะตะโกนอีกครั้ง

“เอาไปกินเสียสิ!”

“นักโทษอย่างเจ้าจะได้ไม่ชิงตายกลางทางเสียก่อน!”

พร้อมคำด่า นางเหวี่ยงแขนออกไป หมั่นโถวลอยผ่านลูกกรงไม้เข้าไปอย่างแม่นยำ

ชาวบ้านรอบข้างหัวเราะเยาะ บ้างตะโกนซ้ำตาม

ไม่มีผู้ใดเอะใจ

มีเพียงเซี่ยอวี้เทียน

เขารับหมั่นโถวนั้นไว้ มองมันชั่วครู่ ดวงตาที่เคยสงบนิ่งสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที

ก่อนจะซ่อนมันเข้าไปในอกเสื้ออย่างแนบเนียน

แล้วเขาจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

มองไปยังฝูงชน

มองผ่านผู้คน

มองมาหานาง

รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า

อ่อนโยน…และมั่นคง

เขาส่ายหน้าเบา ๆ ราวกับเอ่ยโดยไม่เปล่งเสียง

‘ไม่ต้องห่วงพ่อ’เซี่ยหลัวเยี่ยนยืนแข็งค้าง

ลมหายใจติดขัดอยู่ในอก

แต่สีหน้ายังคงแข็งกระด้าง นางหันหน้าหนี

ตะโกนด่าตามคนอื่นต่อไป ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

ขบวนเคลื่อนผ่านไป

ฝุ่นทรายลอยคลุ้ง

ร่างของเซี่ยอวี้เทียนค่อย ๆ เลือนหายไปกับเสียงโซ่และเสียงฝีเท้าทหาร

ดวงตาของเซี่ยหลัวเยี่ยนร้อนผ่าว

หยาดน้ำตาคลอเบ้า

แต่มันไม่ไหล

เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

น้ำตาของนาง

จะถูกเปลี่ยนเป็นแรงแค้น

เหนือถนนสายเดียวกันนั้น

โรงเตี๊ยมไม้เก่าแก่ตั้งอยู่ริมทาง บนชั้นสองมีระเบียงยื่นออกมา

สามารถมองเห็นขบวนเคลื่อนผ่านได้ชัดเจน

ชายผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น

ร่างสูงสง่าในชุดสีเข้มเรียบสนิท ชายเสื้อปลิวเบา ๆ ตามแรงลม

ดวงตาคมกริบทอดมองลงเบื้องล่าง ราวกับเหยี่ยวที่โฉบอยู่เหนือผืนป่า

หลิวจิ้งเหยียน

เขามองฝูงชนที่ส่งเสียงอึกทึก

มองขบวนทหาร

มองนักโทษในลูกกรง

ก่อนที่สายตาจะหยุดลง

หยุดที่ชายคนหนึ่งในเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม

หนวดเคราหยาบ

ท่าทางก้าวร้าว

การตะโกนด่าทอไม่ต่างจากชาวบ้านทั่วไป

แต่หลิวจิ้งเหยียนไม่มองเพียงเปลือกนอก

เขาเห็น “จังหวะ”

จังหวะที่สายตาคนผู้นั้นไม่เคยมองสิ่งอื่นนอกจากเซี่ยอวี้เทียน

จังหวะที่แขนเหวี่ยงหมั่นโถวเข้าไปในกรงขัง

ดวงตาของหลิวจิ้งเหยียนหรี่ลงเล็กน้อย

“น่าสนใจ…”

ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง

เย็นเฉียบ

ไร้ความรู้สึก

เขามองเห็นการสบตาเพียงชั่วพริบตานั้น

มองเห็นรอยยิ้มของนักโทษ

มองเห็นความนิ่งที่ฝืนซ่อนไว้ใต้ความหยาบกระด้าง

ทั้งหมดนั้น

ไม่อาจหลุดพ้นสายตาพญาเหยี่ยว

หลิวจิ้งเหยียนไม่พูดสิ่งใดอีก

เพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย

เงาร่างสองสามร่างปรากฏขึ้นด้านหลัง

ราวกับหลุดออกมาจากอากาศ

“ตามนางไป”

เสียงเขาเรียบ เย็น

“อย่าให้รู้ตัว”

“ขอรับ”

