Home / รักโบราณ / ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท / ตอนที่ 9 ก้าวออกจากกำแพงใหญ่

Share

ตอนที่ 9 ก้าวออกจากกำแพงใหญ่

last update Last Updated: 2026-01-14 20:13:49

ตอนที่ 9 ก้าวออกจากกำแพงใหญ่

ค่ำคืนที่เงียบงัน แสงตะเกียงในเรือนบ้านรองส่องสว่างเพียงริบหรี่

เปลวไฟสั่นไหวตามแรงลมหนาว ราวกับไม่มั่นใจว่าจะอยู่รอดจนถึงรุ่งเช้าหรือไม่

หลิวอวี้เหวินนั่งนิ่งอยู่หน้ากระจก

เงาสะท้อนในบานกระจกเผยให้เห็นรอยแดงคล้ำบนแก้มขาว

บางจุดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงเขียว ชวนให้เจ็บแปลบแม้เพียงมอง

นางยกมือขึ้นแตะรอยช้ำนั้นเบา ๆ

ปลายนิ้วสั่นไหวเพียงครู่ ก่อนจะกดลงหนักขึ้นเล็กน้อย

ไม่ร้อง

ไม่สะอื้น

มีเพียงแรงกดนั้น…ราวกับต้องการย้ำเตือนตัวเองว่า

ความเจ็บนี้มีอยู่จริง

และไม่มีผู้ใดจะลบมันออกไปได้ง่าย ๆ

คำพูดหนึ่งผุดขึ้นมาในความทรงจำ

เสียงแผ่วเบา เย็นชา และไม่แฝงอารมณ์

‘ความเมตตา ไม่เคยได้มาฟรี’

ริมฝีปากหลิวอวี้เหวินขยับเล็กน้อย

รอยยิ้มบางเฉียบปรากฏขึ้นในเงากระจก ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

ไม่ผิดแน่

นางไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับบุรุษใด

ไม่เคยก้าวล่วง

ไม่เคยยั่วยวน

นางเติบโตมาอย่างระมัดระวังยิ่งกว่าผู้ใด

เพราะรู้ดีตั้งแต่เด็กว่า

คนของบ้านรอง ไม่มีสิทธิ์พลาด

หากไม่ใช่เซี่ยหลัวเยี่ยน

จะเป็นใครได้อีก

ตั้งแต่จำความได้ หลิวอวี้เหวินก็รู้ดีว่าโลกนี้แบ่งคนออกเป็นสองฝั่ง

 บ้านใหญ่ และบ้านรอง

แม้จะใช้สกุลเดียวกัน

แต่ความรัก ความเอ็นดู และความภาคภูมิใจ

ล้วนไหลไปเพียงทิศทางเดียว

ท่านปู่ ท่านย่า

เสียงหัวเราะเอ็นดู

สายตาที่เปล่งประกายชื่นชม

ทั้งหมดนั้น…เป็นของเซี่ยหลัวเยี่ยน

หลิวอวี้เหวินจำได้ดี

ในงานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิเมื่อหลายปีก่อน

นางร่ายบทกวีจนได้รับคำชมจากแขกผู้ใหญ่

แต่ทันทีที่เซี่ยหลัวเยี่ยนลุกขึ้นกล่าวเพียงไม่กี่ประโยค

คำชมทั้งหมดก็ถูกดึงกลับไปราวไม่เคยมีอยู่

“สมกับเป็นบุตรสาวแม่ทัพใหญ่”

คำพูดนั้น

ไม่เคยกล่าวถึงนาง

ส่วนหลิวอวี้เหวิน

ได้เพียงคำชมเชยตามมารยาท

ได้เพียงรอยยิ้มที่ไม่เคยลึกไปถึงดวงตา

นางงดงาม

อ่อนหวาน

เรียบร้อย

แต่ก็ยังไม่พอ

เพราะนางเกิดผิดที่

เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น

ดึงหลิวอวี้เหวินออกจากห้วงความคิด

“อวี้เหวิน”

เสียงบิดาเรียกอย่างแผ่วต่ำ

“พ่อมีเรื่องจะคุยกับเจ้า”

