Share

ตอนที่ 8 หมากที่น่าสนใจ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-14 20:13:22

ตอนที่ 8 หมากที่น่าสนใจ

ศาลต้าหลี่คือสถานที่ที่ผู้คนหวาดกลัวตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวผ่านประตู

ตั้งแต่ลานหน้าศาลจรดคุกใต้ดิน ทุกอณูอากาศล้วนอบอวลด้วยกลิ่นอำนาจและโทษทัณฑ์

ทว่าไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า  ในส่วนลึกสุดของสถานที่แห่งนี้

จะซ่อนเรือนไม้หลังงามริมน้ำเอาไว้ ราวกับโลกอีกใบที่ไม่ข้องเกี่ยวกับความโหดร้ายเบื้องหน้า

เซี่ยหลัวเยี่ยนถูกนำตัวออกมาทางประตูหลัง  ก่อนหน้านั้นนางถูกสั่งให้อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า จัดการตนเองให้สะอาดหมดจด   ราวกับมิใช่ผู้ต้องโทษ หากเป็นแขกที่กำลังจะเข้าเฝ้า   ทุกย่างก้าวของนางมั่นคง

สายตากวาดมองเส้นทางอย่างไม่เร่งรีบ

ต้นไม้ใหญ่เรียงรายหลังแนวกำแพงหิน ทำหน้าที่แบ่งโลกคุกหลวงออกจากพื้นที่ลับอย่างชัดเจน

เมื่อเรือนไม้ทรงวิจิตรปรากฏตรงหน้า

หลังคาสีดำสนิทสะท้อนแสงอาทิตย์ยามสาย

บานหน้าต่างฉลุลวดลายทั้งกลมและเหลี่ยมอย่างประณีต

สระบัวเบื้องหน้าสงบนิ่ง ดอกบัวสีชมพูอ่อนเบ่งบานกระจัดกระจาย

ทุกอย่างงดงาม

งดงามเสียจนผิดที่ผิดทาง

เซี่ยหลัวเยี่ยนก้าวขึ้นไปบนระเบียงหิน

หยุดยืนในโถงกว้างของเรือน

เบื้องหน้าคือฉากกั้นทิวทัศน์

และเงาร่างของผู้หนึ่งที่นั่งอยู่เบื้องหลัง

มือเรียวยกกาน้ำชา เทลงในถ้วยอย่างใจเย็น

แสงสว่างทำให้นางเห็นเขาไม่ชัด

รู้เพียงว่าเขาสูงโปร่ง กายตั้งตรง

ท่าทางสง่างามเกินกว่าจะเป็นเพียงขุนนางธรรมดา

“ถวายบังคมองค์รัชทายาทสิ”

หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยเตือนเสียงเข้ม

เซี่ยหลัวเยี่ยนเหลือบตามองเขาอย่างไม่ใส่ใจ

ก่อนจะย่อตัวคำนับอย่างเรียบร้อย ทว่าท่าทางยังคงสง่ามั่นคง

“ถวายบังคมองค์รัชทายาท เพคะ”

นางลุกขึ้น

ยืนตรงดังเดิม

เงียบ

ไม่มีรับสั่งใดตอบกลับ

เขายังคงเทชา

ราวกับไม่มีผู้ใดอยู่ตรงนั้น

หลิวจิ้งเหยียนเข้าใจดี ว่านายต้องการอะไร

เขาจึงคำนับ แล้วถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ

เหลือเพียงคนสองคน

และความเงียบที่กดดันยิ่งกว่าคุกใต้ดิน

เซี่ยหลัวเยี่ยนสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ

เชิดหน้า ตั้งคอตรง

เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น

“เจ้าคือเซี่ยหลัวเยี่ยนสินะ”

เสียงนั้นเอ่ยขึ้นในที่สุด

นุ่ม ทุ้ม และนิ่ง

ต่างจากภาพความโหดเหี้ยมของศาลต้าหลี่โดยสิ้นเชิง

นางสะดุดใจเพียงชั่วขณะ

ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ใช่เพคะ”

โม่จิ่งเหิงยกถ้วยชาขึ้นจิบ

ทอดพระเนตรสระบัวเบื้องหน้าอย่างไม่รีบร้อน

“บิดาเจ้าต้องโทษกบฏ”

ตรัสเหมือนเล่าเรื่องอากาศ

“รู้หรือไม่ว่าเจ้าก็มีจุดจบไม่ต่างกัน”

“พระองค์ต้องการสิ่งใดเพคะ”

คำถามของนางตรงไปตรงมา

ไม่อ้อมค้อม

ไม่แฝงความหวาดกลัว

เขาหยุด

วางถ้วยชา

แล้วหันมามองนางผ่านฉากกั้น

แววตาคมกริบสำรวจหญิงสาวตรงหน้า

ราวกับกำลังประเมินอาวุธชิ้นหนึ่ง

“เจ้ากล้าดี”

เขาเอ่ยเสียงแผ่ว

“ถามข้าตรง ๆ เช่นนี้”

“เพราะชีวิตของหม่อมฉันแขวนอยู่บนเส้นด้าย”

นางตอบอย่างสงบ

“อ้อมค้อมไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น”