ร่างเหล่านั้นหายไปในพริบตา

เซี่ยหลัวเยี่ยนไม่รู้ตัวเลยว่า ตั้งแต่วินาทีที่นางหันหลังออกจากถนน

ทุกย่างก้าวได้ตกอยู่ในการติดตามแล้ว

นางเลือกเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง

เพื่อลบคราบปลอมบนใบหน้า

เปลี่ยนเส้นทางการเดินและทิศทางหลายครั้ง

ทุกก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

แต่เงาร่างกลุ่มนั้น

ยังคงตามนางไป

ไม่ใกล้

ไม่ไกล

ไม่ปรากฏตัว

ราวกับเงาของต้นไม้ที่ทอดตามยามอาทิตย์คล้อย

จนกระทั่งนางออกจากเมือง

เข้าสู่เส้นทางป่า

และหยุดลงที่เรือนไม้หลังงามที่ซึ่งนางใช้ซ่อนตัว

เงาร่างเหล่านั้นจึงหยุดอยู่ไกลออกไป

พวกเขาบันทึกตำแหน่งที่ตั้ง

ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เกินจำเป็น

เมื่อแน่ใจแล้ว

เงาร่างเหล่านั้นจึงวิ่งกลับไปเพื่อรายงาน

ค่ำคืนเดียวกัน

หลิวจิ้งเหยียนยังคงยืนอยู่ที่ลานกว้างด้านหน้าห้องหนังสือของศาลต้าหลี่

“รายงาน นายท่าน”

ร่างหนึ่งคุกเข่าลง

“นางกลับออกไปที่เรือนไม้ในป่าทางทิศเหนือนอกเมือง ไม่ใช่ที่พักชั่วคราว

มีบ่าวรับใช้หลายคน การจัดวางเป็นระเบียบ คล้ายเตรียมอยู่ยาวขอรับ”

หลิวจิ้งเหยียนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ

รอยยิ้มปรากฏขึ้น

 “พวกเจ้ามีหน้าที่จับตาดูนางต่อไป”

“อย่าให้นางจับได้”

“ข้าจะไปกราบทูลรายงานองค์รัชทายาท”

“เซี่ยหลัวเยี่ยน เจ้าช่างปั่นหัวคนได้จริง ๆ”

หลิวจิ้งเหยียนพึมพำ สิ่งที่เขาพูดไม่ได้เกินไปสักน้อย

เพราะหากองค์รัชทายาททรงรู้เรื่องนี้

ยังคงเป็นเขาที่ต้องปวดหัวที่สุด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ หัวใจพันธนาการ 2

    ภายในห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นระรัวของคนทั้งสองเมื่อเซี่ยหลัวเยี่ยนพ่ายแพ้ต่อแรงโม่จิ่งเหิงนางจึงนอนนิ่งภายใต้ร่างของเขาสองสายตาประสาน หนึ่งดวงเนตรสวยซึ้งปรากฏแววเคียดแค้นชิงชังหนึ่งดวงตาคมเข้มแฝงแววเย็นชาดุจน้ำแข็ง“เจ้าไม่กลัวข้าจะฆ่าเจ้าหรือ ถึงได้ปากกล้านัก” เสียงของเขาแผ่วต่ำ แต่ทรงพลังหลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาคมกล้าท้าทาย“ไม่ ในเมื่อท่านทำลายชีวิตข้าจนไม่มีอะไรเหลือ มันก็เหมือนกับตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”น้ำเสียงแน่วแน่ แฝงความแค้นลึกไม่ปิดบังรัชทายาทหนุ่มเหม่อมองริมฝีปากอวบอิ่มครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนขึ้นสบกับดวงเนตรงามที่สั่นไหวราวคลื่นในสายน้ำแววตาเขากระจ่างเย็นปนยั่วเย้า ปากบางยกยิ้มเย้ยหยัน“ข้าคงไม่ฆ่าเจ้าหรอก...แต่จะให้เจ้าตายทั้งเป็น อย่างที่เจ้าคิด”สิ้นถ้อยคำ เสียงลมหายใจก็ขาดห้วง ริมฝีปากหยาบกร้านแตะต้องลงอย่างฉับพลันความร้อนจากสัมผัสนั้นราวเปลวไฟที่เผาใจนางให้วูบไหวมือแกร่งข้างหนึ่งรวบข้อมือเรียวไว้เหนือศีรษะมั่นสายตาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา ลมหายใจของเขาหนักและถี่กระชั้นอีกมือหนึ่งปลดดึงอาภรณ์ออกจากร่างระหงส์เหลือเพียงเตี่ยวสีแดงเพลิง ที่ห่อ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 28 ใต้แสงจันทร์ หัวใจแห่งพันธนาการ 1