นางลุกขึ้นช้า ๆ เปิดประตูออกไป

เซี่ยอวี้เฉิงยืนอยู่หน้าห้อง

แสงตะเกียงทอดเงาใบหน้าของเขาให้ดูเหนื่อยล้าเกินวัย

สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ใบหน้าบวมช้ำของบุตรสาวเพียงครู่เดียว

ก่อนจะหลบเลี่ยง ราวกับไม่อาจทนมองได้นานกว่านั้

เขาไม่ใช่พ่อที่ไม่รักลูก

แต่เป็นพ่อที่รู้ดีว่า

ความอ่อนแอในโลกนี้ ไม่มีค่า

มือที่สั่นเล็กน้อยยกขึ้นลูบศีรษะนาง

สัมผัสนั้นอ่อนโยน

แต่แฝงความตึงเครียดและอัดอั้น

“ต่อไปนี้”

เขากล่าวเสียงต่ำ

“เจ้าจะไม่ต้องก้มหน้าให้ใครอีก”

หลิวอวี้เหวินชะงัก

เงยหน้าขึ้นมองบิดา

ในดวงตาคู่นั้น

นางเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ไม่ใช่ความระมัดระวัง

ไม่ใช่ความอ่อนน้อม

แต่คือ ความเด็ดขาด

“พ่อกำลังจะทำให้บ้านเรา

ไม่ต้องเป็นรองใครอีก”

แววตาของเขานิ่ง

แต่ในความนิ่งนั้น มีบางอย่างแข็งกระด้างแฝงอยู่

หลิวอวี้เหวินกลืนน้ำลาย

“ท่านพ่อ…หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”

เซี่ยอวี้เฉิงเหลือบมองไปรอบด้าน

ราวกับกำแพงยังไม่ปลอดภัยพอจะได้ยินคำพูดต่อไป

“เข้าไปคุยข้างใน”

เมื่อประตูปิดลง

โลกของหลิวอวี้เหวินก็เปลี่ยนไป

เซี่ยอวี้เฉิงเล่าเรื่องทุกอย่าง

ตั้งแต่วันที่เขาถูกมองเป็นเพียงเงาของพี่ชาย

วันที่ผลงานด้านคลังถูกกลบด้วยชัยชนะในสนามรบ

วันที่อัครเสนาบดีเอ่ยถามเขาเพียงประโยคเดียว

“ท่านคิดหรือว่าแม่ทัพเซี่ย

ซื่อสัตย์ต่อราชบัลลังก์จริง ๆ”

คำถามนั้น

เหมือนเมล็ดพิษ

เติบโตช้า ๆ

ในใจของคนที่ถูกกดทับมาทั้งชีวิ

หลิวอวี้เหวินฟัง

นิ้วมือค่อย ๆ กำแน่น

นางไม่เอ่ยคำใด

เพียงยิ้ม

รอยยิ้มนั้นไม่กว้าง

ไม่แสดงความดีใจอย่างโจ่งแจ้ง

แต่มันนิ่ง

และลึก

“ในที่สุด”

นางกล่าวเสียงแผ่ว

“ก็ถึงวันของบ้านใหญ่เสียที”

เซี่ยอวี้เฉิงพยักหน้า

“มีท่านอัครเสนาบดีหนุนหลังพ่ออยู่

ตราบใดที่แม่ทัพเซี่ยยังคุมทหาร

เขาก็เป็นภัย”

“และภัย…ต้องถูกกำจัด”

หลิวอวี้เหวินก้มหน้าลง

มองปลายนิ้วของตนเองที่ยังมีรอยแดงจากการกำแน่น

“แต่ข้ายังไม่วางใจ”

นางกล่าวเบา ๆ

“ตราบใดที่เซี่ยหลัวเยี่ยนยังมีลมหายใจอยู่

บ้านใหญ่ก็ยังไม่พังจริง”

เซี่ยอวี้เฉิงทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง

แสงจันทร์สะท้อนในดวงตา

เย็นและมืดไม่แพ้กัน

“เจ้าไม่ต้องห่วง”

เขากล่าวช้า ๆ

“เมื่อเสาหลักหักลง

กิ่งก้านย่อมตามมาเอง”