เงาร่างสูงโปร่งหลังฉากลุกขึ้น

ก้าวออกมาหยุดตรงหน้านางในระยะเพียงช่วงแขน

รัศมีของเขากดทับลงมาอย่างชัดเจน ใบหน้านั้นงดงามราวเทพสงคราม

แม้จะตื่นตะลึงต่อบุรุษตรงหน้าไปชั่วครู่ แต่เซี่ยหลัวเยี่ยนก็ไม่ก้าวถอยหนี

“แล้วเจ้าจะเสนออะไรให้ข้า”

เสียงเขาทุ้มต่ำลง

“เพื่อแลกกับทางรอด”ยามเอ่ยสายตาจ้องลึกเข้าไปราวค้นหา

หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้ใจหวั่นไหว

แต่ยังคงสบตาเขานิ่ง

“ขอพระองค์ทรงตรัสพระประสงค์มาก่อนเพคะ”

มุมปากโม่จิ่งเหิงยกขึ้น

ราวกับพบของเล่นถูกใจ

“มาเป็นนางบำเรอลับของข้าเป็นอย่างไร”

โม่จิ่งเหิงตรัสออกมาอย่างสบาย

เหมือนพูดถึงเรื่องเล็กน้อย

ใบหน้าหญิงสาวแข็งค้างเพียงเสี้ยววินาที

ก่อนจะตั้งสติได้

“พระองค์ทรงล้อเล่น”

นางยิ้มบาง

“สิ่งที่พระองค์ต้องการไม่ใช่ตัวหม่อมฉันหรอกเพคะ แต่เป็นหมาก”

ดวงตาเขาวาววับ

พึงพอใจอย่างไม่ปิดบัง

“ฉลาดดีนี่”

เขากล่าว

“แล้วเจ้ายินยอมหรือไม่”

“หากข้ายินยอมพร้อมเงื่อนไข”

นางรีบตอบ เมื่อได้มีโอกาสเรียกราคา

“พระองค์จะรับฟังหรือไม่”

“ว่ามา”

“หนึ่ง ข้าต้องมีอิสระในการเลือกวิธี

สอง ข้าต้องได้ผลประโยชน์พอจะยืนได้ด้วยตนเอง

และสาม—”

นางหยุด

ก่อนจะเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ

“หากวันหนึ่งทั้งวังต้องการกำจัดข้า

พระองค์ต้องเป็นผู้ตัดสินเอง

และปกป้องบิดาข้า”

โม่จิ่งเหิงเดินวนรอบตัวนาง

ช้า ๆ

เหมือนผู้ล่าที่รู้ว่าเหยื่อไม่หนี

“คนอื่นถูกข้าสั่งให้ตาย ยังต้องคุกเข่าขอร้อง”

เขากระซิบข้างหู

“แต่เจ้ากลับกล้าต่อรอง”

ลมหายใจอุ่นรดข้างแก้มนวลขาว

หัวใจนางเต้นแรง

แต่ยังคงยืนนิ่งสงบ

“หากพระองค์คิดว่าไม่คุ้มค่า”

นางกล่าวหนักแน่น

“ก็ปล่อยให้พวกเราตายเสียเถิดเพคะ”

เขาหยุด เหลือบแลนางนิ่งแว่บหนึ่ง

ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ

“เอาเถิด”

“ข้าจะลองดู”

นางผ่อนลมหายใจคลายลง

แต่คำถัดมากลับทำหัวใจนางเย็นเฉียบ

“แต่บิดาเจ้าจะรอดหรือไม่”

เขายกยิ้มริมฝีปากเพียงเสี้ยว

“ก็ขึ้นอยู่กับผลงานของเจ้า”

“พระองค์”นางเผลอเรียกเสียงเข้ม ดวงตานางฉายแวววาบผ่าน

“หลิวจิ้งเหยียนจะบอกเจ้าว่าต้องทำอย่างไร”

เขาเอ่ยตัดบท

“เจ้ากลับไปเถิด”

ผู้คุมก้าวเข้ามา

เซี่ยหลัวเยี่ยนคำนับเรียบร้อย ฝืนใบหน้าเรียบนิ่ง

แล้วหันหลังเดินจากไป

เมื่อเรือนเงียบลง

โม่จิ่งเหิงทอดพระเนตรสระบัว

ยกยิ้มบางอย่างพึงพอใจ

“น่าสนใจจริง…”

“สตรีที่ไม่คิดจะยั่วยวนข้า

แต่กล้าต่อรองกับข้า”

เขาหัวเราะเบา ๆ

“หมากกระดานนี้ช่างน่าสนใจ”

โม่จิ่งเหิงยิ้ม…

รอยยิ้มของผู้ที่เพิ่งได้หมากซึ่งอันตรายพอที่อาจจะทำลายทั้งกระดาน

แต่เขาเลือกเต็มใจที่จะเสี่ยง

เซี่ยหลัวเยี่ยนก้าวต่อไป

ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางที่ไม่มีผู้ใดเห็น

หากพระองค์คิดว่านี่คือเกมที่ควบคุมได้ทั้งหมด

เช่นนั้น…

ก็ขอให้รอดูให้ดี

เพราะนับตั้งแต่วินาทีนี้

หมากตัวนี้

จะไม่ยอมเดินตามทางที่ถูกวางไว้เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status