Home / รักโบราณ / ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท / ตอนที่ 10 คดีสั่นสะเทือนท้องพระโรง

Share

ตอนที่ 10 คดีสั่นสะเทือนท้องพระโรง

last update Huling Na-update: 2026-01-14 20:14:14

ตอนที่ 10 คดีสั่นสะเทือนท้องพระโรง

 

คดีสั่นสะเทือนท้องพระโรง ยังคงเป็นเรื่องที่มีผู้เฝ้ารอ องค์รัชทายาทเสนอขอเป็นผู้ตัดสินเอง

ศาลต้าหลี่ ยังคงกักขังตัวเซี่ยอวี้เทียนและเซี่ยหลัวเยี่ยนสองพ่อลูกไว้

กำแพง พื้น หินเย็นเฉียบ เหม็นอับชื้น ไร้สิ่งอำนวยความสะดวก มีเพียงพื้นกับฟางแห้งที่กักเก็บกลิ่นสกปรก

เซี่ยหลัวเยี่ยนรู้สึกทรมาน อึดอัด นางนั่งไม่ขยับ ไม่เปลี่ยนที่ หลังจากปัดเศษฟางและรองด้วยผ้าสะอาดเพียงผืนเดียวที่ร้องขอจากผู้คุม

อาหารมิต้องพูดถึง แย่ยิ่งกว่าให้สุนัขกิน เพียงแค่สองวันที่นางเข้ามาอยู่ ราวกับชั่วกัปย์ชั่วกัลป์

หลิงจิ่งเหยียนยังไม่เข้ามาพบนางตามที่องค์รัชทายาทตรัสบอก

และนางเองก็ยังไม่ได้พบหน้าบิดา หรือข่าวคราวของท่านแม้แต่น้อย

ใจที่เคยนิ่ง เริ่มหวั่นไหว ยิ่งนานวัน ความตายก็จะยิ่งใกล้เข้ามาแล้ว

ความตึงเครียดในหัวก็ยิ่งทวีคูณ

“นายท่านทั้งสอง ข้าขอพบกับนายท่านหลิวจิ้งเหยียนได้หรือไม่”

ในที่สุดนางก็ไม่อาจนิ่งต่อไปได้

ชายผู้คุมสองคน ใบหน้าขึงขัง แววตาดุร้าย

“เจ้าเป็นใครจะมาขอพบ ท่านหลิว ช่างไม่เจียมตัว”หนึ่งในสองคนนั้นกล่าว

“ท่านช่วยข้าหน่อยเถอะ แจ้งเขาว่าองค์รัชทายาทมีรับสั่งให้ข้าบอกเขาด้วยตัวเอง”

นางยังโน้มน้าวไม่ลดละ

ทั้งสองต่างมองหน้ากัน กึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ

เมื่อนางเห็นว่าต้องจ่ายเดิมพันสักเล็กน้อย

จึงยื่นกำไลหยกวงที่อยู่ในมือ ให้ ในเมื่อมันมีอันเดียว นางจึงทำทียื่นให้คนทางซ้ายที่ดูอายุน้อยกว่าคนด้านขวา

ได้ผล ชายที่มีอายุกว่ารีบเดินเข้ามากระชากไปจากมือ อีกคนยังมีทีท่าลังเล

“พี่ซาง แบ่งข้าด้วยนะขอรับเล็กน้อยก็ยังดี”

ผู้ที่ถูกเรียกชื่อ ทำเสียง เฮอะ! ขึ้นจมูก นั่งบนเก้าอี้ยกขาขึ้นมาข้างหนึ่งเอาแขนท้าวขา ทำทีไม่สนใจ

อีกคนต้องเข้าประจบสอพลอ

เซี่ยหลัวเยี่ยนนึกดูถูกในใจ ปากพลางกล่าวสิ่งตรงกันข้ามกับที่คิด

“พี่ซาง ท่านช่วยข้าไปตามท่านหลิวมาเถอะ กำไลนั่นแค่เพียงเล็กน้อย”

นางกล่าวจบสองผู้คุมต่างหันมามองนางพร้อมกันและหันไปสบตากันอีกครั้ง

“เจ้าไปเชิญท่านหลิวมา ห้ามบอกเรื่องกำไลนี่กับเขานะ”เขาสั่งลูกน้อง

และหันมาหานาง

“ข้าให้คนไปบอกแล้วแต่เขาจะมาหรือไม่ นั่นไม่เกี่ยวกับข้า”

“ได้ ถ้าเขาไม่มาท่านก็อดเช่นกัน”นางแสร้งไม่สนใจ เดินกลับไปนั่งที่เดิม

ท่าทางผู้คุมแซ่ซางก็เริ่มลังเลเพราะความโลภ

ไม่นาน เสียงฝีเท้าหลายคู่เดินใกล้เข้ามา

หลิวจิ่งเหยียนปรากฏขึ้นในชุดหัวหน้าตุลาการกับใบหน้านิ่งขรึมที่ขัดกับดวงตามีเสน่ห์คู่นั้น