ความเงียบระหว่างสองพ่อลูก

หนักแน่นยิ่งกว่าคำสาบาน

ในกระจกบานเดิม

หญิงสาวผู้ที่ถูกยกย่องว่าอ่อนโยน บอบบาง และแสนดี

ค่อย ๆ ยกสายตาขึ้น

สบเงาสะท้อนของตนเอง

ไม่มีน้ำตา

ไม่มีความหวาดกลัว

มีเพียงความแน่ใจ

ว่าโลกใบนี้

ไม่เคยมอบความยุติธรรมให้คนอ่อนโยน

และครั้งนี้

นางจะไม่ยืนอยู่ในเงาใครอีก

แม้ต้องเหยียบซากของบ้านใหญ่

นางก็จะเดินขึ้นไปเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ หัวใจพันธนาการ 2

    ภายในห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นระรัวของคนทั้งสองเมื่อเซี่ยหลัวเยี่ยนพ่ายแพ้ต่อแรงโม่จิ่งเหิงนางจึงนอนนิ่งภายใต้ร่างของเขาสองสายตาประสาน หนึ่งดวงเนตรสวยซึ้งปรากฏแววเคียดแค้นชิงชังหนึ่งดวงตาคมเข้มแฝงแววเย็นชาดุจน้ำแข็ง“เจ้าไม่กลัวข้าจะฆ่าเจ้าหรือ ถึงได้ปากกล้านัก” เสียงของเขาแผ่วต่ำ แต่ทรงพลังหลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาคมกล้าท้าทาย“ไม่ ในเมื่อท่านทำลายชีวิตข้าจนไม่มีอะไรเหลือ มันก็เหมือนกับตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”น้ำเสียงแน่วแน่ แฝงความแค้นลึกไม่ปิดบังรัชทายาทหนุ่มเหม่อมองริมฝีปากอวบอิ่มครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนขึ้นสบกับดวงเนตรงามที่สั่นไหวราวคลื่นในสายน้ำแววตาเขากระจ่างเย็นปนยั่วเย้า ปากบางยกยิ้มเย้ยหยัน“ข้าคงไม่ฆ่าเจ้าหรอก...แต่จะให้เจ้าตายทั้งเป็น อย่างที่เจ้าคิด”สิ้นถ้อยคำ เสียงลมหายใจก็ขาดห้วง ริมฝีปากหยาบกร้านแตะต้องลงอย่างฉับพลันความร้อนจากสัมผัสนั้นราวเปลวไฟที่เผาใจนางให้วูบไหวมือแกร่งข้างหนึ่งรวบข้อมือเรียวไว้เหนือศีรษะมั่นสายตาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา ลมหายใจของเขาหนักและถี่กระชั้นอีกมือหนึ่งปลดดึงอาภรณ์ออกจากร่างระหงส์เหลือเพียงเตี่ยวสีแดงเพลิง ที่ห่อ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 28 ใต้แสงจันทร์ หัวใจแห่งพันธนาการ 1

    ยามราตรีอันเยียบเย็น ลมหนาวพัดพาเกล็ดหิมะปลิวบางเบา แสงจันทร์สีเงินสาดต้องระเบียงชั้นสองของห้องนอน เงาไม้ไหวสะท้อนบนพื้นดั่งระลอกน้ำแห่งความลับ เซี่ยหลัวเยี่ยน ในอาภรณ์ผ้าแพรสีอ่อนกับผ้าคลุมขนสัตว์สีขาวนวล สะบัดพลิ้วในสายลม ใบหน้าละไมต้องแสงจันทร์ราวรูปแกะสลักจากหยกขาว ดวงตาคู่งามซึ้งนั้นกลับแฝงความแข็งกร้าว ตรงหน้านาง คือบุรุษผู้สูงศักดิ์ โม่จิ่งเหิง รัชทายาทแห่งแผ่นดิน ผู้มีสายตาเยือกเย็นและรอยยิ้มที่คล้ายเย้ยหยันโลกทั้งปวง จุมพิตเร่าร้อนเอาแต่ใจของโม่จิ่งเหิง กับความตึงเครียดของเซี่ยหลัวเยี่ยนพลุ่งพล่านใต้แสงจันทร์ส่องสว่าง เซี่ยหลัวเยี่ยนพยายามผลักอกแกร่ง จนดิ้นพ้นอ้อมแขนที่พันธนาการไว้ “พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องหม่อมฉันเช่นนี้นะเพคะ” เสียงของหลัวเยี่ยนสั่นน้อย ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคง นางพยายามปกปิดความกลัวและสับสนที่ตีวนอยู่ในอก โม่จิ่งเหิงแค่นยิ้มเย็น เสียงหัวเราะในลำคอเบาแต่กรีดใจคนฟัง “เจ้าเป็นคนของข้า เหตุใดข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้” คำพูดเรียบง่ายนั้น กลับหนักหนาดั่งหินพันชั่งที่ถาโถมลงบนหัวใจนาง หลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาแข็งกร้าว “พระองค์ได้โปรดให้เกียรติหม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 27 เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