    ยามราตรีอันเยียบเย็น ลมหนาวพัดพาเกล็ดหิมะปลิวบางเบา แสงจันทร์สีเงินสาดต้องระเบียงชั้นสองของห้องนอน เงาไม้ไหวสะท้อนบนพื้นดั่งระลอกน้ำแห่งความลับ เซี่ยหลัวเยี่ยน ในอาภรณ์ผ้าแพรสีอ่อนกับผ้าคลุมขนสัตว์สีขาวนวล สะบัดพลิ้วในสายลม ใบหน้าละไมต้องแสงจันทร์ราวรูปแกะสลักจากหยกขาว ดวงตาคู่งามซึ้งนั้นกลับแฝงความแข็งกร้าว ตรงหน้านาง คือบุรุษผู้สูงศักดิ์ โม่จิ่งเหิง รัชทายาทแห่งแผ่นดิน ผู้มีสายตาเยือกเย็นและรอยยิ้มที่คล้ายเย้ยหยันโลกทั้งปวง จุมพิตเร่าร้อนเอาแต่ใจของโม่จิ่งเหิง กับความตึงเครียดของเซี่ยหลัวเยี่ยนพลุ่งพล่านใต้แสงจันทร์ส่องสว่าง เซี่ยหลัวเยี่ยนพยายามผลักอกแกร่ง จนดิ้นพ้นอ้อมแขนที่พันธนาการไว้ “พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องหม่อมฉันเช่นนี้นะเพคะ” เสียงของหลัวเยี่ยนสั่นน้อย ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคง นางพยายามปกปิดความกลัวและสับสนที่ตีวนอยู่ในอก โม่จิ่งเหิงแค่นยิ้มเย็น เสียงหัวเราะในลำคอเบาแต่กรีดใจคนฟัง “เจ้าเป็นคนของข้า เหตุใดข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้” คำพูดเรียบง่ายนั้น กลับหนักหนาดั่งหินพันชั่งที่ถาโถมลงบนหัวใจนาง หลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาแข็งกร้าว “พระองค์ได้โปรดให้เกียรติหม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 27 เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

    ศาลาริมน้ำใต้จันทร์กระจ่าง แสงจันทร์สาดนวลทั่วผืนหล้า ดาวดาราระยิบระยับดังโปรยเกล็ดเพชรกลางฟากฟ้า สายลมเหมันต์พัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงครวญเบา ๆ สายน้ำใต้ศาลาเคลื่อนไหวแผ่วเบา สะท้อนเงาจันทร์เป็นระลอกคลื่นงดงาม ใต้แสงเงินอันเยือกเย็นนั้น เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีครามเข้มยืนทอดพระเนตรดวงจันทร์อยู่ริมระเบียงศาลา เส้นผมดำขลับปลิวไหวตามแรงลม ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นแลดูงดงามประหนึ่งภาพวาด แต่กลับแฝงไว้ด้วยความโดดเดี่ยวที่จับใจ เมื่อหลิวจิ้งเหยียนก้าวเข้าสู่ศาลา ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ องค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ทรงยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์เพียงลำพัง ราวกับถูกตัดขาดจากโลกทั้งปวง “ทูลองค์รัชทายาท…” เสียงของหลิวจิ้งเหยียนขาดห้วงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างหนักแน่น “หม่อมฉันรู้ที่ซ่อนตัวของคุณหนูเซี่ยหลัวเยี่ยนแล้วพะย่ะค่ะ” ร่างสูงตระหง่านพลันหันกลับมา แววตาที่สะท้อนแสงจันทร์นั้นเจิดจรัสวาบขึ้นในบัดดล “นางอยู่ที่ใด” พระสุรเสียงของโม่จิ่งเหิงนิ่งเรียบ ทว่ามีความตื่นเต้นซ่อนอยู่ภายในที่ยากจะปิดบัง “นอกเมืองไปทางทิศเหนือพะย่ะค่ะ” หลิวจิ้งเหยียนตอบโดยมิ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 26 ฟ้าหลังฝน

    เรือนไม้กลางป่า ในห้วงเหมันต์ ลมหนาวยามราตรีพัดต้องยอดสนให้เอนเอียง เสียงไม้ไผ่กระทบกันดังแว่วอยู่ในความเงียบของผืนป่า แสงจันทร์ขาวนวลลอดผ่านม่านหมอกบางต้องพื้นไม้บนเรือนเรียบง่ายกลางป่า เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เก่าซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารและสมุดบัญชี เสียงดีดลูกคิด “แกรก ๆ” ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความตั้งใจของหญิงผู้เป็นนายเหนือบ่าวทั้งหลาย เซี่ยหลัวเยี่ยน บุตรีแม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนที่เคยรุ่งเรือง เพียงไม่ถึงเดือนจวนถูกยึด บิดาถูกเนรเทศไปเมืองทุรกันดารทรัพย์ถูกอายัดเข้าคลังหลวง ยังดีที่บิดาและนางไหวตัวทันนำทรัพย์สินของมีค่าเคลื่อนย้ายออกมาพอให้อยู่ได้อย่างสบายตลอดชาติ หากลำพังตัวเองคงไม่ลำบาก ยังมีบ่าวที่ติดตามมาอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องดูแล บัดนี้นางจึงต้องลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยสองมือตนเอง เพื่อพลิกฟื้นฐานะตนเองอีกครั้ง “ท่านพ่อบ้าน หลงจู๊ที่ข้าให้ไปช่วยดูแลร้านอาหารในเมืองหลวง เป็นเช่นไรบ้าง?” น้ำเสียงของนางอ่อนโยน ทว่าแฝงด้วยอำนาจและความมั่นใจ มือเรียวไม่หยุดเคลื่อนไหวเหนือเม็ดลูกคิด พ่อบ้านชราผู้ยืนอยู่เบื้องหน้ารีบค้อมศีรษะต่ำ ตอบด้วยเสียงนอบน้อม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 25 จงฉงจื่อ