“นำตัวนางออกมา ไปพบข้าที่ห้องไต่สวนคดี”

เขาเอ่ยสั่งและเดินนำออกไปก่อน

เซี่ยหลัวเยี่ยนมองดูกุญแจที่ถูกไข เมื่อนางก้าวออกจากประตูนี้ไป

นั่นหมายถึงการเดินหมากได้เริ่มต้นแล้ว

ภายในห้องไต่สวน บัดนี้ไม่ได้ว่างเปล่า กลับมีร่างชุ่มด้วยเลือดถูกขึงตรึงไว้กับแท่นทรมาน เขายืนห้อยหัวลง

ผมเผ้ายุ่งเหยิงใบหน้าเปื้อนเปรอะแทบจำไม่ได้

เซี่ยหลัวเยี่ยนใจแทบหยุดเต้น เมื่อเห็นถนัดตา เพราะนั่นคืน บิดาของนาง

“แม่ทัพเซี่ย”

ชายผู้มีรูปร่างสูงใหญ่องอาจกำยำ สง่างาม ยามนี้มิผิดกับขอทานข้างถนน

“ท่านพ่อ”นางร้องเรียก น้ำตาไหลลงสองแก้ม

“พวกเจ้าทำไมถึงทำกับเขาขนาดนี้ องค์รัชทายาทรับปากกับข้าแล้วมิใช่หรือ”นางหันไปเกรี้ยวกราดใส่หลิวจิ้งเหยียน ดวงตาวาวอาฆาต

ชายหนุ่มใบหน้าเข้ม มิได้โต้แย้ง

เดินไปจับศีรษะเซี่ยอวี้เทียนให้แหงนเงยขึ้น

“นี่แค่การเตือนสติเจ้า หากทำแผนขององค์รัชทายาทพัง บิดาเจ้าจะไม่เหลือแม้แต่ซาก”ดวงตาทรงเสน่ห์ดุดัน รอยยิ้มหยันปรากฎไม่ปิดบัง

“หลัวเยี่ยน”เสียงแม่ทัพพยายามเอ่ยออกมา ลืมตามองบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวน อย่างยากลำบาก

กิริยานั้นทำเซี่ยหลัวเยี่ยนแทบคลั่ง สะบัดมือจากผู้คุม วิ่งไปจับใบหน้าบิดา

“ท่านพ่อ เป็นอย่างไรบ้าง ท่านต้องอดทนไว้นะ ข้าจะต้องหาทางช่วยท่านให้ได้”

ร่างบางถูกดึงออกห่างจากบิดา ผู้คุมจับสองแขนของนางไว้

หลิวจิ้งเหยียนเดินมาหยุดยืนข้างหน้า

“องค์รัชทายาทมีรับสั่ง พรุ่งนี้เจ้าจะต้อง ตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับแม่ทัพเซี่ย และเอ่ยประนามเขาต่อหน้าศาล”

สิ้นคำสั่งนั่น เซี่ยหลัวเยี่ยนกัดริมฝีปากแน่น วิธีการนี้อำมหิต องค์รัชทายาทต้องการสิ่งใดกันแน่

นางต้องรู้ให้ได้ ไม่เช่นนั้น ชีวิตนี้คงไม่อาจรอดพ้นอีกแน่

“ได้ ข้าจะทำ แต่พวกเจ้านับจากนี้ห้ามแตะเขาแม้ปลายเล็บ”

หลิวจิ้งเหยียนมองสบสายตางามนั้

ร้องเฮอะ นึกขำ นางมีอำนาจใดมาสั่งเขากัน

มีแต่องค์รัชทายาทที่สั่งเขาไว้ก่อนแล้ว

“ได้ เจ้าแค่ทำเรื่องพรุ่งนี้ให้ดี”

เซี่ยหลิวเยี่ยนถูกนำตัวออกไป ร่างบางฝืนรั้งไม่ยินยอมหันหลังมองบิดาจนสุดสายตา

เมื่อนางพ้นประตูไป เซี่ยอวี้เทียนเงยใบหน้าขึ้น แววตายากคาดเดา กายยืดตรงราวกับอาการบาดเจ็บเป็นเรื่องหลอกลวง

“ท่านแม่ทัพ คงเข้าใจพระประสงค์ขององค์รัชทายาทดีแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่ที่บุตรสาวของท่านแล้ว”หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยขึ้น แม่ทัพเซี่ยพยักหน้ารับ

ถ้าจะโทษคงต้องโทษเขา เหล้าคาระวะไม่ชอบดื่ม

ในที่สุดก็ต้องตกเป็นหมากในกระดานขององค์รัชทายาทจนได้

ชายฉกรรจ์ทอดถอนใจ

 

 

 

 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status