    ศาลาริมน้ำใต้จันทร์กระจ่าง แสงจันทร์สาดนวลทั่วผืนหล้า ดาวดาราระยิบระยับดังโปรยเกล็ดเพชรกลางฟากฟ้า สายลมเหมันต์พัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงครวญเบา ๆ สายน้ำใต้ศาลาเคลื่อนไหวแผ่วเบา สะท้อนเงาจันทร์เป็นระลอกคลื่นงดงาม ใต้แสงเงินอันเยือกเย็นนั้น เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีครามเข้มยืนทอดพระเนตรดวงจันทร์อยู่ริมระเบียงศาลา เส้นผมดำขลับปลิวไหวตามแรงลม ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นแลดูงดงามประหนึ่งภาพวาด แต่กลับแฝงไว้ด้วยความโดดเดี่ยวที่จับใจ เมื่อหลิวจิ้งเหยียนก้าวเข้าสู่ศาลา ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ องค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ทรงยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์เพียงลำพัง ราวกับถูกตัดขาดจากโลกทั้งปวง “ทูลองค์รัชทายาท…” เสียงของหลิวจิ้งเหยียนขาดห้วงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างหนักแน่น “หม่อมฉันรู้ที่ซ่อนตัวของคุณหนูเซี่ยหลัวเยี่ยนแล้วพะย่ะค่ะ” ร่างสูงตระหง่านพลันหันกลับมา แววตาที่สะท้อนแสงจันทร์นั้นเจิดจรัสวาบขึ้นในบัดดล “นางอยู่ที่ใด” พระสุรเสียงของโม่จิ่งเหิงนิ่งเรียบ ทว่ามีความตื่นเต้นซ่อนอยู่ภายในที่ยากจะปิดบัง “นอกเมืองไปทางทิศเหนือพะย่ะค่ะ” หลิวจิ้งเหยียนตอบโดยมิ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 26 ฟ้าหลังฝน

    เรือนไม้กลางป่า ในห้วงเหมันต์ ลมหนาวยามราตรีพัดต้องยอดสนให้เอนเอียง เสียงไม้ไผ่กระทบกันดังแว่วอยู่ในความเงียบของผืนป่า แสงจันทร์ขาวนวลลอดผ่านม่านหมอกบางต้องพื้นไม้บนเรือนเรียบง่ายกลางป่า เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เก่าซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารและสมุดบัญชี เสียงดีดลูกคิด “แกรก ๆ” ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความตั้งใจของหญิงผู้เป็นนายเหนือบ่าวทั้งหลาย เซี่ยหลัวเยี่ยน บุตรีแม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนที่เคยรุ่งเรือง เพียงไม่ถึงเดือนจวนถูกยึด บิดาถูกเนรเทศไปเมืองทุรกันดารทรัพย์ถูกอายัดเข้าคลังหลวง ยังดีที่บิดาและนางไหวตัวทันนำทรัพย์สินของมีค่าเคลื่อนย้ายออกมาพอให้อยู่ได้อย่างสบายตลอดชาติ หากลำพังตัวเองคงไม่ลำบาก ยังมีบ่าวที่ติดตามมาอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องดูแล บัดนี้นางจึงต้องลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยสองมือตนเอง เพื่อพลิกฟื้นฐานะตนเองอีกครั้ง “ท่านพ่อบ้าน หลงจู๊ที่ข้าให้ไปช่วยดูแลร้านอาหารในเมืองหลวง เป็นเช่นไรบ้าง?” น้ำเสียงของนางอ่อนโยน ทว่าแฝงด้วยอำนาจและความมั่นใจ มือเรียวไม่หยุดเคลื่อนไหวเหนือเม็ดลูกคิด พ่อบ้านชราผู้ยืนอยู่เบื้องหน้ารีบค้อมศีรษะต่ำ ตอบด้วยเสียงนอบน้อม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 25 จงฉงจื่อ