    ยามค่ำหลังราชกิจสงบ ลมราตรีพัดผ่านสวนหลวง กลิ่นดอกเหมยลอยคลุ้งปะปนกับไอเย็นของน้ำค้าง ใต้เงาจันทร์เสี้ยวที่ทอดผ่านม่านไม้ไผ่ องค์รัชทายาทประทับอยู่เพียงลำพังในศาลาแก้วกลางสวน พระองค์มิได้สวมฉลองพระองค์หรูหราเช่นในท้องพระโรง แต่ทรงฉลองพระองค์ผ้าแพรเรียบสีเทาอ่อน ผมดำยาวรวบไว้หลวม ๆ เผยให้เห็นพระพักตร์ที่อ่อนวัยแต่เฉียบลึก เมื่อเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงประตูศาลา พระเนตรของรัชทายาทก็เหลือบมองเพียงครู่ ก่อนจะเอื้อนรับด้วยเสียงเรียบเย็น “เจ้ามาแล้วหรือ — จงฉงจื่อ” ชายหนุ่มคุกเข่าลง ก้มศีรษะต่ำ “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้เรียกหม่อมฉันยามนี้ หม่อมฉันมาทันทีพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทยกถ้วยชา พลิกฝาเบา ๆ กลิ่นชาเหมยลอยอวลในอากาศ พระเนตรทอดมองสายน้ำในถ้วย แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงแผ่วแต่มีแรงกดดันยิ่งกว่าพายุ “ในท้องพระโรงวันนี้... เจ้ากล้าก้าวออกมาอาสาท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนาง ทั้งที่รู้ว่ามันอาจทำให้เจ้ากลายเป็นศัตรูของหลายคน เจ้ามีเหตุผลใด?” จงฉงจื่อยังคุกเข่าอยู่ ทอดสายตาไปยังพื้นศาลาที่สะท้อนแสงจันทร์ “หม่อมฉันมิได้คิดถึงศัตรูหรือมิตรพ่ะย่ะค่ะ คิดเพียงว่า หากราษฎรต้องอดอยาก ท้อง

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 24 พิสูจน์ความสามารถ

    เสียงระฆังยามอรุณกังวานสะท้อนอยู่ใต้เพดานสูงของท้องพระโรง เสียงนั้นเยียบเย็นราวสะท้อนจากหินหยกที่ปูอยู่ทั่วพื้น แสงแรกของวันลอดผ่านม่านไหมทองบางเบา ทาบลงบนพื้นหินเย็นเฉียบเหมือนคมดาบในฤดูหนาว ขุนนางทั้งสองแถวค้อมศีรษะลงพร้อมเพรียงอย่างเคารพ แต่ใต้ท่าทีสงบเสงี่ยมกลับซ่อนแววตาที่เฉียบคมราวอสรพิษในพงหญ้า ทุกคนต่างมีความคิดของตนเอง และรอเพียงจังหวะจะขยับหมาก เหนือบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้ประทับสงบนิ่ง พระหัตถ์วางบนพนักบัลลังก์อย่างอ่อนแรง แต่สายพระเนตรกลับเลื่อนไปยังฮองเฮาแทบทุกครั้งที่มีผู้กราบทูล เหมือนว่าการตัดสินใจของแผ่นดินนี้ มิได้อยู่ในพระองค์มานานแล้ว เสียงอัครเสนาบดีดังขึ้นหนักแน่นแต่เรียบเย็น “ทูลฝ่าบาท หัวเมืองทางใต้บัดนี้ประสบอุทกภัยรุนแรง บ้านเรือนพังพินาศ ขวัญกำลังใจของราษฎรตกต่ำยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว แสงอรุณกระทบชุดขุนนางสีครามเข้มเป็นประกาย เงาร่างทอดยาวราวเสาในท้องพระโรง จากนั้นเขากล่าวเรียกขุนนางท้องถิ่นให้ถวายรายงาน ชายผู้นั้นยกมือคำนับ สีหน้าเคร่งขรึมราวแบกความทุกข์ของแผ่นดินไว้ทั้งผืน “ฝ่าบาท... น้ำหลากรุนแรงกว่าทุกปีพ่ะย่ะค่ะ บ้านเรือนหลายพันห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status