    ยามค่ำหลังราชกิจสงบ ลมราตรีพัดผ่านสวนหลวง กลิ่นดอกเหมยลอยคลุ้งปะปนกับไอเย็นของน้ำค้าง ใต้เงาจันทร์เสี้ยวที่ทอดผ่านม่านไม้ไผ่ องค์รัชทายาทประทับอยู่เพียงลำพังในศาลาแก้วกลางสวน พระองค์มิได้สวมฉลองพระองค์หรูหราเช่นในท้องพระโรง แต่ทรงฉลองพระองค์ผ้าแพรเรียบสีเทาอ่อน ผมดำยาวรวบไว้หลวม ๆ เผยให้เห็นพระพักตร์ที่อ่อนวัยแต่เฉียบลึก เมื่อเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงประตูศาลา พระเนตรของรัชทายาทก็เหลือบมองเพียงครู่ ก่อนจะเอื้อนรับด้วยเสียงเรียบเย็น “เจ้ามาแล้วหรือ — จงฉงจื่อ” ชายหนุ่มคุกเข่าลง ก้มศีรษะต่ำ “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้เรียกหม่อมฉันยามนี้ หม่อมฉันมาทันทีพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทยกถ้วยชา พลิกฝาเบา ๆ กลิ่นชาเหมยลอยอวลในอากาศ พระเนตรทอดมองสายน้ำในถ้วย แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงแผ่วแต่มีแรงกดดันยิ่งกว่าพายุ “ในท้องพระโรงวันนี้... เจ้ากล้าก้าวออกมาอาสาท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนาง ทั้งที่รู้ว่ามันอาจทำให้เจ้ากลายเป็นศัตรูของหลายคน เจ้ามีเหตุผลใด?” จงฉงจื่อยังคุกเข่าอยู่ ทอดสายตาไปยังพื้นศาลาที่สะท้อนแสงจันทร์ “หม่อมฉันมิได้คิดถึงศัตรูหรือมิตรพ่ะย่ะค่ะ คิดเพียงว่า หากราษฎรต้องอดอยาก ท้อง

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 24 พิสูจน์ความสามารถ

    เสียงระฆังยามอรุณกังวานสะท้อนอยู่ใต้เพดานสูงของท้องพระโรง เสียงนั้นเยียบเย็นราวสะท้อนจากหินหยกที่ปูอยู่ทั่วพื้น แสงแรกของวันลอดผ่านม่านไหมทองบางเบา ทาบลงบนพื้นหินเย็นเฉียบเหมือนคมดาบในฤดูหนาว ขุนนางทั้งสองแถวค้อมศีรษะลงพร้อมเพรียงอย่างเคารพ แต่ใต้ท่าทีสงบเสงี่ยมกลับซ่อนแววตาที่เฉียบคมราวอสรพิษในพงหญ้า ทุกคนต่างมีความคิดของตนเอง และรอเพียงจังหวะจะขยับหมาก เหนือบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้ประทับสงบนิ่ง พระหัตถ์วางบนพนักบัลลังก์อย่างอ่อนแรง แต่สายพระเนตรกลับเลื่อนไปยังฮองเฮาแทบทุกครั้งที่มีผู้กราบทูล เหมือนว่าการตัดสินใจของแผ่นดินนี้ มิได้อยู่ในพระองค์มานานแล้ว เสียงอัครเสนาบดีดังขึ้นหนักแน่นแต่เรียบเย็น “ทูลฝ่าบาท หัวเมืองทางใต้บัดนี้ประสบอุทกภัยรุนแรง บ้านเรือนพังพินาศ ขวัญกำลังใจของราษฎรตกต่ำยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว แสงอรุณกระทบชุดขุนนางสีครามเข้มเป็นประกาย เงาร่างทอดยาวราวเสาในท้องพระโรง จากนั้นเขากล่าวเรียกขุนนางท้องถิ่นให้ถวายรายงาน ชายผู้นั้นยกมือคำนับ สีหน้าเคร่งขรึมราวแบกความทุกข์ของแผ่นดินไว้ทั้งผืน “ฝ่าบาท... น้ำหลากรุนแรงกว่าทุกปีพ่ะย่ะค่ะ บ้านเรือนหลายพันห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status